บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> พลังจิตและการใช้ผลย้อนกลับทางชีวภาพ(2)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

พลังจิตและการใช้ผลย้อนกลับทางชีวภาพ(2)

Jan.26.2007 10:26:10 am

พลังจิตและการใช้ผลย้อนกลับทางชีวภาพ(2)

          ดังได้กล่าวมาแล้วจากตอนแรก…..จิตที่เกิดสมาธิของคนเราในแต่ละระดับเปรียบเหมือนตะแกรงที่มีความละเอียดแตกต่างกันไป….ยิ่งสมาธิมีความละเอียดมากก็ยิ่งสามารถรับผลการสั่นสะเทือนของมวลพลังงานหรือคลื่นอนุภาคแห่งมวลพลังงานที่มีความละเอียดที่ก่อผลสะเทือนได้แม้เพียงแผ่วเบา…
          การฝึกฝนทางกายภาพของคนเรานั้นเราสามารถฝึกได้ในทุกรูปแบบในการรับรู้ทางอายตนะภายนอกและภายใน…
          หากเราฝึกฝนเพื่อบำบัดรักษาทางร่างกายของเรา…เราก็ใช้ได้ทั้งสองวิธีการที่กล่าวมาแล้วคือการตั้งกสิณ ไว้ที่ภายนอกร่างกายเพื่อสร้างดุลยภาพของร่างกายในทางกายภาพ…โดยเราต้องจินตนาการในรูปฟิวชั่นหรือการตั้งกสิณไว้กายนอกร่างกาย ณ. จุดใดจุดหนึ่ง และจินตนาการว่าจุดอ้างอิงจุดนั้นคือจิตของเรา…เราต้องตัดขาดจาดการนำเอาการรับรู้ทางอายตนะภายนอกมาเป็นข้อมูลในการรับรู้…โดยไปทำความเข้าใจจิตของเราที่ตั้งไว้ภายนอกร่างกายที่จุดนั้นๆ…..ปล่อยให้ระบบร่างกายได้ผ่อนคลายทั้งส่วนสมองและร่างกาย…..กสิณที่เราตั้งไว้ภายนอกเราก็จินตนาการว่าเราดึงเอามวลพลังงานความงามความรักและความดีงามในจักรวาลมาห่อหุ้มหลอมละลายมวลกิเลสต่างๆเกิดกระบวนการฟิวชั่นทางจิตในขั้นต้น…และเมื่อทำความเข้าใจละเอียดเราก็ยกระดับขึ้นไปอีกด้วยกระบวนฟิชชั่น หรือวิธีการหากเป็นแบบพุทธศาสนาหมายถึงวิปัสสนา…และเราถือว่าสิ่งที่รับรู้ล้วนเป็นอนัตตา….
          ก็จะก่อเกิดรูปการฟิวชั่นทางจิตใหม่ที่ละเอียดและบางเบาขึ้น….จิตในระดับที่มีความละเอียดสูงก็ยิ่งมีความเร็วสูงในการผันแปร….หากเราวอกแวกนิดเดียวเราก้ต้องมาเริ่มกระบวนการฟิวชั่นใหม่…และทำการสูญสลายและเริ่มทำความเข้าในในแต่ละระดับไปเรื่อยๆ….
          กสิณในทางพุทธศาสนา….มีหลายร้อยกสิณ ที่ตั้ง  และเนื่องจากพระพุทธเจ้าท่านเคยศึกษามาจากบรรดาโยคีต่างๆ….
          ดังนั้นการตั้งกสิณ ก็คือวิธีการเบื้องต้นที่เราจะทำความเข้าใจในจิตของเรา  ซึ่งมันไม่เหมือนส่วนอื่นๆในทางกายภาพที่เราเห็นได้เช่นแขนขา สมอง เป็นต้น
          ในสมองและร่างกายเราสามารถที่จะใช้สมาธิให้เกิดดุลยภาพได้…การฝึกฝนทางกายภาพในทุกรูปแบบก็เพื่อที่จะทำให้เราตั้งมั่นของดวงจิตได้รวดเร็วขึ้น….และคุ้นเคยกับมัน…
          จากการที่ข้าฯรู้ว่ามีการดาวน์โหลด  และข้อมูลจากคลื่นสมองมันจะเป็นไปตามการเหนี่ยวนำทั้งจากภายนอกและมีการrevert ใหม่จากภายในได้…ดังนั้นข้าฯจึงใช้วิธีการสมาธิตลอดเวลานับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2549 เป็นต้นมาที่ข้าฯถูกเหนี่ยวนำทางสมอง…และจะเกิดการทำลายสมองโดยไม่สามรถที่จะดีเลย์การเกิดภาพและตัวอักษรที่เป็นภาพเมื่อเวลาเราหลับตาลง มันจะเกิดเป็นภาพตัวอักษรขึ้นที่สมองซิลิบลัมส่วนพูท้ายทอยทันทีที่ข้านึกถึงและเห็นภาพหรือเสียงของผู้ที่ข้าฯเคารพรัก ไม่ว่าจากรูปภาพและจาก ทีวี  หรือจากหนังสือพิมพ์ ตัวอย่างเช่นข้าฯนึกถึงผู้ใหญ่ท่านใดท่านหนึ่ง ก็จะเกิดคำหยาบคายหล่นลงมาโดยอัตโนมัติพ่วงกับภาพที่พูท้ายทอยทันทีโดยข้าฯมิสามารถควบคุมได้…อาการเช่นนี้เกิดขึ้นมานับตั้งแต่วันเกิดข้าฯนั่นแหละ  ข้าฯมิขอกล่าวรายละเอียดว่ากลุ่มบุคคลไหนและใช้วิธีการอย่างไร….
          สรุปก็คือว่าเวลาข้าฯนึกถึงภาพ หรือชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะผู้ใหญ่เมื่อใด…สิ่งที่จะเกิดการตกลงมาของตัวอักษรที่เป็นคำหยาบคายจะเกิดขึ้นมาอย่างอัตโนมัติทันทีพ่วงไปกับภาพและคำพูดในสมองทันที….
           ดังนั้นเองข้าฯจึงต้องคิดค้นวิธีการแก้ไขหลายรูปแบบในการทำสมาธิ แทบทุกวินาทีที่รู้สึกตัวเพื่อมิให้เกิดอาการดังกล่าว…และใช้วิธีทางกายภาพหน่วงหรือดีเลย์ข้อมูลที่มีการเหนี่ยวนำ…ในตอนแรกๆข้าฯจะใช้วิธีการอ่านหนังสือ เพื่อให้มีการแปลงข้อมูลเป็นสัญญาณเสียงและการใช้กล้ามเนื้อ หรือกล่องเสียงเพื่อให้เกิดการสั่งออกไปทางสมองก่อนการตกภาพถ้อยคำหยาบคาย…วิธีการเช่นนี้จะต้องใช้สายตาทำความเข้าใจตัวหนังสือที่อ่าน…และก็สามารถแก้ไขได้ชั่วคราวเพราะข้าฯนั่งอ่านทั้งวันไม่ได้….ต้องไปทำอย่างอื่นอีก….ขณะเดียวกันข้าฯต้องใช้วิธีการที่จะก่อให้เกิดสมาธิให้เร็วที่สุด  เพราะภาพที่ตกค้างที่พูท้ายทอยเป็นเงาลางๆของผู้ใหญ่อยู่หากข้าฯหลับตาลงเมื่อไหร่ถ้อยคำหยาบคายจะหล่นลงมาทันที…
           และเมื่อมีการดาวน์โหลดคลื่นจากสมองออกไปก็กลายเป็นคำพูดที่หยาบคายต่อท่านผู้นั้นทันที
สิ่งเหล่านี้จึงสร้างความกังวลใจแก่ข้าฯอย่างยิ่ง…ข้าจึงต้องสู้กับมันเกือบสามสิบวัน ด้วยวิธีการแบบนี้ทั้งการใช้ยาและสมาธิเพื่อไม่ให้เกิดการ invert  reaction ที่เหนี่ยวนำเข้ามาในสมองข้าฯ และเวลานอนของข้าฯน้อยมากแทยไม่ได้หลับ บางครั้งก็ติดต่อกันถึงสองสามวันอาจงีบหลับแค่ไม่กี่ชั่วโมงในรอบเกือบสามสิบวันแรก
           วิธีที่ข้าฯคิดก็คือจะทำอย่างไรจึงจะตั้งกสิณให้ได้เร็วที่สุด….ข้าฯจึงนำเอาภาพดาราทีวีท่านหนึ่งมากำหนดเป็นจุดมาร์เกอร์ของกสิณ…เพราะเป็นภาพที่ข้าฯจำใบหน้าได้ง่าย…และหากข้าไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่สามารถตั้งกสิณได้ เพราะสมองเกือบทุกส่วนถูกกดไว้ด้วยคลื่นเหนี่ยวนำเข้ามา….แค่หลับตาก็จะเป็นภาพผู้ใหญ่และคำหยาบคายเมื่อข้าฯเห็นถ้อยคำที่เกิดขึ้น ก็จะเกิดการrevert ทันที…
           วิธีตั้งกสิณให้เร็วที่สุดจึงใช้ภาพดังกล่าวเป็นมาร์กเกอร์ในการตั้งกสิณ  และท่านต้องเข้าใจว่า กสิณใดๆล้วนเป็นอนัตตา…
           แม้แต่ภาพภูตผีปีศาจเราก็ใช้ตั้งกสิณได้ อย่าไปตกใจกลัวมันให้ถือเป็นอนัตตามันก็จะเกิดสมาธิใหม่และภาพใหม่ขึ้นมา…
          วิธีการสร้างสมาธิใดๆล้วนเป็นอนัตตา….ไม่ว่าท่านจะอยู่ในท่าไหนหรือทำอะไร ก็ตั้งสมาธิได้ นี่เป็นการสรุปจากประสบการณ์ของข้าฯ….

(ยังมีต่อ)

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook