บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> Out  of  Control  Syndrome( 15 )

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่


Out  of  Control  Syndrome( 15 )

Apr.25.2007 7:29:43 pm

ข้อสรุปบางประการเกี่ยวกับกระบวนการทางจิตภายใต้การเหนี่ยวนำ

       ข้าฯต้องขอบอกกับพวกท่านก่อนว่าสิ่งที่ข้าฯบันทึกเป็นทัศนะของข้าฯที่คิดว่ามันเป็นไปตามสิ่งที่ข้าฯคิดเองตามอัตตาภายใต้การหาข้อมูลและการวิเคราะห์….ให้ถือว่าเป็นเพียงทัศนะหนึ่งของข้าฯเองซึ่งมิได้เรียนมาด้านหมอ….
       หมอที่ข้าฯไปรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งตามที่หลานสาวที่เป็นหมอเพิ่งสำเร็จการศึกษาแต่คนละสาขาเป็นคนพาข้าฯไป….

        แต่ข้าฯก็เพิ่งทราบว่าหมอที่ข้าฯไปรักษานั้นนอกจากจะเป็นอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญด้านจิตเวชที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วยังเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านการ์ตูนญี่ปุ่นอย่างยิ่ง…และเป็นคอลัมนิสต์ที่เขียนบทวิเคราะห์การ์ตูนได้อย่างเก่งกาจในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมานานแล้ว…นั่นแสดงว่าหมอชอบอ่านการ์ตูนมานาน…

        ก็คงไม่ต่างจากจอมยุทธ์บางท่านในบ้านจอมยุทธ์ที่เชี่ยวชาญกับการอ่านหนังสือกำลังภายในที่บ้านจอมยุทธ์เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพในการจินตนาการ..…
        ไว้ข้าฯต้องขออนุญาตหมอก่อนแล้วจึงจะทำลิงค์มาให้พวกท่านได้อ่านดูถึงการบันทึกของหมอผู้ที่น่ารักและเก่งท่านนี้       ( เหตุที่ข้าฯกล่าวว่าเพิ่งทราบว่าหมอที่รักษาข้าฯเป็นมือโปร ด้านการ์ตูนเพราะข้าฯนับตั้งแต่วันที่21 พ.ย.49 เป็นต้นมาข้าฯ พยายามที่จะไม่อ่านหนังสือพิมพ์หรือแม้แต่ดูข่าวทีวีเลย…เพราะเพื่อลดการเหนี่ยวนำการเกิด ปฏิกิริยาที่เกิดการทวนซ้ำขึ้นในสมองภายใต้การเหนี่ยวนำของแสงสีเสียงต่างๆ…เนื่องจากสาเหตุแห่งการเกิดอาการต่างๆทางสมองของข้าฯก็คือเรื่องทางการเมืองเท่านั้นที่ข้าฯสรุปได้มันเป็นเช่นนี้จริงๆ….)

       ข้าฯซึ่งเป็นคนไข้ทางสมองจึงต้องทำหน้าที่วิเคราะห์ในสมองข้าฯให้พวกท่านอ่านต่อ….กล่าวคือข้าฯเริ่มหยุดการกินยาเป็นการทดลองหยุดในรอบที่สอง…เริ่มจากวันที่ 13 เมษาฯ เป็นวันแรก ดังนั้นในวันสงกรานต์วันนี้ แต่อาจจะมีตัวยาที่ยังตกค้างอยู่ในร่างกายมั่งก็ไม่มีอาการอย่างใดเกิดขึ้น
       และข้าฯก็ดื่มเบียร์ตราดาวแดงไปหลายขวด…ดังข้าฯได้เล่ามาแล้ว  ดังนั้นในตอนกลางคืนข้าฯจึงหลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ( กรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่างเพราะ หากท่านใช้ยากล่อมประสาทเช่น ไดอะซีแพลม ห้ามดื่มสุราเด็ดขาด….)
 
       ในวันที่14- 16 เม.ย  หรือใน3 วันต่อมาข้าฯใช้วิธีการกินยาที่หมอให้มา สามชนิดดังได้กล่าวมาแล้วแต่ลดการกินลงเหลือวันละ 2  ชนิด
       และในวันที่17 – 19 เม.ย. ข้ากินยาวันละ 1 เม็ด โดยกินวันละ1 ชนิด
       ดังนั้นในวันที่ 20 เม.ย มาถึงวันที่ 22เม.ย ข้าฯจึงไม่ได้กินยาตัวใดเลยที่หมอจ่ายมาให้ในรอบ 3 วัน
       มีอาการนิดหน่อยบริเวณขมับบนซ้าย…ข้าฯเป็นบริเวณเส้นเลือดมันผิดปกตินิดหน่อยประมาณไม่กี่นาทีมันก็หาย…
       แต่สำหรับในวันที่ 23 เม.ย หรือเมื่อวานนี้ ข้าฯต้องกินยาอีกทั้ง 3  ชนิดอีกเนื่องจากเกิดอาการปวดฟันแถวซี่บนแถบฟันกรามข้างในสุดอีกหนที่มันมีผลขึ้นไปถึงบนสมอง…และอาการปวดมึนไป 3 จุดคือบริเวณขมับซ้าย ,ขวาและท้ายทอย….เมื่อรับประทานยาตอนเย็น(หมอให้ทานเวลาเดียว)ของวานนี้มาถึงปัจจุบันนี้อาการต่างๆเหล่านี้ก็หายเป็นปลิดทิ้งรวมถึงการปวดฟัน…
         แต่ตรงการปวดฟันเมื่อวานนี้ข้าฯตั้งใจว่าจะไปให้หมอฟันเขาตรวจดูก็บังเอิญติดธุระอีกทั้งวันเลยไม่ได้ไป…แต่ก็พอสรุปได้ว่ามันจากประสาทคู่5 แน่…(ในทัศนะข้าฯเองนะ..เห็นว่ามันลดความรุนแรงลงจากเดิมที่เคยปวดไปทั้งใบหน้าซีกซ้าย มามีอาการขึ้นด้วยสาเหตุของฟันด้วยคือ ฟันกรามข้างในสุดซี่บนข้าฯมันบิ่นนิดหน่อยจากการทานข้าวแล้วเดี้ยวโดนก้อนหินแต่มันบิ่นในช่วงล่างของขอบฟันนิดหน่อย…แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมันเกิดมานานแล้วประมาณต้นๆปีที่แล้ว)


      การเกิดอาการในขั้นschizophrenia และ Nazism

      หรือที่อาการที่หมออเมริกัน วิเคราะห์ถึงสาเหตุของนักศึกษาเกาหลีที่เกิดขึ้น schizophrenia หมายถึงอาการที่เกิดการแปลกแยกและเก็บตัวไม่สุงสิงกับใครเป็นต้น(ข้าฯดูจากศัพท์นะเพราะข้าฯไม่มีตำราด้านจิตเวช)อันเกิดจากความแปรปรวนอย่างสุดขั้วของอารมณ์

       ส่วนอาการNazism (ต้องขอโทษหากข้าฯพิมพ์ผิดและวิเคราะห์ไม่ถูกต้องแต่ข้าฯจะอธิบายอาการเหล่านี้ที่มันมีในสมองเราที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและจากอาการในสมองข้าฯเมื่อเปรียบเทียบและวิเคราะห์ในทัศนะหนึ่งของข้าฯ)  เป็นอาการหลงตนเองคิดว่าตนเองเป็นวีรบุรุษหรือเผ่าพันธุ์แห่งอารยันแบบชาตินิยมสุดขั้วของนาซีที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวหลายล้านคนในสมัยฮิตเลอร์(ข้าฯวิเคราะห์เองนะท่านต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติมอีก)
      ข้าฯขอคัดลอกความคิดเห็นจากข่าวหนังสือพิมพ์มติชนมา ให้ท่านอ่านเพิ่มเติมดังนี้…ซึ่งเป็นทัศนะหนึ่งของหมออเมริกัน


       “โช ซึง ฮุย” บวก “สคิซโซฟรีเนีย” เท่ากับ”32 ศพที่เวอร์จิเนียเทค”

สตีฟ ฮินชอว์ คณบดีภาควิชาจิตวิทยา ของมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กเลย์ กับ มาร์ดี้ โฮโรวิตซ์ ศาสตราจารย์ด้านจิตเวช จาก มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก อาศัยคลิปวิดีโอ ไม่ปะติดปะต่อ 27 ไฟล์ ที่บรรจุอยู่ในแผ่นดีวีดี ซึ่งจัดส่งให้ สตีฟ คาพุส ประธานสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี วิเคราะห์สภาพจิตของ “โช ซึง ฮุย” มือปืนโดดเดี่ยวแห่งเวอร์จิเนียเทคได้เพียงส่วนเสี้ยว

แต่ สตีฟ ฮินชอว์ เชื่อว่า แม้จะไม่ตรงเผง สิ่งที่เขาสามารถบอกได้จากคลิปเหล่านี้คงไม่ผิดพลาดมากมายนัก

เขาเชื่อว่า เขาได้เห็นผู้ป่วยทางจิตที่ตกอยู่ในภาวะสับสนภายในอย่างรุนแรง พุ่งพล่านเต็มไปด้วยกระแสสำนึกของปมทางจิตวิทยาหลากหลายตั้งแต่นาซิซิสม์ (ปมหลงตัวเอง), ปมหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่เหนือผู้อื่นทั้งปวง และปมทำลายล้าง

“ชายคนนี้ตกอยู่ในภาวะลวงตาอย่างร้ายแรง หวาดระแวงถึงระดับพารานอยด์” ฮินชอว์บอก เขาเชื่อว่าการกระทำของ โช ซึง ฮุย และคำพูดทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงภาวะป่วยทางจิตขั้นวิกฤต เป็นอาการป่วยรุนแรงด้วยอาการ แกรนดิออสซิตี้ หรือภาวะผสมผสานของอาการป่วยถึงขั้นคลั่งของอาการทางจิต 2 ชนิด ทั้ง หดหู่ซึมเศร้าและสคิซโซฟรีเนีย อันเป็นภาวะป่วยทางจิตที่แปลกแยก ขาดการติดต่อกับสังคมสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กับอาการของบุคลิกภาพแตกแยก

