นิทานโทรศัพท์

รอยยิ้มส่งถึง ณ มุมหนึ่งในทะเลกาล ส่งสาส์น ว่ารักคนอ่านพบ




ลิงก์น่าสนใจ



ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร


ภาพ ..
ภาพและเนื้อหาในนิทานโทรศัพท์ ผู้เขียนได้จัดทำขึ้นเองทั้งหมด
ท่านใดสนใจติดต่อได้ที่ 0819903943



ล้อกันได้ทุกสถานการณ์


รับเขียนภาพล้อเลียน
รับเขียนภาพล้อ
-งานแต่ง
-วาเลนท์ไทน์
-วันเกิด
ต่างๆ นานา
ราคากันเองจ้า…อ้าเบอร์โทร เบอร์เดิม…



ทหารศักดิ์สิทธิ์แห่งศรีโพธิ(ผู้คลายความตึงเคลียส)

โดย talingsoong Mar.30.2008 7:43:19 am


นักรบองค์น้อย
เจ้าต่อสู้กับปิศาจร้าย เพื่อได้ท่องไปอย่างเสรี
ทั้งภูเขา ตรอกผาธารถ้ำ สายน้ำออกสู่ทะเล
ทหารศักดิ์สิทธิ์ศรีโพธิ
สงคราม  เผาหนังสือไปกี่เล่ม โรงเรียนกี่หลัง
ใครล่อลวงความแค้นเคือง  ปิศาจร้ายสร้างนักรบวัยเยาว์…นั้นไม่สนุกเลย

เพราะ
หน้าที่ของเราคือสู้ปิศาจร้าย ที่สร้างกำแพงแห่งความกลัวและชิงชัง
มาเถิดเพื่อนๆ  เคลื่อนทัพไปด้วยกัน

แต่ทหารศักดิ์สิทธิ์ยังสู่กับผีร้าย
ในคืนมืดดำ


ก่อนจะไปถึงท่าอวกาศยาน
ขับเคลื่อนยานอวกาศสีเงินมัน
หมู่เราจึงท่องไปยังดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้า มืดจุดดาวราตรี


โอ้แน่นอน   เราสร้างโรงเรียนหลังใหม่  ลากเส้นตามละอองดาว
มีสนามฟุตบอล   มีเกม  และเรื่องสนุกมากมาย


ถ้าปิศาจร้ายมันมาอีก…นั้นสิ  อย่าเผลอเล่นจนเพลินนะ  
…ทหารศักดิ์สิทธิ์องค์น้อย


นิทานโทรศัพท์ 2.12 ภาพถ่ายกินรีที่เขาหมากอ่อน

โดย talingsoong Mar.29.2008 11:08:52 am


ภาพถ่ายกินรีที่เขาหมากอ่อน!
ข่าวเช้า ทางวิทยุหอกระจายข่าว รายการข่าวเช้าโทรทัศน์
และหนังสือพิมพ์ ในบ่ายของวัน

…เขาส่ายหน้า…
วัวหกขา กล้วยเก้ายอด หรือนกสองหัว กระแสเวียนข่าวแปลก
สื่อเมืองไทยยังใช้กลยุทธ์เดิม จริงไม่จริงเป็นเรื่องรอง
ป้อมทราย

เนินเขาหมากอ่อน หรือปีแนมูดอ
ปีแน…หรือ ปีนัง แปลว่าหมาก มูดอ หมายถึงหนุ่ม ถ้าเป็นผลไม้ คืออ่อน,ไม่แก่
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว. ปีแนมูดอชุ่มชื่น มีตาน้ำที่น้ำพุ่งออกมา บานกระจายคล้ายร่ม
ร่มผักกูด

เขาอ่านรายละเอียดของข่าว วิเคราะห์ไปว่า น่าจะมีนักข่าวสายทหาร สร้างข่าวขึ้น
เพื่อกลืนข่าวเอียนคาวเลือดควันปืน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
วิเคราะห์ภาพถ่าย ชัดเจนเหมือนภาพเปรตอาจารย์กู้ เมื่อคราวกระโน้น

สาวสวยผมสีแดง ตาคล้ายยอดมนุษย์แต่กลมเล็กกว่าหางเรียวแบบมนุษย์ธรรมดา
จมูกนูนยาวเหมือนถูกบีบเบาด้วยหัตถ์ผู้สร้าง ปากเล็ก เผยอแบบนักสู้ รับกับหน้ารูปไข่
คางไม่กว้าง ผิวกายสีทองแดงสว่าง
มีผ้าขนนกคล้ายเปียกน้ำสีน้ำตาลหุ้มกายบางส่วน และปีกกว้างที่เหนือบั้นเอว จะผิดหลักฟิสิกส์อย่างไร คนถ่ายภาพยืนยันว่า อมนุษย์นางนี้บินจากหนองน้ำขึ้นไป
เกาะตรงโพรงระเบิดหินที่หน้าผาโรงโม่ร้าง เกาะอยู่อึดใจก่อนหมุดหายเข้าไปในโพรง มันสูงตั้งฉากขึ้นไปเกือบ…ราว 100เมตร

คนถ่ายภาพยืนยันเสียงแข็งตามข่าว ว่าพร้อมจะโดนฟ้อง และฟ้องกลับ เอาไปช็อตด้วยไฟฟ้า ก็ยังยืนยัน ว่า เขาเห็นมันจริงๆ เขาเป็นเอ็นจีโอสายอนุรักษ์ เช็ดน้ำตาสัมภาษณ์
“อ้าวแล้วกัน ผมจะสูบกัญชาหรือไม่ นั้นมันเรื่องของผม … แต่เย็นวันนั้น ขอยืนยันว่า ทุกอย่างปกติ ปัดโธ่โว้ย มันเกี่ยวอะไรกันนี่…ฮึ่ย งี่เง่าบัดซบ ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อสิวะ”ภาพข่าวตัดไป
“เราไม่พบร่องรอย การตัดต่อ…อื่ม ไม่รู้สิผมมั่นใจว่า ร่างนี่ลอยอยู่ตรงนี่จริง จะด้วยอะไรก็ตาม เธอสวยสะด้วยสิ”ภาพข่าวตัดไป
“เราจำเป็นต้องส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน หรือหน่วยงานอะไรก็ตามที่อยู่แถวนั้น อบต. นพค. ตชด.ต้องมาช่วยกัน แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญ ครับๆ
แน่นอนว่า ต้องปิดล้อมรอบๆแนวภูเขาสักระยะ”พันโทมาลาคำ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ให้สัมภาษณ์

เขาส่ายหน้ากับข่าวภาคค่ำ
ไม่มีเสียงแว่วอะไร
แต่โทรศัพท์จาก นูรียา
“สันติสุขและสวัสดีคุณครูของหนู
…ผีร้ายอาละวาดบนภูเขา อีกแล้วหรือคะ คิกๆ…”เสียงเธอฟังดูใสกว่าเก่า หรือว่าพอถูกผีเข้าเธอจะมีพลังขึ้น แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาดเมื่อได้ รับสายจากเธอ ทั้งที่วันนี้ เขาหงุดหงิดกับข่าว ภาพถ่ายกินรีที่ปีแนมูดอ

“นูรียาสบายดีไหม ดีจริงเธอโทรมาตอนที่อยากคุยพอดี”เขาเปิดหน้าต่างรับลม ยืนคุยโทรศัพท์ ทอดสายตาไปทางภูเขา ค่ำนี้ดาวเต็มฟ้า มีไฟแวบ1ที่ภูเขา แต่เขาไม่ทันสังเกต
แปลกว่า เขาไม่เชื่อข่าวกินรี แต่เล่าบทนิทานป่าหิมพานต์ ได้เป็นชั่วโมงๆ
“เออ ของเธอใช้โปรโมชั่นอะไรนิ”เขาถามอย่างเป็นห่วงทั้งที่คุยมาเกือบชั่วโมง
“แหม ครูนี่ คุยมาตั้งนาน ของหนู เหมาเม้าไม่เหมื่อยกราม คะ นาทีแรก5บาท โทรฟรี5 ชั่วโมงค่ะ”เสียงนูรียายังสดใส
“เออ แล้วเทพนิยายฮินดู เธอฟังแล้วจะบาปไหมนี่”เขาถาม
“เทศนามาเถิดค่ะ…หนูหนักแน่นในวิถีอิสลามพอ และ พอๆกับความรู้ครอบจักรวาลของครูนั้นล่ะ”นูรียาตอบ
สรุปว่ารอดูกันต่อไป ก่อนนอนคืนนี้ ครูอวยพรให้ศิษย์เรียนจบพยาบาลไวๆ และพบกับคู่ชีวิตที่ดี หย่อนมุขเฝื่อนๆว่า …ดีเท่าครูก็สุดยอดแล้ว เอิ้กๆ GoodniGhT
ยังไม่นอน ยังยืนมองดาว…สมาชิกในบ้านหลับหมดแล้ว
………………………………………………………………………………………………………………………………….
ง่วง…….สวดมนต์
จุดธูปหอม กราบพระ
เจริญกรรมฐาน
……..มีคำถามว่า สวดทำไม ไอ้คนบาป แว่วมาจากไหนก็ไม่รู้
เขาแผ่เมตตาให้เสียงนั้น

ในครุ่นนึง………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
หายใจ
…….ภาวนา
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………………………………….
…………..มีการเคลื่อนไหวของของเหลว……………………………
…………………………………..หอมกลิ่นธูป…………………….

เขาเห็นรอยยิ้มของเด็กสาวเขมรในคืนนั้นลอยผ่านมา
…………………………..มีการเคลื่อนที่ของของเหลว………
เขากำหนดลมหายใจ…………..ความปวดเหมื่อยเป็นเพื่อนปลุกให้กลับมา
………ปล่อยมันไหลไป ปล่อยความปวดเหมื่อยไปตาม กำหนัด…….
……………………………………………………………………………..อากาศร้อน…
คันที่จมูก…………………………….อยากจะจาม……………ต้องจามแล้ว…..
………………ไอ้คนบาป……………………เสียงนั้นแว่วมาอีก…….
เขาแผ่เมตตาอีกครั้ง…………………..
…………………………..มีภาพทารกเปื้อนเมือก และเลือด……….
……..ไอ้คนบาป……………..
………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………
ภาพยั่วกามมากมายผุดขึ้น ผุดขึ้น……….
………..การสมสู่ทั้งวิจิตรการตา และวิตถาร นาๆวิธีการ
…………………………………………………………..
…………….ช่วยด้วย…………..
………………….มีภาพ ศพผู้หญิงผิวขาวผมยาว ยืนขึ้นจากลำธาร ที่บ้านร้าง………..
………………………………….เขาแผ่เมตตา…………..
………………………………………………………….พวกนั้นพาเธอมาจาก ซ่องที่ สุไหงโกลก
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………และแม้แต่ซากศพก็ไม่มีให้เห็น……
……คนเมา….
……ถือปืน…..
……บุหรี่…..
……………………..การละเล่นของผีร้าย………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ช่วยยังไง………..
…………………………………………………………………………………………..
……………………..นึกถึง…………..
…………..รู้สึกเจ็บปวด……………

……………………………………………….
……………….
…………………..หัวหน้าสั่ง……….อย่าตอบความคิดเห็น………กรอบยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนทองถิ่นในเขตจังหวัดนราธิวาส ทำมาด้วย…….เขาสะดุ้ง
หายใจ………………….
…………………………………………………..
…….ภาวนา
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………………………………….
…………..มีการเคลื่อนไหวของของเหลว……………………………
…………………………………..หอมกลิ่นธูป…………………….
หายใจ
…….ภาวนา
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………

ค่อยออกจากสมาธิ ผ่อนลมหายใจ
…………………………………………….

กรอกแบบสอบถามแนวการพัฒนา ก่อนนอน
เอนกาย ลงขนานพื้นโลก คนบาปพึมพำว่า ไม่เที่ยง ไม่แท้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย
นิททราราตรีสวัสดิ์


………………………………………………………………………………………………………………………….

เช้า
ข่าววิทยุผ่านหอกระจายข่าว ลอยเข้าหู ทั้งที่ร่าง ยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
หูได้ยิน
ภัตตาคารจีนเสนอราคาเนื้อกินรีกิโลกรัมล่ะ20 ล้านหยวน
สมองคิด
ไปกันใหญ่ แทนที่จะช่วยกัน โคลนนิ่งขยายพันธุ์…ถ้ามีอยู่จริง เขางัวเงีย

ปากเหม็นน้ำลาย
นอนให้ตื่นพร้อมพอ จึงลุก
ทำงานๆ สู้ๆ…สู้ต่อไป ลุกๆ……..นอนฟังข่าวอีกหน่อยนะ นอนให้พอ สมองจะได้แจ่ม
2เสียงโต้ประสานกันลั่นสมอง จนนอนต่อไปไม่ไหว
………………………………………………………………………………………………………………………….

ที่โรงโม่ร้าง
คนซื้อขายเศษเหล็กและขยะงีบอยู่บนรถเก่าๆ

หรือคนบ้าไม่กลัวตาย มานอนอยู่ในเขตมิกกสัญญี
สายหลับ สายลับแน่ๆ ไม่กลัวตาย

คุรุ คุรุ ทำ สมาธิ อยู่ต่างหาก

ซากรถมีเถาวัลย์คลุม มีรองรอยการวางเพลิง ชิ้นส่วนเครื่องจักร และเหล็กบางส่วนถูกงัดไปขาย ที่เหลือสนิมเขรอะ และคงหนักเกินกำลังคน

มาเอางานบ้าน อบต. ผ่านทางนี่พอดี
“ท่าน อบต. เราแวะดูนิดหนึ่งได้ไหม”เขาบอก แล้วตัดสินใจเปิดไฟเลี้ยว ชะลอรถโดยไม่ต้องรอคำตอบ อบต.เจ้าของพื้นที่ได้โอกาสจุดบุหรี่สูบ พลางลงไปทักทายพรรคพวก

โรงโม่ครั้งหนึ่งเคยส่งเสียงกระหึ่ม มีรถบรรทุกวิ่งขนหินกว่า50เที่ยวต่อวัน เสียงระเบิดหินตอนบ่ายๆที่คุ้นกันดีเมื่อราว 15 ปีก่อน
ดึ่ม ดึ่ม ดึ่ม ดึ่ม ……….ดึ่มๆ ดึ่ม
ว่ากันว่า
เจ้าของโรงโม่
เถ้าแก่ชาญตายไปแล้วด้วยโรคมะเร็ง
ลูกชายผู้รับช่วงสัมปทานภูเขา ผาหิน รวมถึงไม้และป่า ก็ประสบอุบัติเหตุ…ตาย ในช่วงที่สร้างทางจากโรงโม่เดิมที่หินกำลังหมด ขึ้นตามสันเขา ข้ามไป สามลูก ถึงลานหินแห่งเจ้าชาย
ลานหินแห่งเจ้าชาย หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า คุนุงนอกชาน
คุนุงคือ ผาหิน นอกชาน คือส่วนที่ยืนออกมาของบ้าน ไม่มีหลังคา
ผาหินบนยอดเขา
อุบัติเหตุแปลกเกิดขึ้น ถี่จนเกินอธิบาย
รถแมคโครไม่ทำงาน…พื้นๆ
ก้อนหินยักหล่นลงมาทับเครื่องเจาะราคาเรือนแสนฝังลงไปในดิน
ระเบิดคนงานผิดพลาด…ตาย
………………………………..และการสัมปทานที่เสียงกร่นด่าของชาวบ้าน………………………….
ที่ศักดิ์สิทธิ์มันยังจะเอา
เช่นเดียวกับหินปูพื้นบ้าน ชาวบ้าน………….และถนนที่ปูด้วยหินศักดิ์สิทธิ์

ความหมายของที่ศักดิ์สิทธิ์
ลูกไฟที่ลอยผ่านลำธารสว่างจ้าพุ่งตรง เป็นแนวเลียบยอดไม้ไปทางนั้น
ถ้ำสมบัติที่ยืมใช้ไม่เคยหมด
งูยักษ์ที่มากับน้ำป่า และฝันของใครคนหนึ่งว่าเขาหาทางกลับไปคุนุง

แล้วตำนานว่าไว้
ว่า…
ที่นี่คือ
สถานที่แวะพักธุดงค์ ของโต๊ะจ้าวปอเลาะห์ พระอริยยะที่จาริกจากปากน้ำบางนรา แนวเขาตะเว ปีแนมูดอ สันกาลาคีรี กลันตัน วกกลับมาทางตากใบ พรุโต๊ะแดง
ทุ่งผีเล่น(ปิเหล็ง) ปากแม่น้ำแบ่ง และคลองบางเค็ม เนินเจดีย์เขากง
และการปรากฏของถนนสายใหม่ สี่เลน(…หาใช่ศีเลนนะ)
คนขับสิบล้อตาลายเห็นจระเข้ยักวิ่งตัดหน้า ตัวเท่าปล้องบ่อ!
นั้นล่ะบ่าวโต๊ะเจ้าปอเลาะห์ เจ้าพ่อบางเค็ม
และอุบัติเหตุ ทั้งทางตรงปกติ
คนตาย บ่อยเกิน …เกิน คือไม่ปกติ
ชาวบ้านลำภู เขากง บางเค็ม ได้ยินเสียงโห่ฮาเมื่อมีอุบัติเหตุ มีคนตาย
โดยหาต้นต่อของเสียงไม่ได้ วงน้ำตาลเมาวิเคราะห์ว่า
“ผี ผีแน่นอน พัน เปอร์เซ็นต์”
คนตั้งวงน้ำเมาได้ ผีก็ตั้งได้
มหาหงัด โดนออกจากเจ้าอาวาส เพราะสีกาเอาปิ่นโตไปถวายทุกค่ำ อธิบายกึ่งเทศนาเพื่อนในวง ว่า “เมืองมนุษย์ตั้งวงเหล้าได้ เมืองผีก็ตั้งได้”
อ้าวแล้วน้ำนรกที่จับกรอก ทองแดงร้อนนั้นล่ะท่านมหาหงัด
“อันนั้นมันพวกบาปหนา ผีที่ตั้งวงได้อยู่นอกเหนือจากนั้น คือ สัมภาเวสี ที่บุญยังเหลือฝากอยู่ในธนาคารเมืองผี… แบงค์ กงเต็ก”
เอออกันตามประสา…….หนูน้อยโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

และลานหินแหงเจ้าชาย คือสถานที่หนึ่งระหว่างทางจาริกโต๊ะจ้าวปอเลาะห์


เขายืนมอง บ้านคนงานร้าง มีรอยรื้อเอาหลังคา และเผา
สมัยเด็ก ภาพนึกย้อน
นึกถึง ….รักครั้งแรก คราวป.2
เพื่อนหญิงวัยเด็กที่เขาแอบชอบ ผิวขาวเหลือง หน้าเต็ม คิ้วดกขมวด ตาเล็กลึก โหนกแก้มสูง ลูกคนงานโรงโม่ชาวอิสาน แล้วเขาก็ชอบแกล้งหยอกเปิดกระโปรง ให้เธอโกรธ…วิ่งไล่ตีหลังดังปึ้กๆ วันหยุดเขามักแวะมาเที่ยว ภาพฝังใจกับปลาร้าอึ่งในโถแก้ว อึ่งอ่างพองกางแข้งขาตาถลน
เราไปกันเป็นกลุ่ม แอบดูสูตรทำระเบิด แล้ว ขึ้นเนินเขาไปที่ผา เห็นคนงานตัวนิดเดียวใส่หมวกกันภัยแบบทหารสีแดง จึงเห็นหัวแดงๆ ลอยตัว ต่องแต่ง อยู่ลิบๆ เพื่อ เจาะหินให้เป็นโพรงสำหรับ ใส่แท่งดินระเบิด
เวลาระเบิดพากันหลบให้พ้นรัศมีของมัน มีบังเกอร์ ที่เนินต่ำ ตรงทางขึ้น เรายังเดินตามทางรถแทรกเตอร์ เลยหน้าผาไปจนถึง…..ลานหินแห่งเจ้าชาย…..

มีภาพต่างๆผุดมามากมาย
อย่างน้อยความหิวก็ทำให้เขากินข้าวบ้านเพื่อนเด็กหญิง เคี้ยวไปมองตาปลาร้าอึ่งไป
พออิ่มจึงรู้สึกว่า น้ำลายมันใส ยืด และคล้ายจะอ้วก ดีที่มีผลไม้ป่าที่เก็บมาได้ให้เคี้ยวเล่น
ทุกคนหายไป และเหมือนหายสาบสูญไปหมด บ้านร้าง และการพลัดพรากตอนป.6
แม้ปัจจุบันเขาเองก็รู้จักจังหวัดและมีเพื่อนชาวอิสานมากมาย เลิกสงสัยว่าอิสานนั้นอยู่มุมไหนของจักรวาล และแชมป์โลกในดวงใจ เขาทราย กาแลคซี่
อย่างน้อยเขาทรายก็ทำให้หัวใจชาวโลกขยับไปพร้อมๆกับเขา และภรรยาชาวญี่ปุ่น…
นั้นคือความภาคภูมิใจ ในฐานะประชาชนคนไทย

คุรุ แห่ง คุรุ งัวเงียออกมาจากรถสนิมเครอะปัดฝุ่นตามตัว สีเสื้อผ้าหมวก รองเท้าดู
กลมกลืนกันไปหมด เขาทำเป็นไม่เห็นและไม่อยากพูดคุยด้วย คนแปลกหน้าบ้าๆบอๆ
ส่วนมากเป็นสายลับ คนพเนจรที่ไหนจะหลุดมาถึงนี่
ช้าไปแล้ว
คุรุแห่งคุรุ ทักทาย
มาหากินรีเรอะ…
มาหากินรีเรอะ…
…………………………

“ครับลุง”ยิ้มรับทัก ฝืนๆ
“ลุงมาทำไรแถวนี่ โน้นไม่เห็นรึ ทหารเขาล้อมรั้วไว้แล้ว”เขาถาม
….นอนพักหน่อย คงไม่เป็นไร…คุรุตอบ
“ระวังนา วันก่อนเขาพึ่งค้นเจอระเบิดที่นี่”เขาว่าพลางกวาดตาไปรอบ ทหารยามสองสามนายเดินเอื่อยๆมาดูลาดเลา อบต.เข้าไปทักทายรับหน้า
“แล้วลุงมาจากไหนละนี่”ถามต่อ
….เชียงดาว…ชายคนนั้นตอบ อะไรสักอย่างแวบหนึ่งทำให้ นวลีย์รู้สึกว่า มีผู้ติดตามลุงคนนี้มาหลายคน
…ใช่แล้ว เราไม่ได้มาผู้เดียว เราพาคณะของเรามาด้วย….คุรุตอบ
และนั้นละ วิง วิง ทุกอย่างนิ่งเงียบ อื้อ แวบ อื้อแวบ
เขาขนลุกชัน ตาแก่เก็บขยะนี่รู้สิ่งที่เขาคิด

…เจ้ายังไปไม่ถึงไหนสินะ เนื้อตัวเหม็นฮึ่ง….คุรุยิ้ม
วิง อื้อ วับๆ แวมๆ
…เรามาของเราเรื่อยๆ…
…เราบรรทุกของเก่า ขายกิน และเก็บรายทาง มามากมาย……
….หาใช่ขยะ …หากผู้คนยื่นช่อดอกไม้ ….ทุกๆรายทางที่เราแวะ….

