ปุถุชน

เพียงส่งเสริมอักษรกลอนกระบี่ นอกเหนือจากนี้มิมีอันใด




ลิงก์น่าสนใจ



ประชาสัมพันธ์-ข่าวสาร


  • ยังไม่มีข้อมูล



กำแพง

โดย ปุถุชน Sep.16.2008 2:02:32 pm


เวลานั้นรักแรกเข้าโอบรับหัวใจ…ช่างมีความหมายอบอุ่นนัก
รักคือรัก
มิพักต้องค้นหานิยามความหมายใดมาอธิบาย
เนื่องเพราะแทรกซึมซาบซึ้งใจกายพร่างพรายอยู่ทุกห้วงอณู
เจิดจ้า…..ทว่านุ่มนวล
พริ้วไหว….แต่มั่นคง
อ่อนโยนและอาจหาญ
ผสานเป็นสัมผัสที่รับรู้ได้ถึงความยั่งยืนชั่วนิจนิรันดร์
เป็นมั่นคงยั่งยืนเสมือนหนึ่งมิอาจมีอะไรสามารถโยกคลอนสั่นไหวความรักได้

เวลาช่างเปี่ยมสุข


เวลาสรรค์สร้างสรรพสิ่ง….แล้วเวลาก็กลืนกินสรรพสิ่งด้วยเช่นเดียวกัน
ความมั่นคงแข็งแกร่งเวลาจะพังทลาย….ก็ล่มสลายในชั่วพริบตา
เพียงชั่วพริบตาอย่างแท้จริง
จากเจิดจ้า….เป็นมืดมน
จากอ่อนโยน….กลับหม่นเศร้า
พริ้วไหวและแปรเปลื่ยน
เสมือนหนึ่งไม่มีอะไรที่ยั่งยืนมั่นคงอีกแล้วตลอดกาล
รักคืออะไร
หัวใจดิ้นรนค้นหานิยามความหมายไม่หยุดหย่อน
คล้ายดั่งไม่เคยรู้จักความรักมาก่อนเลย

เวลาช่างทุกข์ทรมาน



มืดมนอนธกาล….เป็นมืดมนอย่างแท้จริง
ไม่มีแสงสว่างใดสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้….แม้สุดท้ายที่ปลายอุโมงค์
ความกลัวแผ่ซ่านคลี่กางเข้าครอบคลุม….เหน็บหนาวจนสุดขั้วหัวใจ
รวบรวมกำลังใจใยสุดท้าย….ค่อยค่อยก่อกำแพง
กำแพงที่สูงเสียดฟ้า….ทั้งหนาทั้งแข็งแกร่ง
ปกป้องหัวใจจากผองภัยความรัก


เนิ่นนาน…..
เวลากลืนกินทุกสรรพสิ่ง……และเวลาก็สรรค์สร้างสรรพสิ่งเช่นเดียวกัน
กำแพงนั้นคล้ายคงอยู่….ป้อมค่ายคลองคูทั้งหนาทั้งแข็งแกร่ง
เมื่อความรักมาเยือน
เสมือนกลศึกแทรกซึมไหลลึกเซาะผ่านเนื้อทราย
เบียดเสียดผิวกายตามรอยแยกระแหงแฝงเร้นเป็นไปไม่ทันรู้สึกตัว
ป้อมค่ายคูคลองกำแพงหนา….คล้ายถูกเสน่หายึดครองกุมสภาพไว้ได้อย่างสิ้นเชิง
กำแพงมีรู  ประตูมีช่อง  เกลือเป็นหนอน  หัวใจเป็นผีเสื้อ…โบยบิน
ศิโรราบ…….


เหลียวกลับมาดู….กำแพงไร้สภาพ
กำแพงที่ไม่มีความหมาย…..กำแพงที่ไม่เคยมีอยู่จริง





นางฟ้า

โดย ปุถุชน May.15.2007 11:26:45 am


สองมือฟันฝ่าแหงนหน้าสู่ฟากฟ้าตามหาความไฝ่ฝัน…..ใครคนนั้นที่เรารออยู่

เปี่ยมด้วยความหวังกำลังใจไม่ว่าจะนานเพียงใดเราคงได้เจอเธอ…..นางฟ้า

จิตใจแน่วแน่ไม่เคยผันแปรแม้คิดจะท้อถอย.และละสายตา…..จากฟ้า

เนิ่นนานเท่าไหร่ที่เหม่อมองขึ้นไปโดยไม่สนใจสิ่งใด.ใยไม่เคยเห็นเงา…..นางฟ้า


พอกันที…ละสายตาลงมาจากฟ้ากลับเจอแววตาคู่หนึ่ง…..งามซึ้งสลักใจ

ยิ่งมองลึกเข้าไปยิ่งเจอความงามสดใส….เป็นมากกว่าใครที่เราเฝ้ารอ

มัวแต่มองขึ้นไปบนฟ้าเลยไม่เคยรู้ว่า…..จริงจริงแล้วมีนางฟ้าอยู่ข้างกาย

เธอเปี่ยมด้วยความหมายและมีอยู่จริงเป็นเสียยิ่งกว่า…..จินตนา.นางที่เลื่อนลอย

ไม่ต้องเอื้อมฤาสอย…สูญเปลืองสิ้นเวลารอคอย

เพราะนางฟ้าน้อยน้อย…..เธออยู่บนพื้นดิน






ปัจจัยศูนย์..สูญ

โดย ปุถุชน May.09.2007 10:54:04 am


ข้าวปลาอาหารประทังท้อง…เครื่องนุ่งห่มปิดกั้นร้อนหนาวแลอุจาด

หยูยารักษาโรคทั้งเครื่องอยู่อาศัย….ล้วนจัดอยู่ในปัจจัยสี่จำเป็นพื้นฐาน

ผู้คนเชื่อกันอย่างนี้มานาน…กระทั่งโลกเปลื่ยนไปมีปัจจัยใหม่เพิ่มเข้ามา

บ้างอวดอ้างว่าเป็นปัจจัยที่ห้าปัจจัยที่หก….ยกอุปโลกน์ขึ้นมาว่าจำเป็น


วงปีที่เคี่ยวกรำจนแกร่งเป็นเนื้อไม้…กว่าจะได้ต้องผ่านหลายกาลฤดู

ช่างน่าหดหู่คมเลี่อยบาดลึกชั่วเพียงอึดใจเดียว…ไม้ใหญ่ปล่อยร่างสลบซบแม่พระธรณี

ยางไม้หลั่งรินคล้ายน้ำตาฝากลา…วูบสุดท้ายใครจะดูดซับน้ำอุ้มชูดินค้ำจุนฟ้าหล่อเลี้ยงผู้คน


ธรรมชาติแม้มีจำกัด…แต่ก็ยังมากมายเพียงพอหล่อเลี้ยงแบ่งปันกันได้ทุกผู้คน

แต่ไหนเลยจะเกินพอสนองต่อตัณหาความละโมบโลภมากของคนแม้เพียง….คนเดียว

ปล้นได้ปล้นลักได้ลักไม่มีได้พักได้ผ่อนหลับนอนหนอความต้องการที่หิวกระหายไม่มีประมาณ

อวสานคืบคลานเข้ามา….ฤามิใช่ทั้งเราท่านนั่นแหละหนาต้องลิ้มรสชดใช้กรรม


มนุษย์พัฒนาถึงขีดสุด…สบายแล้วใยไม่พอยังต้องการต่อไม่มีที่สิ้นสุด

เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน…ไหง.มนุษย์ยังยุ่งวุ่นวายเพิ่มขึ้นทุกวันจนมันไม่มีเวลา

หากทุ่นแรงพอเหมาะพอสม…ย่อมมีแต่คนสรรเสริญชื่นชมใน….นวัตกรรม

ขอร้องอย่าให้ล้ำกระทั่งเอื้อมมือไปจิ้มปุ่มเปิดไฟ…ยังขี้เกียจ

เครื่องปรับอากาศโทรตั้งเวลาล่วงหน้า…ก่อนข้าจะเยื้องกรายเข้ามาบ้านต้องเย็นฉ่ำ

ฉีดพ่นกันเข้าไปใส่ทรงผมอินเทรนด์…แม้ฝ่าลมบ้าหมูพายุเฮอริเคนยังอยู่ทรง

บรรยากาศแหว่งโหว่ช่างปะไรไม่สนใจ….ทรงผมข้าใครอย่าแตะ

โลกหากมันจะเละเทะตุ้มเปะไม่ใช่ฝีมือข้าคนเดียว……ซะเมื่อไหร่

ข้าไม่ทำคนอื่นเขาก็ทำนับถอยหลังโลกก็แตกอยู่ดี…….ว่ามั๊ย

เอาเถอะ…พ่อเจ้าประคุณรีบตักตุนกอบโกยความสุขเสียให้พอ

อย่ารอเลยชาติหน้า….ให้โลกแตกกันต่อหน้าต่อตาในชาตินี้เห็นเห็น


อากาศด้วยความที่มีมาก..ได้มาฟรีฟรี…..จึงไม่อยู่ในปัจจัยสี่ที่จำเป็น

หากไม่ได้กินเข้าตั้งแต่เช้าจรดเย็นยังพออยู่ได้….แม้จะกระหายอยู่บ้าง

ไม่มีอากาศให้หายใจนับไม่กี่อึดใจ………ทรมาน

อากาศดีดีสูดได้อย่างเสรีไม่เสียสตางค์ซื้อหา….มนุษย์ยังพากันทำลาย

จะบอกเป็นปัจจัยที่ห้าก็ไม่ได้….เพราะคล้ายจำเป็นกว่าปัจจัยที่หนึ่ง

หากต้องทะลึ่งซื้อหาอากาศหายใจ….นึกว่าเป็นเทรนด์ใหม่ก็ตามใจนะผู้คน

ถ้าคิดว่าอยู่ลำบากหากขี้เกียจหายใจ….โลกคงไม่ว่ากระไรหรอกมนุษย์



โลกขอร้องคำสุดท้ายท่านกระหายท่านขี้เกียจ….ขอเพียงเบียดเบียนเราเท่าที่จำเป็น

หากไม่มากจนเกินไปโลกพร้อมจะเกื้อกูลมนุษย์ตลอดไป……………………..ชั่วนิรันดร์





ความอ้วน

โดย ปุถุชน May.05.2007 9:28:18 am


ความอ้วน…..ไหนเลยจะเป็นที่ปรารถนาของผู้คนที่ไฝ่ฝันจะงดงาม

นอกจากมันจะคุกคามทำลายทั้งสุขภาพกายสุขภาพจิตแล้ว

มันยังบั่นทอนชีวิตของผู้คนให้สั้นลงกว่าที่คิดที่ควรจะเป็น

เมื่อความอ้วนน่าชิงชังรังเกียจสำหรับผู้คนมากมายปานนี้

การเสาะหาวิธีกำจัดมัน…ถูกศึกษาอย่างจริงจังเป็นระบบ

ความรู้จึงแพร่หลายต่อขยายไปอย่างทั่วถึงทุกผู้คน

แต่สัมฤทธิผลในการขจัด..เห็นได้อย่างเด่นชัด…มีไม่ถึงหนึ่งในห้าสิบส่วน

ทั้งหมดล้วนไม่อาจปฎิเสธ….ว่าไม่รู้ต้นเหตุ..วิธีกำจัด



การ..”รู้”..ในลักษณาการนี้…..ผล..มิได้แตกต่างกับที่..”ไม่รู้”..แต่ประการใด

ทุกอย่างมุ่งตรงสู่จิต….แก้ลงตรงที่จิต……ฤา..มิเว้นแม้แต่ความอ้วน

ชนะใจ….ใยมิใช่เป็นเรื่องที่น่าขบคิด….หากจะพิชิตเอาชนะมัน

ความรู้เป็นแต่สัญญาภายนอก….เพียงให้ทำข้อสอบ…แล้ว.”ผ่าน”

ยังหาประโยชน์อันใดมิได้แม้แต่น้อย…..สำหรับคนอ้วน

ผลจะครบถ้วนบริบูรณ์….หากม้วนเข้าสัมผัสกับปัญญาภายใน….ของใจ..นรชน








ตุลาการไม่อนุมัติ

โดย ปุถุชน May.05.2007 8:55:04 am


ตุลาการ…..คือคนธรรมดาสามัญอย่างเราเราท่านท่านนั่นเอง

เพียงแต่มีความเชี่ยวชาญในการตัดสินอรรถคดี

ตุลาการสามารถดำรงความเป็นตุลาการอยู่ได้ด้วยผู้คนให้ความเชื่อถือ

ในการอำนวยความยุติธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย

ดุจดั่งตาชั่งที่เที่ยงตรงมิเอนเอียงอคติ…..เรื่องจึง..”ยุติ”..ลงด้วย..”ธรรม”