สิ่งที่เขาพยายามบอกก็คือ เขาไม่สามารถปลดปล่อยอาการเหล่านี้ในตัวออกไปได้ แต่มันจะต้องแสดงออกมาในวิถีทางที่เป็นการทำลายตัวเองไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้ตัวเองผงาดขึ้นสู่ชื่อเสียง ความยิ่งใหญ่

“เป็นเรื่องน่ากลัวมากสำหรับการคิดถึงอะไรทำนองนี้ แต่บางครั้งผู้ป่วยทางจิตสามารถยึดถือเอาบุคลิกอย่างเช่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความรู้สึกร่วมกับคนอื่นๆ ไว้ให้เป็นบุคลิกรอง ปล่อยให้กระแสปลุกเร้าที่ต้องการให้ทั้งโลกได้รับรู้การทนทุกข์ทรมานของตัวเองผุดขึ้นมาเป็นบุคลิกหลัก” ฮินชอว์ระบุ

“เราพบว่าบางครั้งในกรณีที่เกิดอาการป่วยรุนแรงมากๆ ผู้ป่วยที่มีอาการต้องการทำลายตัวเองและความลุ่มหลงในตัวเองอยู่พร้อมๆ กัน ผู้ป่วยจะเกิดความคิดในทำนองที่ว่า ชีวิตฉันไม่ได้มีค่าอะไรแท้จริงมากมายนัก แต่ฉันจะนำพามันไปให้สุดโต่ง เอาให้ใครต่อใครได้รับรู้ว่าฉันต้องทุกข์ทรมานมากมายแค่ไหน ในรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมให้ตัวเองกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ หรือมีชื่อเสียงไปด้วยในตัว”

สตีฟ ฮินชอว์ ชี้ว่า รูปแบบของอาการป่วยทางจิตที่ โช ซึง ฮุย กำลังแสดงออกมาให้เห็นนั้น เกิดขึ้นได้ยากอย่างมาก และในตัวผู้ป่วยด้วยอาการทำนองเดียวกันนี้มักไม่แสดงออกด้วยความรุนแรง ซึ่งแตกต่างสุดขั้วกับที่ โช ซึง ฮุย แสดงออกมา

“โชคร้ายที่เขาเลือกที่จะสร้างความโด่งดัง ให้ได้รับการใส่ใจด้วยสิ่งนี้ และได้รับมันในที่สุด” มาร์ดี้ โฮโรวิตซ์ ระบุ

โฮโรวิตซ์ เตือนด้วยว่า สื่อมวลชนควรระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการนำเสนอเรื่องราวของ โช ซึง ฮุย แม้สื่อสามารถนำเสนอเรื่องราวของเขาได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปในแนวทางที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหากับผู้ป่วยจิตรายอื่นๆ ที่อาจเลือกยึดถือเอาแนวทางนี้ว่าเป็นสิ่งดี และได้รับความสนใจอย่างเฉียบพลัน และมากมาย

การย้ำเรื่องการใช้ความรุนแรงว่าเป็นแนวทางที่ผิดในการแก้ปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อผู้อื่นอย่างไม่จำเป็น จะช่วยได้

ไม่เช่นนั้น เรื่องราวของ โช ซึง ฮุย จะกลายเป็นวัฏจักรของการเข่นฆ่าสังหารไม่สิ้นสุด

เหมือนกับที่ โช ซึง ฮุย บอกด้วยตัวเองว่า เขาคือ “ผู้พลีชีพ” เช่นเดียวกับ 2 มือปืนแห่งโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์

ผู้ที่จากไปก่อนหน้าเขาด้วยวิธีการคล้ายคลึงกันนานหลายปีนัก

( เป็นข่าวที่ข้าตัดตอนมาจากหนังสือพิมพ์มติชนในสามสี่วันที่ผ่านมา…ต้องขอขอบคุณในนักข่าวต่างประเทศมติชนที่มีฐานข้อมูลจากสำนักข่าวหลายแห่งในการออนไลน์และเลือกแปลข่าวนี้…ที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์)

(ยังมีต่อ…ในตอนต่อไปซึ่งจะเป็นความคิดเห็นในทัศนะข้าฯต่อสาเหตุแห่งการเกิดในเรื่องราวเหล่านี้ในฐานะคนไข้โรคจิตและเรื่องราวในไทยคือกรณีของหมอป็อป ในฐานะเพื่อนร่วมโรคเดียวกัน…ที่ข้าฯเชื่อว่าสิ่งที่หมอกล่าวถึงมันเป็นภาพและเสียงที่เกิดจริงในสมอง…ข้าฯได้กล่าวคร่าวๆบ้างแล้วในหัวข้อแสดงความคิดเห็นกับท่านจอมยุทธ์เมย์แห่งแค้วนแพกเจ)

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook