นคราหยกขาว

ต้องยอม เพื่อสานต่ออุดมการณ์ แม้ชีวิตจะหาไม่ ต่อให้เป็นแค่สะพาน อย่างน้อยยังบรรลุถึงเป้าหมาย




ลิงก์น่าสนใจ



ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร


O-net 2551
เคมีบำบัด



พาหุงมหาการุณิโก

โดย เต็งลิ้ง May.24.2008 12:02:36 am


พระคาถาพาหุงมหากา


เรียกอีกอย่างว่า ชัยมงคลคาถา หรือ บทสวดถวายพระพร เป็นพระคาถาแปดบท ใช้สวดสรรเสริญชัยชนะแปดประการองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมนุษย์และอมนุษย์ ที่ได้มาด้วยพระพุทธธรรม มิได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์แต่อย่างใด โดยพระมักสวดต่อท้ายทำวัตรเช้า – เย็น เริ่มด้วย บทพาหุง ตามด้วยบทมหาการุณิโก รวมเรียกว่า พาหุงมหาการุณิโก หรือ พาหุงมหากา



๑. พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๕. กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๘. ทุคคาหะ ทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

* ถ้าสวดให้คนอื่นใช้คำว่า เต สวดให้ตัวเองใช้คำว่า เม (เต แปลว่าท่าน - เม แปลว่าข้าพเจ้า)

มหาการุณิโก

มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา
ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต ชะยะมังคะลังฯ
ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง
นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตะวัง วิชะโย โหมิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ
พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง
สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ
จารีสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง
มโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัดเถ ปะทักขิเณฯ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต*

* ถ้าสวดให้คนอื่นใช้คำว่า เต สวดให้ตัวเองใช้คำว่า เม (เต แปลว่าท่าน - เม แปลว่าข้าพเจ้า)

คำแปลบทพาหุง

๑. พญามารเนรมิตแขนตั้งพัน ถืออาวุธ ครบมือ ขี่ช้าง ครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามาร โห่ร้องก้องกึก พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ ด้วยธรรมวิธี มีทานบารมี เป็นต้น ด้วยเดช แห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบมาร ด้วยทานบารมี
พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ พระยาวัสสวดีมาราธิราช ได้ขี่ช้างคิรีเมขล์ ยกทัพมารที่ดุร้ายมุ่งผจญข่มขู่พระโพธิสัตว์ แต่ด้วยบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ทำให้ พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นบิดมวยผม เกิดน้ำท่วมใหญ่พัดพากองทัพมารแตกพ่ายไป

๒. อาฬวกยักษ์ผู้กระด้าง ปราศจาก ความอดทน ดุร้าย สู้รบกับพระพุทธเจ้าอย่าง ทรหดยิ่งกว่ามารตลอดราตรี พระจอมมุนีทรง เอาชนะได้ด้วยขันติวิธีที่ทรงฝึกฝนมาดี ด้วย เดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบยักษ์ ด้วยขันติธรรม
พระพุทธเจ้าเสด็จไปปราบอาฬวกยักษ์ ซึ่งสำแดงฤทธิ์ ถีบยอดเขาไกรลาศ แล้วร้องเรียกยักษ์บริวารมาล้อมวิมาน ยิงศาสตราวุธ ๗ ประการใส่พระพุทธเจ้า อาวุธนั้นกลับกลายเป็นดอกไม้บูชาพระพุทธองค์ อาฬวกยักษ์แพ้ฤทธิ์แล้ว พระองค์จึงเทศนาโปรด จนยักษ์ถึงแก่พระโสดา

๓. พญาช้างชื่อ นาฬาคิรี ตกมัน ดุร้ายยิ่งนัก ประดุจไฟป่า จักราวุธ และสายฟ้า พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ด้วยวิธีรดด้วยน้ำ คือเมตตา ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบช้าง ด้วยเมตตาธรรม
พระพุทธองค์ทรงทรมานช้างนาฬาคีรี ครั้งนั้นพระเทวทัตคิดฆ่าพระพุทธเจ้า จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าอชาตศัตรู ขอให้เอาเหล้ากรอกช้างนาฬาคีรี แล้วปล่อยไปตามถนน ที่พระพุทธองค์เสด็จออกบิณฑบาต พระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรีให้หายเมาเหล้า แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

๔. โจรองคุลิมาล (โจรฆ่าคนเอานิ้ว ทำพวงมาลัยแสนดุร้าย) ถือดาบเงื้อง่าวิ่งไล่ฆ่า พระพุทธองค์สิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ พระจอมมุณี ทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ทางใจเอาชนะได้ราบคาบ ด้วยเดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบมหาโจร ด้วยอิทธิฤทธิ์
พระพุทธเจ้าทรงโปรดองคุลิมาล เมื่อพระพุทธองค์กลับจากบิณฑบาตในกรุงสาวัตถีพบองคุลิมาล องคุลิมาลเห็นเข้าจึงจับอาวุธไล่ตามพระพุทธองค์ แต่ไล่ตามไม่ทัน พระพุทธองค์ตรัสให้องคุลิมาลได้คิด “เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิไม่หยุด” องคุลิมาลเลื่อมใส ขอบวช และตามเสด็จกลับไปกรุงสาวัตถี พักอยู่ ณ เชตวนาราม

๕. นางจิญจมาณวิกา (สาวิกาพวกนิครนถ์) เอาไม้กลมๆ มาผูกท้อง ทำอาการ ประหนึ่งว่ามีครรภ์ ใส่ร้ายพระพุทะเจ้า ท่ามกลางฝูงชน พระจอมมุนีทรงเอาชนะได้ ด้วยวิธีสงบระงับพระหฤทัยอันงดงาม ด้วย เดชแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบหญิงแพศยา ด้วยสันติธรรม
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ เชตุพน ใกล้เมืองสาวัตถี ครั้งนั้นเกิดลาภสักการะในพระพุทธศาสนามาก พวกเศรษฐีให้นางจิญจมาณวิกา ทำอุบาย เข้าออกในพระเชตุพนเนืองๆ แล้วเอาท่อนไม้ผูกท้องเข้าในผ้านุ่ง ไปยืนแสดงตนขณะพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนา ร้องตู่ว่าพระองค์ทำให้นางมีครรภ์ พระอินทร์และเทพยดา ๔ องค์ นิมิตลงมาเป็นหนูกัดเชือกผูกท่อนไม้ขาด แล้วแผ่นดินก็สูบนางจิญจมาณวิกาลงไปในนรก

๖. สัจจกนิครนถ์ผู้ถือตัวว่าฉลาด เป็นนักโต้วาทะชั้นยอด สละเสียซึ่งสัจจะ ตั้งใจมาได้วาทะหักล้างพระพุทธองค์ เป็นคน มืดบอดยิ่งนัก พระจอมมุนีผู้สว่างจ้าด้วย “แสงปัญญา” ทรงเอาชนะได้ ด้วยเดชแห่ง ชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบเจ้าลัทธิ ด้วยปัญญา
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในมหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี ครั้งนั้นมีสัจกนิครนถ์บุตร อาศัยในเมืองเวสาลี ถือมิจฉาทิฐิ ตั้งตนเป็นปราชญ์ มีความรู้มาก ต้องทำแผ่นเหล็กรัดท้อง เพราะกลัววิชาจะทำลายท้องแตก วันหนึ่งพบพระอัสชิ จึงถามปัญหาแก่ท่าน ต่อมาได้ชวนพญาลิจฉวีทั้ง ๕๐๐ ไปป่ามหาวัน ถามปัญหาแก่พระพุทธเจ้า ขณะนั้นพระอินทร์นิมิตเป็นยักษ์ถือฆ้อน ลอยอยู่บนอากาศ เหนือศีรษะของสัจกนิครนถ์ สัจกนิครนถ์นั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา จากพระพุทธเจ้า ก็ละมิจฉาทิฐิ แล้วตั้งตนอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

๗. พญานาค ชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก พระจอมมุนี ทรงมี พุทธบัญชาให้พระโมคคัลลานะพุทธโอรส ไป ปราบด้วยวิธีแสดงฤทธิ์ที่เหนือกว่า ด้วยเดช แห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคล จงมีแก่ท่าน
อรรถาธิบายอย่างย่อ
ปราบพญานาคจอมพาล ด้วยฤทธิ์สู้ฤทธิ์
ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เหาะไปสู่เทวโลก พญานันโทปนันทนาคเห็นเข้า ก็โกรธว่าพระสมณะเหาะข้ามศีรษะ จึงบันดาลขดกายใหญ่พันเขาพระสุเมรุ แผ่พังพานยังดาวดึงส์ พระพุทธองค์ส่งพระโมคคัลานะไปปราบ ต่างสำแดงฤทธิ์เดชต่างๆ เป็นโกลาหล ภายหลังพญานาคแพ้ฤทธิ์ แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์

๘. พรหมชื่อพกะ (ถือตัวว่า) มีความ บริสุทธิ์ รุ่งเรืองและมีฤทธิ์ ยึดมั่นในความเห็นผิด ดุจมีมือถูกอสรพิษขบเอา
ปราบพกาพรหม ด้วยญาณ
พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่พรหมโลก ท้าวพกาพรหมเห็นพระพุทธองค์เสด็จมา จึงเรียกร้องด้วยคำกระด้าง แล้วกำบังกาย แต่ก็มิสามารถกำบังกายได้ หมู่พรหมทั้งหลายก็หัวเราะเยาะเย้ย ท้าวผกาพรหมได้รับความอับอายยิ่งนัก แล้วพระพุทธเจ้าจึงเทศนาธรรม ทรมานท้าวพกาพรหมและพรหม ๑,๐๐๐ ให้สำเร็จมรรคผล


สรุปความหมายอย่างง่าย ๆ คือ
บทที่ ๑ สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ
บทที่ ๒ สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์
บทที่ ๓ สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้
บทที่ ๔ สำหรับเอาชนะโจร
บทที่ ๕ สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ
บทที่ ๖ สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ
บทที่ ๗ สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
บทที่ ๘ สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน


คำแปลมหาการุณิโก

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

อานิสงส์ของบทสวดมนต์ ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหาการุณิโก

ผู้ใดสวดมนต์ชัยมงคลคาถา หรือพาหุงมหากา เป็นประจำทุกๆ วันแล้ว มีแต่ชัยชนะทุกประการ เรียนหนังสือก็เกิดปัญญา มีแต่ความเก่งกล้าสามารถ ผู้ใดสวดทุกเช้า ค่ำ คิดสิ่งใดที่ดีเป็นมงคล จะสมความปรารถนาทุกประการ




มหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา
ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โหตุ เต* ชะยะมังคะลังฯ

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง
นันทิวัฑฒะโน เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ* ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะ
พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง
สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ
จารีสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง
มโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัดเถ ปะทักขิเณฯ

-ช่วยแก้ไขให้นะครับ
*สวดให้ตัวเองเปลี่ยนเป็น
จาก เต เป็น เม
และ โหหิ เป็น โหมิ
สวดบทพาหุงจบแล้วอย่าลืมสวดบทแผ่เมตตาด้วยนะครับสำคัญไม่แพ้กัน..





“ความรัก คือ การที่เรามีทุกสิ่งทุกอย่างเต็มอยู่ในหัวใจ และพร้อมที่จะให้มันไหลรินไปหาผู้อื่น มากกว่าที่เราขาดอะไรในหัวใจ และพยายามหาอะไรมาเติมให้เต็ม”

คาริล ยิบราล





The reason to think of me.

โดย เต็งลิ้ง Apr.13.2008 3:02:32 pm


Jeff Cheng…เต็งลิ้ง แปล
The reason to think of me…

ทำไมหนอท้องฟ้ามักแปรเปลี่ยนเป็นมืดมัวยามที่รักกลับกลายเป็นไปไม่ได้
ที่ข้าต้องการไม่ใช่ความสะดวกสบายเยี่ยงนี้
เมื่อน่ำตาไหลหลั่งแล้ว จะหวนความทรงจำกลับมาอย่างไร?
เหตุใดใจข้ามักสารภาพอย่างสำนึกผิด แล้วไยความเจ็บปวดไม่จางหายไป?
จะกล่าวว่าแล้วกันไปเถิดนั้น มันไยมิใช่การหลอกลวงกันเกินไปจนน่าสลดใจ?
โอกาสที่จะรัก ใครกันแน่ที่กำลังต้องการ?

ความนุ่มนวลที่ข้ามอบให้กำลังโอบกอดหัวใจข้า
แสร้งว่าข้าไม่จำเป็นจะต้องไป เพราะยังมีวันข้างหน้า
ขอให้มันเนิ่นนานนับปีผ่านพ้นเมื่อข้ามองกลับไป
เพราะข้าเชื่อว่ารักของเจ้ามันไม่มีขอบเขต

ความอ่อนโยนนี้เพื่อเจ้า และอิสรภาพของเจ้า
อย่าให้น้ำตาไหล และไม่ต้องรู้สึกผิด
ขอเพียงแค่เจ้าหวนมองมายังมีเหตุผลที่จะนึกถึงข้า


ขอโอกาสอีกสักครั้งที่ข้าต้องการ เจ้าคงจะไม่ให้
แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าเรามิใช่แค่เพียงสหาย


Huang jin jia

โดย เต็งลิ้ง Apr.13.2008 3:00:01 pm


ดอกเบญจมาศ…..Jay Chou

เต็งลิ้ง… แปล
แสงสะท้อนจากหยาดน้ำตาของเธอ จากการแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้
ช่างงดงาม แต่แฝงเงาแห่งความตายราวดวงจันทร์ในอดีต
ค่ำคืนที่เยือกเย็นนั้นเนิ่นนาน ใครกันเล่านั่งเดียวดายที่ห้องใต้หลังคาที่เหน็บหนาวสิ้นหวัง
น้ำฝนไหลผ่านขอบหน้าต่างสีแดงเบาๆ ตลอดชีวิตของฉันไม่ต่างจากกระดาษแดงที่ปิดหน้าต่าง ถูกเป่าให้ล่องลอยในพายุ
ความฝันอันยาวนานแปรเปลี่ยนเป็นความหอมที่ไม่รู้ลืม และสายลมนั้นก็กลับกลายเป็นการปรากฏตัวของเธอ

ดอกเบญจมาศถูกทำลายอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่เต็มพื้น
รอยยิ้มของเธอซีดเซียวลง
ดอกไม้ร่วงโรย คนใจสลาย ความห่วงกังวลของฉันจมดิ่งลงอย่างเงียบงัน

โอ…ลมเหนือที่ควบคุมไม่ได้ ค่ำคืนนี้ยังคงไม่จบ
เงาของเธอไม่อาจตัดใจจากทิ้งฉันไว้กับความโดดเดี่ยว ณ พื้นผิวทะเลสาบนั้น กลับกลายเป็นสองเรา

ดอกไม้ได้ร่วงหล่นลงไปแล้ว ลอยระเรื่อยไปบนผิวน้ำอันเป็นประกาย
ในวิถีแห่งโลก ความศรัทธาไม่สามารถต้านทานได้ ช่างน่าเศร้าที่มิอาจข้ามสายน้ำนี้ไป
ทำให้หัวใจของชิวเทียน(ใบไม้ร่วง)แตกออกเป็นสองเสี่ยง
ฉันเกรงว่าเธอจะไปไม่ถึงฝั่งอันเป็นความไม่แน่นอนของชีวิต

นี่เป็นแผ่นดิน(บ้านเมือง)ของใครเล่า? เสียงฝีเท้าม้าระรัวกลับกลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว
ฉันที่แต่งกายในชุดนักรบ คำรามลั่นท่ามกลางความสัยสนวุ่นวาย
ท้องฟ้าเริ่มกระจ่างใส เธอร้องครวญหาเบาๆ ความโศกเศร้าในค่ำคืนหนึ่งช่างอ่อนโยนและเลื่อนลอย

ดอกเบญจมาศถูกทำลายอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่เต็มพื้น
รอยยิ้มของเธอซีดเซียวลง
ดอกไม้ร่วงโรย คนใจสลาย ความห่วงกังวลของฉันจมดิ่งลงอย่างเงียบงัน

โอ…ลมเหนือที่ควบคุมไม่ได้ ค่ำคืนนี้ยังคงไม่จบ
เงาของเธอไม่อาจตัดใจจากทิ้งฉันไว้กับความโดดเดี่ยว ณ พื้นผิวทะเลสาบนั้น กลับกลายเป็นสองเรา



ดอกไม้ ที่ใครๆก็พึงใจ

โดย เต็งลิ้ง Jan.25.2008 9:51:39 pm


เนื่องในโอกาสที่วันเซนต์วาเลนไทน์ใกล้เข้ามาทุกที
ข้าพเจ้าจึงขอนำเสนอสิ่งที่คู่กับวันนี้มาแสนนาน…ดอกไม้
ลองพินิจดูกันสิว่าแต่ละอย่างใช่ตรงกับที่เราคิดหรือไม่ ใครกันนะที่ช่างกำหนดกฎเกณฑ์มันขึ้นมาว่าดอกไม้ชนิดนี้ตรงกับความในที่ว่า…
ภาษาดอกไม้เกิดขึ้นที่เมือง คอนแสตนติโนเปิ้ล กรุงโรมประเทศ อิตาลี ในปี ค.ศ.1600
แพร่กระจายเข้าสู่ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1716 โดย Lady Mary Worthley Montagu
และได้เผยแพร่เข้าสู่ประเทศฝรั่งเศส ในหนังสือชื่อ Le Langage des Fleurs
ซึ่งลงความหมายของดอกไม้ไว้กว่า 8,000 ชนิด
และมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษในสมัยของ Queen Victoria

White Rose : คุณมีค่าสำหรับฉัน…

White Rosebud : แด่เธอ… ที่ไม่มีความรู้สึก

Full red Rose : สำหรับคุณ… คนที่สวยที่สุดของฉัน

Deep red Rose : อายจัง…

White and Red rose together : มารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวกันเถอะ

Thornless Rose : เป็นความรักครั้งแรกของฉัน

Unique Rose : สำหรับคุณที่ขี้เหร่

Yellow Rose : อิจฉา, ริษยา

Deep red Carnation : สำหรับหัวใจที่แห้งเหี่ยว

Pink Carnation : ความรักของผู้หญิง

Yellow Carnation : สำหรับคุณที่บริสุทธิ์ และน่ารัก

Tulip : ฉันเสียสละทุกอย่างได้เพื่อคุณ

Red Tulip : ฉันรักคุณ…

Red Poppy : ฉันจะคอยปลอบโยนคุณเอง

White Poppy : ฉันเผลอรักคุณเข้าแล้ว

Scarlet Poppy : ฉันฝันเห็นหน้าคุณทุกคืน

Ivy : แต่งงานกันเถอะ…

Yellow Ivy : ฉันหลงไหลในตัวคุณ…

Rosemary : การเข้ามาในชีวิตผมของคุณ ทำให้ผมมีชีวิตชีวา

Indian Jasmine : ฉันเชื่อคุณ… คุณเป็นคนสำคัญของฉัน

Crocus : ไม่มีพิษ, ไม่มีภัย

Rhubarb : แนะนำ, เตือนสติ

Holly : ฉันไม่เคยลืมคุณ…

Buttercup : สำหรับคุณที่เป็นคนซื่อ (อาจจะบื้อ)

Purple Lilac : ความรักครั้งแรกที่หวานช่ำ

Peach Blossom : ฉันยอมเป็นทาสของคุณ

Iris : ฉันมีอะไรจะบอกคุณ…

White Daisy : สำหรับคุณที่ไร้เดียงสา…

Dandilion : ความรักเป็นสิ่งที่พระเจ้าบันดาลให้

Peony : รู้สึกอับอายขายหน้า

Yellow Chrysanthemum : ความรักที่บางเบา… อ่อนไหวง่าย

Pansy : รำพึงรำพันถึงความรัก

Zania : คิดถึงเพื่อนเก่า

Lotus Flower : รู้สึกบาดหมางในความรัก

Lady Slipper : Lady Slipper

Marigold : ฉันตกเป็นทาสของคุณแล้ว

Lettuce : อย่าเย็นชากับฉันนักเลยนะ… ขอร้อง

Parsley : ความรู้ที่มีประโยชน์


Coast guard

โดย เต็งลิ้ง Jan.14.2008 9:17:21 pm


I’ve been watching sometihng that I never mention before.
Moreover, I never relized that it’s exist!!
I watched  a movie about US Coast Guard yesterday.
Actually, I have planned to watch it for along while.
“So Others May Live”
’ Can you sacrify your life, so the strangers may live’
A great thing to do. One life trays with so many.
The greatest thing  that could happen in human lives is to sacrifice.
No need to recall. No need to pay back.
It will sooth your soul and lift your spirit.
When you were gone, the world will remember you as a hero.
You will soon be the legend.

I raise my cup of vine to those who sacrify for others, you will lead the world to a better place and to thee. The greatest thing that ever happen from now on may our planet full fill with love of merci.


มิใช่โดยสิ้นเชิง

โดย เต็งลิ้ง Dec.29.2007 2:18:59 pm


——-มิใช่ไม่รัก….แต่เป็นไม่อาจหักใจ
——-มิใช่ไม่รัก….แต่เนื่องด้วยห่วงใยใฝ่หา
——-มิใช่ไม่รัก….แต่กลัวจำพรากจากลา
——-มิใช่ไม่รัก….แต่กลัวเวลาเมื่อ…เปลี่ยนไป


ทำไมน่ะหรือ?

โดย เต็งลิ้ง Dec.24.2007 11:43:36 am


ทำไมคนเราถึงชอบโอ้อวด?
เพราะพวกเขาไม่มีหรือไม่เคยมีใดให้พอจะยกขึ้นเอ่ยอ้างได้
คนเราอยู่อย่างสงบ พอเพียง น่ารักกว่าหรือไม่?
น่ารักกว่าจริงๆ แต่คิดอยู่อย่างสงบไม่ง่ายนัก
ทำไมไม่ง่าย?
บางคนเหมือนสว่านในถุงผ้า ถือดีๆอย่างไรยังคงทะลุออกมา

แล้วคนเราไม่หาเรื่องใส่ตัวเพียงพอหรือไม่?
ก็เพียงพอ แต่ถ้าเรื่องมาหาเราเองก็ไม่อาจทำอย่างไรได้

เช่นนี้คนเราควรทำอย่างไรเล่า เกิดมาแล้วนี่!

ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ทนโลกแบบนี้ไม่ได้ ก่อนตายก็ปลีกวิเวกเสีย


โดดเดี่ยว

โดย เต็งลิ้ง Dec.24.2007 11:39:04 am


…..โดดเดี่ยว   เปล่าเปลี่ยวเอกา
โดดเดี่ยว…วิญญาณ์มาแต่ไหน
โดดเดี่ยว…อ้างว้างไม่มีใคร
โดดเดี่ยว…หทัยไม่มีเลือน


คมนะเนี่ย!

โดย เต็งลิ้ง Nov.13.2007 8:54:27 pm


”ความเห็นไม่ตรงกัน การพนันจะเกิดขึ้น”
มีเหตุผลอย่างยิ่ง
ข้าพเจ้าพลันได้ยินซือแป๋เอ่ยขึ้นในขณะที่สหายของข้าพเจ้ากำลังทุ่มเถียงกัน
ทั้งฉุน ทั้งขัน ไม่ทราบสมควรทำอย่างไรดี
พอท่านเอ่ยประโยคนี้ออกไป ทั่วทั้งห้องกลับสงบลงได้

มันกลับเป็นความจริงที่ว่าคนเรานิยมพนันขันต่อในเรื่องที่ไม่เข้าใจ ไม่ลงรอยมิใช่หรือ?


