ชาวไร่วิถี
โดย รังไม้ Aug.19.2011 1:39:46 am
๓ สดุดีโดยดวงใจ ชาวไร่วิถี คล้อยเพลงกวีของพืชพันธุ์ หวีดวาดเย้าธารดวงตา พลิ้วในสายลมหอม เคล้ากลิ่นดินเปื้อนหยาดฝน
วัยเยาว์ข้าฯอยู่ในนั้น อยู่ในผืนไร่อันพืชพันธุ์ขจี และอยู่ในท้องทุ่งอันคลุ้งหอม
ความริบหรี่จากดวงใจ
โดย รังไม้ Aug.19.2011 1:31:46 am
๑ มีรอยยิ้มจากดอกหญ้า พร้อยรินในอ้อมหมอกและสายลมหอม ความคิดถึงอ้อยส้อยในเงาเช้า ขอดดวงใจหนาวสะท้าน เวลานาทีกรีดเฉือนแปลบปลาบทุกอิริยาใจ
เธอที่รัก แพดอกไม้สะพรั่งร่วงรายแล้ว เงียบหายท่วงทำนองเพลงอันอุ่นเหงาของเวิ้งใจ ข้าฯกวาดเพลงกวีของห้วงใจทิ้ง มีเพียงเมรัยเยียวยาความปวดร้าว
เธอที่รัก อภัยให้ความโง่เขลาของข้าฯเถิด เช้าถึงเย็นข้าฯงุ่นง่าน ใต้ดวงตะวันแผดร้อนเกรียมผิว-เจ็บแสบ
ในค่ำคืนอวลสาบเมรัยแกล้มความคิดคำนึง จ่อมความคิดถึงเธอเอ่ออุ่น ข้าฯคุ้นอยู่กับความเหนื่อยล้า เธอเล่า! เป็นเช่นใด
๒ เธอที่รัก กว่าการเหือดร้างของเพลงฝน ผืนไร่ แห่งข้าฯ เสมือนผู้กอบเก็บความอ้างว้างในเดือนปี..ฯ
สายลมของความเหงา หยอกเย้าฟืนไฟในเตา- ดั่งชั่งใจ ว่า เราจะยังคงคิดถึงกันอยู่ไหม? ในวันวาร ของความหอมเศร้า..ฯ
ความร้อนเร่า ร้อยร่ำในคืนวัน ข้าฯผู้ย่างย่ำในบทบาท ชาวไร่วิถี รำลึกถึงทุกๆกรณี.. ดอกใบในห้วงวิญญาณที่มี..ช่าง.ริบหรี่จากดวงใจ
เธอ
เสียงของยามเช้า
โดย รังไม้ Sep.20.2010 11:43:56 pm
5 เตาไฟ-กาน้ำ เหงา มุ่นเถ้าถ่านคลุ้ง-คว้างเช้าตรู่ เสียงผ่าฝืนก่อไฟ
6 กาน้ำพวยพ่นไอ กลายกาแฟ หนึ่งถ้วยหอมกรุ่น โต๊ะไม้-แดดอ่อน หนาว
7 ควัน ฟืนไฟ ในเตา ดั่งคล้ายหยอกเย้าชายคา สี-เสียงของยามเช้า
ดอกหญ้าชราแล้ว
โดย รังไม้ Mar.31.2010 3:16:56 pm
ดอกหญ้าชราแล้ว/ไฮกุ..
1 สายลมหนาวโอบปีก โบยห่มเรือนร่างและหัวใจ อีกเพลง ฤดูกาล
2 แดดเช้ามีลมหนาว ร่มเงาของไม้ใหญ่เยือกเย็น ผืนป่าร้องเพลงเหงา
3 พลบนี้มีฟ้ายิ้ม ดวงดาว ดวงตา - ดวงจันทร์ ยิ้ม ความคิดถึง เดินทาง
4
แว่วบทเพลงเพรียกขาน ซุ้มสวนบทกวีผลิบาน ดอกหญ้าชราแล้ว
แค่ชาวนา
โดย รังไม้ Mar.18.2010 11:33:50 pm
เราเปล่ารอนแรมในฐานะของคนเดินทางอย่างภาระเต็มหลังไหล่ อาบถ้อยวลีอันโอ่อ่าว่า วเนจร เพื่อแผ่นดิน แต่เพียงเราย่างย่ำในวิถีแสนสามัญอันควรมีเชิงไร้สาระ เสียเป็นส่วนมาก เช่น ถอนกล้าข้าวในแปลงนาจากเช้ายันค่ำเพื่อจะปักดำซึ่งกินเวลาหลายวัน และการปักดำอันกรีดกร่อนสันหลังจนปวดร้าว และหากว่างเว้นจากงานในท้องทุ่งเราก็นั่งเปล่าเปลี่ยวในคืนปลาอิ่มเหยื่อ ริมบึงกว้างอันเวิ้งว้าง (ha ha) เราอาจสวมเสื้อสีแดงในบางวันเพื่อ กำเคียวเกี่ยวข้าวในผืนนาที่แดดร้อนร้ายจนอวัยวะส่วนที่เรียกว่า หนัง ไหม้เกรียมโดยเปลวแดดและปวดแสบ เมื่อหยาดเหงื่ออาบโลม แต่เราไม่เคยสวาปามอุดมการณ์อันไร้ตัวตนเอาวิญญาณแลกเงินเลี้ยงลมหายใจโดยไม่ต้องคิด ใช่เราอาจยืนอยู่บนดินแดนที่ราบสูง ที่ที่ผู้คนใกล้อารยะ ตราหน้าว่าโง่ง่าวไม่ต่างกระบือ และยืนอยู่ในฐานะกระดูกสันหลังของชาติ (มิไยที่ใครๆจะต้องมาซีเครียด ในถ้อยคำแห่งเรา ) เราไม่เคยแบ่งเฉดสีตีตราว่า นั่นมึงนี่กู เหมือนอย่างผู้สูงวัยของประเทศนี้เขาทำกัน เราหาเลี้ยงชีพโดยสัมมาอาชีวะ และเราไม่เคยทอดทิ้งงานหนักเพราะมันคือชีวิตและวิญญาณของการดำรงอยู่ตามครรลองอันเนิ่นนานในวิถีแห่งเรา นาทีนี้ความร้อนเร่าของบ้านเมืองดูเหมือนว่าจะครุกรุ่นวุ่นวายโดยผู้คนของประเทศนี้แบกอคติ ครบทั้ง4อย่างไม่ปล่อยวาง(อย่าเพิ่งเคี้ยวฟันท่านผู้ละเลียดสายตาเพราะเราต่างคือผู้เฝ้ามองอย่างห่วงใย)ในความเป็นไปของแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่เราหวงแหนเฉกเช่นเดียวกันแม้ว่าเรามิได้ปริปากบอกผ่านเวทีใดๆ ถึงตอนนี้เครื่องหมายคำถามเกลื่อนในอากาศและหัวใจ เขาทำเพื่อใคร, เพื่อพี่น้องร่วมชาติ,เพื่อลูกเพื่อหลานอย่างที่เขากล่าวอ้างจริงหรือ รึเพื่อใครกันแน่ที่อยู่ลึกเกินกว่านั้น เราอาจตั้งคำถามแต่ก็ไม่ใส่ใจคำตอบในเวลาเดียวกัน วันเวลาจะเป็นบทพิสูจน์สิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ ได้อย่างแจ้งชัดเมื่อถึงที่สุด เรามันแค่ชาวนาจึงได้แต่เฝ้ามอง
|