หน้าบ้านจอมยุทธ>> บล็อก  นิทานโทรศัพท์  โดย  นวพล ลีนิน

นิทานโทรศัพท์

รอยยิ้มส่งถึง ณ มุมหนึ่งในทะเลกาล ส่งสาส์น ว่ารักคนอ่านพบ



ลิงก์น่าสนใจ


ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร

  • ยังไม่มีข้อมูล



ไปหาเธอ

โดย นวพล ลีนิน Jan.12.2009 11:32:30 am

น้ำตาที่ป้ายรถเมย์
เมื่อความพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดา  การร้องไห้เป็นเรื่องธรรมดา
….เราจะได้เจอกันอีก….ไม่ต้องมีคำว่าไหม

มีหญิงสาวมากมายยั่วยวนกำหนัดบนทางเท้า
แต่ประกาศแล้วในหัวใจว่า  เรากำลังเดินทางไปสู่รักแท้ที่ตรงนั้น

เสียงจากพระเป็นเจ้า
บอกมาเหนือกาลเวลา
ไม่มีใครได้ยิน
แต่ความครุ่นคิดว่า  รักแท้อยู่เหนือระยะทาง กาลเวลา และสถานที่

จริงไหม


ตัวเรือด…มันรังควาญฝันหวาน

โดย นวพล ลีนิน Dec.30.2008 1:18:51 pm

ฝนพรำอยู่
พลิกายลุกขึ้น  จับปืนเดินดุย ๆ กลับบ้าน
บัดซบ ตัวเรือดมันรบกวนความฝัน  ในภาวะสงคราม การหลับยามได้ฝันหวาน  มันดีกว่าตื่นอย่างหวานผวาจริงๆนะ

ยุงและเรือด บัดซบครั้งที่สอง โรคชิกุนกินย่า  
บัดซบครั้งที่สาม มันเหม็นที่ต้นคอ  เหล้าเถื่อนดองยา  แต่จิบเกินขนาด

อะไรก็ตามแต่….ขออนุญาตกลับไปนอนที่บ้าน
ให้ตายสิทหารพระนเรศวรอย่างที่พี่แกว่า  ยกจอกน้ำจันย้อมใจ
…มันมาฆ่าเรา เราฆ่ามัน  เอือกเคียซซซซซ

ดื่มเพื่อลืมเธอ  สายตากวาดไปในความมืด
สายตาว่องไว มองฝ่าเข้าไปในความมืด   เอาล่ะถ้าฝนพรำอย่างนี้โจรมันก็กลัวเปียกเหมือนกัน
…เอาอะไรกับชุดคุ้มครองหมู่บ้าน   หลับฝันหวานสักงีบ

นั้นไงฝันหวานก็หายไป แล้วก็พลิกไป พลิกมา แผ่นหลังร้อน เพี้ยบพ้าบ
บัดซบครั้งที่เท่าไร
พ่ายแพ้เรือด ผู้กัดกินฝันหวานระหว่างรบ


หายใจให้ลึก  แล้วฟังเสียงจิ้งหรีดอีกครั้ง

โดย นวพล ลีนิน Dec.09.2008 4:31:20 pm

ใครจะรู้ว่า แท้ที่จริงมันคือกับดัก แห่งกาลเวลา
เมื่อหายใจให้ลึก  แล้วบอกว่าฉันจะเกิดใหม่

ผมทาสีบอร์ดประชาสัมพันธ์ สีเคลือบน้ำมัน   เหม็นระคน หอม
จิ้งหรีดน้อยบินมาติดบนพื้นสีทียังไม่แห้ง

สายตามองเห็น
ใจระลึกถึงเสียงของมัน

และการช่วยเหลือที่แสนโหดร้าย คือยิ่งแกะ ขา และหนวดของมันก็หลุกลุ่ย
รำพันอยฦในใจว่า
เราจะตัดสิ้นชีวิตของมันยังไง

เมื้อวันก่อนขับรถเหยียบแมวตาย และดังสายลมพัดผ่าน  การฆ่าสิ่งที่อ่อนแอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยากเลย  ในขณะที่มันกลับเพิ่มพูนความหวาดกลัวขึ้นในจิตใจทีล่ะเล็กทีละน้อย

เช่นเดียวกับกะละมังรองเลือดไก่

ใครรับผิดชอบต่ออาหารอร่อยลิ้น และความไม่สิ้นสุดของรสชาติ
และอย่างน้อยก็ต้องหายใจลึกๆ
เพื่อขอฟังเสียงจิ้งหรีดนั้นอีกครั้ง


บทที่ 5 วิมาน

โดย นวพล ลีนิน Jun.30.2007 11:58:43 am

วิมาน
การเคลื่อนไหว จากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง
ถ้าเราต่างล้วนต้องการสิ่งที่ดีกว่า
แต่เมื่อโลก ถูก เผาด้วยไฟอยาก จึงต่างหวังว่าจะมีสักที่ให้พักไปชั่วนิรันดร์

“บ้านที่สงบหลังสุดท้าย” ณ ดินแดนที่สงบสุขชั่วนิรันดร์
ใครกล้าหาญประกาศออกมา พิสูจน์ได้จริง …และไม่ต้องรอ
เราไปกำหนดเอาเอง
แม่ในอุดมคติ
พ่อในอุดมคติ
ภรรยาในอุดมคติ
สามีในอุดมคติ
ปู่ย่าตายายในอุดมคติ
ลูกหลานในอุดมคติ
ญาติพี่น้องในอุดมคติ
เพื่อนบ้านในอุดมคติ
แล้วเมื่อไม่ได้ดั่งใจหวัง…จึงรู้สึกว่าไม่ใช่ มองไปสู่อนาคต มองหาสวรรค์

ผมมีความเชื่อในพลังแห่งธรรม
ผมมีความรู้สึกว่า สังคมที่เป็น ชีวิตที่เป็น ในวันนี้เป็นสิ่งที่เราตริรู้โดยธรรมแล้วในอดีตกาล
…ครั้งหนึ่งเราเคยหวังไว้แล้ว ว่าต้องได้เจอสิ่งๆนี่
จากครั้งหนึ่งในอดีต มนุษย์บูชาไฟ ผ่านกาลเวลา เราก็ยังใช้แสงไฟจากธูปเทียน เป็นการบูชา
…เช่นเดียวกับหินเหล็กไฟ สู่ไฟแช็คราคา 5 บาท

ในทัศนะที่ว่าโลกของแต่ละคนนั้นแบนเป็นแผ่นๆ ล่องลอยอยู่ในจักรวาล เป็นวิมานที่อุดมไปด้วยความคิดที่เหมือนๆกัน เหนือกาลเวลา
…และวิมานนั้นๆเราทั้งหลายลงเรี่ยวแรงสร้างมันคขึ้นมาเอง
หลับตา หรือตื่น มันก็เป็นอยู่ของมันอย่างนั้น
แล้วเมื่อถึงกาลเวลาเปลี่ยนแปร มันก็เปลี่ยนไป …โดยเพียงเราสะดุ้งเล็กน้อย

ขอให้ทุกท่านที่อ่านพบ จงพบวิมานของตนเองด้วยเถิด


บทที่4 ทหารศักดิ์สิทธิ์

โดย นวพล ลีนิน Jun.07.2007 11:31:01 am

ทหารศักดิ์สิทธิ์

ท่านทั้งหลาย เราต่างมีภาระหน้าที่
นั้นคือการชดใช้ สร้างสรรค์ แล้วก็ชำระล้างไปพร้อมๆกัน
แม้ในความพิกลพิการของร่างกาย มนุษย์ยังกล้าหาญที่จะยืนหยัดอยู่ทุกลมหายใจ

เมื่อหวังถึงวิญญาณเสรี
ที่ท่องเที่ยวไป อย่างไร้นรกสวรรค์ จึงจำเป็นต้องรู้จัก”หน้าที่”

ผมเองนั้น
เคยคิดเสมอๆ
ทำไมเราจึงทำหน้าที่โดยอัตโนมัติไม่ได้ เรายังเหมือนวัวงานที่ต้องถูกสนตะพายและเฆี่ยนตี
เช่นเดียวกัน ผมเองกลับชอบปล่อยใจให้ไหลลงสู่บ่อโคลนแห่งความมัวเมา

ทหารศักดิ์สิทธิ์จึงกระจายอยู่ทั่วไป
“คนดี”ที่ไม่มีใครทำลายเขาได้ ในโลกแห่งเล่ห์มายา การฆ่า ด้วยการกล่าวทำลาย แต่คนดีอันมีจิตวิญญาณที่เข้มแข็งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แล้วเขาคือผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกราชาแห่งสวรรค์ ในบรรดาวิมานต่างๆ

ถ้าทำได้กระจ่างนั้นคือกองทัพศักดิ์สิทธิ์ในอุดมคติที่แท้จริง และอาวุธของพวกเขาคือแสงสว่างแห่งปัญญา
ไม่มีวันหมด ไม่มีวันสิ้น และดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย


บทที่3 งานและการเคลื่อนไหว

โดย talingsoong May.05.2007 10:55:09 am

ภาระหน้าที่

เหนือการอยู่รอด เหนือขึ้นไปจากนั้น

ผมเคยมีคำถามมากมาย แล้วเมื่อพิจจารณาความฟุ้งซ่านเหล่านั้น อย่างละเอียด ในอารมณ์
เราทั้งหลายอาจอยากหยุดมัน หยุดลงอย่างสงบ
มันคือกิจกรรมที่เราได้เข้ามาพบ พูดคุย มีทั้งลวง และเท็จ
ในโลกยุคที่หนังสือกลายเป็นสิ่งหาง่ายธรรมดา
ภาพ สื่อ การเคลื่อนไหว อย่างแทบจับต้องได้ มีหลายๆคนได้ถ่ายทอดจินตนาการของพวกเขาออกมา

สิ่งที่อยากจะเตือนก็คือ  

วันหนึ่งข้างหน้า งานและการเคลื่อนไหวของเรา จะกลายเป็นที่พักที่หนึ่ง ของเรา
นั้นคือ เรามองโลกอย่างไร โลกของเราในวันข้างหน้า อาจจะเป็นอย่างนั้น
อาจใช่…หรือไม่ใช่


บทที่ 2 ฉาก

โดย นวพล ลีนิน Mar.28.2007 9:27:35 am

บทที่2 ฉากในนิทานโทรศัพท์

ฉากในนิทานโทรศัพท์

ดินแดน

ดินแดนต่างๆที่ตัวละครเดินทางท่องไป มันไม่หยุดนิ่ง แต่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสภาวะนั้น มันยากที่จะใช้กฎเกณฑ์ของปฏิทินมาอธิบาย
ทั้งนี้ทั้งนั้น นั้นเป็นมโนภาพที่เกิดขึ้นแล้วในใจของผมเอง จากสถานที่จริงที่เคยพบผ่าน และฉากบางฉากที่เกิดขึ้นเองโดยจินตนาการ มันเป็นดอกผลจากภาพที่ประทับใจ
หลายๆคนอยากกลับไปสู่วัยเด็ก ด้วยเหตุผลหนึ่งคือ มีเวลาให้นอนหลับฝันหวาน ภาพฝันหวานในวัยเด็กมันมีพลังมากเสียด้วย
ถ้าถามผม “ไม่” ผมรู้สึกทรมานกับความสงสัยในวัยเด็ก แต่ผมมีที่เผื่อไว้ให้จินตนาการด้วย แต่สิ่งนั้นมันไม่น่าตื่นเต้นหรือเร้นลับ อย่างที่วัยเด็กเคยสงสัย
ฝันร้ายของผมคือ อยู่ในน้ำ แล้วสัตว์ร้ายใต้น้ำมันค่อยๆโผล่ขึ้นมา ทำท่าไล่งับ ก็ต้องเหนื่อยกับการว่ายวิ่ง วิ่งในน้ำ มันน่ารำคาญมาก ไอ้จระเข้นั้นก็ทำปากพะงาบๆไล่มาติดๆ
ฝันหวานของผมคือ อยู่ในอากาศ เป็นอิสระจากแรงดึงดูดของโลก เหมือนการบิน บินไปให้พ้น แต่ไม่รู้ว่าไปไหน ระยะที่บินหลุดไปสู่ความมืดดำในอวกาศ แสงรัศมีนั้นก็บอกอาณาเขต เป็นรัศมีจาก พระพุทธรูป และเทวรูปบรรดาพระโพธิสัตว์ต่างๆ แล้วก็บินไปไม่เคยพ้นเสียที
ฝันกึ่งหวานกึ่งร้ายของผม คือ เส้นทางเชิงเขา มีลานทอดไปในหุบเขา มีเก๋งจีน มีไม้ยืนต้นออกดอกและทุ่งดอกไม้สีจืดๆ มันเศร้า เศร้าจนอยากจะร้องไห้ แล้วผู้หญิงในชุดขาวผมยาว เธอยืนยิ้มอยู่ริมลำธาร ยิ้มที่ผสมกันระหว่างความดุและทนุถนอม เหมือนกับแม่แต่ไม่ใช่ ผมน้ำตาไหลร้องเรียก ทั้งร้องเรียกและวิ่งตาม เธอเดินหนีหายไปในโพรงป่าเชิงเขา ผมพบว่าตัวเองอยู่ในบ้านที่มีหลังคาทรงจีน มีหนังสือและเศษกระดาษเก่าๆ กระจัดกระจาย เศษกระดาษสมุด แบบฝึกหัด การบ้าน แล้วก็ของเล่น และภาพหญิงสาวในอุดมคติ
ใบหน้าในอุดมคติ นั้นขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งที่เรารับรู้ในวัยเด็กนะ ผมว่า ถ้าเราดูหนังอินเดียมาก ใบหน้าในอุดมคติก็เป็นแบบพระเอกนางเอกหนังอินเดีย ถ้าเราดูหนังจีนมากก็เช่นเดียวกัน นั้นก็หมายรวมถึงหนังคาวบอย หนังอุลตร้าแมน ไอ้มดแดง การ์ตูน และหนังโป๊…ใบหน้าในอุดมคติคืออิทธิพล เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่ง พระเอก มโนรา หนังตะลุง ต้องมีรูปร่างบอบบางร่างเล็ก ผิดกับพระเอกยุคแรมโบ้ คนเหล็กและนางเอกอึ๋ม
เพราะฉะนั้นท่านใดอยากให้ใบหน้าแบบตนเองเป็นใบหน้าในอุดมคติ ก็น่าจะลงขันกันสร้างหนังที่พระเอกหรือนางเอกมีรูปร่างโทนหน้าแบบตนเอง แล้วอีกราวๆ20ปีข้างหน้าเด็กๆที่ดูหนังของท่านก็จะเผยอิทธิพลใต้จิตสำนึกนั้นออกมา

ศรีโพธิ

ดินแดนศรีโพธิเป็นดินแดนในอุดมคติเช่นเดียวกัน ถ้าศรีวิชัยเป็นบ้านหลังหนึ่ง ศรีโพธิก็คือห้องพระ มีหิ้งพระตู้หนังสือธรรมมะ เรื่องลี้ลับ เรื่องการเดินทางธุดงค์ของพระอริยะสงฆ์ นั้นเป็นหนังสือที่ไม่ต้องขโมยอ่าน เหมือนหนังสือที่เด็ด รึนวลนางใต้เตียง
ศรีโพธิมีอยู่จริงในความรู้สึกของผม ผมจะไปที่นั้นเพื่อพักผ่อน ปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ สนทนากับผู้รู้ในดินแดนแห่งจิตวิญญาณนั้น
ศรีโพธิเป็นดินแดนนาๆชาติไม่มีการแบ่งแยกศาสนา เชื้อชาติ สีผิว ผู้คนรักการเรียนรู้ มีเสียงเพลง มีการละเล่นที่มิใช่อบายมุข มีความรู้สึกดีๆ

ชนเผ่าภูเขา

ชนเผ่าภูเขาคือดินแดนที่ออกมาจากอารมณ์ประชดประชัน เทคโนโลยีปัจจุบันที่เติบโตขึ้นมาอย่างมุทะลุ ผมแค่อยากจะบอกว่า มนุษย์คนแรกที่เหยียบยอดเขาเอเวอเรสส์ มนุษย์คนแรกที่เหยียบผิวดวงจันทร์ แล้วกลับมาบอกพราหมณ์ในอินเดียหรือแป๊ะกงในจีนว่า ที่นั้นไม่มีพระเจ้า สิ่งก่อนเก่านั้นเป็นเรื่องของ คนโง่ที่เชื่อว่าโลกแบน ศาสดาทั้งหลายเป็นของลวงโลก
ถามว่า ตาพราหมณ์รึแป๊ะกงคนนั้น เจ็บใจไหม? เปล่าเลย! ตาพราหมณ์และแป๊ะกงต่างรู้สึกขำระคนสังเวชใจ ที่เห็นการเดินทางที่ล้าสมัยของชนเผ่าภูเขา แล้วอวดอ้างไปทั่วว่านั้นคือพระเจ้าองค์ใหม่
มนุษย์เนรคุณสิ่งดีงามก่อนเก่าได้อย่างไร หรือนิสัยดั้งเดิมของพวกเราคือชอบโทษผู้อื่น ชอบหาคนผิด อย่างเช่นในวันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน ท่านทั้งหลาย
มนุษย์ทำกับบุตรของพระเจ้าอย่างนั้นเพื่อความสะใจ ใช่ไหม
ในดินแดนทะเลทรายที่น้ำน้อย ตาต่อตาฟันต่อฟัน สมมุติว่าหญิงท้องแก่เดินผ่านมา ผ่านกระโจมที่มีนักรบเถื่อนดื่มสุราเมามาย พวกเขาจะพนันกันว่าเด็กในท้องเป็นหญิงหรือชาย ท่ามกลางการโต้ถียง หนึ่งในนั้นวิ่งไปไล่จับหญิงท้องแก่ วางเดิมพันแล้วกรีดท้องเพื่อพิสูจน์
แล้วเมื่อมีมหาบุรุษผู้หนึ่งประกาศคำสอนว่า จงรักผู้อื่น  โลกก็พาท่านไปตรึงกางเขน
เมื่อนั้น น้ำพระเนตรจากสวรรค์ร่วงหล่นกระทบดิน


ดินแดนชนเผ่าภูเขาจึงมักจะล้ำเส้น ส่งคนทลายกำแพงแก้วเข้ามาสู่ ศรีโพธิอันศักดิ์สิทธิ์
แล้วออกไปประกาศความปรีชาสามารถของตนเองว่า “ข้าจับพระเจ้าได้แล้ว”
ล้อมคอกพระเจ้า แล้วเชิญผู้คนมาดู

ชายทะเลชานเมือง
ชายทะเลชานเมืองศรีโพธิ ท่าเรือศรีวิชัย
เป็นที่ที่ผมชอบที่สุด ที่นั้นรุ่งเรืองด้วยการค้า ที่เราเฝ้ามองได้ใกล้ ผมเนรมิตให้บ้านของผมสงบ บนหาดทรายใกล้แหล่งน้ำจืดบนภูเขาเขาแหลมยื่นไปในทะเล มีเพื่อนอย่างมัคคุเทศก์เป็นทั้งเพื่อนบ้าน และเพื่อนนำทาง มีกิจกรรมดูดาว ส่งข่าวไปได้ทั่วจักรวาล
ที่นั้นวิเศษ และมีความสุข

วิมานเหนือดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ

วิมานเหนือดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ
เรื่องราวของแถน เทพเทียน ขวัญ ขวัญข้าว ผมว่านั้นฝังอยู่ลึกสุด อยู่ในจิตวิญญาณแห่งชาติพันธุ์ในจีน คาบสมุทรและหมู่เกาะทางใต้ ก่อนที่อารยธรรมอินเดียและตะวันตกจะเข้ามา ล่องลอยอยู่ในม่านเมฆ เหนือทะเลภูเขา หมู่เกาะและทะเล ท่านทั้งหลายอาจพบเห็นได้ตามภาพวาดในศาลเจ้า ซึ่งอุดมไปด้วย ความมั่งมี ลาภยศ และธัญญาหาร พลาอาหาร


บทที่1 ตัวละคร

โดย talingsoong Mar.27.2007 2:27:19 pm

บทที่1  ตัวละคร ในนิทานโทรศัพท์

ในความวกวน บนเส้นทางของ”ตัวละคร”
ในทัศนะของผม 1ชีวิตมีหลายหุ้นส่วน ชีวิตมิใช่ของเราผู้เดียว เพราะมันไม่สมบูรณ์ และเคลื่อนไหว ไปด้วยแรงแห่งงาน หน้าที่ รวมถึงยถากรรม จึงจำเป็นต้องประคับประคอง ให้เคลื่อนไปอย่างสมดุล

รุ่นพี่คนหนึ่งอ้างตนเป็น”อรหันต์ดิบ” ว่ารู้แจ้งแทงตลอด สามารถอ่านใจผู้คนได้ เหมือนเป็นบุญเป็นคุณ แกสอนให้เป็นวิทยาทาน ว่าให้ไปนั่งคุยกับคนบ้าข้างถนนให้รู้เรื่องเสียก่อน ถึงจะเริ่มบรรลุ “รู้แจ้ง”
ผมเออออไปอย่างนั้น… แต่ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไร  ใครจะรับผิดชอบหากเขาอาละวาดขึ้นมา  เขา(คนบ้า)ค้นพบโลกของเขาแล้ว จึงไม่ควรเข้าไปยุ่มย่ามให้มาก

“ตัวละคร”ในนิทานโทรศัพท์อาจเป็นผม ซึ่งตกเป็นทาสตนเอง หนีไม่พ้นความทรงจำในอดีตถึงไกลโพ้น
หนีไม่พ้นประสพการณ์ที่ผ่านมา และสิ่งที่รู้
นอกเหนือจากนั้น คือหุ้นส่วน อาจเป็นปิศาจ พระเจ้า และสิ่งที่ชาวพุทธทั่วไปเรียกว่า”เจ้ากรรมนายเวร”

ภูเก็ตเป็นประตูของโลก ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น 4 ปี งานต้อนรับทำให้ได้รู้จักเพื่อนมนุษย์หลากหลายเชื้อชาติ
รู้จักสิ่งบำรุงบำเรอในทางโลก
เห็นวิมานบนดิน ที่เขาทั้งหลายสร้างขึ้นทั้งบนภูเขา ผาหินเชิงทะเล และชายหาดทั่วไป
สวรรค์ราตรีที่สนุกอยู่ได้ แม้ในคืนเพ็ญวิสาขะอันศักดิ์สิทธิ์

ว่ากันว่า…
ผู้ที่จากไปก่อน เขาเฝ้ามองและอารักขาเราอยู่ แต่กระแสโลกทำให้เราร้องท้าทายอย่างอหังกา
ทุกคนมีสิทธิ์ท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆก็มีสิทธิ์ที่จะรำคาญแล้วหนีจากเราไป
คล้ายๆเด็กเกเร 4 ขวบที่ร้องด่าบุพการีพี่เลี้ยงด้วยคำหยาบ ซ้ำยังเอาก้อนหินไล่ปา

เหตุการณ์หลายอย่างในชีวิต ทำให้ผมต้องหันกลับมามอง
มอง”สิ่งที่มองไม่เห็น”
ความเชื่อที่งมงาย
เวทมนต์คาถา
โชคชะตาราศรี
อาถรรพ์
การทรงเจ้า
เจ้าที่เจ้าทาง
พลังของความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ทั้งที่ยังอยู่ และโดยเฉพาะผู้ที่จากไปก่อนแล้ว

บางทีเรื่องเหล่านี้ ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า เพราะหากรู้อะไรไปเสียหมด เราจะไม่วางใจ และจะเป็นบ้า
“เขา”(ตัวละคร)กลายเป็นผู้วิเศษ เมื่อค้นพบหุ้นส่วนในชีวิต แล้วแบ่งปันผลกำไรไปอย่างทั่วถึง แต่เมื่อยิ่งสาว ก็ยิ่งลึกและต้องจากโลกอันเราๆท่านๆรับรู้นี้ไป จากไปสู่โลกอันอยู่เหนือกาลเวลา ด้วยเสียงและภาพที่ผุดขึ้น ผุดขึ้น อย่างหยุดไม่ได้ แล้วรบเร้าให้เคลื่อนไหว

“ผม”เบื่อชีวิตที่ภูเก็ต ทิ้ง งานดีๆ อาหารดีๆ เงินดีๆ และสถานที่ที่ผู้คนจากหลายมุมโลกใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิต ขอมาพักผ่อนที่นี่ ทิ้งมาอย่างไม่วางแผนใดๆ กลับมาอยู่บ้านที่นราธิวาส กลับมาหาในสิ่งที่รบเร้าอยู่ในหัวสมองผมเช่นกัน 1ปีหลังจากนั้นเกิดเหตุคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งทะเลอันดามัน ภาพศพชาวยุโรปที่ลอยเป็นแพ ทำให้ผมนึกถึงมาเรีย เพื่อนสาวชาวสวีเดนทีเคยเที่ยวด้วยกัน คิดถึงเธออย่างจับใจ ไม่รู้ว่าปีนั้นครอบครัวเธอเลือกมาหาดป่าตองหรือไม่ ผมพยายามติดต่อแล้วก็พบกับความว่างเปล่า
สิ่งที่ทำได้คือบริจาคเลือด แล้วทำใจให้ว่าง
“ตัวละคร”อาจถามว่านั้นเป็นประสงค์ของใคร บางท่านอาจตอบว่าพระผู้เป็นเจ้า
“ตัวละคร”ถามต่อว่า พระเจ้าต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้บริสุทธิ์ไหม
“ตัวละคร”ไม่รู้ แต่สิ่งที่แน่แท้คือ “สภาวะ”
นั้นคือสภาวะที่หุ้นส่วนแย่งชิงผลกำไรกันอย่างไร้ระเบียบ
“ตัวละคร”ถามท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านมีอำนาจวิเศษ ท่านจะจัดการสภาวะที่วุ่นวายนั้นอย่างไร


