
ลิงก์น่าสนใจ
ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร
เรื่อง: ประกวดภาพถ่ายทางด่วน - ส่งภาพภายใน 16 พ.ย.50 ประกวดภาพถ่ายทางด่วน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดประกวดภาพถ่ายทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ชิงรางวัลและให้ประชาชนม ีส่วนร่วมในการเปิดทางพิเศษสายนี้ โดยส่งภาพถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล ความละเอียดของภาพ 3 ล้านพิกเซล อัดขยายขนาด 8x10 นิ้ว พร้อมแนบซีดีไฟล์มาพร้อมกัน ส่งได้คนละไม่เกิน 3 ภาพ ในภาพต้องมีโครงสร้างสะพานขึงแม่น้ำเจ้าพระยาปรากฏ เป็นส่วนหนึ่งของภาพ ไม่มีการใช้เทคนิคใดๆ ตกแต่งภาพทั้งสิ้น เขียนชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ พร้อมคำบรรยายถึงประโยชน์และความประทับใจ ในทางพิเศษสายนี้ไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษเอ 4 ส่งทางไปรษณีย์ไปที่บริษัท บี วัน คอมมูนิเคชั่น จำกัด เลขที่ 622 อาคารเอ็มโพเรียม ชั้น 18 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ภายใน 16 พ.ย. โทร.0-2664-9050 หรือคลิกที่ www.etc.co.th _________________
เปรูพบศาสนสถานอายุ 4,000 ปี
ลิมา - นักโบราณคดีเปรูขุดพบศาสนสถานอายุ 4,000 ปี ที่เต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังทางชายฝั่งตอนเหนือของประเทศ จัดเป็นหนึ่งในสิ่งขุดพบที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายวอลเตอร์ อัลวา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ทุมบาส รีเลส แห่งไซปัน หัวหน้าคณะขุดสำรวจเผยว่า ศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในซากโบราณสถาน มีบันไดขึ้นไปยังแท่นบูชาไฟ
นักโบราณคดีตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า เวนตาร์รอน อยู่ในหุบเขาลัมบาเยคี ห่างจากกรุงลิมา ราว 760 กิโลเมตร และอยู่ใกล้ชุมชนโบราณไซปันที่ขุดพบในช่วงหลังปี 2523
ผลการคำนวณอายุด้วยธาตุคาร์บอนพบว่า เวนตาร์รอนสร้างขึ้นก่อนไซปัน คือก่อนคริสต์ศักราชราว 2,000 ปี ดังนั้น ศาสนสถานแห่งนี้จึงมีอายุราว 4,000 ปี
ความน่าสนใจของศาสนสถานนี้ คือ วิธีการก่อสร้าง รูปแบบสถาปัตยกรรม และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่น่าจะมีอายุเก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา
11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
|
คุณยาย กับ ไอ้หนอน
โดย ปอยอลิน Nov.14.2007 3:42:29 pm
มีอยู่วันหนึ่งปอยเดินกลับบ้าน..เปล่านะ..ไม่ได้ตกรถเมลล์ หรือว่า ถูกล้วงกระเป๋า …. พอดีว่า ปอยลงรถเมลล์ผิดป้าย..แหะๆๆ ขึ้นรถที่หน้าที่ทำงาน..จับจองที่นั่งได้ ปอยอลินก็ตั้งท่า หลับๆๆ ตื่นขึ้นมาอีกที เฮ้ย!! ถึงแล้วเรอะ เห็นคนลงจากรถกันเป็นทิวแถว…ไปด้วยคนๆ …. ที่ไหนได้ พอเท้าแตะพื้นฟุตปาทเท่านั่นแหละ…ตรูตามเค้าลงมาทำไม ฟร๊ะ…เวงจริงๆ อยากจะบีบคอตัวเองให้ตายๆไปซะ…. รู้แล้วรู้แรดไป หมั่นใส้ในความโก๊ะของตัวเอง….จะเดินประชดให้ขาลากไปเลย …. ปอยเริ่มเดินจากแยกตึกชัย…เดินมาเรื่อยๆ ปลายทางอยู่ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินมาเรื่อยเปื่อย ไม่เร่ง ไม่รีบ ระหว่างที่กำลังเดินดมควันท่อไอเสียอยู่อย่างสบายอก สบายใจ หูหาเรื่องของปอย ก็ไปได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว โทนต่ำ ฟังแล้วปวดหู พูดคุยกันเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย….ในใจนึก เสียงเขมรอพยพที่ไหน ฟร๊ะ …. หันไปดูตามที่มาของต้นเสียง…อ้อ ผู้หญิง 2 คน อุ้มเด็กแบเบาะ คุยกันเป็นภาษา ชระตะบึ๋ยๆ (คือว่า มันฟังไม่รู้เรื่อง) แต่งตัวสกปรกมอมแมม…ผมฟู ผูกที่รัดผมสีแดง สวมเสื้อยืด กางเกงขาก๊วย สะพายย่ามที่ทำจากผ้า มอมๆ สายตาปอยมองไปที่เด็กในอ้อมกอด …. ตายห่าแล้ว เด็กไม่สบายนี่หว่า หน้าแกแดง ปากแห้ง แต่ตายังแป๋วมองไปที่นุ๋นที่นี่ ในใจนึก สงสัยเค้าจะพาลูุกไปโรงพยาบาลแน่ๆ ….. เพราะเดินไปอีกหน่อย ข้างหน้าจะเป็นโรงพยาบาลเด็ก อ้าว แล้วหมอกะพยาบาลจะฟังเค้าพูุดรู้เรื่องมั๊ย สภาพแบบนี้ เด็กจะรอไหวมั๊ย ถ้าแกป่วยหนัก …. ไม่ได้การ ขอกรูเจือกหน่อยเถอะ ปอยตัดสินใจจะเดินตาม แม่ลูก 2 คู่นี้ไป ถ้าเค้าเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลจริง ปอยกะว่า จะทำตัวเสมือนญาติซะหน่อย …. อีกนิดเดียวพี่ อีกนิดเดียวๆ ปอยลุ้นไปเรื่อยๆ เพราะไม่กล้าพูดกับเค้า โรงพยาบาลอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อม…ถึงแล้ว ข้ามฝั่งไปเลย เดินขึ้นบันไดไปเลยนะ …..อ้าวววว…… เค้าเดินผ่านโรงพยาบาลไปเฉยๆ มือขวาอุ้มลูก มือซ้ายเกาก้นตัวเอง หันไปคุยกับเพื่อน ที่อุ้มลูกเหมือนกัน ไม่ทุกข์ไม่ร้อน หัวเราะเอิีกอ้าก…. ….. อะไรของมันวะ? ….. ปรากฎว่า เป้าหมายเค้า อยู่ที่ๆเดียวกับปอย เราเหมือนมาด้วยกัน เราเดินไปด้วยกัน อย่างพร้อมเพรียง …. ปอยเดินขึ้นไปบนสะพานลอย ที่เดินอยู่ทุกวัน เค้าก็เดินขึ้นมาบนสะพานลอย ที่ไม่รู้ว่าเดินมาทุกวันรึเปล่า …. ปอยเดินเพื่อจะไปที่ป้ายรถเมลล์ เค้าเดินเพื่อที่จะหาที่นั่ง ทำเลเหมาะๆ
เค้าถอดรองเท้า เอารองเท้ารองก้น เพื่อจะนั่งที่พื้น (จะรองทะมัยฟร๊ะ…ตูดมันเปื้อนจะตายอยู่แระ)
หยิบแก้วน้ำออกจากย่าม เอาลูกวางที่ตัก เปลี่ยนสีหน้าจากหัวเราะขบขัน เป็นหน้าเศร้า…แหม กรูอยากให้ตุ๊กตาทองเมิงจริงๆ ….. มีขอทานอยู่ 2 ประเภทที่ปอยไม่เคยเจียดเงินให้เลย 1.ขอทานที่เอาลูกมาตากแดดตากลม ทรมานทรกรรม 2.ขอทานที่ แปลงร่างเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ทั้งๆที่ เมิงเดินดีดี ก็ได้ ….. ปอยชอบอุดหนุนพวงมาลัยของคุณยายท่านหนึ่ง คุณยาย ร้อยพวงมาลัย ไม่สวยเอาซะเลย แกเอาดอกกล้วยไม้ มาเด็ดเป็นดอกๆ แล้วร้อยเป็นพวง ธรรมดาๆ ขายพวงละ 10 บาท ….. คุณยายพูดไม่ชัด เพราะจมูกแกบี้ไปหนึ่งข้าง คุณยายยืนตัวตรงไม่ได้ เพราะแกหลังค่อมนิดหน่อย คุณยายเดินไม่ค่อยจะถนัด เพราะขาแกโก่ง และ นิ้วเท้าไม่สามัคคีกัน ….. ขายยังไงจ๊ะยาย…มวงอะอิบบาท..10บาทเหรอ หนูเอา 2 พวง ยายหยิบใส่ถุงบอก อื๊อบ่อยๆแอ๋มไอ้มวงนึง…ขอบคุณค่ะ ปอยจ่ายตังค์ 20 คุณยายยกมือไหว้ขอบคุณปอยที่อุดหนุน ….. รู้มั๊ย ปอยคิดว่า นี่กรูทำบุญหรือทำบาปฟร๊ะ… ยายจ๋ายาย ยายไม่ต้องไหว้หนูหรอก นะนะ ยายพยักหน้ารับทุกครั้ง…แต่แกก็ไม่วาย ไหว้ปอยทุกครั้ง เวง นรกจะกินกะบาล …. ถ้ายายไปนั่งขอทาน ไม่ต้องทำไรแลกเลย ปอยก็จะหย่อนตังค์ ลงกระป๋องแก แต่คุณยายเลือกที่จะสู้ชีวิต
กว่าแกจะร้อยพวงมาลัยเสร็จแต่ละพวง ปอยเชื่อว่า ต้องกินเวลาอยู่นานเลยทีเดียว พวงมาลัยแกขยุกขยุยๆ ไม่น่าซื้อ แต่ปอยซื้อ ….. ซื้อในความพยายาม หาอยู่หากินของแก ไม่ยอมงอมือ งอเท้า ….. ทั้งๆที่ทั้งมือและเท้าแกงอ ด้วยความพิการ …. เิดินลงไปที่ตีนบันได เกือบสะดุด กับชายที่แปลงร่างกลายเป็นหนอน คลานกระดึ๊บๆๆ ดูน่าสมเพช ….. ที่ขามีแผ่นพลาสติก พันขาโชว์แผลสดกลัดหนองเอาไว้ ในมือมีขัน และ ใส่รองเท้าแตะผิดข้าง ….. อยากจะแกะพลาสติกออก แล้วลองเอาทิงเจอร์ราดดู จะแสบมั๊ย …… …… ถ้ามีมันสมองคิดวิธีขอเงินได้ขนาดนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าจะเอาสมองส่วนที่เหลือ….ไปคิดวิธีทำมาหากิน โดยที่ไม่ต้อง ลงทุนกับความทุเรศ …… …… ต่างกันมั๊ย กับคุณยายที่อยู่ข้างบน
4ทุ่ม15 กับ สี่แยกคอกวัว
โดย ปอยอลิน Nov.13.2007 9:18:27 am
10 November 2007 - 4ทุ่ม15 กับ สี่แยกคอกวัว เมื่อวันพฤหัสที่ 25ไปดูงานที่ลพบุรีกับเจ้านาย…อยากจะบอกว่า ไอ้อาการโก๊ะ ของปอย ขี้หลงขี้ลืม ซุ่มซ่าม ที่รู้ๆกันอยู่เนี่ย … มันยังไม่ได้ครึ่งของเจ้านายปอยเลยนะ…จะบอกให้ …. ไปลพบุรี หลงทางมันทั้งๆที่เคยไปมาไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง นัดลูกค้า เที่ยง ไปถึงบ่ายโมง เจริญพรเถอะโยม “เฮ้ยปอยๆ เฮียงงแล้วว่ะ ไปทางไหนวะเนี่ย ทำไงดีวะๆ” “อ๊าววว…เฮียไม่เคยมารึไง ปอยเห็นเฮียมาหาลูกค้าหลายครั้งแล้วนะ”
“เคย…แต่..เฮียไม่เคยมาทางนี้ว่ะ นี่มากะปอยเฮียเลยลองมาทางใหม่” อยากจะร้องกรี๊ดดดด…”ทะมัยไม่ไปทางเดิมมมมมม”….ต้องแวะถามทา งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวอีก
แวะยุดยาดูงานอีกที่ หลงอีก เพราะมัวแต่แวะซื้องูเห่า “ปอยๆนั่นๆเค้าขาย นก หนู งูเห่า เดี๋ยวเฮียแวะซื้องูเห่าก่อน”…ซื้อเสร็จ เอ้าาาาา…ปอยเมื่อกี้เราเลี้ยวมาจากทางไหนกันวะ แห่งววว…จะไปรู้เรอะ ไม่ได้มองทางนี่ เดี๋ยววิ่งให้รถชนตายซะเลย
กลับมาออฟฟิศเคลียงาน ออกไปกรมศุล หลงอีก ทั้งๆที่เคยไปดูงานที่นั่นมาแล้ว ออกจากกรมศุล ไปคุรุสภา หลงซะ…วนไปวนมาอยู่ตรงราชดำเนิน 3 รอบ จนพี่ตุ๋ยโทรมา บอกเดี๋ยวมึงได้กินข้าวลิงกันพอดีว่ะ… …. มีคนเคยบอกว่า ปอยโก๊ะแบบนี้ ทำงานมาขนาดนี้ได้ไง ดูเอาเถอะ เจ้านายยังไม่รอดเลย เค้าไม่ใช่คนธรรมดาค่ะ เค้าเป็นคนบ้า ถึง บ้าที่สุด …. เสร็จจากดูงาน ที่คุรุสภา ปอยก็จะขึ้นรถเมลล์กลับบ้าน เพราะไม่ไว้ใจอีกต่อไป ที่จะให้ท่านเจ้านายไปส่งที่บ้าน “ปอยเดี๋ยววันนี้เฮียไปส่งที่บ้าน มันดึกแล้ว”(ตอนนั้น 4 ทุ่ม) “ไม่ต้องอ่ะ ขอบคุณเฮีย ปล่อยปอยไปตามมีตามเกิดเถอะ”นึกในใจ เดี๋ยวกรูได้ถึงบ้านตี 3 พอดี
