บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> การดาวน์โหลดและการเหนี่ยวนำสมอง(ต่อ)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่


การดาวน์โหลดและการเหนี่ยวนำสมอง(ต่อ)

Mar.07.2007 5:46:57 pm

การดาวน์โหลดและการเหนี่ยวนำสมอง (ต่อ)

        ข้าฯต้องมาบันทึกเรื่องนี้ต่ออีก….หลังจากอ่านข่าว ที่แพทย์ท่านหนึ่งถูกญาติส่งตัวเข้าโรงพยาบาลด้วยการกล่าวหาว่าเกิดอาการโรคจิต….ข้าฯต้องบันทึกเรื่องราวเหล่านี้เพื่อให้จิตเวชได้วิเคราะห์กรณีคนไข้ที่เกิดในเคสแบบนี้…..
        การเหนี่ยวนำสมองปัจจุบันข้าฯคิดว่าสามารถใช้เทคโนโลยีที่ไม่ยาก…วิธีการที่ข้าฯประสบกับตนเองก็คือ…ขณะที่ทำสมาธิได้ในระดับหนึ่ง ก็จะได้ยินเสียงของกลุ่มหนึ่งว่าขอให้ช่วยทำการทดลองเรื่องพลังจิตหน่อยโดยข้าฯได้ยินเสียงว่าเป็นการทดลองของสมาคมพลังจิตแห่งประเทศไทย….
        จากนั้นก็จะมีการทดสอบต่างๆ…เช่นให้ลุกยืนนั่งหรือหมุนตัว…ฯลฯ…..หากเป็นการกระทำของข้าฯคนเดียวภายในบ้านโดยข้าฯยอมทำตามเสียงเหนี่ยวนำที่ได้ยิน
        ข้าฯคิดว่าในช่วงนี้ก็จะมีการเก็บข้อมูล ในรูปชุดของคลื่นต่างๆ…ที่เกี่ยวกับตัวข้าฯ  เพื่อที่จะนำมาในการสร้างภาพจำลอง…
        การเหนี่ยวนำนอกจากจะใช้รูปคลื่นนานาชนิดแล้ว เช่นอุลตราโซนิกส์ เมื่อถูกเหนี่ยวนำอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดก็คือบุคคลนั้นจะไม่สามารถตั้งสมาธิได้เลย..อันเป็นความจริงที่แพทย์ทั่วไปย่อมทราบดีอยู่แล้ว….
        นับตั้งแต่คืนวันที่21 พ.ย. 2549 จนมาถึงวันที่ 25 พ.ย.49 ข้าฯจึงสรุปได้ว่ามีการเหนี่ยวนำด้วยการส่งคลื่นสัญญาณกดไปที่สมองข้าฯทุกส่วน…จนทำให้เส้นเลือดบางจุดปูดโปนออกมา…และข้าฯอยู่ในลักษณะกึ่งหลับกึ่งตื่น…
         ในวันที่22 พ.ย.2549 อันเป็นวันคล้ายวันเกิดข้าฯ..ข้าฯก็ตื่นแต่เช้าเพื่อมาตักบาตรให้พระ ที่จริงแล้วในคืนวันที่21 พ.ย. ข้าฯได้ก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งในดังในสมอง…เหนี่ยวนำข้าฯด้วยเสียงเหล่านี้และเกิดการเห็นภาพตามการเหนี่ยวนำ….หลังจากข้าฯตักบาตรเสร็จ…ข้าก็ปิดบ้านเพราะมันยังมืดอยู่เนื่องจากเข้าฤดูหนาว…ระหว่างข้าฯนอนพักในบ้านก็ได้ยินเสียงอีกว่าขอชีวิตข้าฯเป็นราชพลี ด้วยการตัดคอเพื่อจะนำร่างข้าฯไปฝังไว้บริเวณที่จะสร้างอนุสรณ์สถาน…โดยได้ยินเสียงอ้างว่าเพื่อปกป้องไว้ซึ่งสถาบัน.
          และขณะเดียวกันในสมองข้าก็ได้ยินเสียงดาบที่ดึงจากฝักที่หน้าประตูบ้าน และเสียงที่มาอ้อนวอนหน้าประตู ข้าฯก็เลยเปิดประตูออกและนั่งลงที่เก้าอี้เพื่อที่จะให้เขาทำตามที่ขอมา……นั่นคือขอชีวิตข้าฯ
          จากนั้นมาช่วงสายๆข้าฯก็ได้ยินเสียงเหนี่ยวนำต่างๆที่เป็นการกระทำของตัวบุคคลในรอบๆข้างบ้านข้าฯทั้งเสียงจากคนนั่นซ้อนมอเตอร์ไซค์ต่างๆที่รับจ้างวิ่งผ่านหน้าบ้านข้าฯ ที่ตะโกน …เช่น ไอ้กระบี่ดาวแดงมึงตายแน่…..ไอ้คอมมิวนิสต์บ้าง ….ฯลฯเป็นต้น..
           ข้าฯสันนิษฐานว่าทั้งหมดมาจากข้อเขียน จอมยุทธ์เย้ยจักรภาค2 หรือไม่ก็จากคอมเมนท์ต่างๆที่ข้าฯโพสไว้ในหนังสือพิมพ์ต่างๆ…ในการวิเคราะห์การลอบวางระเบิด ว่าน่าจะเกืดจากฝีมือใครเป็นต้น…
           ภาพที่ข้าฯเห็นในสมองเป็นภาพกลุ่มคนกำลังจะมาเผาทำลายล้างบ้านข้าฯและโกรธแค้น…
           อันเกิดจากข้าฯไม่สามารถควบคุมสมอง ให้มีสติได้เลย เช่นถ้อยคำที่หยาบคายหากข้าฯเกิดนึกถึงภาพท่านผู้ใหญ่ท่านใดท่านหนึ่ง มันก็จะเกิดภาพตัวอักษรคำหยาบคายเหล่านั้นขึ้นทันทีหล่นผลัวะลงมาใต้ภาพทันที….และโดยสัญชาติญาณในสมองก็จะต้องมีการ revert ถ้อยคำนั้นโดยอัตโนมัติเพื่อทำความเข้าใจถ้อยคำนั้น…ทั้งหมดจะเป็นข้อมูลดิบ คำหยาบคายเหล่านั้นจะหล่นลงในสมองข้าแทบทุกวินาทีที่ข้าฯตั้งสติมิได้….
           ข้าฯเชื่อว่าเมื่อมีการดาวน์โหลดออกไปจากคลื่นสมองข้าฯในขณะนั้นมันก็กลายเป็นว่าข้าฯหยาบคาย ต่อผู้ที่ข้าเคารพด้วยการเหนี่ยวนำ Invert ข้อมูลด้วยถ้อยคำหยาบคายเหล่านี้
           และถึงตอนช่วงบ่ายของวันที่22 พ.ย. ข้าฯก็ได้รับการเหนี่ยวนำด้วยสถานการณ์จำลองต่างๆของตัวบุคคลและการเกิดภาพในสมองและเห็นภาพของกลุ่มคนที่ตามล่าตัวข้าฯ…ข้าฯจึงออกจากบ้านและเดินไปขณะที่ข้าฯก็ได้ยินเสียงกลุ่มหนึ่งที่ตามล่าตัวข้าฯและเสียงประกาศตั้งรางวัลนำจับข้าฯไม่ว่าเป็นหรือตายโทษฐานกล่าวคำดูหมิ่นสถาบัน…
          ที่จริงแล้วข้าฯไม่สามารถควบคุมการตกภาพได้เลยในส่วนสมองพูท้ายทอยที่เป็นส่วนการเกิดภาพ…อันอยู่ติดกับซิลิบลัมส่วนได้ยินเสียง…เมื่อข้าฯทั้งเห็นภาพและเสียงจากการเหนี่ยวนำเช่นนั้นว่ากลุ่มที่ตามไลล่าข้าฯจวนตัวแล้ว…ข้าฯจึงตัดสินใจกระโดดลงไปในคลองแห่งหนึ่ง..เพื่อฆ่าตัวตายเนื่องจากหากถูกกลุ่มที่เกิดขึ้นในสมองข้าฯจับตัวไปข้าฯถือว่าไร้ศักดิ์ศรี….ข้าฯพยายามจมตัวลงไปหลายครั้งและกลั้นหายใจแต่น้ำมันตื้นเกินไปร่างข้าก็ลอยขึ้นมาและได้ยินเสียงร้องไห้จากครอบครัวข้าฯให้หยุดการกระทำดังกล่าว
           ดังนั้น ทั้งโทรศัพท์และกระเป๋าเงินข้า…ข้าฯเอาทิ้งในน้ำและข้าฯต้องควานหา…นี่เป็นสาเหตุว่า ข้าฯขาดการติดต่อจากบางท่านในเว็บบ้านจอมยุทธ์เพราะข้าเก็บข้อมูลโดยโหลดไว้ในเครื่องไม่ได้เก็บไว้ที่ซิมการ์ด….

           ตอนนั้นข้าฯคิดว่าไหนๆก็จะตายอยู่แล้ว…และมีความรู้สึกว่าพวกเขาควบคุมตัวข้าฯได้ไม่ว่าข้าจะคิดอย่างไรในสมองที่คลื่นสัญญาณความเร็วสูงและรู้ตำแหน่งไม่ว่าข้าฯจะเดินไปทางไหนจากเครือข่ายชุมสายโทรศัพท์…ข้าฯก็เลยใช้วิธีกล่าวอธิบายข้อเท็จจริงไปเรื่อยถึงกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง  ขณะที่แต่ละจุดที่ข้าฯเดินไป ข้าฯต้องใช้วิธีการพูดเพื่อช่วงชิงไม่ให้เกิดคำหยาบคายที่หล่นลงมาในรูปกลุ่มคำตัวอักษรโดยข้าฯควบคุมไม่ได้..
           จนข้าฯ เข้าไปในหน่วยงานแห่งหนึ่ง…ตามเสียงที่แนะนำไป ขณะที่ข้าฯได้ยินเสียงในระยะไกลจากกลุ่มตามล่า…หน่วยงานแห่งนั้นให้ข้าฯถอดเสื้อออกและบันทึกภาพร่างกายทั้งด้านหน้าด้านหลังด้านข้างและส่วนหัวของข้าทุกด้าน….
            จนอีกสองวันต่อมาก็มีการเหนี่ยวนำว่าคนกลุ่มหนึ่งรอฆ่าอยู่หน้าบ้าน ข้าก็เปิดประตูออกไปและยกเก้าอี้ไปนั่งนอกบ้านไปนั่งให้ยิงเพราะถ้าเขาจะยิงข้าฯ ก็จะได้ไม่เลอะในบ้าน…
             ไม่ใช่ว่าข้าจะหาอาวุธไม่ได้เพื่อนข้าฯหลายคนเคยจะให้ข้าฯมาไว้ป้องกันตนเองแต่ข้าฯไม่เอาและถือว่าหากคนมันต้องการฆ่าจริงๆมันก็ป้องกันไม่ได้…
             เจ้าหน้าที่ในหน่วยแห่งนั้นต้อนรับข้าฯดี…และได้นำกาแฟมาให้ข้าฯดื่ม…และจัดรถของทหารนำมาส่งข้าฯที่บ้านในกลางดึก…
              ข้าฯอาบน้ำ เนื่องจากเปื้อนโคลนตม…แต่หลังการอาบน้ำเสร็จกล้ามเนื้อในร่างกายข้าฯทุกส่วนเกิดการกระตุกอย่างแรง ทั้งแขนและขาและทุกส่วน อาการเช่นนี้ข้าฯเกิดมาก็ยังไม่เคยเจอ…ข้าฯเลยสันนิษฐานว่ามีการใส่สารซึ่งเป็นรีเซ็บเตอร์ ตัวใดตัวหนึ่ง….เพื่อจะได้ทราบการเคลื่อนไหวทางกายภาพ
              ในระยะ หลังข้าฯจึงใช้วิธีการทางกายภาพต่างๆเพื่อยับยั้งการดาวน์โหลดออกไปภายใต้การเกิดถ้อยคำหยาบคายที่เกิดจากการเหนี่ยวนำ ด้วยวิธีการไม่ให้สมองถูกเหนี่ยวนำโดยการอ่านหนังสือเพื่อให้ภาพที่เกิดเกิดจากเรติน่าและออฟติกเนิร์ฟ…ไปยังสมอง…และใช้วิธีการอั้น เหมือนการอั้นฉี่นั่นแหละเพื่อยับยั้งการหล่นลงไปของภาพในสมอง…แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ทุกวินาที…แถมบรรดาญาติพี่น้องต่างๆตกใจเพราะตัวสั่นเทิ้มนึกว่าผีเข้า…ข้าฯเลยงดวิธีนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน

               ข้าฯมิได้กลัวตายแต่หากข้าฯต่อสู้กับมันคือการป้องกันถ้อยคำหยาบคายที่มีต่อผู้ที่ข้าฯเคารพรัก หากมีการดาวน์โหลดจากสมองอันเป็นคลื่นข้อมูลดิบมันก็กลายเป็นภาพข้าฯเสียงข้าฯที่เกิดการจำลองขึ้น….และเพื่อการทำลายกระบี่ดาวแดง…ให้กลายเป็นคนถ่อยชั่วช้าฯมีแต่คำหยาบคาย
                ข้าฯต้องใช้วิธีการรวบรวมสติให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แทบตลอด24ชั่วโมง บางครั้งก็ถึง48ชั่วโมงคือไม่ต้องหลับนอนเลยก็ว่าได้….

                วิธีที่ข้าตั้งสติได้ก็คือการกำหนดให้มีจุดมาร์กเกอ หรือจุดอ้างอิงตำแหน่งแห่งที่ของจิตในจินตนาการ…เพื่อเกิดกระบวนการตั้งกสิน หรือ ฟิวชั่นได้เร็วที่สุด….จึงจะยุติการเกิดภาพใดๆที่ถูก InvertและการRevert ในสมอง…ระยะที่รุนแรงเกิดขึ้นใน20 วันแรก แต่ข้าสรุปว่าถูกดาวน์โหลดได้ใน3-4 วันแรกด้วยการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลหลายๆด้าน….ช่วงนั้นข้าฯสามารถได้ยินเสียงที่เหนี่ยวนำเข้ามาในระยะไกลได้….ไม่ใช่อาการหูแว่วเพราะมีรูปธรรมพิสูจน์หลายประการ…และก็มิใช่อาการแมเนีย

                 จนข้าฯต้องใช้ตัวยาช่วยด้วยการไปหาหมอจิตเวชและควบคู่กับการสร้างพลังจิต…จนมาถึงปัจจุบันนี้…
                  ตัวยาที่ใช้หลักๆที่หมอให้มาก็คือ…Deanxit  และยากล่อมประสาทบางตัว แต่ข้าฯใช้เพิ่มเติม ก็มี ไฮเดอร์จีน หรือไม่ก็ ทานาแกรน…เพื่อให้เกิดกระบวนการเมตาบอลิสม์เป็นไปอย่างสมดุลในสมอง…
 
                  นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น….รายละเอียดยังมีมากกว่านี้ข้าฯขอสรุปคร่าวๆเท่านั้น…หวังว่าจะพอเป็นแนวทางทำความเข้าใจหมอท่านที่ถูกนำไปเข้าโรงพยาบาลโรคจิตได้มั่งนะครับ….
                  การทำ สมาธิจะต้องกล้าตัดความตายทิ้งไปถือเป็นอนัตตา….
                  เนื่องจากข้าฯต้องต่อสู้ในสมองเพื่อปกป้องการดาวน์โหลดเพื่อการทำลายล้างข้าฯ จึงหาทุกวิธีในการสร้างสมาธิให้เร็วที่สุด…แม้แต่ภาพภูตผีปีศาจที่เราเห็นในสมองข้าฯก็ถือเป็นอนัตตาและนำมาเป็นจุดตั้งกสิณได้เช่นกัน…จนเกิดความสว่างได้..
                   ข้อสรุปในอีกประการเราจะต้องถือว่าสมองก็เป็นอวัยวะหนึ่งเหมือนแขนและขา เราใช้มันด้วยจินตนาการในการยับยั้งหรือการหลั่งฮอร์โมนในบางจุดได้..

                    วิธีการทำสมาธิข้าฯได้กล่าวมาแล้วในเรื่องพลังจิต…
                    อีกวิธีก็คือข้าฯต้องบันทึกทั้งทางวิชาการและแต่งบทกวีควบคู่กันเพื่อให้สมองทุกส่วนทำงานเกิดดุลยภาพ….ทดแทนเซลล์สมองที่ถูกทำลายด้วยการขยายเส้นใยประสาทให้กว้างขวางขึ้น…เนื่องจากเซลล์สมองไม่สามารถสร้างใหม่เพิ่มได้เหมือเซลล์อื่นๆ…
                   
                      ที่ข้าฯกล่าวมาทั้งหมดเป็นเรื่องราวคร่าวๆเท่านั้น…มีรายละเอียดที่มากกว่านี้….แต่ข้าฯมิอยากจะกล่าวถึงบุคคลหนึ่งใดหรือกลุ่มใด….ท่านว่าข้าฯเป็นโรคจิตหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน…วิธีพิสูจน์ง่ายๆท่านลองให้กลุ่มแพทย์หรือกลุ่มหนื่งใดทำต่อสมองท่านด้วยวิธีการแบบทำกับข้าฯท่านก็จะรู้เองว่าจริงหรือเท็จ…

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook