จอมยุทธ
รักคนที่รักเราจะได้บำเหน็จใด
ที่ควรหลงใหลคือคมมีดจากศัตรู
หรือช่อดอกไม้กับคำหวานๆ
น้ำผึ้งจากปลายหนาม
ถามหาความรักอมตะ
เชิญท่านทั้งหลายมาลิ้มรส
เพื่อที่จะปวดร้าวอย่างเป็นสุข
ชั่วนิรันดร์
ซุนปิน
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์
เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน
และจินตนาการ
เพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่
รังไม้
คนเขลาอย่างข้าพเจ้า
เห็นดอกหญ้าดอกไม้ ใบหญ้าใบไม้
ร่ายรำอย่างรื่นเริง
สายลมหลังหมาดฝนชื่นหอม
เฝ้ามองชายคาระเบียงสั่งสมหยดน้ำร่วงลงสู่
กระถางกล้วยไม้กระจายกระเด็น
เป็นจังหวะเปาะแปะ
ซุ้มสวนไม้ดอกขนาดเล็กๆ
แต่เสมือนยิ่งใหญ่ในดวงตา
อาจแค่เสี้ยวมุมนิดน้อยที่ใครๆเมินค่า
สำหรับข้าพเจ้าแล้วยังคงมีเหลือความงาม
ที่พยายามแต้มแต่งซุ้มสวนเล็กๆต่อไปตราบที่ยังหวังและฝัน
แม้น้อยนิดแต่ก็คือเสี้ยวส่วนขององค์ประกอบ
ให้โลกได้งดงาม
ใบไม้
การได้พบกันของคนสองคนไม่ใช่ความบังเอิญ
หากเป็นเรื่องของโชคชะตา
เราไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมเราจะต้องผูกพันกับใครบางคนเสียนักหนา
ทั้งที่ใครคนนั้นดูเหมือนจะผ่านเข้าในชีวิตเรา
เพียงเพื่อจะจากไปเท่านั้น
เตียวเซี่ยน
มันอาจจะโง่เขลา
ที่จบเรื่องของเราแบบนี้
แต่เชื่อฉันเถอะคนดี
ฝืนต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เราคงเจ็บกันไม่นาน
แล้วสักวันจะผ่านมันไปได้
เก็บความรู้สึกดี -
ดีที่เราเคยมีเอาไว้
หล่อเลี้ยงหัวใจ
ไม่ให้อ่อนแอ
กระท่อมริมธาร
หลายคน..หลากหลายความต่าง
แต่ความต่างใช่ว่าจะเป็นอุปสรรค
ความรัก แลมิตรภาพ
อาจยั่งยืนมากกว่า
นคราหยกขาว
จะร่ำร้องเพื่ออะไร
ในเมื่อท่านไม่สนใจหนามเล็ก
แต่สนใจเฉพาะท่อนไม้เท่านั้น
ลืมไปเสียแล้วว่า หนามเล็กๆ
มันก็ยังเป็นหนาม
ที่สำคัญเมื่อถูกมันตำเข้าไป
โลหิตก็หลั่งไหลได้
บ้านหมื่นกรอบ
คนเห็นแก่ได้..ยังพอคบได้..
เพราะเขาน่าที่จะพยายามหาหรือไขว่คว้า
บางอย่างมาทดแทนในสิ่งที่เขาขาดไป
คนเห็นแก่ตัว... ก็ยังพอคบได้นะ..
ก็เขาอาจไม่มีใครหยิบยื่นอะไรๆให้เขา
แต่...คนเนรคุณ..
หาเหตุผลที่จะคบด้วย
หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ยามี่จัง
ในหลุมที่ดำมืดและลึกล้ำกว่าเหวในจินตนาการของฉัน
สามารถพาฉันท่องไปได้ทั้งอดีต
ปัจจุบัน อนาคต
แม้กระทั่งโลกวิญญาณที่อาจดุร้าย
น่ากลัว
เต็มไปด้วยความหดหู่เศร้าหมอง
แต่ฉันก็พร้อมที่จะก้าวย่างเข้าไป
ขุนพลน้อย
อย่าทำในสิ่งที่ไม่มีสิทธิ์
อย่าคิดในสิ่งที่ไม่มีค่า
อย่ารอในสิ่งที่ไม่มีมา
อย่าไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่มีจริง
วรยุทธทั่วหล้า
ฤาจะสู้พลังแห่งปัญญา
หมาไล่เงา
ณ.ที่แห่งนี้
เป็นที่..จองจำ..
ในบางเรื่องราว..จาก.มุมหนึ่งของ..สายน้ำ..
เก็บเกี่ยวคำบอกเล่า..จาก..หินทุกก้อน..ปลดปล่อยโซ่ตรวน..ของ..จินตนาการ..
ให้ออกมา..สัมผัสมือ.กับ.ความทรงจำ..ก่อนที่มัน.จะ.ลาลับ.แล้ว.
เลือนหายไป.
พร้อมกับ
สายลม
นาตาลานนท์
ธารฟ้ามีดาราเรียงรายร้อยเป็นเรื่องราว
สู่สายตาของชาวดินถิ่นกันดาร
ธารฝันมี-สิ่งหวังตั้งใจให้ไปถึง
ชาวดินอย่างข้ามีสิ่งหวังในสายธารแห่งความฝัน
หญ้าเจ้าชู้
อาจจะไม่รู้ประสา
แต่ผมรู้ว่าความจริง.มันไม่เคยโกหกใคร
ผมเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาคนนึง
เป็นคนหนึ่งคนที่มีความผัน
แต่ความผัน ของผมนั้น
ผมเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของปาฏิหาร
และผมรู้สึกว่าเรื่องของผมหลายๆเรื่องที่เกิด
ขึ้นและมันเหมือนจะเป็น
สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับผมหลายๆอย่างและเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่
ผมเชื่อและมันอยู่กับการดำเนินชีวิตของผมตลอดมา
เทวาอสูร
สายลมคอยโบกรอบตัวเรา
พัดพาบางอย่างเข้ามาแล้วจากไป
เวลาเช่นกันรวดเร็วยิ่งนัก
กระพริบตาก็เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึก
วูบเดียวก็เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
ใบไม้ในสายลม
ใบไม้พัดปลิวพลิ้วไสว
โบกพัดไปยังดินแดน ถิ่นแสนไกล
ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่สนใจในการขีดเขียนความรู้สึก
เรื่องต่างๆ
ผ่านตัวอักษรเพื่อบอกเรื่องราวที่กลั่นกรองมาจากอารมณ์ความรู้สึก
และหัวใจ
งานเขียนเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิต
และใบไม้ในสายลม
ยังชื่นชอบฤดูหนาวเป็นที่สุด
เพราะสายลมหนาวได้พัดพาสิ่งหนึ่งเข้ามานั่นคือแรงบันดาลใจ
ที่มาพร้อมกับสายลมเสมอ
บุรุษอิสระ
คนเรานี้จะมีความสุขอย่างแท้จริง
ก็ต้องดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง
คือจะต้องปฏิบัติถูกต้องต่อชีวิตของตนเอง
ทั้งทางสังคม ทางธรรมชาติ
และทางวัตถุโดยทั่วไป
รวมทั้งเทคโนโลยี
คนที่รู้จักดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง
ย่อมมีชีวิตที่ดีงาม
และมีความสุขที่แท้จริง
ซึ่งหมายถึง การมีความสุข
ที่เอื้อต่อการเกิดมีความสุขของผู้อื่นด้วย
สนเดียวดาย
หากว่าเราต้องการจะบรรลุความเปรมปิติแห่งชีวิต
สิ่งแรกที่เราต้องสำนึกก็คือว่า
มนุษย์นั้นสามารถมีอำนาจและควบคุมชะตาชีวิตของตนได้
เราสามารถใช้ชีวิตที่สมบูรณ์
ก็เมื่อเราสามารถแผ่ขยายความสำนึก
อำนาจนี้มิจำเป็นจะต้องเป็นอำนาจเหนือมนุษย์คนอื่น
ๆ แต่เป็นอำนาจเหนือตัวเราเอง
|
|
นวลีย์
งานเขียนเป็นงานของพระเจ้า
งานที่เรามีอาณาจักรของเราเอง
มีพื้นนาหน้ากระดานให้เราปลูกพืชพันธุ์
ให้ออกผลเป็นอาหาร
ดอกส่งกลิ่นหอม
หรือแม้แต่พืชที่ใช้กลั่นเป็นยาเสพติด
ปริศนาหมายเลข
5
ชีวิตเราเกิดมามีคำถามมากมาย
ที่เราอยากหาคำตอบ
และต้องสั่งสมประสบการณ์และความรู้
เพื่อที่จะหาคำตอบนั้น
แต่จะมีซักกี่คำถามที่เราสามารถตอบได้
อย่างกระจ่างและรู้จริง
ปุถุชน
ฟาดฟันพันกระบี่ เสี่ยงชีวี
หว่างมรรคา หลั่งเลือด
หลั่งน้ำตา ใครกันหนา ผู้ปราชัย
เซียนกระบี่
ค่ำคืนนี้เริงร่าหรรษา
สนุกสนานสมปารถนาทุกเรื่องราว
แต่กระทั่งวันพรุ่งนี้
จะอยู่ที่ใดก็ยังไม่ทราบ
กระทั่งค่ำคืนนี้
จะเมามายในที่ใดยังไม่ทราบ
นาวา
หากเรือเจ้ารู้จักเหน็ดเหนื่อย
สายน้ำเล่า
เรือน้อยใหญ่สามารถเลือกเส้นทางเดิน
ร่องน้ำ
ทว่าสายน้ำ
มิเคยได้เลือกเรือลอยลำ
เสือขาว
พุทธะนั้นมิได้บรรลุอะไรเพราะพุทธะนั้น
มีอยู่แล้วในตัวของทุกคนแต่คนเหล่านั้นมองไม่เห็นเองต่างหาก
เปรียบเสมือนดวงตาที่สามารถมองเห็นทุกอย่างบนโลกได้แต่มิอาจมองเห็นดวงตาของมันเอง
ดังนั้น
จึงไม่อาจเรียกว่าบรรลุได้
เฒ่าทะเลสาป
สรรพสิ่งทั้งหลาย มีทั้ง ทุกข์
สุข ชัง ชอบ เฉยๆ
คละเคล้าลงไปบนทางเดินของชีวิต
ซึ่ง ไม่สามารถ รู้ได้แน่ว่า
เมื่อใด ภาวะแห่งธรรมชาติ
จะมาพร้อมรับ เราคืนกลับสามัญ
ธรรมดา หลังจากชีวิต
ย่างเข้าสู่วัยกลางคน
มุมมองชีวิต เริ่มผันแปล
เริ่มเห็นความเป็นไปแห่งภาวะ
ธรรมดาสามัญ อนิจจัง ทุกขัง
อนัตตา
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนดังพุทธองค์ท่าน
ตรัสสอนสรรพสัตว์ เมื่อ 2550
ปีล่วงมา
ปีศาจน้อยจอมซน
ากต้องมีใครสักคนมาเคียงข้าง
เขาเล่าว่าต้องมีอะไรหลายๆอย่างจริงใช่ไหม
ได้ยินว่าต้องเป็นความห่วงหา
ห่วงใย
เป็นความยิ่งใหญ่ของสองหัวใจที่ผูกพัน
เหมือนมีข้อแม้ตั้งมากมาย
แต่เธอรู้มั๊ยสำหรับฉัน
ไม่เคยมีสิ่งใดจะสำคัญ
เท่ากับการที่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ทุกๆวันเพื่อะใคร
สองเงา
เมื่อใบหน้าของฉันยิ้ม
เงาของฉันอาจกำลังร้องไห้
เมื่อใบหน้าของฉันดุร้าย
เงาของฉันอาจกำลังกลั้นหัวเราะ
เมื่อใบหน้าของฉันโศกเศร้า
เงาของฉันอาจกำลังแลบลิ้นปลิ้นตา
โอ้ว่า มนุษย์ นี้หนอ ตื้นลึก
บางหนา
ยากเกินทัศนาถึงก้นบึ้งของหัวใจ
จิตดี
มาเถิด มาเลือกรับรู้
เลือกทำ
เลือกสร้างสรรค์สิ่งดีงาม
มาปรับจิตของเราให้สงบ สะอาด
สว่าง กันวันละนิด
.
อะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน
ให้รับรู้ด้วยหัวใจที่ดีงาม
แมงปอ
ไม่ว่าบ้านจะใหญ่โตสักเพียงไหน
หรือ
แม้จะเล็กเป็นแค่เพียงกระท่อมมุงหลังคาจาก
แต่สิ่งที่ทุกบ้านมีก็คือ
ที่รับแขก
ที่รับแขกแห่งนี้มีทั้งน้ำใจ
และมิตรไมตรีที่หยิบยื่นให้เสมอ
มังกรน้อย
ข้าจะต่อสู้เมื่อมันจำเป็น
เที่ยวเล่นสนุกสนานเมื่อมีโอกาส
เศร้าโศกเมื่อข้าเป็นทุกข์
และตายเมื่อเวลาของข้ามาถึง
แต่ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดบังคับข้าให้ทำในสิ่งที่ข้าไม่ต้องการ
เขาแสนดาว
ณ.มุมหนึ่ง.ตรงที่ว่าง.ใต้.ชายคาของดวงดาว..เสียงพร่ำบ่นของเงาไม้..เสียงร่ำไห้จากสายธาร..และ..
สรรพสิ่ง.ที่ส่งเสียงกรีดร้องก้องกังวาล..คล้ายจะบ่งบอกให้ได้รับรู้ถึงความเป็นไป
ขอจองจำ.จดจารจารึก..และ.บันทึกเหตุแห่ง.
จินตนาการ
.พร้อมกับ.การขานขับลำนำ.ของสายลม
.ลงในหุบผาหน้าเถื่อนถ้ำ..ณ.ยอดเขาแสนดาว
แล้ว.รอคอยการขยับก้าวเข้าใกล้.ของกาลเวลา..ที่จะมา.ล้างลบ.กลบฝังให้เลือนหายไป..จาก
ความ
.ทรงจำ
เกศภุมรินทร์
ความรู้สึกของอารมณ์นั้นโลดแล่นไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางคืนวันที่แสนเจ็บปวดและทรมาน
จะมีสักกี่คนที่สมหวังกับสิ่งที่ตนเองชอบ
ความรู้สึกย่อมแสดงออกมาทางสีหน้าท่าทาง
แต่มิอาจแสดงออกมาทางความคิดได้เลย
สิ่งนี้จะเก็บอยู่ในตัวเราตลอดไป
เงาลม
จงปล่อยให้ห้วงสาครนิ่งสงบ
ท่านจะได้เห็นหมู่ดาริกาและจันทร์ส่อง
ที่ฉายสะท้อนสู่ภายในของชีวิต
เมื่อน้ำนิ่งดวงดาวและดวงจันทร์จึงปรากฏ
เมื่อจิตนิ่งเงา จึงถูกเห็น
ดอกชบา-คนตาบอด
อิสระเสรี กล้าเผชิญสิ่งดี
และสิ่งร้าย ดั่งที่ว่าไว้
ทุกข์สุขทั้งหลาย
ก็คล้ายปากแก้วและก้นแก้ว
หยิบแล้วมันก็ต้องมาด้วยกัน
ดังนั้นใยชีวิตต้องกลัวที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
เพราะมนุษย์
แท้จริงก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของโลกเช่นกัน
ก้าวไปทุกที่ด้วยจิตดี
ย่อมมีสิ่งดีรออยู่เสมอ
สานฝัน
เราเคยได้ยินใครหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า
ภาพหรือสิ่งบางสิ่งที่เราเห็น
อาจไม่เป็นดั่งที่เราคิด
คนที่เราคิดว่าดี แต่จริงๆ
กลับไม่ใช่
ส่วนคนที่เราคิดว่าไม่ดี
แต่แท้จริงแล้วกลับให้อะไรดีๆ
กับเรา
นี่แหละหนอ
มนุษย์
กวี วิถี กระบี่
สันโดษ
กระบี่คำราม ผู้คนโหยหวน
เห็นมันยืนเดียวดายผู้เดียว
แต่กลับล้อมรอบด้วยศพนับสิบ
มือกระบี่
ไม่ทราบนาม
กำลังกุมกระบี่นาม
สันโดษ.
ผู้คนล้วนตระหนกเมื่อได้ยินนามกระบี่
แต่ไม่ตระหนกเท่า กระบี่
สันโดษ
มันกลับมาแล้ว!!!
กระบี่ไร้รัก
ไร้รักจึ่งมาร่ายกวี
ระบายรักที่มีสู่อักษร
ความรักไม่แน่นอน
ได้เอามาสอนเป็นบทเรียน
องค์ชายเดียวดาย
เพียงยอดภูสูง
บนนั้นปลื้มปิติเป็นสุขอย่างยิ่งนำตาเอ่อไหลคลอเบ้า
สองมือชูเหยียดเหน์อหัวอ้าปากตะ
โกนก้อง
หลงไหลเคลิ้บเคลิ้มว่ามันอยู่สูงสุดในวิมานเพียงผู้เดียว
เพราะเพียงแค่
ไอเมฆหมอกลอยพัดผ่านร่างมัน
.
|