ความเป็นมานิทานโทรศัพท์

โดย นวพล ลีนิน Mar.22.2007 2:19:47 pm

ความเป็นมา

ขอความสันติสุขและสวัสดีจงมีแด่ท่านทั้งหลาย

ในความบังเอิญ …เค้าว่าไม่มีความบังเอิญ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้
เมื่อผมหลงทางเข้ามาในชุมชนที่ผู้คนเหน็บกระบี่ทางความคิด ในฉับพลันนั้นล่ะ
นึกในใจว่าจะประกาศตนอย่างไรดี…
ทุกคนอยากเป็นนักเขียน เชื่อไหม
เพราะงานเขียนเป็นงานของพระเจ้า งานที่เรามีอาณาจักรของเราเอง มีพื้นนาหน้ากระดานให้เราปลูกพืชพันธุ์ ให้ออกผลเป็นอาหาร ดอกส่งกลิ่นหอม หรือแม้แต่พืชที่ใช้กลั่นเป็นยาเสพติด

ผมเคยประกาศตัวเป็นกวี
แต่เอาเข้าจริง ก็ทนความเจ็บปวดไม่ได้ มีผู้ประกาศตัวเป็นกวีมากมายทำลายเกียรติของกวี
แล้วเมื่อสำนึกผิด จึงลาออกจากการเป็นกวี

นิทานโทรศัพท์…หรือ แค่ชื่อ
หลายคนอาจกดปุ่มเข้าไปอ่านด้วยความฉงนในชื่อ แล้วยิ่งฉงนเมื่อพบกับความเพ้อเจ้อ
มันต้องมีเหตุสินา..ในพลันที่อยากประกาศตน นึกถึง sms ในโทรศัพท์มือถือ ที่เคยส่งไปหยอกเหย้ากับเพื่อนๆ
หิ่งห้อย
แมลงกลางคืน
แสงดาว
สายลม
นก
…ฯลฯ นั้นล้วนเป็นวัตถุดิบอันดาษดื่นของงาน พลิกฟื้นผืนนาหน้ากระดาษ มันก็เป็นเรื่องทั่วไป ในจุดเริมต้น
ประเสริฐ จันดำ ผมเรียกท่านว่าพ่อเสริฐ ที่ได้พบผ่านท่านเพียงผิวเผิน สมัยเรียนรามคำแหง ท่านบอกผมว่า “เขียนเรื่องที่มึงรู้” ท่านไม่ลงรอยกับผมหลายอย่าง ผมจึงเลิกติดตามท่าน

ท่านเป็นซ้าย วาระสุดท้ายท่านเข้ารับพระเจ้า แล้วท่านปล่อยให้เหล้าฆ่าตัวเอง
พระเจ้าโบยตีข้าน้อย…ท่านประกาศ

ผมเป็นใคร หรือกำลังตามรอยเจ้าชายพระองค์นั้นมาแต่บรรพกาล…ในการค้นหาปริศนาของหัวใจ
อะไรดลบันดาล ในจุดที่นอกเหนือจากสมอง กระดูกสันหลัง หัวใจ หรือต่อมกำหนัด
อะไรเป็นจุดเริ่มต้น เป็นที่มาของ”ตัวรู้”อะไรคือ”ความจริง”อะไรคือ”จินตนาการ”

อารมณ์ความรู้สึกมันรุมเร้าใช่ไหม?
แล้วถ้าเราจัดการกับอารมณ์เรียบร้อยแล้ว รึ…อาจยัง
บางที เราอาจถูกฝังหัวมาด้วยเรื่องราวของอิทธิปาฏิหาริย์

นิทานโทรศัพท์จึงเป็นนิทานของคนบ้าคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองมีญาณวิเศษ
อะไรเท็จ อะไรจริง มันก็วุ่นวายพอๆกัน

ขอบคุณท่านทั้งหลายด้วยจิตคารวะ








มีทั้งหมด 9 หัวข้อ ในบล็อกนี้
นิทานโทรศัพท์ โดย นวพล ลีนิน http://www.baanjomyut.com/blog/nawapol