เกศภุมรินทร์

เรียงร้อยเรื่องราวเรียบเรียง




ลิงก์น่าสนใจ


  • ยังไม่มีข้อมูล


ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร


  • ยังไม่มีข้อมูล



ร่าย

โดย admin Dec.18.2007 5:00:27 pm




วันคืนเวลานาที
ผ่านไปหลับลา
กายใจอารมณ์
เปลี่ยนหมุนก้าว
โลกความหวัง
กำลังใจ


ทางสายมรณะ

โดย เกศภุมรินทร์ Oct.30.2007 10:11:12 am


แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดนีออนส่องสลัวๆ ไปทั่วทั้งห้อง ภายใต้แสงไฟที่สว่างอยู่นั้นมีร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง นอนอยู่ไม่ห่างจากต้นกำเนิดของแสงไฟ ร่างกายที่เคยแข็งแรงด้วยวัยฉกรรจ์บัดนี้มันกลับ        ไร้ความรู้สึก เส้นประสาททุกเส้นที่เคยเคลื่อนไหวได้นั้นกลับหลับใหลจนสนิท ไม่ยอมแม้แต่ตื่นขึ้นมารับคำสั่งจากชายผู้เป็นเจ้าของร่าง น้ำที่เขาดื่มกินเข้าไปมันกลับล้นเอ่อออกมาจากดวงตาของเขาอยู่ทุกวัน ราวกับว่าเป็นบ่อน้ำพุดที่ไม่มีวันแห้งไปจากร่างกายของชายหนุ่ม ความสุข ความสนุก ความอิสระ และอนาคตที่เขาพึงจะมีมันกลับหายไปหมด ไม่เหลือแม้ความหวังที่จะมีแรงต่อสู้ แต่ในความสิ้นหวังนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขาพร้อมจะลืมตาขึ้นมามองโลกใบนี้อยู่ทุกวัน คือความรักและสายใยแห่งความผูกพันที่มารดาของเขาเฝ้าถนอมและเติมมันให้เต็มหัวใจของเขาอยู่เสมอมา ถึงร่างกายของเขาไม่ได้ตอบสนองต่อความรักที่มีก็ตาม แต่จิตใจของเขาก็พร้อมจะเข้มแข็งให้ร่างกายคงอยู่ตลอดไป เพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าอย่างน้อยเขาก็มีแม่ที่คอยให้กำลังใจอยู่เสมอๆ ถ้าเขารู้สึกตัวและสำนึกได้ก่อนหน้านี้ก็คงจะดี ชีวิตก็คงไม่เป็นเช่นนี้ แม่ที่เป็นดั่งดวงใจของเขาก็คงจะมีความสุข และภาคภูมใจในตัวเขาเป็นแน่ เหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมากจนสุดท้ายเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับคนที่ไร้ลมหายใจไปแล้ว สาโรจน์จำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ดีไม่มีวันลืม เหตุการณ์ครั้งนั้นมันเกิดขึ้นในขณะที่ที่สาโรจน์กำลังศึกษาอยู่ ด้วยวัยและอารมณ์ที่รุ่มร้อนของวัยรุ่นมันทำให้สาโรจน์ต้องเดินทางผิด หลงเมามัวกับอบายมุขและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ตั้งแต่การลักเล็กขโมยน้อย การพนัน การทะเลาะวิวาท หรือแม้กระทั่งยาเสพติดสาโรจน์ก็ลองมาหมดแล้ว และมีอยู่เรื่องหนึ่งที่สาโรจน์ชอบเป็นชีวิตจิตใจคือ มอเตอร์ไซด์ เขาชอบแต่งและชอบขี่มอเตอร์ไซด์มาก และนี่เองที่เป็นสาเหตุให้เด็กหนุ่มอย่างสาโรจน์ต้องมีชะตากรรมแบบนี้ ครอบครัวของสาโรจน์เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง แม่มีอาชีพเป็นครู ส่วนพ่อก็มีอาชีพรับราชการทหาร แต่พ่อของสาโรจน์เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว เพราะพ่อของเขาอาสาไปรบในสงครามเวียดนาม โดนข้าศึกยิงเสียชีวิตในสนามรบ หลังจากที่พ่อของสาโรจน์เสียชีวิตแม่ก็ต้องรับภาระต่างๆของครอบครัวทั้งเรื่องงานบ้าน และค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่เรื่องการเงินไม่ค่อยมีปัญหาเพราะหลังจากที่พ่อเสียชีวิตครอบครัวก็ได้เงินชดเชย เมื่อสาโรจน์เรียนจบจากชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เขาก็มีความสนใจที่จะศึกษาต่อในสายอาชีพ และสาขาที่สาโรจน์ชอบและอยากเรียนมากที่สุด คือ ช่างยนต์ ตอนแรกๆที่สาโรจน์บอกแม่ว่าจะเรียนวิชาช่างแม่ก็ไม่เห็นด้วย แต่พอสาโรจน์คะยั่นคะยอเข้าหน่อยแม่ก็เห็นด้วยโดยปริยาย เพราะแม่เห็นความตั้งใจของเขา สาโรจน์มีความฝันอยากจะเปิดร้านขายอะไหล่ และซ่อมเครื่องยนต์เป็นของตนเอง จะได้ไม่ต้องเอามอเตอร์ไซด์ของเขาที่จะซื้อในอนาคต (ฝันหวาน) ไปซ่อมและแต่งรถที่อื่น  ความปรารถนานอย่างแรงกล้านี้ จึงทำให้สาโรจน์สอบเข้าสถาบันแห่งนี้ได้ เมื่อเขาก้าวย่างเข้ามาที่นี่ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และต่างกับสมัยที่เรียนมัธยมมาก วันแรกของการเปิดภาคเรียนสาโรจน์ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่มากมายทั้งเพื่อนหญิงและเพื่อนชาย ที่สำคัญคือพี่ชัยและพี่ปอนเพื่อนคนสำคัญที่เขาไม่เคยลืม พี่ชัยและพี่ปอนมีบ้านอยู่ที่สำเพ็ง พี่ทั้งสองคนก็รู้จักกันมานานแล้วก่อนที่จะเข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งหนึ่ง พี่ชัยแกเป็นนักเลงขาใหญ่ประจำภาควิชา ส่วนพี่ปอนแกเป็นนักเลงรถที่อยู่ในวงการนักแข่งไร้สังกัดและสนามจำเป็น หรือจะพูดว่ารถซิ่งก็ได้ และพี่ทั้งคู่ยังเป็นพ่อค้าคนสำคัญของสถาบัน สาโรจน์ยังคิดอยู่ทุกวันนี้ว่าไม่รู้ไปคบกับพวกพี่เขาได้ยังไร ทั้งๆที่ตนเองไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะสมัยเรียนมัธยมสาโรจน์ก็เป็นเด็กเรียนดีและไม่เคยเกเร แต่ถึงอย่างไรสาโรจน์ก็ไม่กล้าโทษคนอื่นนอกจากตัวของเขาเอง เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากวันที่สาโรนจ์เปิดเรียนเป็นสัปดาห์ที่สองของเทอมแรก วันนั้นเขาตื่นนอนสายไปหน่อย ทำให้ไปเรียนสายเมื่อเขาไปถึงห้องเรียนเขาก็เห็นเพื่อนๆกำลังฟังคำบรรยายของอาจารย์อย่างตั้งใจ และอาจารย์คนนี้ก็เป็นอาจารย์เจ้าระเบียบค่อนข้างจะโหดกับเด็ก สาโรจน์ยกแขนขึ้นเพื่อมองนาฬิกาที่ข้อมือ ปรากฏว่าสายเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ถ้าเขาเข้าไปตอนนี้มีหวังโดนอาจารย์ทำโทษจนไม่ได้เรียนเป็นแน่ เขาจึงตัดสินใจเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนที่จะไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ขณะที่สาโรจน์กำลังทำธุระอยู่นั้นก็มีรุ่นพี่สองคนเข้ามาหาเขาทางด้านหลัง และจับเขาล็อคคอไว้แน่นจนทำให้เขาดิ้นไม่หลุด มีรุ่นพี่คนหนึ่งพูดขึ้นว่า
ไอ้น้องเพิ่งมาใหม่หรือ ถึงไม่รู้ว่าเวลาไหนควรจะเข้าห้องน้ำ
ครับพี่ผมเพิ่งเข้าปีหนึ่งเองครับ
ไอ้เดชน้องเขามาใหม่คงไม่รู้หรอกวะ
ไม่ได้โว้ย ถึงอย่างไรมันก็เรียนอยู่ที่นี่มันควรจะรู้ไว้ ยังไงมันก็ต้องทำงานให้เราก่อน เผื่อมันจะคิดไม่ซื่อกับเรา
ไอ้น้องเมื่อตะกี้เอ็งเห็นอะไรบ้างวะ
ผมไม่เห็นอะไรครับ ผมไม่รู้ว่าพี่พูดถึงอะไร
เห็นไหมเดชน้องเขาไม่รู้จริงๆ
ยังไงก็ไม่ได้
รุ่นพี่ทั้งสองคนนี้มันชื่อเดชกับวุธ เป็นนักเลงประจำวิทยาลัยมันทั้งสองคนกำลังเสพยากันอยู่ในห้องน้ำ สาโรจน์ไม่รู้ก็เลยเข้าไป จึงทำให้ไม่มันค่อยสบอารมณ์ เพราะพวกมันทั้งสองคนได้ตั้งกฎของมันขึ้นมาว่าถ้าเวลาเกิน 9.oo น. ห้ามมีใครเข้าห้องน้ำเด็ดขาด เพราะพวกมันไม่รู้ว่าเป็นอาจารย์หรือนักศึกษาทำให้มันระวังตัวไม่ถูก แต่สาโรจน์เป็นน้องใหม่เลยไม่รู้กฎนี้ ทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับพวกมันจนได้ และพวกมันทั้งสองคนก็ตกลงกันว่าจะให้เขาทำงานอย่างหนึ่งให้พวกมัน ซึ่งวันพรุ่งเวลาเที่ยงตรงเขาต้องไปพบพวกมัน ถ้าไม่อย่างนั้นพวกมันบอกว่าเจอดีแน่ สาโรจน์รับปากแล้วรีบหนีออกมา เขารู้กลัวและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เพราะสาโรจน์ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาจะทำอย่างไรดีนี่ ถึงตอนเย็นสาโรจน์ก็เดินทางกลับบ้านตามปกติ สาโรจน์ยืนรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าวิทยาลัย รถเมล์มาพอดีเขาก้าวขึ้นบันไดไป ระหว่างนั้นเขาก็เหลือบมองไปเห็นนักศึกษาเทคนิคคนหนึ่งกำลังโดนซ้อมอยู่ด้านหลังของป้ายรถเมล์ คนที่ซ้อมเด็กคนนั้นดุคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนหว่า ใช่แล้วรุ่นพี่ที่ขู่เขาเมื่อตอนสายนี่ ทันที่ที่สาโรจน์รู้ว่าเป็นรุ่นพี่สองคนนั้นทำให้เกิดความกลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็อยากจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้แม่ฟัง แต่ก็คิดว่ามันเป็นเรื่องของวัยรุ่นแม่คงช่วยอะไรไม่ได้ มีแต่จะทำให้เขาอยู่ที่นั้นได้ยากขึ้น แต่การตัดสินใจครั้งนี้มันผิดอย่างยิ่งโดยที่เด็กอย่างเขาคาดไม่ถึง ตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นสาโรจน์แต่งตัวไปเรียนตามปรกติ หลังจากที่พักกลางวันเขาก็ไปกินข้าวแล้วรีบกลับมาทำงานตามที่อาจารย์มอบหมายทันที ทำให้ลืมไปตามนัดของรุ่นพี่ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น ซึ่งตอนเย็นของวันนี้เองที่ทำให้สาโรจน์ได้รู้จักกับพี่ชัยและพี่ปอน หลังจากที่สาโรจน์เลิกเรียนก็เดินมารอรถเมล์ที่ป้ายเหมือนเดิม ขณะที่กำลังมองรถเมล์อยู่นั้น ไอ้เดชและไอ้วุธมาจากไหนก็ไม่รู้กระโดดถีบเขาจากข้างหลังจนเขากระเด็นไปชนฟุตบาท เมื่อเขาพยุงตัวเองขึ้นมาได้พวกมันก็เข้ามารุม ชกต่อยเป็นชุดใหญ่พร้อมกับพูดว่า
ไอ้ห่านี่มึงเป็นใครวะ ที่กล้าผิดนัดกับพวกกู เล่นผิดคนแล้วมึง
ผมขอโทษครับพี่ผมลืมจริงๆ
มึงลืมใช่ไหมเดี่ยวพวกกูจะฟื้นความจำให้มึงเอง
ตุ๊บ ตั๊บ ตุ๊บ ตั๊บ  ทั้งมือทั้งเท้าโถมเข้ามาในร่างของสาโรจน์ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่กำลังคอยรถเมย์ มันทั้งสองคนใส่เขาแบบไม่ยังจนทำให้เขาต้องยกมือขวางพร้อมกับคำขอร้องไปพราง ทันใดนั้นมีหนุ่มนิรนามสองคนวิ่งเข้ามาจากด้านข้างของวิทยาลัย และร้องตะโกนมาว่า
หยุดๆ พวกเอ็งทำอะไรกันวะ
ทำไมต้องทำมันอย่างนี้ด้วย เกินไปแล้วนะโว้ย
ก็ไอ้นี่มันผิดนัดกับพวกกูนี่หว่า เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับกู
วุธ ,เดช เอาเป็นว่าข้าขอโทษแทนมันก็แล้วกัน ได้ไหมวะ
คำพูดของหนุ่มนิรนามคนนี้ดูจริงจัง และขอร้องให้ปล่อยผมจริงๆ
นี่เห็นแก่พวกเอ็งนะ ไม่อย่างนั้นไอ้นี่เสร็จ
ในเมื่อเอ็งจะดูแลมัน พวกเอ็งก็บอกมันด้วยนะว่าอย่ามาซ่ากับพวกข้าอีก
เมื่อพวกมันเดินกลับไปหนุ่มนิรนามทั้งสองคนประคองสาโรจน์ขึ้นไปนั่งที่ป้ายรถเมล์ สาโรจน์ยังนึกอยู่ว่าถ้าไม่ได้สองคนนี้ช่วยไว้ เขาคงนอนฟุบคาเท้าของพวกมันไปแล้ว หนุ่มนิรนามที่มาช่วยทั้งสองคนนี้คือ พี่ชัยและพี่ปอนนั่นเอง ซึ่งทั้งสองคนนี้ดูเหมือนว่าจะรู้จักกับไอ้เดชและไอ้วุธด้วย เพราะฟังจากที่พูดเมื่อตะกี้ดูไอ้พวกนั้นมันมีความเกรงใจอยู่ เมื่อสาโรจน์อาการดีขึ้นพี่ชัยก็ถามเขาว่า
ไปทำยังวะถึงได้โดนพวกมันเล่นเอาขนาดนี้
ก็เมื่อวานนี้ผมไปเข้าห้องน้ำ พบพวกมันอยู่ในห้องน้ำ อยู่ดีๆก็เข้ามาล็อคคอผมบังคับให้ผมไปพบพวกมันตอนเที่ยงของวันนี้ แต่ผมต้องทำงานส่งอาจารย์ก็เลยลืมนัดไป เลยโดนพวกมันมารุมทำร้ายอย่างนี้แหล่ะครับ
พวกนี้ก็เป็นแบบนี้แหล่ะมันชอบหาเรื่อง น้องต้องระวังตัวให้ดี พี่ชื่อชัย และนี่พี่ปอนเรียนช่างยนต์ปี 3 มีปัญหาอะไรก็บอกพวกพี่ได้
ขอบคุณมากครับพี่ที่ช่วยผมไว้ ขอบคุณครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้เองที่ทำให้สาโรจน์ต้องรู้จักกับพี่ชัยและพี่ปอนโดยไม่ตั้งใจ แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นหนี้ชีวิตพี่สองคนนี้แล้ว พวกเขาทั้งสองได้มีส่วนทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะหลังจากวันนั้นมาสาโรจน์ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวและคบหารุ่นพี่ทั้งสองคนอยู่เสมอมา รุ่นพี่ชัยมีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งที่แต่งอย่างหรูและสวยงามยิ่งนักทำให้เขามีความคิดว่าอยากจะมีบ้างสักคัน ส่วนรุ่นพี่ปอนก็มีเหมือนกันแต่เป็นมอเตอร์ไซด์เก่าๆ คันหนึ่ง เขาจำได้ว่าเป็นยี่ห้อ ( Honda Dash ) สาโรจน์เคยขอแกลองขี่หลายครั้งแล้วแต่กลับโดนปฏิเสธ โดยแกอ้างว่าเขามือไม่ถึง สาโรจน์ยังสงสัยอยู่ว่ามอเตอร์ไซด์เก่าๆคันนี้มันมีอะไรดีที่เขาขี่ไม่ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามเริ่มแน่นแฟ้นขึ้น จนมาถึงวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนสาโรจน์เดินไปหาพี่ปอนที่ภาควิชาระหว่างทางเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอน่ารักและรูปร่างดูน่ามองทำให้เขาหลงรักเธอทันที เธอชื่อว่า ดาราย เรียนแผนกบัญชี และผู้หญิงคนนี้นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้สาโรจน์หลงผิด เพราะไม่ว่าสาโรจน์จะทำอย่างไรก็ตามดารายก็ไม่สนใจเขาเลย เธอกลับไปสนใจหนุ่มคนอื่นที่มีมอเตอร์ไซด์ เธอทำแบบนี้เท่ากับว่าเป็นการหยามหน้ากันชัดๆ ซึ่งวัยรุ่นที่กำลังเลือดร้อนอย่างเขาคงยอมไม่ได้ ท้ายสุดสาโรจน์ก็ต้องไปขอร้องให้แม่ซื้อมอเตอร์ไซด์ให้ แต่กลับโดนปฏิเสธเพราะแม่ของเขาไม่ค่อยมีเงินและอีกอย่างแม่ก็คิดว่ามันเป็นอันตรายด้วย สาโรจน์ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงหันหน้าไปปรึกษาพี่ชัยและพี่ปอนสหายของตนทันที และนี่ก็เป็นก้าวแรกที่เขาต้องเข้าสู่หนทางอบายมุข เพราะการที่เขาจะหาเงินมาให้ได้มากพอที่จะซื้อมอเตอร์ไซด์ในเวลาที่รวดเร็วและจำกัดก็มีอยู่ทางเดียวคือต้องค้ายา สาโรจน์ตัดสินใจที่จะทำงานนี้ และนั่นก็หมายถึงเขาตัดสินใจทำลายอนาคตของตนเองเช่นกันแต่ตัวเขาไม่รู้ ครั้งแรกๆที่เขาทำงานนี้เนื้อตัวของเขาสั่นเกิดอาการประหม่า หลังจากที่ทำมาเรื่อยๆเขาก็เริ่มปรับตัวได้และชำนาญในที่สุด ในส่วนของสินค้าพี่ปอนเป็นคนจัดส่งให้ เขาขายอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ก็ได้เงินมาหมื่นกว่าบาทแต่มันก็ยังไม่พอที่จะซื้อมอเตอร์ไซด์ อีกอย่างก็มีนักศึกษาบางคนที่เคยขายด้วยกันกับเขา โดนตำรวจจับไปบ้างแล้วและช่วงนี้รัฐบาลก็เข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ จึงทำให้เขากลัวและไม่อยากจะทำอีกเขาเลยไปปรึกษาพี่ชัยกับพี่ปอน
โรจน์พักนี้เอ็งไม่มาเอาของไปปล่อยเลยนะ
ตำรวจมันเยอะขึ้นนะพี่ ผมก็เลยไม่ค่อยกล้า อีกอย่างลูกค้าก็ไม่ค่อยกล้าด้วย
เอ็งไม่คิดถึงน้องดารายของเอ็งแล้วเหรอ
ไอ้คิดนะก็คิด แต่ผมกลัวนี่ครับ พี่ไม่มีหนทางอื่นที่จะหาเงินมาให้ได้มากกว่านี้หรือครับ
ก็พอมีอยู่ว่าแต่เอ็งใจถึงหรือเปล่า
หลังจากที่สาโรจน์มาปรึกษาพี่ชัยและพี่ปอนแล้ว พี่ปอนก็บอกให้สาโรจน์ไปรอแกที่ร้านเซเว่นหน้าปากซอยทางเข้าบ้านของเขาคืนนี้ เดี่ยวแกมารับแต่สาโรจน์ยังกลุ้มใจอยู่ไม่รู้ว่าจะขออนุญาตแม่อย่างไรดี เพราะถ้าบอกตรงๆแม่คงไม่ให้ไปแน่นอน ยิ่งถ้าแม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่แม่คงจะทำโทษเขาหนักแน่นอน เขาตัดสินใจที่จะกลับบ้านให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้จัดการอาบน้ำ กินข้าว และเข้านอนอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่ของเขากลับมาที่บ้านก็แปลกใจว่าทำไมเขานอนเร็วจัง
ก๊อกๆๆ โรจน์ลูกทานข้าวหรือยัง
ทานแล้วครับแม่ ผมต้องทำงานส่งอาจารย์ครับ เลยเข้ามาในห้องก่อน
แม่คิดว่าลูกไม่สบาย ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม
ครับแม่
อย่าหักโหมมากนะลูก
ครับ
นี่เป็นครั้งแรกที่สาโรจน์โกหกแม่ และนี่คือการเริ่มต้นการกระทำผิดที่ยิ่งใหญ่ของเขา เมื่อสาโรจน์หนีออกมาจากบ้านก็มารอพี่ปอนอยู่หน้าเซเว่น ไม่นานนักพี่ปอนก็มาถึงแกขี่มอเตอร์ไซด์คันเก่งของพี่ชัยมารับเขา สาโรจน์กระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนบนเบาะหลัง แล้วเอามือจับเอวของพี่ปอนไว้ พี่ปอนใช้มือบิดคันเร่งนำพาร่างของตนเองและสาโรจน์ออกไปอย่างรวดเร็ว รถของพี่ชัยมันเร็วมากเร็วจนเขาน้ำตาไหลออกมาเปรอะแก้มไปหมดเขาไม่เคยเจอบรรยากาศของการขี่มอเตอร์ไซด์ยามค่ำคืนมาก่อน มันทำให้เขาตื่นตาตื่นใจและหลงใหลมันในที่สุด พี่ปอนพาสาโรจน์ไปยังที่แห่งหนึ่งซึ่งที่แห่งนี้มีบรรดาพวกวัยรุ่นขาซิ่งเต็มไปหมด รถที่พวกวัยรุ่นเหล่านั้นใช้ขี่ก็ล้วนแล้วแต่มียี่ห้อและราคาแพงทั้งนั้นบวกกับอะไหล่ที่ใช้ตกแต่งด้วยละก็คันละเกือบแสน รถทุกคันมีคนขับเป็นผู้ชายส่วนคนที่ซ้อนท้ายก็เป็นสาวๆทั้งหมด ในค่ำคืนนี้พี่ปอนบอกสาโรจน์ว่าพี่ชัยจะลงแข่งเดิมพันด้วย พี่ปอนขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดเทียบกับรถคันเก่าของแกซึ่งพี่ชัยเป็นคนนั่งอยู่บนรถ
ชัยเป็นไงบ้างคิดว่ารถเราสู้ได้ไหม
ได้ซิวะเดี่ยวข้าจะส่อยมันเอง ไอ้โรจน์เอ็งดูไว้นะ
อย่าประมาทนะเอ็ง แม่งแต่งลูกสูบมาด้วยนะโว้ย ยังติดคาร์บูแอลเอสอีก
เมื่อพี่ชัยได้ยินสัญญาณออกสตาร์ท ผมแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเลยว่ารถคันเก่าของพี่ปอนจะแรงมากขนาดนี้ แกบิดแบบม้วนเดียวจบ ทำเอารถของคู่แข่งจ๋อยไปเลย หลังจากที่การแข่งขันจบลงมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพี่ชัยพร้อมกับเอาเงินที่อยู่ในมือให้พี่ชัยแล้วพูดว่า ดวงดีนะเอ็งคราวหลังข้าขอแก้ตัวใหม่ พี่ชัยเอาเงินที่หนุ่มคนนั้นให้เงินมานับ เงินที่พี่ชัยนับทำเอาสาโรจน์ต้องตลึงเพราะมันเป็นแบงค์พันนับได้แล้วเกือบห้าหมื่น ภาพที่สาโรจน์เห็นในคืนนั้นทำให้เขาตะลึงเพราะพี่ชัยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีในการแข่งขันก็สามารถมีเงินเป็นหมื่นๆ ขณะที่เขาเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางขายยาอยู่หลายวันกว่าจะได้เงินหมื่น เงินในมือของพี่ชัยมันเป็นแรงกระตุ้นให้เขาอยากจะแข่งรถมากยิ่งขึ้น พี่ปอนบอกว่าถ้าผมใจถึงก็แข่งได้ส่วนเรื่องรถเอาของแกไปก็ได้ และแกยังเล่าให้ผมฟังอีกว่าเมื่อคราวที่พี่เข้ามาวงการนี้ใหม่ๆ ก็เป็นแบบเขานี่แหล่ะอยากจะมีรถ มีเงิน และที่สำคัญคืออยากได้สาวๆมาควง พี่จึงตัดสินใจลงแข่งขันด้วยการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ครั้งแรกที่พี่ลงแข่งผลออกมาคือแพ้ราบคาบ เพราะประมาทและยังขาดประสบการณ์ แต่ครั้งหลังๆมาพี่ไปฝึกฝนจนขี่เก่งขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นทั้งรถ ทั้งเงิน และสาวๆก็มารุมล้อมพี่กันใหญ่ ส่วนการเดิมพันมีตั้งแต่เงินไม่กี่ร้อยบาท จนถึงหลักพัน หลักหมื่นก็มี ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใจถึงมากน้อยเพียงไหน ถ้าใครเป็นผู้ชนะก็จะเป็นขวัญใจของสาวๆและบางครั้งอาจได้สาวไปนอนด้วยฟรีๆ
พี่ปอนครับแล้วสาวๆพวกนี้มาจากไหนครับ พ่อแม่เขาไม่ว่าหรือครับ
สาวๆพวกนี้นะบางคนเป็นเด็กผู้หญิงที่มีปัญหาครอบครัว บางคนก็เป็นลูกคนจน พ่อแม่ไม่ค่อยเอาใจใสหรอก
น่าสงสารเขานะครับ
นั้นแกก็ทำให้เขามีความสุขสิ ดูพี่ชัยเป็นตัวอย่าง
ผมหันไปมองพี่ชัยปรากฏว่ามีสาวๆมารุมล้อมแกเต็มไปหมด หลังจากนั้นผมพี่ปอนและพี่ชัยได้ไปเที่ยวต่อกันทั้งคืนจนสว่าง แต่โชคดีที่พี่ปอนมาส่งผมทัน ก่อนไปเรียนจึงทำให้แม่ไม่สงสัย จากคืนนั้นมาเขาได้เข้าวงการที่ชั่วร้ายอย่างเต็มตัว จากเดิมที่เคยเป็นเด็กดีที่เคยเข้าเรียนเป็นประจำไม่เคยขาดกลับขาดเรียนบ่อยจนอาจารย์เรียกไปเตือนอยู่หลายครั้ง และถึงขั้นร้ายแรงคือเชิญผู้ปกครอง ครั้งนั้นผมกับพี่ชัยไปมีเรื่องกับเด็กคนละสถาบันเลยโดนพวกมันไล่ตี จนแทบจะเอาตัวไม่รอด ความเจ็บครั้งนี้มันฝังลึกในใจของผมและพี่ชัยต้องขอร้องให้บรรดาพี่น้องขาซิ่งที่พี่ชัยและพี่ปอนรู้จักมาช่วย เขาจำได้ว่ามันเป็นตอนบ่ายของวันศุกร์พี่ชัยพี่ปอนและเขาไปดักรอพวกที่เป็นคนไล่ตีแกหลังวิทยาลัย พอพวกมันออกมาเพื่อนของพี่ชัยก็ขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดล้อมเอาไว้ ซึ่งมอเตอร์ไซด์ทั้งหมดเกือบ50 คันเห็นจะได้จากนั้นก็มีการตลุมบอลกันเกิดขึ้นผลปรากฏว่าคนที่ไล่ตีผมกับพี่ชัยโดนพี่ชัยกระทืบเกือบตาย แต่ดีที่ไม่โดนตำรวจจับเพราะพี่ชัยได้ส่งคนไปดูต้นทางไว้ หลังจากผ่านวันนั้นมา สาโรจน์ก็ยิ่งหึกเหิมและทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่อย่างนั้นตลอด จนอาจารย์ก็ต้องเชิญผู้ปกครองมาคุยและตักเตือน จากบ้านที่เคยมีแต่ความสงบสุข ตอนนี้มันกลับรุมร้อนด้วยอารมณ์ของเขาและแม่อยู่ทุกวี่ทุกวัน แม่เตือนเขาว่าให้ตั้งใจเรียนและเลือกคบเพื่อนคนที่ไม่เกเร เขาก็ไม่ยอมฟังเพราะตอนนั้นมอเตอร์ไซด์เป็นสิ่งเดียวที่เขาอยากได้ เพื่อให้ดารายหันมาสนใจเขา