เขาขยับขาไม่ได้ และแม้จะอ้าปากร้องเรียก เพื่อนอบต.ที่ห่างไปไม่กี่วา
แดดจ้า หน้ามืด และสว่างอยู่ที่เดียวคือใบหน้าของคุรุ
และ เขาเห็นราง โยคีผมยาวบนรถ หญิงผิวขาวชมพูหน้าคล้ายตุ๊กตาญี่ปุ่นนั่งอยู่บนตักชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติที่เบาะหน้ารถ และรู้สึกถึงกระบวนกระโจมอีกมากมายรายรอบ ไม่เกี่ยวกับทหารหน่วยนั้น
….เจ้ายังเดินวนเวียนอยู่ที่เดิม บนถนนมายากามรมณ์…
…รู้ตัวไหม…คนบาป…..
คุรุสีหน้าเรียบเฉย แต่เห็นเหมือนเขาเยาะเย้ยชีวิตทั้งชีวิตของนวลีย์

และเสียงนั้นทำให้เขาโกรธ
“ถือดียังไง แกมาจากสวรรค์ชั้นไหนถึงได้ตัดสินคนอื่น”นวลีย์พูดออกไป ตาเขาถลึงขว้างเหมือนคนเป็นไทรอย เวลาโกรธตาเขาถลนออกมาพร้อมคำพูด

…………วิมานศรีโพธิ………………………

และหลงๆลืมๆ หลงๆลืม

…………วิมานศรีโพธิ………………………
…………วิมานศรีโพธิ………………………
…………วิมานศรีโพธิ………………………
ทุกอย่างมืดเงียบ และหลงๆลืมๆ หลงๆลืม
และหลงๆลืมๆ หลงๆลืม
และหลงๆลืมๆ หลงๆลืม
…………………………………………………..
…………………………………………………………………

เขากลับมานอนอยู่ในมุ้งกระโจมทะเลดาวได้อย่างไร
นาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือ ตี 3.33 นาทีวันที่เมื่อวาน
เอะ!วันนี้วันไหนนี้
ทบทวน อะไรกัน
….ขนลุกชัน…หมาหอนเกรียวกราว
ทบทวน อะไรกัน ฝันเป็นตุเป็นตะ
…………………………หมายังหอนอยู่…………………..
นวลีย์ภาวนา
หายใจ
…….ภาวนา
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
………..พระพุทธเจ้า…….
…………………..ความบริสุทธิ์………………..
……………………………….นิพพาน…………………………..
…………………………………………………
Z Z Z………zzzz…………………..zzzzzzzzzzzzz
……………………………………………………………………………………………….


เช้า
ข่าววิทยุผ่านหอกระจายข่าว ลอยเข้าหู ทั้งที่ร่าง ยังอยู่ใต้ผ้าห่ม
หูได้ยิน
ภัตตาคารจีนเสนอราคาเนื้อกินรีกิโลกรัมล่ะ20 ล้านหยวน
สมองคิด
ไปกันใหญ่ แทนที่จะช่วยกัน โคลนนิ่งขยายพันธุ์…ถ้ามีอยู่จริง เขางัวเงีย
สมองทบทวน
หูฟังให้แน่
ภัตตาคารจีนเสนอราคาเนื้อกินรีกิโลกรัมล่ะ20 ล้านหยวน
สมองทบทวน
หูฟังให้แน่
ภัตตาคารจีนเสนอราคาเนื้อกินรีกิโลกรัมล่ะ20 ล้านหยวน
สมองทบทวน
หูฟังให้แน่

สมองทบทวน
หูฟังให้แน่

สมองทบทวน
หูฟังให้แน่


เขาร้อง
เฮ้ย!
ร่างสะดุ้งดีดฉากจากที่นอนโดยพลัน…..automatic แปลว่า อัตโนมัติ
………………………………………………………………………………………………………………………….





นิทานโทรศัพท์ 2.11 โลกนี้หรือเราแบกไว้

โดย talingsoong Mar.28.2008 9:39:47 am


นิทานโทรศัพท์ 2.11 โลกนี้หรือ…เราแบกไว้

ประตูรั้วหน้าบาน
ใครไม่รู้ภาษาจักรวาล….
ใครไม่รู้ภาษาจักรวาล….
สื่อแลกเปลี่ยน

“ไม่มีอะไรขายหรอก…จักรยานนั้นก็ยังใช้อยู่”เขาบอกชายชราหนวดรุงรัง และชุดสกปรกที่ยืนเรียกอยู่หน้าบ้าน รถกระบะสนิมกัดแล้วราว 25ส่วน คลับคล้ายว่าเป็นรถรับซื้อขวด เศษเหล็ก และขยะขายได้ทั่วไป  ลึกๆเขาไม่ไว้ใจคนพวกนี้ เพราะบางครั้ง บางรายถือวิสาสะ เข้ามายกจักรยานเก่า กะละมัง สังกะสี ที่เจ้าของยังไม่อนุญาต  อีกอย่างหนึ่งคือ มีข่าวว่าคนขายไอติม หรือพวกรับซื้อเศษเหล็กเป็นสายลับให้แนวร่วม  คนสุจริตในอาชีพนี้ทั่วไปจึงพลอยรับกรรมไปด้วย
แต่อีกมุมหนึ่ง ลึกๆลงไปอีก เขาสรรเสริญคนเก็บขยะ รับซื้อของเก่า ว่าช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนอีกทางหนึ่ง

ใครไม่รู้ภาษาจักรวาล
ใครไม่รู้ภาษาจักรวาล…

เสียงนั้นค่อยๆหายไป  แต่เขาไม่ได้ยิน และดูเหมือนว่าเสียงอ้อนกระซิกและกลิ่นเนื้อหอมของหญิงชงเหล้าคนนั้นจะเข้ามาแทนที่
โอกาสอาจมาถึงโดยที่เรามองไม่เห็นเอาเสียเลย เพราะสิ่งที่เรามกมุ่นอยู่นั้นบังตาเสีย
ใครรู้บ้างว่าชายผู้นั้นคือมหาครูที่ผลัดพรากไปในคราวนั้น
และสามารถสอนวิชาการที่สาบสูญไป
วิชาภาษาจักรวาล อันเป็นศาสตร์ลึกลับ ที่บรรดามหาครูแห่งครูต้องเก็บซ่อนไว้ เพราะกลียุคแห่งสงครามเกิดขึ้นครังแล้วครั้งเหล่า เพราะพวกรู้ลองวิชา พวกกระหายอำนาจ
เช่นเดียวกับสูตรทางฟิสิกส์ ต่างๆนาๆ เคมี…เอาเป็นว่ามันถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในการประหัตประหาร
ทั้งที่บรรดาผู้รู้ ต่างรอคอยดวงแก้วอันประเสริฐนั้นๆ เพราะไขความจริง และเป็นทางออก…ออกไปจาก…ชีวิต….เวียนว่าย
โอกาสนั้นก็หายไปจริงๆด้วย

เขากินแล้วนอน  อาหารและลมเคลื่อน อาหารกลิ่นแรงกระตุ้นกำหนัด
พาฝันไปในสิ่งที่หมกมุ่นนั้น
…………………………………………………………………………………………………………….
………….เธอสนใจจะเรียนใช่ไหมสาวน้อย
…………..ที่จริงฉันเอง
……….ฉันเองปรากฏกายในลานหินคืนนั้น
……….ฉันเองสาวน้อย เวทไศวะ ที่เธอว่าเป็นผีร้าย
เอาละ…ฉันจะบอกว่า ว่าฉันร้ายจริง  แต่ฉันร้ายเพื่อให้เกิดประโยชน์
“คะ หนูสนใจจะเรียน…”ดูเหมือนเด็กสาวจะเคลิ้มฝันไป มือเธอรับเงินจากการขายขยะ
แต่ใจของเธอได้รับสาสน์จากสิ่งที่น่าสับสน ด้วยใจเธอเอง ว่าตาแก่นี่เป็นไซตอนชั่วร้ายหรือทูตสวรรค์กันแน่
รถกระบะกระฮึ่มหายไปแล้ว เธอเดินกลับเข้าบ้าน
อาการวูบๆวาบ และขนลุก เมื่อมีลมจากประตูบ้านพัดวูบกระทบเนื้อกาย
ลมฤดูสาวทำให้เธอรู้สึกว่า เจ็บปวด …ปวดหัว ท้องน้อย และตามข้อกระดูก
เธอเก็บเงินที่ขายเศษเหล็กไว้ใต้กระดาษรองตู้ชั้นบนสุด
ลมพัดวูบมาอีก
ต้องรู้จักกินยา ถ้าอยากเรียนพยาบาล นั้นคือความคิดแรก
พาราเซตามอน ยาที่แพทย์ทหารนำมาแจก ให้ย่า

นอน
ที่นอน
ผ้าสีขาว  แข็งใจล้างเนื้อตัวจากคราบฝุ่น ก่อนขึ้นที่นอน
ลมเย็นพัดหวิวหน้าต่าง  มีเสียงโทรศัพท์ดัง

เพลงหริ่งโทน ช่างศักดิ์สิทธิ์ แต่เธอไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้น
ตาปิดลง   ไม่มืด แต่มันขาว   แดง  ม่วงสลับไปมา
เหมือนเกิดพายุขึ้นในกระเพาะ
แล้วมันกระจายไปทั่ว
ข้อต่างๆเจ็บราวถูกตะปูตรึงไว้

สิ่งที่แบกรับเอาไว้
…ย่าเป็นเบาหวาน
ค่าเทอมเดือนหน้า….
…กับข้าวเย็นนี่
คนร้าย….
…สันติสุข
สงคราม…
การบ้าน….
…..สอบ
รายงาน….
….บรรษัทข้ามชาติ
อาหารฮาลาล…
….เธอต้องแต่งกายให้มิดชิดนะ
การฟื้นฟูรัฐอิสลาม….
….พรหมจรรย์
อุดมการณ์แห่งเผ่าพันธุ์มลายู….
….และจารีต
หูของเธอแว่วเสียงสวดดุอาร์แว่วอยู่ใกล้  พร้อมๆกันหลายคน
แต่คล้ายเธอเข้าไปสู่ความฝัน
เดินอย่างล่องลอย ไปตามทางที่ว่างเปล่า  ว่างแม้กาลเวลา และอายุขัย
ทารก  เด็ก  หนุ่มสาว   ผู้ใหญ่ วัยชรา  มันว่างไปหมด
และเมื่อความเจ็บปวดสิ้นสุดลง  ทุกอย่าง  นิ่ง เงียบ  ไม่มีความรู้สึก
ประสาทรับรู้หยุดทำงาน
เช่นเดียวกัน หน้าต่างแห่งโลกวิญญาณอาจถูกเปิดออก
ดั่งเงียบไปชั่วนิรันดร์



เสียงระฆังดังขึ้น 3 ครั้ง มันก้องกังวาน คล้ายปลุกจิตวิญญาณ
แล้วเสียงฆ้องโมง 1 ครั้ง

…… และทางเดิน ทุกอย่างแว่วก้องอยู่ในนั้นเหมือนถ้ำ….ขอพรสิ
ขอพร….เสียงนั้นก้องเป็นภาษาที่เธอไม่รู้ แต่เข้าใจ
ขอพรสิ….
….นูรี…นูรียา
ขอพรสิ…นูรียา………..
…สาวน้อยเธอต้องการอะไรมากที่สุด
แม่….
แม่….
นั้นใช่ไหม   ที่เธออยากเจอ
ได้…
ได้สาวน้อย….หัวใจเธอเริ่มเต้นระทึก   และมีเสียงกลองเข้าทรงไล่ผีแว่วมา แต่เธอหาไม่เห็น
ที่ไหนนี่
มันโหดร้ายไป เราจะเฉลยสาวน้อย เมื่อเธอเรียนรู้ภาษาจักรวาล เธอจะรู้ความจริงทุกอย่าง
ลูกแม่ เสียงนั้นก้องมาจากปล้องไฟ
…แม่ทรมานเหลือเกิน แม่อยากกอด อยากจูบลูก….
….เนื้อตัวแม่ เป็นหนองผุพอง   แม่เป็นโรคร้าย….

สาวน้อยกรี้ดร้อง  ผิดกับที่เธอวาดไว้มากมาย มากมายเกินไปในความจริง
เธอพยามฉุดแม่ออกมา แต่เหมือนร้อน และมืออีกมากมายฉุดเธอลงไป ในปล้องไฟนั้น
มันร้อนและไร้เรี่ยวแรง  แปลกที่ร้อนรู้สึกได้ ในความไม่รู้สึก…สัมผัส

อย่าไปนะ อย่าไป กลับมาๆ เธอได้ยินเสียงเรียกจากครู
อย่าไป กลับมานี่ นี่ไง ครูหาพันธุ์มันขี้หนูมาให้ย่าของเธอแล้วนี่


….
…………..
……………………..
เธอค่อยลืมตา ร้องขอน้ำ และดื่มเอือกใหญ่ที่เดียวราวกับหลงทางมาจากทะเลทรายผู้ใหญ่ดีใจ  และเสียงสรรเสริญ ว่าพระองค์ทรงเมตตา พระองค์ทรงเมตตา

“อ้าวครูมาพอดี   ผีเข้าเดะนูรีอีกแล้ว”ญาติคนหนึ่งพูดกับนวลีย์
“เรอะครับ  เป็นยังไงบ้าง…พอดีผมเอาพันธุ์มันมาให้…”เขายื่นถุงพันธุ์มันให้ แต่ไม่กล้าขึ้นบ้านเพราะเห็นกำลังมีพิธีการอยู่
“เออถ้าจะไปโรงหมอบอกนะ ผมจะเอารถไปส่ง…”เขายืนมองสักครู่ เมื่อได้จังหวะจึงขอตัวกลับ
………………………………………………………………………………………………………………………
หลังจากนั้น
เธอจึงรู้ว่า ความจริงในอดีตบางเรื่องไม่จำเป็นก็ไม่น่าต้องรู้ ขอเพียงความจริงในปัจจุบันทำให้เธอเป็นสุข สุขจริงๆ ไม่ใช่สุขลวงๆ
ส่วนอนาคตจะกลัวอะไร เมื่อเธอรู้ภาษาของจักรวาลแล้ว
โลกใบที่ผ่านมาหนักเกินจะแบกไว้
เมื่อตอนนี้เธอสนุกกับไร่มัน และรายได้แปลกๆที่มีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอเช่น
…วิทยาลัยพยาบาลในเมืองขอให้เธอเป็นแบบในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ โดยที่เธอไม่ต้องถอดผ้าคลุม
…วันดีคืนดี เห็ดโคนที่สวนยางก็บานขึ้นจนเก็บขายไม่ไหว
….บางคืนเธอฝันเห็นแม่ แม่สวยเหมือนที่เธอวาดไว้ และสัมผัสกอดเธอได้ แม่บอกว่าพรุ่งนี้ไปตลาดสิ
พอเธอไปตลาดปรากฏว่า เพื่อนคนขายปลาที่เธอรู้จัก ภรรยาเขาจะคลอดกะทันหัน เขาบอกให้ช่วยขายแทนให้หน่อย “ช่วยดูร้านหน่อย….ได้เท่าไรเอาไปเลย เพราะวันนี้วันดี” เมื่อเขาได้ลูก คลอดง่าย ปลอดภัย ดั่งใจ แม้เธอปฐิเสธไม่เอาเงินที่ขายได้ เพราะมันเป็นเหตุฉุกเฉิน เธอควรช่วย อย่างน้อยก็คนรู้จักกัน แต่ เขาก็คะยั้นคะยอให้รับ  ถ้าไม่รับจะถือว่าไม่รู้จักกันอีก
…และเหตุการณ์ บังเอิญ…ไม่บังเอิญหลายครั้ง ที่ทำให้ เด็กสาวรูสึกว่าตนได้รับการคุ้มครอง
“อย่าได้รังเกียจในโชคลาภที่ได้มาโดยสุจริต
….ผีจะร้ายได้อย่างไร เมื่อช่วยกันทำมาหากิน เธอว่าไหมนูรี…”เสียงอธิบายบทเรียนจากสายโทรศัพท์บอกอย่างนั้น

…ราตรีนิททราสวัสดิ์  หลับฝ้นดีนะ
………………………………………………………………………………………..Goodnight  จุ๊บๆ


นิทานโทรศัพท์ 2.10 ไม่มีคลื่นโทรศัพท์

โดย talingsoong Mar.04.2008 2:56:09 pm


นิทานโทรศัพท์2.10

เราอาจได้ครองรักกันโลกหน้า
เช่นนั้นใช่ไหม…
นั้นคือประโยคคำถามที่ฝังอยู่ใต้ลิ้น  ลิ้นของหัวใจเสียด้วยซ้ำ
แผ่นดินไม่มีที่ว่างให้ความรักเสียแล้ว เช่นเดียวกับรักแท้ที่ไม่เคยมีตัวตน
และนานมากแล้ว
เมื่อมนุษย์ “อุปโหลก” ความรัก ลวงๆ ขึ้นมาเพื่อประโยชน์ ของการขยายพันธุ์ประชากรเพื่อการสงครามและการครอบครองพื้นที่

และละครน้ำเน่ากระตุ้นประโลม กับ ภาพการปฏิบัติกามกิจก็เกลื่อนเมือง และสำเร็จอารมณ์ด้วยรูปที่…ไม่มีวิญญาณ

ดอกนุ่น …..
……..
………..อย่างไร เสีย เมื่อเขายังมีเวลา แอบชมนกกางเขนน้ำป่าสร้างรังที่ตลิ่งสูง
เขาตื้นเต้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบินไปตามสายลำธาร เพื่อขนอุปกรณ์สร้างรัง ทั้งตัวผู้ตัวเมียช่วยกัน ดูเพลินตาในสีแดงน้ำตาล ฟังเพลินหูกับเสียงร้อง
        จีดี้  จีดี้  แปลว่าฉลาด นกจีดี้ กางเขนน้ำ มันฉลาดกว่ากางเขนบ้าน
       กางเขนบ้านเป็นนกบอกข่าว มันดี   ลายขาวดำ
……………
…………………………………
…………………………………..

………..
…………………………
…………………………………..
และที่ในเมือง
เด็กสาวจากชายแดนกัมพูชาน้ำตาซึม  หรือเธอมีความรัก  มนุษย์มีทางเลือกไม่มาก ทางออกเดียวของความใคร่  จะปลดปล่อย  หรือปิดกั้นไว้  และทางเลือกที่ไม่มากมาย  เมื่อ “เงิน”ซื้อทางออกนั้นได้ หลายคนรอคอย รอคอยเทพบุตรในเทพนิยาย เจ้าชายผู้มั่งคั่ง และแม้จะไม่ได้พบกับมัน  แต่นั้นกับทำให้รู้สึกดีกับชีวิตมากกว่าที่เป็นอยู่  อย่างตายด้าน

เขาถามเธอว่าร้องไห้ทำไม
เธอกลับหัวเราะ และทำหน้าที่ต่อไป
นิยายเก่าๆฝืนไปหมด
คิดถึงบ้าน
ถูกหลอกคนรักหลอกมา…สุดแต่จะคาดเดา แต่ฝืดแม้ความสงสาร

เดินไปตามถนน  ก้มหน้าเดินไปตามถนน  ในเมืองที่แห้งฝืดไม่มีชีวิต และบ่อหลุมแห่งกามโรค

ร้านข้าวต้มปิดไปแล้ว
และขึ้นรถคันงาม ของเพื่อน

“มึงจะไปต่อไหม ไอลีย์”เลี้ยงเพื่อนตัวขาวหุ่นเสี่ย ถาม
“แล้วแต่มึง ละกาน”นวลีย์ เอนหลัง
“เออแล้วมึงจะกลับกรุงเทพเมื่อไร…”นวลีย์ถามเนือยๆ
“กูจะกลับเมื่อไรก็ได้ ถ้าหัวใจกูพร้อม”เลี้ยงกล่าวพลางออกรถ นวลีย์ยิ้มและหัวเราะ “หร่อยๆ มึงหร่อย”
รถวิ่งไปตามถนน บรรดาร้านบริการเปิดยั่วเย้าเป็นย่านๆ
“……..สงสัยคืนนี้ต้องเปิดห้อง กูขี้เกียจไปเรียกแม่ที่บ้าน”เลี้ยงว่า
“เออ หาร้านใกล้ๆนี่  โอ๊ะแม่เจ้าโว้ย  บะละฮึ่ม”เขาวิพากษ์หญิงหน้าร้าน
“มึงเป็นครูจริงๆเรอะไอ้ลีย์  …”เพื่อนเลี้ยงทำท่าเสื่อมศรัทธา “มึงใช้เส้นพ่อมึงแน่ๆ…สงสารประเทศไทย  ฮ่ะๆ”เพื่อนเลี้ยงหยอก
“เฮ้ย กูได้ที5 นะเว้ย สอบแสนกว่าคน…”นวลีย์ตอบกลับ
“เออไอ้คนฉลาด…เอาร้านนี้ล่ะว่ะ”
แล้วเสียงสรวลเส หยอกเย้า …หญิงสาว หัวเราะ ร้องเพลง ตลก และมุกโลน
…..รติกาลผ่านไปอีกคำรบ….
………..ทุกอย่างลืมเลือน….เขาอยู่ที่ห้องๆหนึ่ง  และทบทวนว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปบ้าง

………….
…………………
……………………….
เพื่อนเลี้ยงโดนเทศนายกใหญ่ ท่านแม่
“ไอเลี้ยง มึงกลับกรุงเทพไปเลย  หัวใจม้าจะวายตาย  รู้ไหม ไอคุณลูก..ปวดใจ ปวดใจ”
เมื่อสัญญาณโทรศัพท์ขาดหาย
ระเบิด30 ลจุด ถูกกู้ได้บ้าง   แต่ที่ลานจอดรถของโรงแรมอีกที่1 เอาไม่ทัน
มีคนเจ็บและตาย
………………..
………………………..
สัญญาณจากเธอก็เงียบหายไปเช่นกัน
เมื่อเขาเดินเข้าสวนป่าไปอีกครั้ง
Good Afternoon…hang hang


นิทานโทรศัพท์ 2.9 เลือดขาว…คมกรีด

โดย talingsoong Mar.07.2008 9:28:14 am


นิทานโทรศัพท์ 2.9 เลือดขาว…คมกรีด
                                       

                                          กระโจมทะเลดาว

ที่ไร่ยาง คือพื้นที่ปลูกยาง ที่ไถเป็นแนว ชักเส้น วางระยะเป็นแถวสำหรับปลูกกล้ายางพารา … ช่องว่างระหว่างแถว จึงปลูกพืชไร่อื่นๆตามฤดูกาล ใช้งานผืนดินได้ราว4ปี ก่อนที่ต้นยางจะโตแผ่กิ่งใบ บังแสง

กล้วยโต ให้ผลได้เรื่อยๆ
สัปประรด รอแดด
ถั่วไทร ถั่วลิสง มันและผัก มะเขือมะแว้ง ขึ้นอยู่กับแดด เช่น ข่า ขมิ้น

มันขี้หนู ฟังดูไร้ค่า
เรียก มันกลิงคะ….มันหลิง ………..ฮาบีกึลิง ฮาบิแปลว่ามัน กลิงคือชาว กลิงทมิฬผิวดำ


แตงโม
แตงโมชอบทั้งน้ำชอบทั้งแดด ชื่อแตงจีน ติโมงจินอ
รู้ไว้ว่า จินอคือจีน ติโมง คือ แตงโม

มันจากอินเดีย แตงจากเมืองจีน

ขี้หนูฟังดูไร้ค่า
ฉี่หนูยิงน่ากลัว มันขี้หนูหัวโตราวยางลบอันล่ะสิบบาท
เปลือกดำเนื้อขาว…มีหนวด…ราก
แท้แล้ว มันขี้หนู “ทองคำ”เพราะแปลงหนึ่งทำรายได้หลักหมื่น ชื่นใจ
ชาวบ้านพรวนดินเป็นกองๆ เหมือนก่อเจดีย์ทราย เป็นแถวเป็นแนว หรือ เป็นภูเขาไฟฟูจิขนาดย่อมๆ แอ่งปล่องนั้นใช้ฝังหน่อพันธุ์มันกลิง
ทิ้งระยะ ให้หน่อพันธุ์สะสมอาหารจากแร่ดิน อาจใส่ปุ๋ยบางตามสมควร
…..
…………….ถึงหน้าฝนกรีดยางไม่ได้ ขุดไปขาย รายเฉลี่ย 2-3หมื่นต่อครัวเรือน






………………………………………………………………………………………………………………………
“บอกย่าของเธอว่า ไปปลูกมันที่ไร่ยางของครูได้ นะ นูรียะ”นวลีย์บอกเด็กสาวนูรียะบนรถจักยาน ชุดทำสวน เหน็บพร้ายาวที่ท้ายรถ ที่ตระกร้ามีขวดน้ำและถุงขนม
“แถวบ้านครูมีพันธุ์บ้างไหมคะ”เธอถาม
“มีสิ อยากได้ เดี๋ยวจะขอเขา ไว้ให้”เขาว่า
“ขอซื้อ ไม่ใช่ขอเฉยๆ “เธอกล่าวแล้วยิ้ม ก่อนปั่นจักรยานจากไป ทางสวน
หอมเนื้อสาว ชวนเคลิ้ม
ยินเสียง “เปรียะ”ลูกยางแตกร่วงเปลือกและเม็ดกลมๆมัน ลงพื้นดิน
มันปลุกให้เขาตื่น แล้วหายใจเอาจิตวิญญาณของครูเข้าไปใหม่

ครู…
ศิษย์…
ครูกับศิษย์ คือมิตรภาพที่ศักดิ์สิทธิ์
แล้วเขาก็หัวเราะกับกิเลสของตัวเอง…เบาๆ
………………………………………………………………………………………………………………………….
“เราได้รับรายงาน ว่ามีค่ายฝึกแนวร่วม แถวๆนี้”คนในเครื่องแบบกล่าว
“จริงเรอะครับ…เขาว่ายังไงบ้าง”นวลีย์ถามพลางคลี่ใบจากเพื่อมวนยา
ทหารชุดเฉพาะกิจ และอีกหลายหน่วยมักแวะมาพูดคุย ดื่มน้ำ ที่ม้านั่ง ใต้โคนมังคุดข้างบ้าน อาจเป็นความร่วมมืออย่างจริงใจที่ไร้ความหวัง เมื่อเขาทั้งหลายผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เงามืดทั้งหลายนั้นแฝงตัวอยู่ทุกหนแห่ง….และทุกเวลาแม้ลมหายใจเข้าออก
ศพเพื่อนบ้านชาวสวนยาง ยังเป็นที่กล่าวขวัญ…ขวัญเสีย และขวัญหาย
ชาวบ้านจึงนอนกำขวัญเอาไว้มั่น ก่อนรุ่งสาง ออกกรีดยาง
กรีดเปลือกรีดเลือดยาง
เลือดสีขาว ของยาง หล่อเลี้ยง ชุมชน…พวกก่อเหตุรู้จุดอ่อนนี้ดี
แล้วฆ่าได้
ฆ่าอย่างง่าย และเป็นไปได้ แม้หญิงชราที่ตกปลาริมลำธารระหว่างรอเก็บน้ำยาง
…และชีวิตผู้อื่นคือแบบฝึกหัด
“มีรายงานเห็นกลุ่มติดอาวุธ ที่สวนยางติดภูเขา…”คนในเครื่องแบบสูดควันยาเส้น
พลอารักขา และวิทยุกระจายกำลังล้อม บางระวังระไว บางนั่งคุยโทรศัพท์เสียงหวาน
“สิ่งมีชีวิตที่มีกรรมชนิดหนึ่งคือไก่ชน หมวดว่าไหม…เราเองไม่รู่ว่าใครเป็ใคร แต่เราต้องชน …เพราะยังไง ไม่ชนะก็โดนเชือดลงหม้อ”นวลีย์กล่าว และเสียงหัวเราะเหนื่อยๆ พร้อมๆกับคนในเครื่องแบบ
“อาจารย์มีอะไร ให้ช่วยเป็นพิเศษก็บอกผมแล้วกัน ไม่ต้องเกรงใจ”เขาบอกก่อนสั่งรวมหมู่เคลื่อนพล นวลีย์ยิ้ม ยิ้มเพราะรู้ดีว่า ใครๆก็ต้องการสิ่งพิเศษทั้งนั้น ถ้ามีพิเศษคงขอให้เหตุการณ์ดีขึ้นกว่านี้
………………………………………………………………………………………………………………………..
มิต้องลังเลสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น
มีกำแพงที่ก่อขึ้นเพื่อป้องกันตนเอง มันก่อขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนซากศพ
ค่ำนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
การฝึกซ้อมของกองกำลังติดอาวุธ….ใครได้ยินบ้าง
และทุกชีวิตในเหตุการณ์ เป็นเพียงก้อนอิฐ ที่นับวันยิ่งก่อสูงขึ้นเรื่อย

เลือดสีขาวของน้ำยางยังหลั่งเลี้ยง
แล้วหามีพิธีรำลึกคุณ อย่างคราวบรรพบุรุษทำนาไม่ …. ไม่เอาเสียเลย
ต่างเร่งกรีดโกยแม้เสี่ยงชีวิต
อย่างหามรุ่ง และลืมเวลา………..
…………………………………………………Goodnight





นิทานทานโทรศัพท์ 2.8  ดอกไม้จัน ควันหอม

โดย นวลีย์ Feb.07.2008 10:09:09 am


นิทานโทรศัพท์ 2.8  ดอกไม้จัน  ควันหอม


ดอกไม้จัน กลิ่นควันหอม

ดาวโจรจรัสแสงแดงเลือด
เขายืนมองศพสดๆไร้หัว ยืนมอง มือหนึ่งคือดาบพร้า และก้มลงเก็บศรีษะนั้น
เมื่อเขารู้สึกตัว วูบวาบ เขาวิ่ง
เขาพึ่งรู้สึกตัว
…………

วิ่งไปในความมืดมิด กระโจนผ่านพงไม้ เขาเหวี่ยงหัว หัวนั้นเข้าป่าไปอย่างไม่ใยดี
………………………..
เขามารู้สึกตัวอีกที
ใต้ครึ้มไม้ คืนเดือนมืด ดาวโจรจรัสสีเลือด  ในมือคือดาบพร้ายาว มีสะเก็ดเลือดสด ตามใบหน้า  ท่อนอกเสื้อกล้ามสีดำ
และเขามารู้สึกตัวอีกที  เมื่อรัสมีดาวโจรเลือนหายไปใกล้รุ่ง ล้างน้ำจากธารถ้ำ ดาบพร้า ร่างกาย แขนขา
…และพิธีสารภาพ ด้วยสายควันจากฟอยสีเงิน
“…ช่างแม่ง” เสร็จคำสวดสุดลมหายใจ หลังสงบนิ่ง จึงลุกเดินกลับบ้าน
……………………………………………………………………………………………………………………

นวลีย์ต่อแถวขึ้นไป เดินขึ้นไปเรื่อยๆ อากาศอุดอู้ ร้อนแน่นผู้คน แม้โรงพิธีเมรุจะกว้างขว้าง
ไม่มีเวลายืนไว้อาลัย
วางดอกไม้ รับของชำรวย ไหว้ ญาติพี่น้อง
เนื้อ อาหาร กลิ่นควัน กลิ่นเศษอาหาร
สงบนิ่งฟัง เสียงร้องไห้
ฟังเสียงปลอบ
เสียงเรียก  
“อ้า  ใคร จะ ดูศพ   จะเข้าเมนแล้ว” มีสินบนให้ผู้จัดการโรงเผามนุษย์ มีเหล้าขาวล้างโรง เงินเบียร์ ล้างคอสัปเร่อ และคำสั่งเสียจากญาติ
“ทำให้ดีนะลุง”
แม่บอกลูกว่า
“พ่อไปสวรรค์แล้วลูก  มาส่งพ่อหน่อย”แล้วเธอก็ทรุดกาย ญาติพยุง ยาดมบีบหนวด

เสียงปิดฝาโลง
เสียงประตูเหล็กประตูเมรุ
และผู้คนเริ่มทยอยกลับบ้าน
………………………………………………………………………………………………………………….

เขายังนั่งอยู่ตรงนั้น
มองกลุ่มผู้จัดการพูดคุย
……………………………………………………………………………………………………………………

แมลงปอยักษ์บินเล่นลมอยู่เหนือทุ่งกก
ข้างล่างชุ่มน้ำ ลูกยุงเกิดใหม่จากลูกน้ำ ขาดสติคือเหยื่อ

เย็นวันเผาศพ เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำบินวนเวียนเฉียดปลายไม้
สุนัขวิ่งเข้าใต้ถุนแคร่  บางตัวหอนออกมา
………………………………………………………………………………………………………………..

ลือกันว่า
ผีหัวขาดเฮี้ยนนัก มานั่งร่วมวง กับสหายสุราในคืนที่สาม
มีเสียงกระซิบว่า

“เขาพึ่งรู้สึกตัว”……………………………………………………………………………………………..

คืนที่สั่นกลัว
ไม่มีเสียงโทรศัพท์
สุนัขเห่าลั่น หมู่บ้าน จากนั้น มันก็หอนรับกันเป็นทอด


รู้สึกตัว
รู้สึกตัวไว้   กลิ่นธูปที่หิ้งพระ กล่อมหัวใจให้แผ่ว
และหลับลงอีกครั้ง
………………..Goodnight


ระหว่างเคลื่อนกระบวนรบ

โดย นวลีย์ Feb.01.2008 9:53:06 am




มองไปที่คืนเพ็ญในเดือนวิสาขะ
เหล่านักรบหลงทางร่ายสุราแกล้มแสงจันทร์ศักดิ์สิทธิ์
เหงาสะท้อนคมอาวุธ
และกิเลสร้ายยังเลียบค่าย


…มีบทเทศนาแว่วมาแต่ไกล
อร่อยอยู่ในทวงทำนอง ว่าชะตากรรม
ลมแห่งรติกาลผ่านอุ่นนวลจันทร์
เคลื่อนไปข้างหน้า หรือไม่มีวันหวนกลับ



เหลือ ในเหลือ พันธนาการ กันและกัน ด้วยความเกลียดชัง
ในสนามที่ไม่มีเวลาร้องไห้
เหล่าเทวทูต ประกาศกล้า ไปคนละทิศ คนละทาง
….ว่า นั้นล่ะ สงครามศักดิ์สิทธิ์

หอกไห

ผ่านสนามแล้วสนามเหล่า
เหล่าวิญญาณมิอาจพักผ่อน
เมื่อ ต่างรอคอย รอคอย
ว่าชัยชนะ อันเป็นนิรันดร์


นิทานโทรศัพท์ 2.7 คิดถึงสุดหัวใจ

โดย talingsoong Jan.24.2008 10:38:29 am


                                             โอบล้อม


แดดบ่าย ฟ้าคราม เมฆขอบเข้มเค้าฝน
ที่โรงเรียนมีสนามหญ้า หญ้ามาเลเซีย ออกดอกเป็นหญ้าเจ้าชู้

ครูในชุดสุภาพ เสื้อแขนยาวติดกระดุมข้อมือ นั่งบนม้าหินอ่อน ใต้ต้นพิกุล


กลุ่มเด็กหญิงฟังคำสอนนอกบทเรียนจากครูของพวกเธอ
กลิ่นกายของเธอ ทำให้ครูหนุ่มเสียสมาธิ

“ครูบอกแล้วใช่ไหมว่า อย่าใช้น้ำหอม เรายังเรียนหนังสือ เรามาเรียน มาหาความรู้…..”
“ไม่ใช่มาหาแฟน…”นูรียาชิงพูดขึ้นก่อน แล้วบรรดานักเรียนก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะของพวกเธฮทำให้ แดดเหงาบ่าย สดชื่นขึ้นมาก

ใครคนหนึ่งลุกไปโทรศัพท์  และเสียงแซวตามหลังไป
บางคนก็ก้มหน้าก้มตาทำการบ้าน แต่นูรียายังจดจ่อกับการพูดคุยกับครูของเธอ
“…เพื่อนครูไม่มาบ้างเรอะ…”เธอถาม แว่วตากลม ชั้นเดียว เปล่งประกายใต้คิวดกเรียว ซึ่งย่ามักหยอกว่าอิสลามตาจีนคบไม่ได้ แต่เสน่ห์ยิ่งเพิ่ม เมื่อวับแววอยู่ในหน้ารูปไข่ผ้าคลุมขาว
“…นูรียา…เธอเป็นนักเรียนหญิง ถามถึงครูผู้ชายมันไม่งามนะ …ได้ยินเพื่อนเธอว่าเธอโทรไปหาเขาตอนกลางคืน  ครูยิ่งไม่ปลื้ม”ครูหนุ่มพูดเสียงเข้ม
“แหม ครู เขาน่าสนใจดีนะ  เขากล้าขับมอเตอร์ใซด์เข้ามาถึง ที่นี่”เธอว่าต่อ ครูหนุ่มรู้ดีว่าจริงๆแล้ว ถึงแม้เด็กสาวนูรียาเรียบร้อย  แต่เธอกล้าที่จะเรียนรู้
“เขาเป็นเพื่อนครู ไว้ใจได้ เราอยู่ห้องเดียวกัน ตอนเรียน ไปเรียนมหาวิทยาลัยก็พักอยู่หอเดียวกัน  “ครูพูดต่อ เมื่อเห็นเด็กสาวสนใจฟัง
“…แปลก เขา แปลก  ครูรู้สึกเหมือนเขาเป็นญาติ…แม้ครูพยายามโน้มน้าวให้เขา เข้ารับอิสลาม แต่เมื่อเรายิ่งคุยกัน  ครูก็ยิ่งรู้สึกว่า เขามีอะไรน่าค้นหามากกว่าการเปลี่ยนแปลง
…ครูเห็นเขาเมาเละเทะอยู่ป้ายรถเมล์  แต่วันดีคืนดีเขาก็ลุกขึ้นใส่บาตร เขาซื่อสัตย์ในความคิดของตัวเอง
และมักพูดถึง มหาครูและดาวนำทาง….ยิ่งเรา…”ครูมองไปที่เมฆไกลๆ มันเคลื่อนที่ไปทางภูเขา
“…เขาเชื่อในพระเจ้าไหม…”นูรียาถามต่อ
“เขาเหมือนพวกนอกรีด โฉดเขลา อ่อนแอ….มีผู้คนสิ้นศรัทธามากมายกล่าวโทษพระเป็นเจ้า  แต่เขากลับโทษตัวเองซ้ำๆซากๆ สิ่งที่มหัศจรรย์และเป็นเสน่ห์ คือความจริงใจอย่างธรรมชาติของมนุษย์ทั่วไป…และความสามารถบ้างอย่างที่อธิบายไม่ได้”

“ครูเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวไหม”…
เสียงอ้อดบอกเวลาเลิกเรียนพอดี ครูหนุ่มตวาดแว้ด เมื่อเด็กสาวถามแล้ววิ่งออกไป
“ เธอนิ เหลวไหล ยิ่งโต ยิ่งเหลวไหล…”



เย็นแล้ว
นวลีย์เดินไปตามทาง ร่มต้นยาง
ฝนเหมือนจะตก แต่ไม่ ตก  เขาเดิน สูดกลิ่น และฟังเสียง
…ท่าน
ใคร ตัวท่าน ตัวเรา ใครถาม…บนทางเดิน
ท่านนั้นแหละ
ท่านเลือกที่จะเผชิญ ท่านจะยิ่งแจ่มชัด ท่านจะยิ่งถูกท้าทาย

เสียงของตัวเอง
…ท่าน
ท่านจะเดินไปไหน….ท่านเดินจงกลม หรือ   ….หรือเดินเล่น
….สนุกไหม สนุกไหม


นวลีย์ขนลุกไปทั้งตัว เมื่อเขาลองตั้งใจสนทนากับเสียงนั้น
เขานึกถึงร้านเหล้าในเมือง  สาวๆในร้านคาราโอเกะ และความสิ้นเปลือง
….เพื่อสิ่งนั้นใช่ไหม
เขาเดินอย่างนิ่มนวล  แต่กายและใจ กลับกระสันต์ คล้ายสุนัขติดสัด  
                                       

                                           สังสารวัฏ

ท่านจะยิ่งเด่นชัด เมื่อท่านท้าทายพวกเขา
ท่านจะยิ่งเด่นชัด เมื่อท่านท้าทายพวกเขา
ท่านจะยิ่งเด่นชัด เมื่อท่านท้าทายพวกเขา…เสียงนั้นค่อยๆเงียบไป



“จะไปไหน…”เสียงหนึ่งดังมา
“อ้าว เธอนี่เอง….มาได้ไงนี่”เขาหันไป นูรียาในชุดเก่าทำสวน  สวมผ้าคลุม ถือพร้ายาว
“สวนย่าหนูอยู่ตรงนั้นเอง คะ”เธอยิ้มเห็นฟันเรียงเป็นระเบียบ แต่เขี้ยวสองข้างยาว เหงือกสีชมพู และหนวดของผู้หญิงเหนือริมฝีปาก
“โอ้ ขยันๆ ดีจริงๆ  ครูภูมิใจในตัวเธอมาก”เขาฟอร์มเสียงให้ดูตลก
“คิกๆ ..แล้วไม่เห็นเข้าไปเที่ยวโรงเรียนหนูเลย..”เด็กสาวหัวเราะ  ทั้งคู่เดินไปด้วยกัน แต่ทางมันแคบ เขาจึงสละเดินบนทางรก
“งานยุ่งมาก  แล้วเธอล่ะ การเรียนเป็นไงบ้าง”เขาถาม
“โธ่งานยุ่ง เห็นมาเดินเล่นสบายใจ”เธอว่า
“คลายเครียด รีแล็กๆ”เขาตอบ
“ครูเคยขึ้นไปบนลานหินไหม….บนภูเขาโน้น”เธอชี้   เขาหัวเราะ
“เคยสิ  ว่างๆ เราไปเที่ยวกันดีไหม”เขาชวน
ไปสิ…เธอว่า   เมื่อไร…เขาถาม
คืนนี้…เธอตอบ เขาเงียบ
….ในความฝัน….เธอยิ้มและแว่วตาพราวประกาย

ระหว่างทางเดิน

…ตันหยง แปลว่า พิกุล    มัสแปลว่าทอง
ตันหยงมัส แปลว่า พิกุลทอง….นูรียสอนภาษามลายูถิ่นให้เขาฟัง…

อะ ถึงสวนแล้ว โน่นย่ารออยู่ ไปก่อนนะคะ สวัสดีคะ…
……………
……………………..
……………………………



คืนนั้น
ข้อความจากสุดขอบฟ้า บอกว่า… คิดถึงสุดหัวใจ…


นิทานโทรศัพท์2.6 โลก แคบ หรือ กว้าง

โดย talingsoong Jan.11.2008 2:19:55 pm


 นิทานโทรศัพท์2.6 โลก กว้างหรือแคบ

] ต้นน้ำ


เขาฟังเสียงเพลง แสงอาทิตย์ ยามเย็น ดูเศร้า หนองน้ำ น้ำนิ่ง ใส พื้นดำ
มีนกกลับรังบินผ่านมาบาง
มีรถซิ่งของเด็กวัยรุ่นดังแว่ว ไกลออกไป
ที่นี่ลึกเข้ามาในสวน สวนยางท่ามกลางสวนยาง ต้นยังโปร่งเพราะยังไม่โตเต็มที่  รออีก2 ปีคงกรีดได้ ล้อมรอบด้วยสวนยางแก่ข้างๆ แก่จนต้นเป็นปุ่บและมีไม้อิงอาศัยขึ้นประดับ ทั้งกระเช้าสีดา ชายผ้าพระราม และบรรดาข้าหลวง อีกรักเร่กล้วยไม้ไร้ราคา ล่างลงมาพวกเฟิร์น สมุนไพรที่ไม่รู้หลากชนิด…ใครรู้ค่าเก็บเอา ที่ไม่รู้ก็บุกเหยียบข้ามไปมา

เขาฟังเสียงเพลง เพลงจากวิทยุเพื่อนใจร่วมทำไร่
คนอื่นคงกลับไปกันหมด แล้ว   เมื่อข่าวไม่ค่อยดี…ข่าว และ เห็นมาว่าอย่างนั้น

แปลกที่ว่าเขาหลงใหลมันเกินกว่าความตาย
ช่างงดงาม และสุดหอม หอมระลึกชาติ…หลงใหล
หลงใหล
หลงใหล
หลงใหลในบรรยากาศ…ที่กล่าวมาข้างต้น

…อาถรรพ์ของอาชีพชาวสวนมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
คือทำงาน ทำงาน เหงื่อ เหงื่อ เหนื่อย หยุดพัก แล้วมองดูฤดูกาล มองดูความเติบโต ดูผลผลิต …และหายนะในบางครั้ง



เพื่อนจากบนเขาแบกสะตอผ่านมา
เขาทักทายเป็นภาษามลายูปนไทย สรุปว่า เอาไม่เอา
เอาไหมสะตอ  เอาไม่เอา
เอา
ไม่เอา

น้ำใจเพื่อน สะตอห้าฝักกลับบ้านเย็นนี้
“แว(where)แว แด็ท ตาแวแว …ไหนไหน ก็ไหนๆ กลับบ้านด้วยกันนะ”นวลีย์หยิบวิทยุ ,เครื่องตัดหญ้า และกระสอบเป้สัมภาระ
“ทำไม มึงยังไม่มีเมีย”เพื่อนถาม
“เฮ้ย กูมีตั้งหลายคน แต่ใครจะกล้ามาอยู่ …พวกมึงเลิกวางระเบิดแหละ กูจะพาเมียมาอยู่”เขาหยอก แต่เพื่อนผู้แบกสะตอยิ้มแห้งๆ
“ถ้ากูบอกให้หยุดได้ กูทำไปนานแล้ว…มึงรู้รึเปล่า ขนาดคนหาน้ำผึ้งบนภูเขาอย่างกูยังมีรายชื่อเป็นแกนนำ”เพื่อนไม่หยอก บอกให้ฟัง
“ไม่รู้ใครเป็นใคร   พวกเรียนหนังสือมาก มันก็รู้มากจนไม่ฟังคนแก่”เพื่อนพูดต่อ
“…เอ้าเรียนมากสิดี จะได้ไม่ถูกเขาหลอก…”นวลีย์ แย้ม ความเป็นครู
“กูเชื่อ…กูเชื่อว่าเรียนรู้นั้นดี…………………………………………………………
…แต่ศาสนาไม่สอนให้ฆ่าคนหรอก….มันสอนของมันเอง…สวรรค์บ้านพ่อมัน…ต้องฆ่าคน”เพื่อนพูดอย่างจริงจัง
เขาพยักหน้า   ถ้าเขาหยอกกลับเครียด  ถ้าเขาเครียดกลับหยอก


ไม่มีใครว่าอะไร
เมื่อสะตอที่เพื่อนมุสลิมให้นั้น นำมาผัดในค่ำนั้น เพราะเขาให้เพื่อนชาวพุทธแล้ว  เพื่อมาประกอบอาหาร  
เราทั้งหลาย เครียดกับเกล็ดเล็ก เกล็ดน้อยของศาสนามากมาย   มากมายเสียจน

… จนทำลายหน่อพันธุ์แห่งมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ หรืออาจไม่ยิ่งใหญ่
มิใช่น้อย มิใช่หรือ และผลในทางตรงกันข้ามอันเปราะบาง ที่เรียกเป็นประโยคคำสั่งว่า
…อย่าไปไว้ใจ…

หรืออาจมีใครว่าอะไร…อาหารมื้อนี้เป็นอาหารแห่งบาป
ท่านไม่สมควรทำ  แล้ววางยาพิษในอาหารมื้อนั้นเสีย โดยอ้างพระนามของพระองค์


นวลีย์ กินน้ำใจของเพื่อน อย่างอิ่มใจ และอิ่มท้อง
แผ่นดินโหดร้ายนิดหนึ่ง เมื่อพันธนาการมนุษย์ไว้ด้วยพุง…พุง…พุง


มีคำเตือนว่าท่านทั้งหลายไม่ควรทำสมาธิ สวดมนต์  เมื่อท้องท่านอิ่มใหม่ๆ


เสียงเพลงแว่วมาพร้อมเสียงฝน

มีโทรศัพท์จากเด็กสาวนูรียา สอบถามเรื่อง บริษัทข้ามชาติ

“ต้องทำรายงานคะ อาจาน..”
เด็กมอสี่ โรงเรียนปอเนาะเรียนเรื่องบริษัทข้ามชาติ
และนวลีย์กลับยินดีหาซื้อหนังแผ่นลดราคา ในห้างบิ้กซี

เขาอธิบายไปว่า
“การค้าเสรีนั้น คือการแข่งขันอย่างอิสระ กรรมการนั่งมอง มองเหมือนสนุกสนาน
….เป็นดาบสองคม
ดีหรือไม่ดี
ผูกขาด
ดี
เอา
ไม่เอา
สัมปทาน
อ้า…ลืมหมดแล้ว  อาจารย์ลืมหมดแล้ว
เอาล่ะ   การค้าเสรีนั้น อันตรายถ้า…เพราะ
ถ้าเพราะ..บางครั้งมันสุกเอาเผากิน มันกระตุ้นให้คนเกลียดตัวเอง…
มันกระตุ้นให้คน ทะยานหาความฝัน
….ทั้งนั้น มันเหมือนอวนดักปลา ปลาตัวใหญ่ มักตกเป็นเหยื่อของนายทุนชาวประมง
…ปลาตัวเล็ก ก็ท่องไปอย่างอิสระ”

นูรียา…อาจงง

เขาอธิบายต่อไปว่า
การค้าเสรี คือโอกาส…แต่มันต้องรอคอยอย่างยาวนาน ด้วยชีวิตทั้งชีวิต”

เขาบอกชื่อหนังสือ และนักคิดให้เธอ

นูรียาถามต่อไปถึงเรื่องการ…ขายชาติ…

เขาบอกว่า

การขายชาตินั้น เป็นเรื่องระดับปริญญาโท…ไม่ใช่เรื่องของเด็กมอสี่



บางครั้ง
สิ่งที่คาดเดากลับต่างไป
เด็กหญิงอ่อนหวาน กลับสนใจเรื่องเครียดๆ ทั้งที่วัยเดียวกับเธอมัวสาละวนกับการดาวโหลดเพลง หนัง คลิป
ใส่เครื่องพกพา…พวกเขาอาจหัวเราะ ถ้า เอ่ยคำว่า…ขายชาติ

เพราะเสรีภาพบอก ว่าโลกเป็นของพวกเธอทั้งหลาย
ใครผูกขาดโลกมิได้….
แต่โลกแคบลงเมื่อมนุษย์ขยายพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าเกลียดกันโลกอาจกว้างขึ้นสักนิด สักระยะ สักลมหายใจ
และอาจห่างกันไปชั่วนิรันดร์

หรือความรักทำให้โลกแคบลง

เพราะเมื่อพูดเรื่องหนักๆ กลับหนีหายกันไปหมด……….โหลๆ


…………………………….ตุรุด ตุรุด………….หมายเลขของคุณไม่สามารถใช้งานได้ขณะนี้กรุณาเติมเงินด้วยคะ…เอิ้กๆ

ฝนพรำกล่อมให้หลับไปในคืนนี้
เขาวางโทรศัพท์ลง
เมื่อเสียง ณ เส้นขอบฟ้า ไม่สามารถติดต่อได้ บัดซบความจนทำให้โลกห่างขึ้น….Good night.


นิทานโทรศัพท์2.5  จึงมาพบกัน

โดย talingsoong Jan.11.2008 11:40:46 am


เธอผู้ส่งข่าว

…เธอชื่อนุรียา
ตั้งแต่เด็กจนโต เธอไม่มีใครนอกจากย่า  อาจมีญาติๆแต่ดูเหมือน ย่า เท่านั้นที่รักแลห่วงใยเธออย่างจริงใจ
แดดบ่ายหน้าร้อน นุรียาลงจากรถสองแถว จ่ายเงิน แล้วเดินหลบหญ้าเจ้าชู้ให้พ้นชายกระโปรงยาว
รองเท้าผ้าใบสีขาว และผ้าคลุมตามแบบนักเรียนปอเนาะ

สมัยนี้ใครๆที่โรงเรียนมีโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆกันหมดแล้ว
เมื่อเก็บเงินได้ เธอจึงหาซื้อมาใช้กับเขาบ้าง  เหตุผลหนึ่งคือได้ถามข่าวติดต่อกับย่า
ย่าเป็นห่วง ได้โทรศัพท์มาบอกเพื่อนบ้านข้างๆ ก็เบาใจ


….ที่บ้าน ในครัว บ้านหลังเก่ายกพื้น เป็นบ้านเก่าที่ปุด้วยแผ่นสังกะสีแซมไม้เก่า
ในครัวมีอาหารที่ย่าเตรียมไว้รออยู่  ข้าว ปลาแห้ง แกงปลา และน้ำบูดู
เพราะเหนื่อยจากเรียนและเดินทาง  ย่ารู้  จึงเตรียมไว้ไม่ขาด


อะไรคือความยากจน?
บ้าน อาหาร เสื้อผ้า ยา  ไม่เคยขาด   อย่างน้อยข้าวปลายังมีติดบ้าน
แต่ย่าแก่ขึ้นทุกวัน  นูรียารู้ และสำนึกทุกค่ำเช้า  ว่าต้องเรียนให้จบเร็วๆ  ย่าจะได้สบายเสียที
พระเจ้าประทานชีวิต และ ในทุกๆสภาวะที่พระองค์บันดาล คือบทเรียนที่พิสูจน์ด้วยศรัทธา

…แม้มีน้อยใจ  ในคำนินทาที่ลอยมาเข้าหู
แม่ของเธอหลายใจ  หายไปกับใครก็ไม่รู้ ทำให้พ่อต้องตรอมใจตาย
เค้าว่าแม่มาจากภาคเหนือของประเทศไทย  มาทำงานที่ร้านคาราโอเกะ
 อย่างที่รู้กันว่า  ผู้หญิงตามร้านนั้นทำอย่างอื่นด้วย
 คนใจร้ายเคยเยาะหยอกสมัยยังเป็นเด็ก ขี้มูกโป่ง ว่า …ลูกผู้หญิงนั่งร้าน
ที่สุไหงโกลกเป็นเมืองที่มีสถานบริการมากมาย

ความหมายของเมืองจึงกำกวม
มาจากไหน มาจากโกลก
ผู้หญิงโกลก…จึงมีหลายความหมาย เช่นเดียวกับ นิวยอร์ก

พ่อพาแม่มาจากที่นั้น ไม่มีคำคัดค้านใด เมื่อหญิงขายบริการคนหนึ่ง ยอมประกาศตนเป็นมุสลีมะย์
 เพราะมนุษย์ล้วนเท่าเทียมกันในสายพระเนตรของพระเจ้า
ตามความเข้าใจที่ว่าเมื่อดึงผู้หลงผิดเข้าหาศาสนา  ย่อมได้กุศลยิ่งใหญ่

แต่ในสังคมที่เคร่งครัด  แม่ก็ทิ้งพ่อและเธอไป  เพื่อกลับไปสู่โลกที่ที่คุ้นเคย
พ่ออกตามหาแม่ไปทุกที่ ที่มีแหล่งร้าน สถานบริการ  ตามคำบอกของเพื่อนของแม่ ไปจนถึงหาดใหญ่…ก็ไม่พบ



เวลาผ่านไป เพียงนูรียา มีความมั่นคงต่อจิตใจตนเอง
ทำหน้าที่  และเธอก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนหรือเสื่อมเสียใดๆ  คำนินทาว่าร้ายก็ส่างซาลงไป ด้วยพระเมตตาของพระองค์


คนทั่วไปมักสนุกกับการเล่าเรื่อง  เรื่องลับ คายในที่แจ้งยิ่งอยากรู้  เรื่องน่าหมั่นไส้  เรื่องคนมือไว  รถคันใหม่  หรือลูกสาวบ้านนั้นไม่ใส่ผ้าคลุมออกจากบ้าน

แปลก หรืออาจไม่แปลก  นูรียาไม่เคยมีอารมณ์ร่วมกับกลุ่มสนทนาแบบนี้เลย  นั้นเพราะเธอรู้ดีว่าเหยื่อในคำให้ร้ายนั้น  ก็ถูกฆ่าอย่างเลือดเย็นนั้นเอง  การฆ่ารูปแบบหนึ่งคือฆ่าด้วยคำพูด

มีเพื่อนบ้านไม่กี่คนที่เข้าใจ และรู้ว่าเธอไม่ได้หยิ่ง ยโส อย่างที่เขาว่ากัน
ยิ่งเรียนสูง  ก็ยิ่งรู้สึกว่า ยิ่งต้องเงียบ
ก็เธอช่วยเหลืองานการต่างๆอย่างดีไม่มีบกพร่อง  บ้านไหนมีงานก็ไปช่วยล้างจาน หั่นผัก  หั่นเนื้อ ไม่เกี่ยงงอน


และพลังมหาศาล เมื่อเทียบกับเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน  คือเธอรับกรีดยาที่สวนของญาติ
ออกแต่เช้ามืด พร้อม มะ ลูกพี่ลูกน้อง
มะเป็นหนุ่มร่างใหญ่กำยำ ผิวสีน้ำตาลสว่าง ใบหน้าละมุน ยิ้มหวาน และพกมีดยาวทุกครั้งเมื่อไปสวน
เธอจึงรู้สึกปลอดภัย  แม้สวนยางจะอยู่บนเชิงเขา  ใต้ลานหินแห่งเจ้าชายแห่งนั้นนั่นเอง

ความโชคดีจากภูตผีเป็นสิ่งต้องห้าม
แต่สิ่งที่เธอยังฉงนและไม่กล้าเอ่ยเล่าใครเลย แม้แต่ มะ ที่มาด้วยกัน



เช้ามืดในจันทร์เต็มดวง ณ สางนั้น
อากาศแห้งและเย็นลำแสงนั้นส่องมาจาก แผ่นหินสีเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในอากาศ
…เธอมองมัน  ตกใจ  อึ้ง   แต่มองอย่างไม่กลัว  เพราะสนใจ  
ภาพที่ปรากฏนั้น แม้คนรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาแล้วบางคนอาจขวัญกระเจิง เอะอะ วิ่งเข้ารกเข้าพงไปแล้ว
แต่นูรียายืนดู อย่างตื่นตา ตื่นใจ และอิ่มเอิบอย่างน่าพิสวง  พร้อมกับเลือดฤดูแรกที่เกิดขึ้นในฉับพลัน

ทุกขุมขนตั้งชัน หัวใจเหมือนว่างหายไป  แล้วกลับมาเต้นดังเหมือนกลองหนังใบหญ่ที่โรงครัวมัสยิด
เธอเห็นชายชุดขาวยาวเหมือพวกดาวะ  มีหนวดและมวยผมลอยขึ้นไปตามลำแสงนั้น

ไกลกลับเห็นใกล้…ร่างนั้นโบกมือและยิ้ม แล้วทุกอย่างก็หายไป เหมือนกดปิดโทรทัศน์

หลังจากนั้น  พวกทหารก็เริ่มมาตรวจบริเวณถ้ำใต้ลานหินแห่งเจ้าชายบ่อยๆ
มะ มักตอบคำถามทหารแทนเธอเสมอ
แล้วก็มีคำเตือนว่า  ให้กรีดยางตอนใกล้ๆสว่างจะดีกว่า
และบ้างวันก็มีคำเตือนว่า “วันนี้อย่าออกไปกรีดยางนะ”
ข่าวที่น่ากลัว  หัว ของลุงไทยพุทธสวนข้างๆ วางอยู่กลางถนน ก่อนถึงทางขึ้นสวนยาง


เช้ามืดของเดือนมืด ณ สางหนึ่ง
เธอเห็นกลุ่มคนก่อกองไฟ  แล้วเธอจึงปิดไฟแบ็ตตารี่  งุ่มๆ ป่ายปีนก้อนหินตามทางน้ำที่พอคุ้น ขึ้นไปซุ่มดู


บนลานหินแห่งเจ้าชาย เหมือนมีกองคาราวาน มีผู้คนมากมายมาร่วมชุมนุม
แต่เมื่อเธอเพ่งมองจริงๆ  กลับมีกลุ่มคนแค่ 7 คน
พวกเขาเป็นมนุษย์แน่ ต้องเป็นมนุษย์แน่ๆ แค่เห็นแต่มิอาจจับใจความได้เลยว่าเขาสนทนาอะไรกัน

มีมือมาแตะที่ไหล่  เธอสะดุ้ง หัน
มะ ลากเธอลงมาไม่พูดอะไร
และเช้านั้นก็กรีดยางได้ไม่ถึงครึ่ง  แปลกที่ว่า มะ ไม่เอ่ยถามใดๆเลย เขาจูงเธอมาขึ้นรถมอร์เตอใซค์พากลับบ้าน
เช้าวันนั้น  ทั้ง มะ  และ นูรียา  จับไข้
ย่าและคนอื่นเห็นควรเชิญบรรดาอิหม่ามมาสวดขอพร
ด้วยพระเมตตาและมหินทานุภาพแห่งองค์อัลเลาะห์ วิญญาณร้าย ภูติผีป่า วิญญาณที่ไม่สงบ
หรือเหล่า สมุนไซตอนพวกนี้มิอาจทนทานอยู่ได้

เสียงอ่านดุอาร์ ทำให้หัวใจเธอเต้นเป็นปกติขึ้น  แล้วหลับไป ก่อนฟื้นไข้ ในบ่ายวันถัดมา

นูรียายิ่งเงียบกว่าเดิมหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

และสิ่งที่เกิดขึ้นในสางนั้น…
บนผาหินแห่งเจ้าชาย
บุรุษ และสตรี ราว 7 คน พวกเขาต่างนั่งล้อมวงสนทนา
มีชา กาแฟ น้ำเมา และของกิน
ทั้งเจ็ดหาได้มาเที่ยวตั้งแคมป์ไฟท่องป่า  พวกเขามารอคอยครูของพวกเขา
นวลีย์ผู้มาตามเสียงที่เขาสงสัย จากหน้าบ้านของเขา เขาต้องเดินขึ้น…ข้ามภูเขา แล้วเดินตัดสันเขามาไกลกันดารพอดู
มีทายาทนักธุรกิจเชื้อสายจีน เมื่อครั้งหนึ่งโคตรตระกูลของเขาเคยรับสัมปทานผาหินบริเวณนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน  แต่เหตุเภทภัยแบบที่อธิบายมิได้ ทำให้เขาต้องเลิกกิจการไป
และอีกห้าคนที่ต่างรับรู้ในคำเชื้อเชิญแปลกๆ  ของ มหาครู

และพระสงฆ์รูปหนึ่งก็ปรากฏร่างออกมาจากชง่อนหิน เป็นโพรงถ้ำใกล้ๆนั้น

“…นิมนต์หลวงพ่อนั่งก่อน” นวลีย์ไหว้และเชิญพระรูปนั้นนั่งลงบนผ้าปู  จีวรสะท้อนแสงจากกองไฟ สว่างดั่งผู้วิเศษ
“…เขาอาจเป็นวิญญาณที่ไม่ยอมรับชะตากรรม…”พระเริ่มเอ่ยบท
ทุกคนเงียบ แม้ไม่อยากให้ใครมาวิพากษ์มหาครูของตน แต่จำทนฟัง เพราะนี่เป็นวิถีหนึ่งในการรับรู้
“…โลกนี้ กับที่นั่นมันเป็นเหมือนเส้นขนาน  พวกเธอยิ่งรับรู้อะไรมากมาย ก็ยิ่งดูไม่ปกติในสายตาผู้อื่น..”
…เขาแค่ผ่านมา  พบเห็นความเป็นไปของที่ที่เขารัก…
…ผู้คนเปลี่ยนไป  จิตใจคับแคบไม่เหมือนเก่า…
…บ้างก็บ้าคลั่ง  คิดแค้น  ฝังหัว..
…เขาว่า เขาหดหู่เป็นที่สุด…กับเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น…
…มันฆ่าแม้คนแก่ใกล้ตาย…ฆ่าผู้ทรงศีล หญิงท้องแก่ และสุนัขจรจัด เขามาบอกหลวงพ่อ แล้วหลวงพ่อเองอธิบายอะไรไม่มากไปกว่ากรรม
…เรื่องของกรรม…
….ครูของพวกเธอ อาจเป็นผีร้ายก็ได้…”พระยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่ม คนกลุ่มนั้นนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินคำว่า…ผีร้าย
ในยุคสมัยที่ เทพเทวาหนีหายไปจากสังคมมนุษย์  และประสบการณ์เหนือคำอธิบายที่พวกเขาได้รับนั่น  มันวิเศษเป็นที่สุด  แต่พระรูปนี้กลับ หาว่าครูของเขาอาจเป็นผีร้าย
“…ลึกลงไปนั้นมีทางของพระยานาคนะ ลงไป ลงไป จะเห็นโพรง ทางเป็นมัน
เขาปรากฏมาที่หนึ่ง  ตัวดำใหญ่ เท่าๆต้นมะพร้าว  หลวงพ่อเลยเรียกมาคุยกัน…
เขาว่า คนโลภระเบิดหิน และโค่นป่าต้นน้ำข้างล่าง  ดูสวนยางมาแทนไม้ใหญ่
ผีป่าคงเล่นงานพวกกินไม่เคยอิ่มพวกนี้ คอยดูสิ…
เขาว่าเขามารอการมาของครูพวกเธอ…เช่นกัน”พระหยุดให้ผู้ฟังถาม  แต่ทุกคนเงียบ

แล้วทุกคนก็เงียบ
3 คนสะพายปืนยกขวดน้ำเมาออกไปยืนยามอยู่ห่างๆ

ที่เหลือ 4 และพระ 1 เผาธูปหอม ไฟฝอยเสก็ด ดัง เปรี๊ยะๆ เข้าสู่สมาธิ และภาวนา
ฟ้าคำรามกลองมาไกลๆ
…………ลมหายใจ
………..ใบไม้ไหว
…………กลิ่นควันไฟ                                      

………..กลิ่นเครื่องหอม
………..ได้ยิน
………..แมลง
………..นกกลางคืน
……….ลมพัด
……….ฟ้าคำรามจากไกลๆ

….เสียงหัวใจ
….ตาเห็นไฟ
….น้ำ
…ละอองน้ำ
…นกกลางคืน
…กบ

…ลมบาด ขอบผาเสียง วี่วิว
…นิ่ง
…เคลื่อนไหว
คำถาม
ความสงสัย
ปล่อยวาง
ได้ยิน
ปล่อยวาง
ได้ยิน
ปล่อยวาง
และได้ยิน
…ได้ยิน
…ได้ยิน
…..ได้ยิน…..เขาบอกว่า
เขาบอกว่า…
ใครบอก….ใครบอก
คำทักทาย
….ทักทายเฉยๆ…..และได้ยิน
รู้แต่…


เขาบอก



ว่า
…ให้เห็นมนุษย์ เป็นเพื่อน ให้ช่วยเหลือ…






แล้วกิจกรรมในคืนนั้นก็เสร็จสิ้น


บ่ายวันหนึ่งเมื่อนวลีย์ เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนครูที่ปอเนาะ
และพบกับภาพอันงดงาม เป็นระเบียบ ของสังคมที่มีกฎเกณฑ์เคร่งครัด
เขารู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้ง……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
เพราะเขารู้สึกว่าเขาเคยเห็นภาพอย่านี้เมื่ออดีตอันไกลโพ้น
และเด็กสาวที่ส่งยิ้มมาอย่างอ่อนโยน

นักเรียนหญิงนูรียาเธอมีจิตใจงดงาม ฉลาด ขยัน และกตัญญู เขารู้จักเธอผ่านเพื่อนครูปอเนาะคนหนึ่ง
โอกาสอันดี
และความดีของเธอ

ทั้งสองคุยกัน เขาทั้งสองจึงสัมผัสได้ว่า …แท้จริง  ศัตรูของมนุษย์หาใช่มนุษย์




Hello แฮโละ

เสียงจากระหว่าง หัวใจ ใบหู และ … ณ เส้นขอบฟ้า

ทำไรอยู่
….ง่วงจัง
เหมือนกันเลย
….ขอนอนตักได้ไหม   นอนตักผ่านโทรศัพท์
ร้องเพลงให้ฟังหน่อย
….ไม่เอา
ร้องเองก็ได้   สะเมเต้ อักคู ยาคานี  นาหนา นานา     …ซึบารุโย   เอิ้กๆ
…เฮ่อเพลงเค้าเสียหายหมด
หลับแล้ว
Goodnight…………….จุ๊บๆ







¤ อ่านทั้งหมด    ¤ อ่านความคิดเห็น    ¤ แสดงความคิดเห็น





มีทั้งหมด 24 หัวข้อ ในบล็อกนี้
นิทานโทรศัพท์ โดย นวลีย์ http://www.baanjomyut.com/blog/nawapol