จังหวัดยะลา
|
ประวัติศาสตร์-ความเป็นมา
|
-หน้า
2- |
ปัตตานีเป็นเมืองประเทศราชของไทยตลอดมา
จนกระทั่งกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
เมื่อปี พ.ศ.2310 จึงตั้งตนเป็นอิสระ
ในสมัยธนบุรี (พ.ศ.2310 - 2325)
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแล้ว
ได้เสด็จยกทัพหลวงลงไปปราบหัวเมืองปักษ์ใต้
ที่ตั้งตัวเป็นอิสระคือ
เมืองนครศรีธรรมราชเมืองไทรบุรี
และเมืองปัตตานี
ตีได้ถึงเมืองนครศ่รีธรรมราช
แต่เมืองไทรบุรีและเมืองปัตตานียังตั้งตัวเป็นอิสระอยู่
หลังจากไทยได้ปราบศึกเก้าทัพทางหัวเมืองปักษ์ใต้ได้เรียบร้อยในปี
พ.ศ.2328 แล้ว
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
ทรงมีพระราชดำริว่า
หัวเมืองมลายู
ซึ่งรวมทั้งเมืองปัตตานี
ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู
เคยเป็นเมืองประเทศราชของไทย
จึงโปรดให้มีหนังสือรับสั่งฟถึงบรรดาเจ้าเมืองมลายูเหล่านั้น
บรรดาเจ้าเมืองมลายูอื่น ๆ
ต่างเข้าอ่อนน้อมยอมเป็นเมืองประเทศราชดังเดิมแต่โดยดี
ยกเว้นเจ้าเมืองปัตตานีไม่ยอมเข้าอ่อนน้อม
พระองค์จึงมีรับสั่งให้กองทัพเข้าตีเมืองปัตตานี
เมื่อตีได้แล้วก็ทรงแต่งตั้งชาวมลายู
ผู้สวามิภักดิ์ต่อไทยคนหนึ่ง
ให้เป็นเจ้าเมืองปัตตานี
แต่ปรากฎว่าในปี พ.ศ.2334
เจ้าเมืองปัตตานีได้คบคิดกับโต๊ะสาหยัด
ซึ่งอ้างตนเป็นผู้วิเศษกับพวกสลัดมลายู
รวมกำลังกันเข้าโจมตีเมืองสงขลา
จนพระยาสงขลา (บุญหุ้ย)
และกรมการเมืองต้องหนีไปตั้งหลักที่เมืองพัทลุง
และขอกำลังสนับสนุนจากเมืองนครศรีธรรมราชและทัพหลวงลงไปปราบปราม
หลังจากนั้นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ได้ทรงโปรดเกล้า ฯ
ให้ปรับปรุงการปกครองหัวเมืองปัตตานีให้แยกออกเป็นเจ็ดหัวเมือง
คือ เมืองปัตตานี
เมืองหนองจิก เมืองยะลา
เมืองรามัน เมืองยะหริ่ง
เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ
โดยให้เมืองสงขลาคอยควบคุมดูแลหัวเมืองทั้งเจ็ด
และยกฐานะเมืองสงขลา
ขึ้นตรงต่อกรุงเทพ ฯ
ในรัชสมัยพระบามสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองไทรบุรี
โดยในปี พ.ศ.2374 ตนกูเคน
หลานชายเจ้าพระยาไทรบุรี
(ปะแงรัน)
ได้รวบรวมกำลังชาวมลายูเข้าตีเมืองไทรบุรีซึ่งข้าราชการไทยปกครองอยู่
และตีได้สำเร็จ
พระยาไทรบุรีและฝ่ายไทยถอยลงมาตั้งมั่นอยู่ที่เมืองพัทลุง
ฝ่ายไทยได้ส่งกองทัพมาปราบ
โดยขั้นแรกเจ้าพระยานครศรีธรรมราช
(น้อย)
ผุ้รับผิดชอบเมืองไทรบุรีได้ส่งพระสุรินทร
ซึ่งเป็นข้าหลวงฝ่ายพระราชวังบวร
อยู่ ณ เมืองนครศรีธรรมราช
ให้ลงไปเกณฑ์กองทัพเมืองสงขลาและเมืองปัตตานี
ซึ่งขึ้นอยู่กับเมืองสงขลา
พระยาสงขลา (เซ่ง)
ให้พระสุรินทร์ออกไปเกณฑ์กำลังคน
ในหัวเมืองปัตตานีเอาเอง
ปรากฎว่าชาวมลายูในหัวเมืองทั้งเจ็ดขัดขืนและกลับเข้าร่วมมือกับพวกขบถ
โดยก่อการขบถขึ้นทั้งเจ็ดหัวเมือง
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
จึงโปรดเกล้า ฯ
ให้ยกทัพบกไปปราบถึงเจ็ดทัพและทัพเรือสองทัพ
กองทัพไทยสมทบกันปราบปรามพวกเจ็ดหัวเมืองได้เรียบร้อย
ได้ตัวผู้ว่าราชการเมืองที่ไปเข้ากับพวกขบถเกือบหมด
หลังปราบขบถปัตตานีในปี พ.ศ.2375
แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ
ทรงดำเนินพระบรมราโชบายเข้าควบคุมเมืองปัตตานีมากยิ่งขึ้น
โดยโปรดเกล้า ฯ
ให้เปลี่ยนตัวเจ้าเมืองที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ทั้งหมด
และแต่งตั้งคนไทยหรือคนมลายูที่ภักดีต่อไทยเป็นเจ้าเมืองแทน
ดังปรากฎว่าเจ้าเมืองหนองจิก
คนเดิมซึ่งเสียชีวิตในการรบก็ได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่เป็นคนไทย
และเจ้าเมืองยะลาคนเดิมที่ถูกจับตัวได้ก็ได้ตั้งเจ้าเมืองยะลาคนใหม่เป็นคนไทย
ส่วนเมืองรามัน เมืองระแงะ
และเมืองสายบุรี
เจ้าเมืองเดิมยอมมอบตัวต่อกองทัพไทยแต่โดยดี
จึงได้รับพระราชทานอภัยโทษและโปรดเกล้า
ฯ ให้เป็นเจ้าเมืองต่อไป
สำหรับเจ้าเมืองปัตตานีคนเดิม
ที่หนีไปกลันตันนั้น
ได้โปรดเกล้า ฯ
ให้ชาวมลายูผู้ภักดีต่อไทยเป็นเจ้าเมืองคนใหม่
และเจ้าเมืองยะหริ่งซึ่งเป็นคนไทยไม่ได้เข้าร่วมกับขบถจึงยังคงเป็นเจ้าเมืองยะหริ่งต่อไป
|
<<< ย้อนกลับ || อ่านต่อ >>> |

|
|
|