บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่5)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่


Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่5)

Apr.05.2007 11:52:15 am

Bipolar   Disorder
โรคอารมณ์แปรปรวน  (1)

               ก่อนที่ข้าฯจะกล่าวถึงเรื่องราวตามหัวข้อ ข้าฯ ขอแก้ใหม่ว่าข้าฯหยุดการใช้ยารักษามาทั้งหมด16วัน มิใช่10วัน..จึงมาใช้ยาต่ออีก ผลที่เกิดขึ้นข้าฯอธิบายไว้แล้วในตอนที่ผ่านมาและหายอย่างสิ้นเชิงแม้แต่อาการที่คิดว่าปวดฟัน..ปัจุบันไม่มีอาการเช่นนั้น ข้าฯจึงได้ข้อสรุปว่าเป็นความผิดปกติของส่วนประสาทคู่ที่5 และ10ดังกล่าว …วิธีพิสูจน์ง่ายๆท่านลองดื่มน้ำร้อน หรือน้ำอุ่นมันก็ปวดเสียวฟันและเช่นกันกับการดื่มน้ำแช่เย็น….มันต่างจากการปวดฟันตรงนี้แหละ…และไม่มีอากการบวมแดงที่เหงือกหรือการอักเสบใดๆในปาก
 
               ข้าฯต้องขออนุญาต นำเอาข้อเขียนของท่าน รศ. นพ.รณชัย   คงสกนธิ์ แห่งภาคจิตเวชศาสตร์วิทยา  รพ.รามาธิบดี มาขยายความในรายละเอียดเกี่ยวกับโรคนี้เพิ่มเติมตามที่จอมยุทธ์เมย์ได้ให้คำอธิบายไว้…ข้าฯเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยและสังคมโลกปัจจุบัน…ท่านอาจารย์หมอท่านนี้ได้บันทึกไว้อย่างคร่าวๆดังนี้

“………….ปัจจุบันเรามักจะพบข่าวสารการใช้ความรุนแรงอันเนื่องจากไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ได้อยู่เป็นประจำตลอดจนการฆ่าตัวตายของคนในสังคมไทยซึ่งนับวันจะมีปัญหาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆซึ่งปัญหาเหล่านี้บ่งบอกว่าคนไทยในปัจจุบันกำลังได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสังคมทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตเพิ่มสูงขึ้น
            ความผิดปกติทางจิตมีอยู่มากมายหลายชนิด และโรคกำลังเป็นปัญหาของสังคมไทยอีกโรคหนึ่งคือ  โรคอารมณ์แปรปรวน( Bipolar  disorder)
           
            โรคอารมณ์แปรปรวน( Bipolar  disorder) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองทำให้การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ผิดปกติจากคนทั่วไป  ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีอาการรื่นเริงเกินปกติ  และมีอาการซึมเศร้าเป็นช่วงๆ  ซึ่งอาจจะฟังดูเหมือนกับคนธรรดาทั่วไปที่มีอารมณ์อ่อนไหวแปรปรวนง่าย แต่ผู้เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนนจะมีลักษณะอาการที่รุนแรงกว่า คือผู้ป่วยจะมีอารมณ์รุนแรงอย่างสุดขั้วสองแบบ
อารมณ์อย่างแรกคืออารมณ์คลั่งหรือ Mania  คำว่าคลั่งในภาษาไทยยังไม่ชัดเจนเท่ากับคำในภาษาอังกฤษที่แปลว่า  ลักษณะอารมณ์เป็นสุข  เคลิบเคลิ้ม รื่นเริงเกินปกติ  อารมณ์จะดีมาก  มากเกินคนปกติ  จะช่างพูดช่างคุย
           อีกขั้วหนึ่งคือซึมเศร้า  หรือ Depression จะมีลักษณะเบื่อหน่าย ซึมเศร้า กินไม่ได้นอนไม่หลับ หมดหวัง   รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า  ไม่มีความสุขนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ลักษณะของอาการ

           อาการของโรคส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย 3 ด้านด้วยกัน ด้านพฤติกรรมและด้านความคิดโดยแต่ละครั้งของการเกิดอาการสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะตามอาการเด่นในช่วงของการป่วยซึ่งได้แก่ Manic  episode , depressive  episode และ Mixed  episode


Manic  episode

         ผู้ป่วยที่ผิดปกติไปจากคนทั่วไป ซึ่งเริ่มแรกคนข้างเคียงจะไม่รู้ว่าผิดปกติ  คนไข้จะมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยอาการในแต่ละ episode จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและในแต่ละช่วงที่ผู้ป่วยลักษณะอาการในระยะmanic episode นี้คือ ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ปลาบปลื้มเป็นสุข พูดจาสนุกสนานมีอารมณ์ขัน  มีการแสดงออกของอารมณ์หรือความต้องการโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ  มีความเชื่อมั่นตนเองสูง  คนพวกนี้มักจะคิดเร็วและมีความคิดสร้างสรรค์ต่างๆมากมาย ช่างพูดช่างจา ไปประชุมที่ไหนก็มักจะเสนอโครงการต่างๆมากมาย  แต่ทำไม่ค่อยสำเร็จเพราะโครงการที่คิดนี้มักจะคิดโดยไม่รอบคอบและใช้จ่ายเงินเปลือง   มีความคิดใหม่ๆแล่นอยู่ในหัวมากมาย ผู้ป่วยจะรู้สึกคึกคักขยันขันแข็งมากกว่าคนปกติ(hyperactive)  มีความต้องการน้อยลง  ไม่สนใจเรื่องอาหารการกินชอบพูดคุย  พูดเร็วพูดเร็วมาก ชอบทำกิจกรรมกลางคืนจะนอนไม่หลับกลับมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น  ทำให้เป็นปัญหาสำส่อนทางเพศตามมา
        ผู้ป่วยในระยะนี้หากมีอาการไม่รุนแรงหรือที่เรียกว่า hepomania ตัวผู้ป่วยอาจจะรู้สึกดีเหมือนคนปกติ  มีความมั่นใจในตนเอง ขยันขันแข็งและมีความคิดสร้างสรรค์มากมายทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรวดเร็วและอาการในระยะนี้ไม่มีอาการทางจิต(psychonic symptoms) หากไม่ได้รับการรักษาก็อาจพัฒนากลายเป็นอาการ mania  ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการใช้ความรุนแรงกับคนใกล้ชิดและเกิดความสูญเสียเงินทองตามมาในที่สุด

Depressive episode

          อาการในระยะนี้จะมีลักษณะตรงข้ามกับmania  คือมีลักษณะอารมณ์เบื่อหน่าย โศกเศร้า  ไม่อยากทำอะไร  เคลื่อนไหวเชื่องช้า  ขากความเชื่อมั่นในตนเอง  ความคิดไม่โลดแล่นเหมือนในลักษณะ mania ระยะนี้จะมีลักษณะเหมือนอาการเหมือนกับโรคอารมณ์ซึมเศร้า( major depressive disorder)
ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนคือมักจะนอนไม่หลับ  ความรู้สึกอยากอาหารลดลง  ส่งผลให้น้ำหนักลด มีความคิดไม่ดีเกี่ยวกับตนเอง(การตำหนิตนเอง:ซุนปิน)  ซึ่งทั้งอาการmania และอาการซึมเศร้า เวลาเป็นมากๆอาจถึงขั้นฆ่าตัวตายซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโรคนี้

Mixed  episode

         Mixed episode หรือระยะผสม ผู้ป่วยบางรายมีอาการแบบผสมทั้งแบบmania และdepression  ในเวลาเดียวกันผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้าแต่กระสับกระส่าย หรือในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการพลุ่งพล่านแต่ในใจก็อาจรู้สึกห่อเหี่ยวใจได้

(ยังมีต่ออีกยาวนะหากท่านอยากอ่านโรคแมเนียหัวใจดูได้ใน บันทึก.จากดาริกาที่ข้าฯบันทึกไว้555 !!! )

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook