นาวา

…ชีวิตคือคืนวันอันผ่านพ้น…




ลิงก์น่าสนใจ



ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร


ประกวดนวนิยาย
“ทมยันตี อะวอร์ด ครั้งที่ 2” ชิงรางวัลเกียรติยศมูลค่ากว่า 360,000 บาท



ท้องฟ้า

โดย นาวา Mar.12.2008 12:49:50 pm



ภาพโดย : ซาบู

จริงรึ…….?
ที่ว่าท้องฟ้าใส
หรือกลบเกลื่อนสิ่งใดไว้
ไหน-ดวงดาวพราวพร่าง

ฟ้ามืด………
กลับเห็นดาวสุกสว่าง
ความมืดหาได้ปกปิดอำพราง!??
แต่เปิดเผยเส้นทางแห่งฟ้า

เราเล่า…….?
ใช่สามารถเลือกเป็นไป-เป็นมา
เลือกอยู่ในด้านดีกว่า
หรือยินดีปรีดาความมืด-ก็มิต่าง

ท้องฟ้า………..
ยังเป็นห้วงแห่งมืด-สว่าง
แม้น”เงางำ”สามารถ”เปิดเผย”แนวทาง
แต่ท้องฟ้าก็ยังมิกว้างเกินใจ


ขุนเขา ขอบฟ้า และต้นไม้

โดย นาวา Dec.18.2007 12:53:44 pm



(ภาพโดย : ซาบู)

ขอบฟ้า…….
หลบอยู่หลังแมกไม้นั่น
หรือว่าเพียงเพราะมัน
อยู่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

ไหน………?
ดวงตะวันอันแหว่งวิ่น
ส่องพียงแสงมิให้ได้ยลยิน
ให้ชีวินก็พอแล้ว ??!

ต้นไม้…….
เกิดจากแสงอันเพริศแพร้ว
เป็นลำต้น กิ่ง ใบ พราวแพรว
ตายแล้ว?-ดูแห้งกรัง

เขาสูง……..
ลมก็โชยพัด-พลั้ง
โค่นลำลายไม้หักพัง
แต่ก็ยังเหลือราก ตอ….ฯ


เวทนา

โดย นาวา Nov.22.2007 4:23:50 pm




บาดแผลนั้นลึกล้ำ
ภายนอกดูเหมือนปวดแปลบ
แต่ในใจนั้นเหน็บหนาว
แม้แสงแดดแผดกล้า
ภายในยังสั่นสะท้าน

โถ……..
ความเจ็บปวดมิได้อยู่ที่ผิวสัมผัสรู้
แต่เป็นใจจินตนาการ.





เพลงแห่งนาวา : ฝั่ง

โดย นาวา Aug.27.2007 12:27:50 pm




ดวงดาว…….ก็สุกสกาวพร่างพราวราวฟ้า
ดวงตา……สุกใสยิ่งกว่าดาราดวงใด
เวิ้งฟ้า…….กว้างใหญ่เกินกว่าจะโบกบินไป
ดวงใจ……..วูบไหวไกลกว่าฟากฟ้ามากั้น

เมฆหมอกอันใด
จะมากั้นใจ  ให้ไหวหวั่น
ป่ายปีนเอื้อมจันทร์  เอื้อมให้ถึงฝันอันยิ่งใหญ่
ทะเลทุกข์โศกท่วมโลกเปียกใจ  สลัดทิ้งไปขึ้นฝั่งฉุดรั้งวิญญาณ์

สายลม……กระพือพัดโหมโค่นล้มพฤกษา
นาวา……โอนเอนไปมามิท้าสู้ลม
สายน้ำ…….ไหลบ่ามาซ้ำตอกย้ำให้จม
แต่ทุกข์ตรม……..และความขื่นขมถูกพัดพาไป



เพลงแห่งนาวา : แบ่งปัน

โดย นาวา Aug.27.2007 11:50:07 am




ในโลกสับสน  ผู้คนแก่งแย่ง
น้ำใจก็แล้ง  น้ำตาไม่แห้งเหือดหาย
มันเปียกกับหมอน  แทรกซ้อนซึมซับมลาย
เจ้าปล่อยหัวใจให้พังทลาย  หรือโลกเลวร้ายกับเจ้าเพียงนั้น

อย่าเหยียบหัวใจให้มันปี้ป่น
ผ่านทุกข์กี่หน  ผ่านสุขระคนปนกัน
โลกมันเลวร้าย  หรือใจย่ำแย่แปรผัน
เรามองดูโลกได้เท่าๆ กัน  แบ่งปันหัวใจดีกว่า

จะเปิดหัวใจไว้รอรับเจ้า
สิ่งใดกันเล่า  ที่ใจเจ้าเฝ้าฝันหา
เปิดอกคุยกัน  สุขสันต์พลิกฟื้นวิญญาณ์
นรกสวรรค์อยู่ในอุรา  นิทราแล้วตื่นชื่นทรวง


หวัง

โดย นาวา Jun.26.2007 3:54:34 pm




ฟ้าร้องครืนครัน
ดังมาจากเกลื่อนกลุ่มเมฆดำ
แดดบ่ายหลบเร้นไม่เห็นสาย
ฝูงสาริกาส่งเสียงเซ็งแซ่
ดูมันมีความสุข
ดั่งคล้ายล่วงรู้สภาพอากาศ
ฝนชุกอย่างนี้
ต้นไม้ใบหญ้ายิ่งสมบูรณ์
เหล่าหนอนแมลงย่อมอุดม

ชาวนาแหงนมองท้องฟ้า
หยาดเหงื่อยังพราวหน้า
’..รีบๆ เถิด ข้าวกำลังงอกงาม..’
รอยยิ้มฉายอยู่ในแววตา

ชั่วเม็ดเหงื่อไหลหยาดหยด
ก่อนชายผ้าเคียนเอวซับซึม
เมฆก็เปลี่ยนรูป

ท้องฟ้าดูลางเลือน
ชาวนาแบกจอบถึงโรงนา
มองไม่เห็นฟ้าแล่บ ณ เบื้องหลังโพ้น
ฉวยขันน้ำกลั้วคอ-กลืน
หวังไล่ก้อนสะอื้นให้ลงไป
’..พรุ่งนี้เถอะ พรุ่งนี้..’

นกเอี้ยงสาริกาฝูงนั้นบินจากไปนานแล้ว.


มุมมืด

โดย นาวา Jun.23.2007 8:09:40 am




เป็นเช้าที่อากาศสดใส
ท้องฟ้าทางทิศเหนือมีเมฆก้อนใหญ่ราวภูเขาน้ำแข็ง ภูเขาที่กำลังละลาย
แลดูแปลกตาในแสงแดดเช้า

ทุกหน ทุกแห่ง ดูแพรวพราวสุกสว่างไปทั่ว
แม้ฐานเมฆด้านตะวันตก ก็ซับแสงไว้จนเรืองรอง

ใช่…
ไม่มีที่ใดบนโลกที่แสงอาทิตย์สาดส่องไปไม่ถึง
ประดาสิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลายก็เช่นกัน
เพียงรอวันจักเปิดเผยเท่านั้น

มุมมืดในใจคนเล่า…
แสงแดดนั้นสาดส่องถึงไหม??



ชุมชนอุดมคติ

โดย นาวา May.30.2007 4:27:46 pm


       ชาวป่าชาวเขานั้นมีประเพณีวัฒนธรรมในการรักษาป่าไม้สืบทอดกันมาอย่างเหนียวแน่น พวกเขาจะไม่ทำลายป่า เพราะเชื่อว่าจะทำให้ผิดผี ผิดประเพณี หากมีใครละเมิดจะล้มป่วย พวกเขามีประเพณีบวชป่า เลี้ยงผีป่า ผีต้นน้ำ ผีเจ้าที่ ซึ่งทำให้ป่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลให้ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าโดยปริยาย อย่างชาวปกากะญอ มีประเพณีเอาสายสะดือเด็กเกิดใหม่ใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกไว้กับต้นไม้ เมื่อโตขึ้นเด็กเจ้าของสายสะดือนั้นต้องดูแลต้นไม้ต้นนั้นอย่างดีที่สุด เท่าชีวิตเลยทีเดียว ทำให้ต้นไม้แต่ละต้นเป็นที่หวงแหน ไม่ถูกตัดทำลาย
       ชุมชนบ้านหลังเมือง ชุมชนดีเด่นด้านการดูแลรักษาธรรมชาติ รางวัลลูกโลกสีเขียว ประจำปี 2549 เป็นตัวอย่างของชุมชนท้องถิ่นที่ยังสามารถดำรงแนวทางแห่งประเพณีชาวป่าเขาเอาไว้ได้ ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มนุษย์ต่างแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา
ชาวบ้านอยู่กับธรรมชาติโดยร่วมกันกำหนดแนวทางการจัดการขึ้นมาเอง ผืนป่าถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งห้ามใช้เด็ดขาด กับส่วนที่เป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับหาของป่าได้ บางแห่งของลำห้วยจัดให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา มีการทำฝายกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง และหากเกิดไฟป่าชาวบ้านจะทำแนวกันไฟ ช่วยกันดับไฟ


ขอบคุณภาพจาก www.sarakadee.com

       โดยวิสัยของชนเผ่าเขาไม่ได้เป็นคนทำลายป่า มีแต่คนเผ่าอื่นหรือคนพื้นราบเท่านั้นที่เป็นตัวการที่แท้จริง ด้วยการเผาป่าเพื่อเก็บของป่า หรือจุดไฟล่าสัตว์ ที่ร้ายไปกว่านั้น คือการเข้ามาส่งเสริมให้ปลูกพืชผักขาย (โดยการให้กู้เงินหรือเชื่อสินค้าได้) อันนำไปสู่การล่มสลายของชนเผ่าในหลายจังหวัด จากการนำรายได้มาเป็นเหยื่อล่อ และการนำเข้าวัฒนธรรมเมือง เช่น จานดาวเทียม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเสียง เครื่องเล่นซีดี-ดีวีดี ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม เหล้า-เบียร์ เสื้อผ้าสมัยใหม่ และโทรศัพท์มือถือ สุดท้ายต้องเป็นหนี้สินท่วมตัว จนต้องพึ่งยาบ้า (โดยการเสพเพื่อหนีปัญหาหรือขายนำเงินมาใช้หนี้ก้อนโต) ขณะที่ธรรมชาติก็ถูกทำลายจากการแผ้วถางป่า เกิดความแห้งแล้ง น้ำขาดแคลนเพราะการใช้มากเกินไป เกิดมลพิษจากยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า และปุ๋ยเคมี
        แล้วชนเผ่าอย่างชุมชนบ้านหลังเมือง อาจกลายเป็นเพียงชนเผ่าในอุดมคติเท่านั้น…

       เชิญอ่าน หนี้(เจ้า)กรรม


ตื้น

โดย นาวา May.12.2007 1:30:06 pm


”….เดี๋ยวนี้ผู้คนโง่ลงกว่าเดิม แต่ขยันออกความคิดเห็นมากขึ้น….” *

ตัวโง่งมอย่างเรา…
ทั้งไม่ใคร่อยากปรากฏตัว
ทั้งไม่ชอบออกความคิดเห็น
มีชีวิตอยู่ในโลกของตนเอง

โลกที่ผู้คนสับสนมากมาย-แต่ไม่สนใจกันและกัน

แท้จริงแล้ว…
เป็นเราใคร่ที่จะอยู่ในสังคมผู้คน
แต่ไม่พอใจคบหากับเขาเหล่านั้น?

บางคนเคยถาม “…ไม่คิดอยากไปจากที่นี่หรือ?..”  “…ท่านอยู่เฝ้าอะไรที่นี่?…”
เรายังไม่คิดจะไปจากที่นี่ เพราะอยากพัฒนาที่นี่
แต่พวกเขากลับคิดว่าเราอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว

พวกเขาต้องการสิ่งใด?

เรามองว่า…
หลายคนที่นี่อยู่อย่างเอาตัวรอด…ตามน้ำ
พร้อมที่จะเลือกอยู่ฝ่ายที่เข้มแข็งกว่า ถึงจะเป็นฝ่ายผิด
เราเล่า…
การที่เราไม่กล้าอยู่ท่ามกลางผู้คน ย่อมเพราะกลัวเป็นเป้าสายตา
การที่เราไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ย่อมเพราะกลัวสร้างศัตรู

เราต่างไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย


————————————————————————-
* จากภาพยนตร์เรื่อง The Human Stain : 2546



ฝนแรก

โดย นาวา May.11.2007 8:21:13 am


ฝนต้นฤดูขาดเม็ดไปเมื่อเช้า
หลังจากตกๆ หยุดๆ มาตลอดหลายวัน
ในท้องนาย่อมมีน้ำ
ในน้ำมีกบเขียด-กำลังส่งเสียงร้องเซ็งแซ่
มันตื่นเต้นกับน้ำใหม่
รีบออกมาจากที่ซ่อนตามสัญชาตญาณการสืบพันธุ์

เราเล่า…
ชีวิตซอมซ่อนั้นรอฝนแรก
เพื่อชโลมจิตใจให้เบิกบานกระนั้น ?
กบเขียดสัมพันธ์ชีวิต-เผ่าพันธุ์กับสายฝน
ผู้คนจิตใจแห้งแล้ง
รอน้ำฝนรดริน…ได้อย่างไร




เหลี่ยม

โดย นาวา May.11.2007 8:20:55 am


สามขุมที่ฉันย่าง
มิครบเหลี่ยมจัตุรัส
ความหนักแน่นของฉัน
นั้นดีพร้อม…?



เจ็บ

โดย นาวา Apr.29.2007 10:59:39 am




ใบมีดโกน….
ทั้งคมกริบ ทั้งเบาบาง
บาดลึกในเลือดเนื้อ ให้เจ็บปวด

คารมคน….
ทั้งคมคาย ทั้งแผ่วพลิ้ว
เชือดเฉือน บาดลึก
แต่ไม่เจ็บที่ผิวกาย




ความรัก

โดย นาวา Apr.29.2007 10:47:08 am




เรื่องราวของความรัก
มีขอบเขตกว้างใหญ่ไพศาลยิ่ง
เสียดาย….
ชีวิตคนเรานี้สั้นนัก
จึงไม่อาจพิสูจน์ความรักได้ถ้วนทั่ว





ตัวตน

โดย นาวา Apr.28.2007 1:50:05 pm




มีคนอยู่สองแบบ
หนึ่ง คือปล่อยชีวิตให้โลดแล่น
ไปตามใจปรารถนา ด้วยเสรี
หนึ่ง คือครุ่นคิดใคร่ครวญถึงชีวิต
ตรึกตรองในทุกสิ่ง ด้วยระมัดระวัง

นั่นคือคนๆ เดียวกัน
หากแต่อยู่ต่างวาระ
บางครั้งจึงคิด บางครั้งจึงสนาน
คำพูดของทั้งสองคน
มาจากหัวใจดวงเดียวกัน


เลือก

โดย นาวา Apr.28.2007 11:21:39 am




เรือลำนั้น…….
ล่องลอยอยู่กลางห้วงน้ำอันกว้างใหญ่ ลึกล้ำ
ผ่านเปลวแดดร้อนแรงแห่งวัน
และสายลมเยียบเย็นของรัตติกาล
เผชิญคลื่นลมแรงด้วยเข้มแข็ง
อดทนเพื่อฝั่งฝันอันแสนไกล
ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย?

หากเรือเจ้ารู้จักเหน็ดเหนื่อย
สายน้ำเล่า?
เรือน้อยใหญ่สามารถเลือกเส้นทางเดิน ร่องน้ำ
ทว่าสายน้ำ…มิเคยได้เลือกเรือลอยลำ





¤ อ่านความคิดเห็น    ¤ แสดงความคิดเห็น





มีทั้งหมด 15 หัวข้อ ในบล็อกนี้
นาวา โดย นาวา http://www.baanjomyut.com/blog/nava