ขณะที่กำลังรอรถ (ซึ่งไม่รู้จะขึ้นสายอะไร) อยู่นั้น ก็มีคุณแม่ คุณลูกคู่หนึ่ง คุณแม่ ใหู้ลูุกชาย วัยประมาณ 4-5 ขวบ ไปซื้อน้ำใน 7-11 ให้ แม่บอกให้ลุกไปซื้อ น้ำโพลาลิส ฝาสีเขียว (มันยี่ห้อไรอ่ะ) ลูกชายซื้อมาเป็นน้ำแร่ออร่า เถียงกันใหญ่ แต่แม่ก็ตำหนิลูกไม่ได้ ก็ออร่าฝามันสีเขียว…แม่ผิดเองลูก เดี๋ยววันหลังแม่จะหัดให้หนูใหม่นะว่าแบบไหนน้ำแร่ แบบไหนน้ำธรรมดา ลูกชายถาม แล้วทำไมน้ำอันนี้ไม่ดีล่ะแม่…ไม่ใช่ไม่ดีูลูุก แต่มันแพง เราไม่จำเป็นต้องกินน้ำแร่ครับ น้ำธรรมดาก็สะอาดเหมือนกันลูก
คุณแม่แกช่างสังเกตุ หรือ ปอยดันทำตัวเป็นจุดสนใจก็ไม่ทราบ ปอยเดินวนไป วนมาอยู่แถวนั้น ตาก็มองดูรถ เพื่อที่จะอ่านข้างๆรถว่าคั นไหนมันไป อนุสาวรีย์ จำได้ลางๆ ว่าเคยมาขึ้นรถตรงนี้ อ้อ ป้ายที่ปอยรอมันอยู่หน้า7-11ตรง แยกคอกวัว
นึกในใจ ทะมัยกรูไม่ถามเค้าวะ…แต่คิดแระ มะอาวอ่ะ หน้าตาคนที่ยืนรออยู่ ท่าทางเค้าจะ บ่อจอย
ระหว่างที่รอไป ปอยก็ดูเด็กคนนั้นวิ่งเล่น กระโดดไปมา แกน่ารักดีูร่าเริง มาก แม่แกนั่งอยู่ที่เก้าอีกยาว ปอยเลยไปขอนั่งด้วย
อยู่ๆก็มีนิ้วเล็กๆมาจิ้มที่หลัง นึกว่านิ้วเด็ก หันไปมอง อ้าวเป็นคุณแม่เด็กนี่เอง แกถาม
น้องจะขึ้นรถสายอะไร… ยังไม่ทราบเลยค่ะนี่หนูก็อ่านๆข้างรถมันอยู่
แล้วจะไปไหนล่ะ เดี๋ยวพี่บอกให้… อ๋อ ไปอนุสาวรีย์ค่ะ อนุสาวรีย์เหรอ ขึ้นสาย 59 สิเดี๋ยวมันก็มา สายนี้มันมาช้าแต่รถเค้าเยอะนะ
ขอบคุณมากค่ะพี่… แล้วน้องมาทำอะไรแถวนี้ ดึกแล้วทำไมเพิ่งกลับ(น๊านสัมภาษณ์กรูอีก) มาทำงานค่ะพี่ แล้วพี่ล่ะจะไปสายอะไรคะ หนูเห็นนั่งอยู่ตั้งนานแระ…ไปสายอะไรจ๊ะรูปหล่อ ปอยหันไปถามเด็ก
รู้ตอนหลังว่าชื่อน้อง นิว…แม่เด็กบอกว่า ไม่ได้จะไปสายอะไร คืนนี้จะอยู่ตรงนี้ อ้าวทะมัยจะอยู่ตรงนี้ล่ะคะพี่…. พอดีพี่เข้าบ้านไม่ได้ นี่ก็เพิ่งไปหาเณรลูกชาย ที่วัดมังกรมา รู้จักมั๊ัี๊ยวัดเนี้ย
รู้จักค่ะ วัด เล่งเน่ยยี่ ทำไมพี่จะมานอนตรงนี้ล่ะ…. พี่จะไปหาเพื่อน บ้านเพื่อนอยู่คลองเตย แต่ไปตอนนี้ไม่ได้มันดึกแล้ว กะว่านั่งอยู่ที่นี่จนเช้า แล้วค่อยเข้าไปหา บ้านเค้าเป็นอิสลาม เราเข้าไปตอนนี้ไม่ได้… มันเกี่ยวด้วยเหรอเนี่ย ไรฟร๊ะ แระถ้ากะลังจะตาย ขอเข้าบ้านหน่อยได้มั๊ย
ปอยนึกในใจ แล้วลูกแกล่ะ ยุงไม่กัดตายชักเหรอเนี่ย คนที่เดินผ่านไปมาอีก หน้าตาน่าไว้ใจกันทั้งนั้น
พี่แกเล่าว่า แกตกงานมาเดือนนึงแล้ว ทำงานอยู่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วแขกเป็นอิเดีย มันจะปล้ำแก…ไอ้ชั่ว แกเลยเอา ที่เขี่ยบุหรี่ตีหัวแขก แล้วลาออก แกค้างค่าเช่ามาเดือนนึงแล้วต้องจ่ายวันนี้ แกไม่มีเงิน เดี๋ยวก็ต้องจ่ายค่าเทอมลูกชายอีก เดือนสองเดือนนี่แหละ
แกก็ไม่รู้จะไปเอาเิงินที่ไหนมา ลูกชายคนโตแกก็ส่งไปอยู่วัดแล้ว ให้ไปบวช ฝากหลวงพ่อไว้ แกเล่าไป ยิ้มไป บอกพี่ไม่ท้อหรอก ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ ยังหายใจอยู่นี่ ยังมีลูกที่ต้องดูแลเค้า
เดี๋ยวก็มีทางรอด ไม่ตายกันง่ายๆหรอกคนเราน่ะ ….
อืม…พี่คะ เมื่อวานซืน หนูไปโรงพยาบาสิิริราชมา หนูเห็นคนที่เค้ามาเฝ้าในหลวง เค้ามานอนกันเต็มเลย ตรงอนุสาวรีย์พระชนกน่ะค่ะพี่
ปลอดภัยด้วย มีเสื่อปูนอน ทหารเค้าเอาเตนท์มากางกันน้ำค้างให้ด้วย มีทหารคอยยืนเฝ้าเป็นจุดๆ…เช้าๆก็มีข้าวให้กินด้วยนะ พอได้ยิน หน้าตาพี่แกดูดีใจมาก …. เหรอๆ เค้ามีผู้หญิงมานอนกันมั่งมั๊ย
มีมาเป็นครอบครัวเลยค่ะ มีผู้หญิง มีเ็ด็กๆ แบบน้องนิวนี่แหละ …แล้งจากตรงนี้ไปสิริราชยังไงล่ะ ปอยรีบบอกทางแกทันควัน ใจไม่อยากให้แกนอนอยู่ตรงนี้
พี่ไปสนามหลวงถูกมั๊ยล่ะ ใกล้แค่นี้ พอไปถึงสนามหลวงนะ พี่เดินไปที่ ท่าเรือวังหลังถามคนแถวนั้นเค ้าก็รู้จัก แล้วพี่ขึ้นเรือข้ามฟาก ไปลงที่ท่า สิริราช (เอ่อปอยเขียนถูกมะ สิริราช) เดินเข้าไปเลยพี่ ตึกเฉลิมพระเกียรติ นะพี่นะ แล้วเช้า ค่อยว่ากันใหม่ อย่างน้อยเวลาพี่หลับ ก็ไม่ต้องห่วงน้องห่วงกระเ๋ป๋่า…จ๊ะๆขอบใจ มากนะ
นู่นๆน้อง 59 มาแล้ว รีบโบกเร็วเดี๋ยวไม่ทัน ขอบคุณค่ะพี่โชคดีนะคะ… ปอยยกมือไหว้อำลาแกทีนึง
ขึ้นรถได้ ก็นั่งนึก ทะมัยกรูชอบมาเจออะไรแบบนี้อยู่เรื่อยๆวะ …เจ้าน้องนิว หันมาโบกมือบ๋ายบายปอยซะด้วย แกยิ้มแฉ่ง เหมือนแม่พามาเที่ยว ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเล้ยยย
เห็นพี่แกแล้ว อยากให้คนที่บ่นท้อ ถึงความยากลำบากของตัวเอง ได้มาคุย มาเห็นเหมือนที่ปอยเห็น … แล้วจะรู้ว่า ชีวิตน่ะมันไม่ยากอะไรหรอก
ถ้าเรามัวแต่นั่งอมทุกข์ ท้อแท้กับปัญหาที่พบเจอ เราก็จะมองไม่เห็นแม้กระทั่งทางออก…เพราะสมองเราปิด และตาเราบอด
ถ้าคนเราแค่อ้าปากหาวแล้วอิ่มได้…เราก็คงต้องกินแต่แกงจืด ไปจนตลอดชีวิต…จริงมั๊ย ——————————————————————————-
คนเราไม่เคยนึกถึง ตีน ถ้ารองเท้าไม่กัด
วณิพก กับ ลูกชาย
โดย ปอยอลิน Nov.13.2007 9:12:57 am
9 November 2007 เมื่อคืน(8 พ.ย. 50)เจอ วณิพก สุดยอดฝีมือท่านหนึ่ง ที่ อนุสาวรีย์ เวลา ประมาณ 1 ทุ่ม ลงมาจากรถมล์ แอ๊ะเสียงใครมาโซโล่กีตาร์แถวนี้เนี่ย … เดินไปดู เป็นชายวัยกลางคนท่านหนึ่ง แกเอาเข็มขัดรัดกระเป๋าเดินทางแบบมีล้อลาก ไว้ที่เอว…แบบว่า ลากมันไปมา ไม่ต้องหิ้ว … ในกระเป๋า มีเครื่องขยายเสียง แบตเตอร์รี่ แกเล่นกีตาร์ไฟฟ้า … เก่งมากๆ แกกะลัง อิมโพรไวส์์ เพลงหมอลำอยู่ ฟังแล้ว มันส์ดีวุ๊ย ใจนึกว่า สงสัยแกจะเปิดคอนเสริตตรงนี้แฮะ (ใส่ตังค์หน่อย 5 บาท) … แต่ผิดถนัด ไม่ใช่ครับ สักพัก มีเด็กผู้ชายตัวกะเปี๊ยก เดินมาพร้อมถุงลูกชิ้นปิ้ง…มาถึงเอาหูฟังครอบหัว มีไมค์มาจ่อปาก แบบพี่เบิร์ด … เดี่ยวกีตาร์เริ่มหยุด เปลี่ยนเพลง เป็นขอนไม้กับเรื่อ ของบ่าววี ฮั่นแน่ ตาหนูแกเป็นนักร้อง เท่ห์ซะ ตาหนูเอามือล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง ของชายคนนั้น … แล้วใช้แรงเด็ก ลากชายวัยพ่อ เดินไป เดินไป เดินไป พ่อเล่น-ลูกร้อง
“พ่อตาบอด ผมไม่บอด ผมร้องเพลงเพราะด้วย เราเดินไปด้วยกัน คับ”
บนสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ
โดย poyalin Nov.13.2007 9:17:12 am
10 November 2007 - บนสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ
ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ… อย่าง เคร่งเครียด อยากจะเล่าอะไรให้ฟัง สักนี๊ดดดด…..เห็นแล้วมันคัน ….. เมื่อคืน เดินอยู่บนสะพานลอย อนุสาวรีย์ชัยฯ….เห็นพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของอยู่บนสะพาน…จริงๆก็เดินทุกวัน เห็นทุกวัน….เป็นปกติ ….. แต่เมื่อคืน ค่ำแล้ว ไปทะเลาะกะลุกค้าแทนเจ้านายมา เดินผ่านผู้ชายคนนึง … เค้าขายสร้อยแฟชั่น ที่ผู้หญิงยุคนี้ชอบใส่
และมีอีก หลายพ่อค้่าแม่ค้า …. ขายๆๆ กันอย่างเพลิดเพลิน ผู้หญิงคนนึง กำลังเลือกสร้อยที่เค้าขาย เสียงพ่อค้าสร้อย ร้องตะโกนบอกเพื่อนฝูงร่วมอาชีพ
เฮ้ยๆๆ มาแล้ว มาแล้ว …… …… …… …… พร้อมกับเดินแกมวิ่งหนี ลงสะพานลอยกันเป็นขบวน …. พี่เทศฯแกมา…3ทุ่มจะครึ่งแล้วพี่คร๊าบบบบ..ยังมาอยู่อีกกก
ปอยเห็นแล้วนึกถึงตัวเอง .. เมื่อก่อน..สมัยที่มรสุมชีวิตมันโหมกระหน่ำ
หลายคนอาจจะมองว่า คนพวกนี้สร้างความแกะกะ ไม่เป็นระเบียบให้กับบ้านเมือง ทำให้ทางเท้า สะพานลอย เดินไม่สะดวก…แต่หลายคนก็หยุดดูของ ที่พวกเค้านำมาขาย เพราะอยากซื้อของถูก
ปอยเคยเป็นคนหนึ่ง ในพ่อค้าแม่เค้าเหล่านั้น ที่สะพานลอยที่ปอยเดินผ่านนี้แหละ รู้มั๊ยว่าไม่มีใครอยากไปนั่งลำบาก หลังขดหลังแข็ง ตากแดดตากลม แต่บางครั้งบางคราว ความจำเป็นมันบังคับ…..ก็มันไม่มีจะกิน ให้ทำไง ถ้ามีเงินไปเช่าที่ดีดีขาย ใครจะอยากมาทำแบบนี้ให้โดนไล่ ….
บอกว่าจัดที่ทางให้หาบ เร่แผงลอย…ขายกันอย่างเป็นสัด เป็นส่วนแล้ว แถมมี ป้ายบอกอีก วางได้ตรงนี้ ถึงตรงนี้ โดยมีรูปหาบขายของเป็นสัญลักษณ์ ……….. พี่คร๊าบบบบบ..ที่ที่จัดให้น่ะ มีแต่ไอ้ตูบ กับ คนบ้าที่คุ้ยขยะกินเค้าเดิน คนดีดี มีเงิน มีกิเลส ไม่เห็นมันจะมากรุยกรายไอ้ที่ๆพี่บอกเลย สุดท้าย ก็เหมือนเดิม….เอวัง ทำป้ายมา ให้มันเปลืองเงินเปล่าๆ
พ่อค้าไข่ปิ้ง แกนั่งกุมขมับอยู่ที่บันไดขั้นบนสุด บอกว่าหาบสุดท้ายแล้วว่ะหนู เดือนก่อน จะเอาเงินไปไถ่หาบคืน มันเรียก 1500 เดินกลับเลย ซื้อของใหม่ยังถูกกว่า
แม่ค้าตัวน้อยๆ ขายพวงกุญแจ ทั้งแผง มีอยู่ไม่ถึง 30 พวง บอกว่าแหมพี่ หนูหยิบขึ้นมาถือไว้ไม่ทัน ไม่งั้นนะ มันไม่ได้แอ้มหนูหรอก (นึกในใจ ดีนะกรูหยิบของกรูทัน) หน้าตาแกยิ้มแย้ม แต่ในใจเศร้าสลด …. พรุ่งนี้จะเอาอะไรขาย คืนนี้จะเอาอะไรกิน
พ่อค้าแม่ค้า สองผัวเมีย หลุดรอดจากการโดนยึดทรัพย์ แต่นั่งปรึกษากันว่า คืนนี้จะนั่งหลับกันที่ไหน….เวนกำ …. นี่่ต้องนั่งขายของกันถึงเช้าเลยเหรอ เค้าบอกว่า อืม … พี่ไม่มีบ้านให้นอนแล้ว ค้างค่าเช่าเค้า หลาย เดือน เค้าไล่ออกมาไม่ให้อยู่ พี่ผู้ชายแกเคยเป็นทหาร แกชอบเอารูปในกระเป๋าสตางค์มาโชว์ให้ดูเป็นประจำ ทุกครั้งที่เจอกัน
คนจนมีน้ำใจมากค่ะ พี่ทหารเก่าคนนี้ แกจะคอยมาบอกอยู่เสมอๆ ว่าตรงไหนคนเยอะ ตรงไหน น่าไปวางของขาย แก กับเมียแก จะคอยมาบอก มาพาปอยกับเพื่อนไปด้วยกันกับแก เสมอๆ ไม่รู้นะ อาจจะเพราะว่า คืนนั้น เราให้ที่นอนกับแกรึเปล่าก็ไม่ทราบ….