ในที่สุดการแข่งขันแม็ตแรกของสาโรจน์ก็มาถึง การเดิมพันครั้งนี้เดิมพันด้วยเงินจำนวน 10,000 บาท เป็นเงินที่เขาเก็บไว้เมื่อสมัยที่เขาขายยา เขาทุ่มเงินเต็มที่กับแม็ตแรก พี่ชัยเตือนผมว่าให้ระวังคู่ต่อสู้ให้ดี เพราะมันเป็นเด็กเก่าเคยแข่งมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าต้องชนะแน่นอน ก่อนแข่งพี่ชัยหยิบกระป๋องสีเงินภายในบรรจุยาดองของแกให้เขาดื่ม แกบอกว่าน้ำกล้าหาญดื่มหน่อยเดี่ยวจะดีเอง เขากระดกน้ำในกระป๋องดื่มเข้าไป ครู่หนึ่งน้ำกล้าหาญของแกก็ออกฤทธิ์ มันได้ผลจริงๆ เขารู้สึกร้อนและหึกเหิมที่จะกระหายชัยชนะ สาโรจน์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปขี่รถคันเก่าของพี่ปอนมาเทียบรถกับคู่เดิมพัน เพื่อเตรียมตัวออกสตาร์ท ทันทีที่เขาได้ยินเสียงสัญญาณบอกให้เริ่ม เขาใช้มือของเขาข้างหนึ่งบิดคันเร่งจนเกือบหมดและอีกข้างบีบครัซไว้แน่นจากนั้นก็ปล่อยทันที ล้อรถหมุนเกือบ 20รอบ เมื่อเขาออกตัว  สาโรจน์รู้สึกว่าตัวของเขาเบามากลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็ถึงเส้นชัยเสียแล้ว ส่วนคู่เดิมพันก็ตามมาติดๆ แต่ถึงอย่างไรชัยชนะก็เป็นของเขาไปแล้ว น้ำของพี่ชัยได้ผลจริงๆสาโรจน์พอใจมากกับการเปิดตัวครั้งแรก แต่ทำให้เขาไม่เป็นที่สบอารมณ์กับนักแข่งรุ่นเก๋าเท่าไร และเป็นที่หมายตาของนักแข่งทั้งหลาย สาโรจน์แข่งขันอยู่ในสนามแห่งนี้หลายครั้งชนะบ้างแพ้บ้างสลับกันไป แต่เขารู้สึกว่าจะชนะมากกว่าแพ้ จนในที่สุดมีขาโจ๋คนหนึ่งมาท้าดวนกับเขา
เก่งนี่หว่าไอ้น้อง
ไม่หรอกครับพี่โชคดีมากกว่า
แต่ก็ทำได้ดี ใจถึงแบบนี้พี่ชอบ ถ้าพี่อยากให้เอ็งเอาผู้หญิงของเอ็งมาเดิมพันได้ไหมวะ
ผมยังไม่มีแฟนครับพี่
พูดเป็นเล่นไป อย่าโกหกดีกว่าหรือว่าเอ็งไม่กล้า ถ้าไม่เอ็งออกไปจากวงการนี่ไป..ไป้
ระหว่างที่ผมกำลังพูดกับขาโจ๋อยู่นั้นพี่ชัยก็เดินมาหาเขาพอดี
ชัยเป็นไงบ้างเพื่อน นี่เด็กที่เอ็งพามาแข่งใช่ไหม ทำไมใจมันปอดจังวะ
ไอ้โรจน์นี่มันเป็นนักแข่งมือใหม่ยังไม่ค่อยรู้กฎนะ แล้วเอ็งไปท้าอะไรมัน
ข้าก็ท้าเรื่องหญิงวะ แต่มันไม่กล้ามันปอดแหกวะพวกเรา
เสียงหัวเราะของพวกขาโจ๋ดังขึ้น ทำให้สาโรจน์โกรธและแค้นใจยิ่งนัก มันกระตุ้นใจที่รุ่มร้อนให้เขาอยากจะชกหน้าพวกขาโจ๋ให้ได้ แต่พี่ชัยก็ห้ามเขาไว้บอกว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย วันนี้เป็นวันดีของเอ็งที่เอ็งทำได้ดี พี่จะเลี้ยงเอ็งเป็นการตอบแทน เพราะพี่ชัยแท้ๆที่ทำให้เขาอดใจได้ เมื่อพวกเขาออกจากสนามแข่ง พวกเขาทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปสู่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งทันที สถานที่แห่งนี้มีหญิงสาวขายบริการเต็มไปหมดเคลียเคล้ากับแสงไฟและแอลกอฮอล์ ค่ำคืนนั้นผมมีความสุขมากที่สุด และผมก็ไม่ได้กลับบ้าน เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อตอนเช้า หลังจากที่เขาตื่นขึ้นเขาก็ปลุกพี่ชัยให้ตื่นจากการนอนไปส่งเขาที่บ้าน แต่โชคดีที่วันนั้นเป็นวันหยุดเสาร์–อาทิตย์ แต่โชคร้ายตรงที่แม่ของเขาไม่ไปสอนหนังสือ เมื่อเขาเข้าไปในบ้านเขาก็ทะเลาะกับแม่ จนทำให้สาโรจน์กับแม่ต้องมีปากเสียงกันอย่างหนัก และสาโรจน์ตัดสินใจที่จะออกจากบ้านมา ก้าวย่างบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย และความตายที่พร้อมจะหยิบยื่นได้ทุกเมื่อ หลังจากวันนั้นมาเขาไม่ค่อยจะเข้าเรียน แต่ทุกครั้งที่มีการแข่งขันรถซิ่งจะต้องเห็นสาโรจน์ทุกครั้ง จนทำให้ชื่อของเขาติดชาร์ดกลายเป็นนักแข่งแนวหน้าคนหนึ่งในวงการแห่งนี้ ทั้งรถ ,เงิน และผู้หญิงเขาก็มีหมดแล้วตอนนี้ แต่เขายังหยุดไม่ได้เพราะทางที่เขาเลือกนั้นต้องดำเนินต่อไป ตราบใดที่ยังมีความคึกคะนองอยากรู้อยากลองในวงการแห่งนี้ สาโรจน์, พี่ชัย และพี่ปอนทั้งสามคนออกจากวิทยาลัยหมดแล้ว ในแต่ละค่ำคืนพวกเขาทั้งหมดออกท่องราตรี เที่ยวผับ เที่ยวบาร์ และที่สำคัญคือเที่ยวผู้หญิง สลับกับการแข่งมอเตอร์ไซด์ทุกๆวันศุกร์อยู่เสมอๆ
ที่สุดการเปิดตัวของผมกับน้องดารายก็มาถึง ผมขี่มอเตอร์ไซด์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ๆไปหาน้องดารายที่หน้าแผนก เพื่อจะให้เธอสนใจตามที่หวังไว้ แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะน้องดารายมีรถเก๋งคันหรูมารับเธอไปเที่ยวทุกเช้าทุกเย็น ความหวังของเขาจบลงหลังจากนั้นมา สาโรจน์พยายามพูดกับเธออีกหลายครั้งแต่ก็ต้องเสียใจทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่ชัย,พี่ปอน และเขาไปดักรอเธออยู่หน้าวิทยาลัย เมื่อเขาเห็นเธอนั่งรถเก๋งของหนุ่มคนนั้นออกมา พี่ชัยก็ออกมาขวางรถคันนั้นไว้จนทำให้หนุ่มคนนั้นและดารายต้องลงมาจากรถ เมื่อไอ้หนุ่มคนนั้นลงมาพี่ปอนก็เข้ามาล็อคคอไว้ ส่วนพี่ชัยก็บอกให้ผมไปเครียกับดาราย
น้องดาทำไมน้องไม่สนใจพี่ ทั้งๆที่พี่ก็มีมอเตอร์ไซด์แล้ว
ไม่มีใครตัดอนาคตไปสนใจคนที่เรียนไม่จบอย่างพี่หล่ะ เมื่อก่อนน้องก็ยอมรับว่าพอมีใจให้พี่อยู่บ้าง แต่ตอนนี้น้องบอกตรงๆว่าไม่มีทาง
พี่ไม่ดีตรงไหน หรือว่าไม่มีรถเก๋งอย่างมัน
หนูไม่ชอบคนไม่มีการศึกษาได้ยินไหม
เมื่อสาโรจน์ได้ฟังคำพูดของดาราย เขาถึงกับสะเทือนใจจนพูดอะไรไม่ออก ส่วนน้องดาก็เดินไปคว้ามือไอ้หนุ่มคนนั้นขึ้นรถไปทันที สาโรจน์ผิดหวังเป็นอย่างยิ่งจนทำให้เขาคิดว่าเพราะเขาเป็นแบบนี้ เขาก็ต้องเดินทางที่เหมาะสมกับตัวเขาอย่างเดียว หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่สนใจผู้หญิงคนไหนและคิดรักใครจริงจังอีกเลย แม้ว่าในบางครั้งการแข่งขันต้องเดิมพันด้วยผู้หญิง เขาก็เอาเงินไปเช่าเด็กที่ผับมาเดิมพัน เมื่อชนะเขาก็มอบผู้หญิงให้พี่ชัยและพี่ปอนไป การเดิมพันของเขาเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มีแพ้มีชนะสลับกันไป จนในที่สุดการเดิมพันครั้งสุดท้ายก็มาถึง แต่สาโรจน์ไม่รู้หรอกว่าการเดิมพันครั้งนี้มันคือชีวิตและอนาคตของเขา คู่แข่งของเขาครั้งนี้เป็นนักแข่งต่างถิ่น และใจถึงมากกว่านักแข่งคนอื่นๆที่สาโรจน์เคยแข่งมา เดิมพันก็สูงที่สุดที่เคยแข่งมา คือ มอเตอร์ไซด์ 1 คัน เงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมด้วยผู้หญิงอีกหนึ่งคน เส้นทางที่ใช้พิสูจน์ศักดิ์ศรีครั้งนี้คือถนนที่มีการจราจรหนาแน่น และเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางเพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดเลยว่ามันท้าทายขนาดไหน แต่ของรางวัลทั้งหมดมันมากพอที่จะลงแข่งครั้งนี้ สาโรจน์คิดว่ามันคุ้มค่าและน่าลองยิ่งนักสำหรับนักแข่งไฟแรงอย่างตนเอง ก่อนลงแข่งขันหนึ่งสัปดาห์ แม่ของเขามาหาที่บ้านเช่าของพี่ปอนและบอกให้เขากลับไปอยู่บ้าน แม่ได้หาที่เรียนใหม่ไว้ให้เขาแล้ว แต่สาโรจน์ไม่ยอมฟังแถมยังทะเลาะกับแม่อีกด้วย ก่อนการแข่งขันหนึ่งสัปดาห์สาโรจน์ใช้เวลาในการฝึกซ้อม และการแต่งเติมเครื่องยนต์ให้แรงขึ้น(วิธีการแต่งไม่บอก เดี่ยวน้องๆ เอาไปแต่งกัน) ตอนนี้มอเตอร์ไซด์คันโปรดของเขาก็พร้อมที่จะลงสนามแล้ว ซึ่งต่างกับเจ้าของที่มีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่อีก สาโรจน์รู้สึกไม่ดีเลยที่พูดกับแม่ของเขาอย่างนั้น เขาเริ่มมีความสำนึกขึ้นมานิดๆเลยตัดสินใจไปปรึกษาพี่ชัยกับพี่ปอนเพื่อขอกำลังใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงแข่งขัน