The Reason to Think of Me - Jeff Chang

โดย เต็งลิ้ง Oct.29.2007 8:02:00 pm


Xiang Wo De Li You - Zhang Xin Zhe
The Reason to Think of Me - Jeff Chang

Tian wei he zhong yao hei,
天为何总要黑
Why does the sky always darken?

Ai wei he bian ji hui,
爱为何变忌讳
Why does love become forbidden,

Wo xiang yao de; bing bu shi zhe an wei,
我想要的 并不是并不是这安慰
What I want; is not, is not this consolation,

Dang yan lei die sui,
当眼泪跌碎
When tears fall,

Yi qie zen wan hui.
一切怎挽回
How to retain everything?



Xin wei he xiang su zui,
心为何想诉罪
Why does my heart keep confessing guilt?

Tong wei he hai bu tui,
痛为何还不退
Why does this pain not fade away?

Shuo wu suo wei; qi bu shi qi bu shi tai xu wei tai ke bei,
说无所谓 启不是启不是太虚伪太可悲
Saying it does not matter, Isn’t it too fake, too regrettable?

Xiang ai de ji hui,
想爱的机会
The chance to fall in love,

Dao di shi shui zai zhi pei.
到底是谁在支配
Who is the one actually determining?



Gei wo zui hou wen rou,
给我最后温柔
The gentleness I’m given

Bao zai xiong kou,
抱在胸口
Hugging to my chest

Jia zhuang bu bi fang shou,
假装不必放手
Pretending I don’t need to let go

Hai you yi hou,
还有以后
There is still next time

Ran duo nian hou wo hui tou,
让多年后我回头
Let it be years later when I look back

Xiang xin ni de ai mei jin tou.
相信你的爱没尽头
I believe your love has no boundary





Gei ni zui hou wen rou,
给你最后温柔
The gentleness for you

Ni de zi you,
你的自由
Your freedom

Bu yao rang ni lei liu,
不要让你泪流
Won’t let your tears fall

Bu yao nei jiu,
不要内疚
Don’t feel guilty







Zhi yao ni huo tou,
只要你回头
Only when you look back

Yi ran jue de you xiang wo de li you.
依然觉得有想我的理由
Still having the reason to think of me



xin wei he xiang su zui,
心为何想诉罪
Why does my heart keep confessing guilt?

Tong wei he hai bu tui,
痛为何还不退
Why does this pain not fade away?

Shuo wu suo wei qi bu shi qi bu shi tai xu wei tai ke bei,
说无所谓 启不是启不是太虚伪太可悲
Saying it does not matter, Isn’t it too fake, too regrettable?

Zai yi ci ji hui,
再一次机会
Once more chance,

Wo ke wang de ni bu gei.
我渴望的你不给
What I want, you won’t give.

Chorus:
Gei wo zui hou wen rou,
给我最后温柔
The gentleness I’m given

Bao zai xiong kou,
抱在胸口
Hugging to my chest

Jia zhuang bu bi fang shou,
假装不必放手
Pretending I don’t need to let go





Hai you yi hou,
还有以后
There is still next time

Rang duo nian hou wo hui tou,
让多年后我回头
Let it be years later when I look back

Xiang xin ni de ai mei jin tou.
相信你的爱没尽头
I believe your love has no boundary






Gei ni zui hou wen rou,
给你最后温柔
The gentleness for you

Ni de zi you,
你的自由
Your freedom

Bu yao rang ni de lei liu,
不要让你泪流
Won’t let your tears fall

Bu yao nei jiu,
不要内疚
Don’t feel guilty

Zhi yao ni hui tou,
只要你回头
Only when you look back

*Yi ran jue de you xiang wo de li you
*依然觉得有想我的理由
*Still having the reason to think of me
(Chorus: Repeat x2)

**Hui cheng ren wo men bu zhi shi peng you
**会承认我们不止是朋友
**You’ll admit we’re not just friends.




¤ อ่านทั้งหมด    ¤ อ่านความคิดเห็น    ¤ แสดงความคิดเห็น





มีทั้งหมด 26 หัวข้อ ในบล็อกนี้
นคราหยกขาว โดย เต็งลิ้ง http://www.baanjomyut.com/blog/paradise