ถ้าใครเคยเดินบนสะพนลอย อนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งดอกหญ้า เมื่อ 13 ปีที่แล้ว อาจจะเคยเห็น หรือเคยซื้อกิ๊ปติดผม ดินญี่ปุ่นปั้น กระดาษปั้น ที่ปอยกับเพื่อน รวบรวมเงินหยดสุดท้าย เอามาทำขาย ตอนที่โดน คลื่นซึนามิซัด ก็เป็นได้
หาที่ให้้เค้าขายดีดีเถอะค่ะ …. จะได้ไม่ต้องมาวิ่งจับกันแบบนี้ รู้มั๊ยว่า แม่ค้าบางคน ที่ปอยเคยคุยด้วย ……… บวกกำไรแค่ 2 บาทต่อ 1 ชิ้นสินค้าเท่านั้น เค้าขอเพียงแค่ให้่ขายของได้ แค่นั้นเอง ….
ตอนนี้ วันนี้ ปอยไม่ต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว …. มันผ่านมาแล้ว กว่าจะสู้ตาย ให้มาจนถึงทุกวันนี้ได้ จำได้หมดทุกหยด ของชีวิต …. เดินผ่านทุกวัน ก็นึกถึง 13 ปีที่แล้ว ทุกวัน …… ……
แวะซื้อพวงมาลัยมา 2 พวง ไหว้ศาลหน้าบ้านเพราะเมื่อคืนวันพระ หนูน้อยขายพวงมาลัยร้อง บอกว่า 3 พวง 25 ค่าาาา..วันนี้วันพระนะคะ….ขอบคุณจ๊ะ
หนูไม่บอก พี่ไม่รู้จริงๆ ว่าวันนี้วันพระ…ซื้อ 2 พวง 20บาท แกทำหน้าผิดหวังนิดนึง…ที่เราไม่ซื้อ 3 พวง แต่ปากก็ขอบคุณ แถมด้วยยิ้มหวานๆ น่ารัก….
แกอยากขายให้มันหมดๆ เพราะไปถึงพรุ่งนี้ มะลิบานแล้ว ก็จะไม่มีใครอยากซื้อ สงสารแกมั๊ย …. ไม่สงสาร เพราะในวันหนึ่งข้างหน้า เด็กผู้หญิงคนนี้ จะเป็นคนที่มาซื้อพวงมาลัย ของเด็กผู้หญิง อีกคน …… ………………………………….. …………………………………..
วันอาทิตย์ ที่11 เดือน 11
โดย ปอยอลิน Nov.13.2007 9:08:28 am
วันนี้ แหมเลขคู่ …. แต่อากาศมันไม่น่าให้พักผ่อนเอาซะเลย ปอยเลยคิดว่า ไปนั่งดูนก ดูต้นไม้ ที่สวนสาธารณะดีกว่า ท่าจะดี…แต่ก่อนไป …. ปอยมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกแล้ว…เนื่องจากเมื่อคืน (เสาร์) เป็นวันที่ต้องนั่งเคลียงาน เฝ้าลูกน้อง เพราะลูกค้าโทรเร่ง โทรตาม ทุกๆ 10 นาที 3ทุ่มกว่าๆ ยังนั่งคุยกับพี่จุ๋ย งานใกล้เสร็จ ใกล้จะกลับไปนอน ท่านลูกค้าเจ้ากรรม(อีกราย)…หอบไฟล์งานเข้ามาหาตอนเกือบๆ 4 ทุ่ม เวงแระกรู ต้องทำให้คืนนี้เลยเรอะ …. มองตากันปริบๆ …. เอา เพื่ออนาคตที่เจริญรุ่งริ่ง เจ้านายก็อยู่ เราก็อยู่ ลูกน้องอีก 4 ชีวิตก็ต้องอยู่ ทำงานกันอย่างรื่นเริงบรรเทิงใจ ไม่เป็นไรพรุ่งนี้หยุด จะนอนกินบ้านกินเมืองซะให้เข็ด..แวะไปกัด คมช.โหน่งก่อนกลบบ้าน เวลาตอนนั้นก็ประมาณเที่ยงคืนเห็นจะได้ เจ้านายที่รักมาถาม กินข้าวยังปอย …. ในใจนึก เอาอีกแล้ว จะพากรูไปหลงทางที่ไหนอีก…ไปไป เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงโจ๊ก เราตัดสินใจไปกินโจ๊กที่ ซอยหลังตรอกข้าวสาร ร้านโปรดเฮียแก …. กินเสร็จปอยรีบลี้กลับบ้านทันที…มาอีกแล้ว ที่เดิม…สี่แยกคอกวัว …. ม้านั่งตัวเดิม ไม่มีพี่สาวคนนั้นอยู่ แต่มีสองหนุ่มสาวมานั่งแทนที่ จริงๆแล้วดูจากร่องรอยประสปการณ์ เค้าคงจะอายะราวๆ 40 ขึ้นไป กำลังพรอดรัก กันอย่างน่าสะอิดสะเอียน ในใจนึก รถอย่าเพิ่งมานะ เพราะความอยากรู้อยากเห็นของปอยมัน เกิดขึ้นเรื่อยๆๆๆ (มันจะทำไรกันฟร๊ะ) …. พี่ไก่ เคเอฟซี กำลังเล่นบทแอ๊บแบ๊ว ทำหน้าตาน่ารัก เพื่อเรียกราคา (ซึ่งไม่รู้ว่าสูง หรือ ต่ำ) แต่ที่แน่ๆ ในที่สุด เค้าตัดสินใจ เรียกแท๊กซี่ ไป (ไหน) กัน …. ถัดจากม้านั่งตัวนั้น มีม้านั่งอีกตัว ที่กลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาว ซึ่งกำลังเมาได้ที่ กำลังตกลงกันว่า จะกลับบ้านกันยังไง ในใจนึก เมาขนาดนี้ มันจะถึงบ้านโดยปลอดภัยกันมั๊ย …. ลืมบอกไปว่า ขณะนั้นเป็นเวลา เกือบๆจะตี 2 ปอยยืนที่เดิมเหมือนเมื่อวัน 4 ทุ่ม และจะกลับรถเมลล์สายเดิม ด้วยความที่ถนนโล่ง มันน่านั่งรถเมลล์ดูอะไร ต่อมิอะไรยิ่งนัก ในความคิดปอย อยากเห็นว่า ชีวิตมนุษย์ ตอนตี 2 มันมีอะไรมากไปกว่า เด็กวัยรุ่นนั่งเมาริมถนน รึเปล่า …. ยืนรอไป ก็สังเกตุไปว่า ร้านรวงที่อยู่ใกล้กัน มันมีความแตกต่างอยู่เคียงข้าง ร้านด้านขวา ถัดจาก 7-11 เป็น ห้องแต่งผมพงศ์เทพ..ร้านข้างๆเป็น ฟ๊อกซ์โฟโต้ เหมือนอากับหลาน มายืนคอยรถเมลล์คู่กัน …. เหมือนๆกับคนที่ป้ายรถเมลล์ที่ปอยเห็น ตี 2 แล้ว ยังมีคนรอกลับบ้านกันอยู่ อย่างใจจดจ่อ ตี 2 แล้ว ยังมีคนขายเนื้อย่าง ที่แขวนไม้หนีบแบบแผงปลาหมึก มายืนขายโดยไม่มีคนซื้อ สักคน อยู่ ตี 2 แล้ว ยังมีขอทาน เนื้อตัวมอมแมม นั่งสัปหงก ทำมือปลกๆ อยู่หน้าบริษัท วิทยาศรม ตี 2 แล้ว ยังมีเด็กวันรุ่น แต่งตัวเร็กเก้ นั่งล้อมวงกินเบียร์ อยู่ที่หน้า 7-11 ….. ตี 2 แล้ว ยังมีพี่สาว แต่งตัวชุดทหาร เกงเกงขาสั้น สวมรองเท้า คอนเวิร์ด คอยเดินเข้าไปในตู้โทรศัพท์ เอานิ้วแหย่เข้าไปในช่องคืนเหรียญ ทุก 10 นาที เพื่อหวังว่ามันจะมีเหรียญออกมา …. พี่สาวคนนี้มานั่งตรงม้านั่งตัวนั้น แกนั่งเอามือสางผม สางๆๆๆ รวบๆๆๆ มัดๆๆๆ หยิบแก้วน้ำกระดาษกินน้ำ ส่องกระจก ที่คิดว่า มันติดอยู่ที่แก้วน้ำ ผัดแป้ง สูบบุหรี่ นอนที่ม้านั่ง และลุกขึ้น ไปที่ตู้โทรศัพท์ หาเหรียญ…ทำแบบนี้ วนไป วนมา และลุกขึ้นเต้น …. ปอยมองแล้วคิดว่า เมื่อไหร่ แกจะนอนจริงๆ สักที และอะไร ทำให้แกกลายเป็นแบบนี้ …. ถ้าชีวิตคนเรา พบเจอเรื่องร้ายๆ ร้ายจนจิตใจข้างในมันรับไม่ไหว ร้ายจนไมสามารถ พยุงตัวอยู่ได้ คนแบบนี้มันจะมีอีกสักกี่คน …. ใจกำลังนึกสงสารแกอย่างจับจิต…แต่แล้ว ความบรรเทิง เน่าๆ ก็มาทำให้ ความสงสารขาดสะบั้น แกลุกขึ้นเต้น เหมือนางแมวยั่วสวาท สายตามองไปที่ผู้ชายที่เดินผ่าน แล้วบอกว่า สวีทเกสเฮาส์มั๊ยพี่…. …. สี่แยกคอกวัว เวลา 4 ทุ่ม กับเวลา ตี 2 มันช่างแตกต่างกันจริงๆ
|