พี่ชัย,พี่ปอนครับ หลังจากการแข่งขันครั้งนี้เสร็จผมจะกลับไปหาแม่ครับ
เอ็งพูดอะไรวะ เห็นบอกพี่ว่าจะใจแข็งไง หรือว่าเกิดกลัวขึ้นมา
ไม่ใช่ครับ แต่ผมคิดดูแล้วว่าผมทำผิดต่อแม่มากจริงๆ ในขณะที่แม่พร้อมจะหยิบยื่นสิ่งที่ดีๆให้ผม แต่ผมกลับพูดไม่ดี และไล่แม่อีก
เอ็งไม่ต้องคิดมากหรอก ยังไงก็เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน การแข่งครั้งนี้มันสำคัญมากนะ ทั้งเอ็งและพวกพี่
ครับพี่ผมจะตั้งใจให้ดีครับ
ดีแล้วหล่ะโรจน์ เรื่องอื่นค่อยคิดกันหลังจากแข่งจบ
หลังจากการสนทนาจบลงแล้วเขาก็นั่งดื่มเหล้ากับพี่ทั้งสองคนต่อ จนเผลอหลับไปในที่สุด
และแล้ววันที่เปลี่ยนชีวิตของเขาก็มาถึง การพิสูจน์ศักดิ์ศรีครั้งนี้มีนักแข่งจากต่างถิ่นมากันมากหน้าหลายตา มีมอเตอร์ไซด์เกือบ 200 คัน มาจอดสองฝั่งของถนนเต็มไปหมด เมื่อได้เวลาที่รถบนท้องถนนเริ่มจะขาดช่วงเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี สนามแข่งที่ท้าทายมากที่สุดก็ถือกำเนิดขึ้น ท่ามกลางไฟแสงจันทร์ที่แขวนอยู่บนเสาของเกาะกลางถนน ส่องแสงสว่างออกมารับผู้ที่มาเยือนอย่างเหล่าบรรดานักซิ่งทั้งหลาย เพราะการแข่งขันครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แต่ต้องมีผู้ดูต้นทางทั้งจุดปล่อยตัว และเส้นชัยเพื่อดูแลความสะดวก เงินเดิมพันทั้งหมดมารวมอยู่ที่พี่ใหญ่ซึ่งเป็นพี่ที่มีอายุมากและไว้ใจได้ รอให้ผู้มีชัยมารับไปเท่านั้น สาโรจน์และนักแข่งต่างถิ่นขี่รถมาจอดที่จุดสตาร์ท ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันและกันเพื่อทักทายฝ่ายตรงข้าม ทันทีที่พี่ใหญ่ให้สัญญาณธงพวกเขาทั้งคู่ก็อุทิศชีวิตและจิตใจลงไปที่มอเตอร์ไซด์คันโปรดทันที ทั้งคู่นำรถคู่ใจบิดคันเร่งออกไปทันที บรื้นๆๆ………….ผลัดกันนำผลัดกันตามอยู่ช่วงเวลาหนึ่งและแล้วก็เบียดมาเสมอกัน เหลือระยะทางอีกไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้นก็จะถึงเส้นชัย ใจของสาโรจน์คิดว่าต้องชนะอย่างเดียว เขาไม่ยอมลดความเร็วลงแม้แต่น้อย ทันใดนั้นแสงไฟจากรถบรรทุกก็สาดส่องเข้าดวงตาของสาโรจน์ทันที รถของเขาพุ่งไปชนรถบรรทุกเข้าอย่างจัง ปั้ง… ร่างของเขาลอยละลิ้วไปตกอีกฝั่งหนึ่งของถนน ท่ามกลางความตกตลึงของบรรดาขาซิ่งที่มาคอยดูผู้ชนะอยู่ที่เส้นชัย นั้นก็หมายถึงพี่ชัยและพี่ปอนเช่นกัน
เมื่อสาโรจน์รู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็พบว่าร่างของตนนอนอยู่บนเตียงสีขาว ร่างกายของเขารู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างแต่ขยับเขยื้อนไม่ได้ รู้สึกได้แต่ความอุ่นจากมือของผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง
โรจน์ลูกตื่นแล้วหรือ ลูกรู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงมากแค่ไหนกลัวลูกจะไม่ตื่น
ผมเจ็บมากเลยครับแม่ ผมเป็นอะไรไปนี่
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แม่ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลเขาโทรมาบอกว่า ลูกชายประสบอุบัติเหตุ แม่แทบขาดใจลูกรู้ไหม
ผมมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับแม่
พยาบาลเขาบอกแม่ว่า มีผู้ชายสองคนขี่มอเตอร์ไซด์มาส่งลูกที่นี่
ผมสลบไปนานแค่ไหนครับแม่
ลูกหลับไปเกือบอาทิตย์แล้ว จนแม่คิดว่าลูกจะจากแม่ไปแล้ว
แม่ครับทำไมผมขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ ผมเป็นอะไรไป
ลูกไม่เป็นอะไรหรอกจ๊ะ แผลของลูกยังไม่หายลูกเลยขยับตัวไม่ได้
แม่ของเขาพูดพลางน้ำตาไหลไปพราง ทำให้สาโรจน์อดคิดสงสัยไม่ได้ เขาพยายามนึกเหตุการณ์ทั้งหมดหลังจากเห็นแสงไฟแต่ก็นึกไม่ออก ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เมื่อสาโรจน์ออกมาจากโรงพยาบาลมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านโดยมีแม่คอยดูแล
แม่ครับผมเป็นอะไรกันแน่ แม่บอกผมมาเถอะครับ
ลูกไม่ได้เป็นอะไรมาหรอกจ๊ะ ลูกแค่ขยับตัวไม่ได้สักพักก่อนแผลจะหายเท่านั้น แต่ลูกไม่ต้องคิดมากแม่จะดูแลลูกเอง
เมื่อเขาถามแม่ครั้งใดแม่ก็ตอบอย่างนี้ แล้วน้ำตาของแม่ก็ไหลทุกครั้ง จนทำให้เขาสงสัยว่า
ผมเดินไม่ได้ใช่ไหมแม่ ผมเป็นอัมพาตใช่ไหม
เขาพูดเสียงดัง พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ไม่จริงนะลูก ลูกแม่เดินได้ ลูกแม่ต้องเดินได้
บรรยากาศในตอนนั้นมันช่างน่าเศร้าจริงๆ ถึงแม้ความรักจากแม่ของเขาจะมีมากแค่ไหน ก็มิอาจทำให้ลูกชายของเธอกลับมาเดินได้อีกครั้ง คำพูดที่แม่ของเขาพูดบอกสาโรจน์นั้น เป็นเพียงความรู้สึกที่แม่อยากให้เป็นไปเท่านั้น หลังจากนั้นมาเขาคิดที่จะฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง เพราะคิดว่าเขาอยู่ไปก็เป็นภาระของแม่เท่านั้นสู้ตายเสียจะดีกว่า แต่มันก็ทำไม่ได้เพราะเขาไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นมานั่งหรือพลิกตัว ทำได้อย่างเดียวคือปล่อยสายน้ำตาให้ไหลออกมาชำระล้างคราบความเสียใจเท่านั้น จนมาถึงวันนี้วันที่เขาเลิกคิดฆ่าตัวตาย แม่ของเขาให้กำลังใจเขาและบอกกับเขาว่า แม่ขออย่างเดียวได้ไหมลูกและเป็นสิ่งเดียวที่ลูกของแม่ทำได้และมีคุณค่าสำหรับแม่มากที่สุด คือ ให้ลูกของแม่อยู่ต่อไปกับแม่เพื่อหล่อเลี้ยงดวงใจของแม่ให้คงอยู่เช่นกัน ถ้าลูกเป็นอะไรไปดวงใจดวงน้อยของแม่ก็คงจะสลายไปด้วย คำพูดเพียงสองประโยคนี้แหล่ะที่ทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้
ทางผู้เขียนขอให้ผู้อ่านทุกท่านจงคิดอยู่เสมอว่าชีวิตไม่ใช่เกมส์ที่เล่นได้หลายครั้ง เพราะฉะนั้นควรใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด และคุ้มค่ากับความรักที่พ่อแม่มอบให้

     
 
 
                                                                                     
                                                                                        ด้วยความปรารถนาดีจาก
                                                                                             เกศภุมรินทร์
                                                                                                   2 ม.ค. 50



วัน เวลา สายฝน

โดย admin Oct.09.2007 3:17:32 pm




เมื่อละอองน้ำเริ่มก่อตัวขึ้น
ความหนาวเหน็บก็เริ่มมาเยือน
ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของสิ่งที่มันพัดผ่าน
กลั่นตัวลงมาเป็นเม็ดฝน
และกระหนำกลายเป็นสายฝนในที่สุด
ทุกที่ที่ละอองน้ำมีแรงจะกระเซ็นซ่านไปถึง
ความชุ่มชื้นก็บัดดลขึ้น
จนกลายเป็นความเบิกบานที่คืบคลานทุกสรรพสิ่ง


ระส่ำ

โดย admin Dec.18.2007 4:56:33 pm


 


        กี่ระลอก  สายฝน  โถมกระหน่ำ
        ทั้งเจ็บปวด  หนาวเหน็บ  เจ็บระกำ
        กี่คืนสุข  ทุกข์ล้ำ  ฉ่ำอุรา
        ทั่วกายา  ปวดร้าว และเศร้าใจ


        โอ้พระแม่  คงคา  ดลบรรดาล
        ให้ความสุข  แผ่ซ่าน  ไปทั่วหล้า
        ผลิทั้งดอก   ออกทั้งผล  ทั่วโลกา
        มวลพฤษา  สุขล้ำ  สำราญใจ


ระเริง

โดย admin Sep.05.2007 2:29:54 pm



สายน้ำที่เยือกเย็นคอยหล่อเลี้ยงหัวใจ..

         ของคนที่ซึ่งกำลังโดดเดี่ยวและอ้างว้าง..

                   เส้นทางที่เปรียบเสมือนความตายที่หยิบยื่น…….

                            ให้ผู้พบเห็นอยากจะเดินเข้าไปค้นหา…….

                                        ถูกหลอกล่อไว้ด้วยกิเลสและตัณหา………

                                                เพื่อนักแสวงหาที่ยิ่งใหญ่และละโมบ……..

                                                         เมื่อสิ้นแสงตะวันกระบวนการทั้งหมดก็เกิดขึ้น…..

                                                                      บางครั้งแสงสว่างที่มากพออาจจะทำให้ดูชัดขึ้น…..

                                                                                  แต่สำหรับพวกเขาแล้วแสงสว่างไม่จำเป็น……


ตัวตน

โดย admin Aug.30.2007 12:34:24 pm





กาลเวลา ผันผ่าน คืบคลานไป

แต่หัวใจ ขบคิด ติดปัญหา

ชั่วเพียงเสี้ยว ของกาล ที่ผ่านมา

เกิดปัญหา มากน้อย คอยเตือนใจ


ในหนหลัง  ใกล้ฝั่ง  ริมแม่น้ำ

คิดว่าข้าม  ผ่านไป  ได้โดยง่าย

กว่าจะรู้  เผลอใจ  ไปเกือบตาย

จวบจนสาย  เกินแก้  ต้องแพ้มัน


อีกซีกหนึ่ง ของฟ้า  นภากว้าง

มีหนทาง  ให้เลือก  สุดจะหวัง

แต่ทำไม คนเรา  ไม่จริงจัง

กลับไปหวัง  สิ่งไร้  ซึ่งตัวตน


ชมดอกไม้

โดย admin Aug.26.2007 4:44:42 pm


หางนกยูง ช่อชู  ภู่ระหงส์
กลีบลำดวล  อวดองค์  รับแสงจันทร์
กลิ่นขจร  คละคลุ้ง  ทุ่งมะลิวัลย์
เถาอัญชัญ  แย้มกลีบ  อวดโฉมงาม

กลิ่นจำปี  หอมนี้  ช่างเย้ายวน
หอมอบอวน  รับลม  ลั่นทมป่า
พิกุลแก้ว  หอมนี้  ช่างมีมา
กระดังงา  ลนไฟ  ก็ไม่ทาน


ลูกพนา

โดย admin Aug.24.2007 1:00:42 pm


   



          ทันทีที่หยดน้ำฝนเม็ดสุดท้ายหล่นลงสู่พื้น ก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังก้าวลงจากบันไดบ้าน ร่างกายที่กำยำถูกบดบังด้วยเสื้อผ้า และย่ามสีน้ำตาลแดง ข้างๆตัวมีมีดพกที่ผูกติดกับเอวเอาไว้ พร้อมกับห่อข้าวอีกห่อ ใบหน้าของเขาดูผ่องใส และอิ่มเอิบไปด้วยความสุข เขาก้าวย่างลงบันไดด้วยความแน่นิ่ง และพร้อมกับเปล่งเสียงเรียกเจ้าสุนัขตัวโปรด ซึ่งกำลังกินข้าวอยู่หลังบ้าน
“ไอ้ลายๆพร้อมจะไปกันหรือยัง”
ทันทีที่เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น สุนัขตัวโต ขนสีน้ำตาลปนดำ ก็วิ่งกรูเข้ามาหาเจ้าของทันที      สีหน้าท่าทางก็ดูเหมือนว่าพร้อมจะปฏิบัติตามภารกิจที่เจ้านายมันสั่งทันที ชายหนุ่มเดินลงบันได และมุ่งหน้ามายังตุ่มที่ใส่น้ำหน้าบ้าน เขาก้มลงไปคว้าขันน้ำที่อยู่ในตุ่ม ตักน้ำขึ้นมาพอประมาณ และราดลงไปยังหินลับมีดสีน้ำตาลที่ตั้งอยู่ข้างๆ ตุ่ม หลังจากนั้นก็ดึงมีดพกอกมาถูลงไปบนหินเพื่อเพิ่มความคมให้มากยิ่งขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นไปมองดวงอาทิตย์
“นี่มันก็สายมากแล้ว เราไปกันดีกว่า”
เมื่อมีดของเขาคมดีแล้ว ชายหนุ่มกับสุนัขตัวโปรดก็ออกเดินทางทันที สถานที่ที่ชายหนุ่มเดินทางมุ่งหน้าไปเป็นป่าที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้นาๆพรรณ และมีสิ่งมีชีวิตนาๆชนิดอาศัยอยู่ ที่นี่ไม่มีรถรา ไม่มีผู้คนหนาแน่น และที่สำคัญไม่มีความวุ่นวายมารบกวนชายหนุ่มผู้นี้ จึงทำให้เขาคิดถึงและย่อมทิ้งทุกอย่างย้อนกลับมาที่นี่ ทั้งๆที่เด็กหนุ่มมีความรู้ระดับปริญญาตรี ทางด้านการเกษตรจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากเมืองกรุงก็ตาม แต่ทุกสิ่งมันเป็นอดีตสำหรับเขา ชายหนุ่มได้เรียนรู้ว่ายิ่งมนุษย์ไขว่คว้าหาสิ่งใหม่ เพื่อหวังความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีมากเท่าไหร มันกลับทำให้ธรรมชาติล้มเหลวในการคงสภาพของตัวเองให้มีความยั่งยืนและคงอยู่ตลอดไปมากเท่านั้น ความคิดแบบนี้เริ่มเข้ามาในชีวิตเขาหลังจากเรียนจบเทอมสุดท้าย มันย้ำเตือนเขาอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเขาก็ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมาหาความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ เขาตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดของเขา ซึ่งที่นี่มีญาติพี่น้องที่คอยให้ความช่วยเหลือเขาเสมอ เขาเป็นชาวเขาเผ่าละหุ่ง อยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และหมู่บ้านที่เขาอยู่คือหมู่บ้านผาแดง ที่นี่เขามีทุกสิ่งทุกย่างแม้มันจะไม่ทันสมัยเหมือนเมืองกรุงที่เขาเคยอยู่ก็ตาม แต่ที่นี่มันเป็นบ้านเกิดที่คงสภาพธรรมชาติไว้มากที่สุด ที่สำคัญเขามีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามปณิธาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามรอยพระองค์ท่าน เพราะการที่ชาวเขาอย่างเขาได้รับการศึกษาจนถึงระดับนี้ได้ ก็เพราะทุนของพระองค์ท่านที่เมตตาเขา จนเรียนจบระดับปริญญาตรี และเขาก็มีความสำนึกที่จะตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ โดยจะทำให้ผืนป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์ขึ้น และมีความยั่งยืนตลอดไป
ชายหนุ่มกับสุนัขเพื่อนยากเดินลัดเลาะออกมาจากหมู่บ้านเป็นระยะทางเกือบ 20 กิโล แต่จุดมุ่งหมายที่ทั้ง 2 ชีวิตจะไปยังไม่ถึง เขาต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 3 กิโลกว่า ถึงจะถึงจุดที่กำหนดไว้ เขาหยิบกระดาษสีน้ำตาลแผ่นใหญ่ที่พับอยู่ในย่ามออกมาดู ภายในกระดาษแผ่นนี้เขียนเส้นทางการเดินป่าไว้หลายเส้นทาง และมีเครื่องหมายเป็นวงกลมสีดำๆ กระจายอยู่ทั่วเส้นทาง ประมาณ 50 จุดเห็นจะได้ เขาพับกระดาษเก็บไว้ตามเดิม แล้วรีบออกเดินทางทันที ไม่นานนักเขาก็มาถึงยังจุดสีดำๆ ในแผนที่ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นลำธารมาก่อน แต่ตอนนี้น้ำได้แห้งไปเกือบหมดแล้ว เมื่อชายหนุ่มมาถึงเขาก็ดึงมีดพกออกมาตัดต้นไม้ และกิ่งไม้ที่ล้มอยู่ข้างๆ ทันที ส่วนเจ้าลายหมาตังเก่ง ก็คอยดึงและคาบกิ่งไม้ที่เจ้านายตัดไว้มาวางใกล้ๆลำธาร เขาใช้เวลาในการตัดกิ่งไม้อยู่ประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็ได้ไม้มากพอที่จะทำโครงสร้างเป็นฝาย เขานำไม้ทั้งหมดมามัดเข้าด้วยกัน  เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขว้างทางน้ำเอาน้ำเอาไว้ และหลังจากนั้นเขาก็ยกก้อนหินที่มีอยู่ในลำธาร และบริเวณใกล้ๆมาใส่ลงในกรอบสี่เหลี่ยม ทีละก้อนสองก้อนจนในที่สุดก็ได้เกินครึ่ง เวลาผ่านไปจนเที่ยง และตอนนี้ชายหนุ่มต้องการพลังงานมากขึ้น เพราะอาหารที่กินไปเมื่อตอนเช้า เขาได้เปลี่ยนเป็นพลังงานหมดแล้ว ชายหนุ่มตัดสิ้นใจที่จะพัก และกินอาหารที่เตรียมมา เขาแบ่งข้าวเหนียวและเนื้อย่างที่เตรียมมาใส่ใบไม้ ให้เจ้าลายส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็เป็นของเขา ทั้งสองชีวิตพักกินอาหารจนอิ่ม และหลังจากนั้นชายหนุ่มก็เผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบบ่ายโมงแล้ว เขารีบลงมือทำงานต่อ ไม่นานนักก้อนหินที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณแถวนั้น ก็มารวมอยู่ที่ฝายที่ชายหนุ่มได้ทำเอาไว้ บัดนี้ภาระกิจประจำวันของเขาก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้เวลาที่ชายหนุ่มกับเจ้าลายต้องเดินทางกลับบ้านของเขาแล้ว เขาได้ออกทำฝายในป่าแห่งนี้มาเกือบ 2 เดือนแล้ว และเขาต้องทำให้ได้ตามจำนวนที่ได้ตั้งใจไว้ก่อนฝนใหญ่จะมา เพราะผืนป่าจะได้มีน้ำใช้ และเขาก็ตั้งใจทำฝายทั้งหมดนี้ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 60 พรรษา ยิ่งวันเวลาผ่านไปมากเท่าไหร ความรู้สึกผูกพันกับผืนป่าแห่งนี้ก็มีมากขึ้น ต้นไม้ทุกต้น ก้อนหินทุกก้อน สัตว์ป่าทุกชนิด และแผ่นดินที่รองรับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ ล้วนเตือนจิตให้เขาต้องปรับความคิดใหม่ ที่จะกระทำการใดๆ ต้องให้มีผลกระทบต่อพวกเขาเหล่านี้ให้น้อยที่สุด การเกษตรที่เขาได้เรียนมามันสามารถจะทำให้เพิ่มผลผลิตได้จริง และสามารถพัฒนาการเกษตรให้สูงขึ้น แต่เขาก็ยังสงสัยกับคำที่เรียกว่า “การพัฒนา” แท้จริงแล้วเป็นคำที่ธรรมชาติต้องการ หรือคำเห็นแก่ตัวของมนุษย์กันแน่ เขาเดินคิดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นหลั่งคาบ้านอยู่รำไร วันนี้เขากลับเร็วกว่าทุกวัน ปกติจะกลับถึงบ้านก็มืดพอดี ตอนนี้แม่ของเขาไม่อยู่บ้าน เพราะไปเยี่ยมญาติที่อยู่อีกดอย และแม่ก็ออกไปหลายวันแล้ว เขาเดินขึ้นบ้านเพื่อเอาของไปเก็บ และลงมาดูสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้หลังบ้าน เขาปลูกมันไว้นานแล้วตั้งแต่ก่อนไปเรียน แต่เมื่อเขาไม่อยู่ก็ไม่มีใครดูแล มีเพียงแม่ที่ช่วยถางหญ้าให้นานๆครั้ง เพราะแกก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ที่สวนนี้มีสมุนไพรเกือบร้อยชนิดเห็นจะได้ เขาใช้เวลาในการรวบรวมอบยู่ไม่น้อย เพราะบางชนิดนั้นหายาก และบางชนิดก็มีน้อยต้องรอให้แตกกอก่อนที่จะไปคัดแยกมา แม่ของเขาได้ใช้สมุนไพรในสวนแห่งนี้ต้มกินเวลาไม่สบาย โดยไม่ต้องออกไปหาหมอยังตัวเมืองที่ระยะทางแสนจะไกล เขาเดินดูสวนอยู่ไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมืด และต้องเดินขึ้นบ้านไป
เช้าตรู่ของอีกวัน เขาตื่นนอนตั้งแต่เช้า และอุ่นข้าวเหนียวที่แม่นึ่งทิ้งไว้เพื่อจะเตรียมเป็นเสบียงในการทำงานของวันนี้ ส่วนเจ้าลายวันนี้มันตื่นเช้าเหมือนกัน แต่ดูมันจะไม่ค่อยสบาย เขาจัดเสบียงเสร็จก็รีบลงมาดูมัน เขาไม่อยากให้มันไปเลย แต่ถ้าทิ้งมันไว้ก็ไม่มีใครดูแลเลยต้องเอามันไปด้วย ชายหนุ่มรีบออกเดินทางโดยเร็ว และตั้งใจจะทำฝายให้เสร็จเร็วที่สุดเพราะสงสารเจ้าลายมัน แต่การเดินทางก็ไม่เป็นดั่งที่คิด เพราะเจ้าลายมันทรุดหนักกว่าที่เขาคิด เจ้าลายเดินไปไม่นานก็เริ่มโซเซ และสำลักอยู่บ่อย จนทำให้เขาต้องรีบพามันกลับบ้านทันที เขาอุ่มมันกลับมาบ้านในสภาพที่อ่อนแรง และจัดเตรียมสมุนไพรที่สวนหลังบ้านต้มให้มันกินทันที เขาให้มันพักผ่อน แต่ช่วงนี้อากาศหนาวเขาจึงต้องก่อกองไฟ ให้มันพิงกันหนาวด้วย ถึงเจ้าลายมันจะเป็นหมาแต่มันก็ต้องเจ็บต้องป่วยเหมือนกัน ไม่มีใครอยู่เหนือธรรมชาติได้ ยิ่งทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนไปมากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้สิ่งมีชีวิตเดือนร้อนมากเท่านั้นรวมถึงมนุษย์ด้วย เขาอดที่จะคิดไม่ได้ว่า เจ้าลายมาป่วยแบบนี้เขาก็ต้องสร้างฝายให้เสร็จช้าลง ระยะเวลาก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว แต่คงอีกไม่นานมันคงหายดี เช้าของอีกวันเจ้าลายมันดีขึ้นจริงๆ คงเป็นเพราะสมุนไพรเป็นแน่ ที่ทำให้มันดีขึ้น แต่ถึงอย่างไรมันก็ยังไม่แข็งแรงดี รอมันพักรักษาตัวอีกวันค่อยออกไปก็แล้วกัน วันที่สามเจ้าลายมันแข็งแรงขึ้น และวิ่งเล่นมากขึ้น เขาเอาอาหารมาให้มันก็กิน มันกินได้เยอะกว่าทุกวัน บัดนี้เจ้ลายมันแข็งแรงขึ้น และได้เวลาที่เขาจะทำความตั้งใจให้สมหวัง เขาออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังลำธาร และร่องน้ำที่เหลือโดยเร็ว แต่โชคไม่ดีที่ปีนี้ฝนใหญ่มาเร็วกว่าทุกปี หลังจากที่เขาลงมือทำงานได้เกือบครึ่ง สายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาราวกับกับฟ้ารั่วก็ไม่ปาน จนทำให้ชายหนุ่มและเจ้าลายต้องวิ่งหาที่หลบฝนกันยกใหญ่ เขาเห็นถ้ำใกล้ๆลำธาร จึงวิ่งไปหลบฝนในถ้ำ  ห้าวันก่อนฝนก็ตกแต่มันไม่หนัก เขาคิดว่ามันใกล้เวลาที่ฝนใหญ่จะมาแล้ว แต่ไม่นึกว่ามันจะมาเร็วเช่นนี้ ทั้งๆที่ฝายก็เหลืออีก 2 ที่ ก็จะเสร็จแล้ว เขาหลบฝนอยู่ในถ้ำนานเกือบครึ่งชั่งโมง แต่ไม่มีทีท่าว่าฝนจะหยุดเลย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจออกไปทำงานท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก ส่วนเจ้าลายก็วิ่งตามเจ้านายไปติดๆ เขายกก้อนหินขึ้นมาวางทับกัน จนเกือบเต็มโครงร่างฝายที่ทำไว้ แต่ทันใดนั้น ก้อนหินที่เขาเหยียบอยู่ก็ผลิกจนทำให้เขาล้มลง และโชคไม่ดีที่หัวของเขาฟาดก้อนหินที่วางซ้อนกันบนฝายอย่างจัง ชายหนุ่มสลบไม่รู้สึกตัว ท่ามกลางสายฝนที่หลั่งรดลงมาอย่างแรง เจ้าลายได้แต่สงเสียงเห่า และวิ่งไปกัดเสื้อเจ้านายดึงเพื่อจะทำให้เจ้านายฟื้นขึ้น แต่ก็หาเป็นผลไม ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะฟืนเลย ยิ่งนานขึ้นน้ำในลำธารก็เพิ่มขึ้นเพราะฝายที่เขาทำกันน้ำไว้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือเขาล้มลงหน้าฝาย เจ้าลายวิ่งออกจากสถานที่นั้นทันที มันจะทิ้งเจ้าของแล้วหรือนี่ หรือมันกำลังจะไปไหนไม่มีใครรู้ แต่ไม่นานมันก็กลับมาพร้อมกับผู้ชายอีกคน โชคดีของชายหนุ่มแท้ๆ ที่เจ้าลายมันไปตามคนมาช่วยทัน และหลังจากชายคนนั้นมาถึงเขาก็ยกร่างของชายหนุ่มขึ้นแบกไปยังถ้ำที่อยู่ใกล้ๆทันที
“ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เมื่อตะกี้ข้าจำได้ว่าข้ายกก้อนหินอยู่ดีๆ ก็เกิดหกล้มไป และหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัว”
“ข้าพาเจ้ามาเองแหล่ะ”
“แล้วเจ้าเป็นใคร มาที่นี่ได้อย่างไร”
“ข้าเป็นชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านทางฟากโน้น ข้าออกมาหาของป่าเมื่อตะกี้ตอนที่ข้ารีบวิ่งมาหลบฝนที่ถ้ำแห่งนี้ ข้าก็เจอกับสุนัขตัวหนึ่ง มันวิ่งกรูเข้ามาหาข้า ตอนแรกข้าตกใจกลัวว่ามันจะมากัดข้า เลยไล่มันแต่มันก็ไม่ยอมไป และเข้ามากัดดึงขากางเกงข้า พยายามดึงไปยังลำธาร ข้าเลยเหลือบมองไปเห็นเจ้านอนสลบอยู่นี่แหล่ะ ก็เลยช่วยเจ้ามาที่ถ้ำแห่งนี้”
“ข้าต้องขอบใจเจ้ามากๆ ถ้าไม่ได้เจ้าข้าคงแย่ เอ่อสุนัขตัวนั้นมันชื่อเจ้าลาย เป็นสุนัขของข้าเอง”
“เจ้าโชคดีจริงๆที่มีสุนัข ที่รักเจ้าของแบบนี้”
หลังจากที่ชายหนุ่มฟื้นขึ้น เขาก็ได้นั่งสนทนาและขอบอกขอบใจชายคนนั้น เมื่อทั้งสองได้คุยกันถึงที่มาที่ไปและสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ตัดสินใจช่วยสร้างฝายจนเสร็จ ชายหนุ่มคิดถึงเหตการณ์ที่เกิดขึ้น มันทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่ได้เจ้าลายเขาคงจมน้ำตามไปแล้ว  นี่แหล่ะหนามนุษย์อย่างเราใช่ว่าจะอยู่ได้ด้วยตัวเองในธรรมชาติ เราก็ล้วนต้องพึงพาอาศัยธรรมชาติกันทั้งสิ้น แต่ทำไมมนุษย์เราถึงได้เห็นแก่ตัวกันเช่นนี้ ฝายที่เขาตั้งใจสร้างทั้งหมด บัดนี้มันเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาได้ใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดสร้างมันเพื่อถวายแก่พระองค์ท่าน และที่สำคัญคือ เริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นในป่า เพราะต่อไปเขาจะต้องพึ่งพาสรรพสิ่งเหล่านี้ ในการดำรงชีวิตอยู่ เมื่อฝนใหญ่ผ่านพ้นความชุ่มชื้นก็มาเยือน ฝายที่ชายหนุ่มได้สร้างไว้มันได้ผลจริงๆ สามารถเก็บกักน้ำให้ล้นท่วมบริเวณป่าโดยรอบ ทำให้ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างชูกิ่งก้านรับกับความชุ่มชื้นนั้น ชายหนุ่มได้ใช้ชีวิตอยู่ยังบ้านเกิดแห่งนี้ด้วยความพอเพียง ไม่คิดถึงเงินทอง ลาภยศ หรือความสะดวกสบายใดๆ ที่บัณฑิตหนุ่มอย่างเขามีกำลังที่จะไขว่คว้ามัน เขามีความอิ่มเอิบใจและมีความสุขกับการเป็นอยู่เช่นนี้


                                                 เรื่องโดย เกศภุมรินทร์  


บ่อมีจาง

โดย admin Sep.05.2007 2:32:24 pm






กลิ่น..ยังมิจางจากความรู้สึก
รส…ยังคละคลุ้งเต็มสองแก้ม
เสียง..ยังรำพันอยู่ใกล้หู
รูป…ยังคงอยู่ชั่วไปตลอดกาล


ฉันและเขา

โดย admin Aug.24.2007 12:39:32 pm





ก้าวย่าง ทางเดิน และความหวัง
กำลังใจ โอบอ้อม คนใกล้ตัว
มิตรภาพ แสนหวาน เนิ่นนานคงทน
ห่างฉันทำ ให้เธอ ต้องลำบาก
ฉันก็พร้อม จะก้าว ลงจากที่นั้น
แต่ถ้าฉัน คือกำลังใจ เธอจงสู่ต่อไป
อย่าได้ท้อ และถอย เวลาล้า
 




¤ อ่านทั้งหมด    ¤ อ่านความคิดเห็น    ¤ แสดงความคิดเห็น





มีทั้งหมด 13 หัวข้อ ในบล็อกนี้
เกศภุมรินทร์ โดย เกศภุมรินทร์ http://www.baanjomyut.com/blog/getpummarin