ตุลาการ….จึงเป็นอำนาจหนึ่งที่แยกอิสระออกจากอำนาจอื่นเพื่อถ่วงดุลย์

ในยามที่อำนาจอื่นง่อยเปลี้ยอ่อนแรง…..ตุลาการจึงเข้ามามีบทบาทหน้าที่

ผู้คนจึงคิดให้อำนาจนี้…..แผ่ขยายเข้ามามีส่วนร่วมในหลายหลายกรณี

ตุลาการภิวัฒน์เช่นนี้…..จึงเป็นอำนาจหน้าที่เกินการตัดสินคดีและไม่เคยมีมาก่อน


ธรรมชาติของอำนาจ…..เมื่อมีมากเกินไปย่อมกัดกินตัวมันเอง

เมื่อเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย…..ย่อมยากที่จะดำรงคงมั่นไว้ได้ซึ่งความยุติธรรม

แต่น่าดีใจที่ตุลาการส่วนใหญ่….ไม่ได้หลงไหลไปกับ….”อำนาจมิควรได้”

พอใจอำนาจตามที่ควรเป็นควรมี…..นอกเหนือจากนี้ไม่ขอเกี่ยวข้อง

อำนาจเป็นสิ่งยั่วยวนใจ…..แต่แปลกออกไป..เมื่อผู้ใดปฎิเสธอำนาจ…..กลับได้มาซึ่งอำนาจ

เพียงดำรงความยุติธรรมให้ศักดิ์สิทธิ์…..เมื่อเกิดวิกฤติผู้คนจะมาขอพึ่งเอง

มิต้องกลัวดอก





ไม่ได้ตั้งชื่อ

โดย ปุถุชน May.02.2007 1:41:53 pm


โลก…..เวิ้งว้างกว้างไกลสุดที่ใจจะคาดคิดคำนวณ

เรา…..เพียงอณูเล็กเล็กที่ยืนหยัดเบียดเสียดเป็นส่วนประกอบหนึ่งของมัน

ความเข้าใจในโลก…แม้นนับว่าพอมีอยู่….แต่ก็เพียงรู้..หาได้ประจักษ์จนแจ้งใจ


ขึ้นชื่อว่า…”โลก”….ย่อมเข้าใจได้ยาก

แต่ผู้คนส่วนมาก…..อยากให้โลกเข้าใจ…”ตน”


“ตนเอง”…..ความจริงน่าจะเข้าใจตนเองได้มากที่สุดกว่าสิ่งใด

แต่คล้ายเรามองข้ามตนเองออกไป…..ศึกษาโลกกว้างใหญ่ห่างไกลตนเองไปทุกที


การเปลื่ยนแปลงสรรพสิ่ง…..ให้ปรับเข้ามาหาตัวเรา

จึงต้องทุ่มเทพลัง ความคิด สติปัญญา ทรัพยากรอย่างมหาศาลเพื่อการนี้

ส่วนการปรับเปลื่ยนตัวเรา….ให้กลมกลืนกับสรรพสิ่ง

ท่านผู้รู้เคยกล่าวว่า….แทบไม่ต้องลงทุนแต่ประการใด

เพียงนั่งหลับตาดูจิตพิจารณาความจริงแห่งตนด้วยสติอย่างอดทนอดกลั้น


แต่มนุษย์ปุถุชนอย่างเรา………เป็นผู้เขลาชอบลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อการแรก





กระต่ายชมจันทร์

โดย ปุถุชน Apr.30.2007 12:44:49 pm


พระจันทร์……..ยังคงเป็นดวงเดิม……..ดวงเดียว


กระต่ายเด็ก…..ปีนป่ายหน้าต่างขึ้นไปชมจันทร์บนหลังคาครัว…..งดงาม

แสงจันทราอร่ามเหลืองนวล…..ล่องลอยอบอวลล้วนเต็มไปด้วยจินตนาการ

แสงแห่งเพ็ญดวงน้อยค่อยค่อยเรียงร้อยเรื่องราว…..ยายกะตา

แว่วเสียงเพลงจันทร์เจ้าขา…..นำพากระต่ายน้อยหลับไป



กระต่ายผู้ใหญ่…..จิตใจร้อนหนาวบรรจุร้อยล้านเรื่องราว…..แหงนมองจันทร์เจ้า

แสงใสสกาว…..กลับไม่เพริดพราวจินตนาการ

เจ้าเพียงแค่หินตะปุ่มตะป่ำ…..มิได้งามล้ำ…..ควรค่าข้าคิดคำนึง

นิทานเรื่องหนึ่ง…..เรื่องยายกะตา…..จบจากใจข้าไปนานแสนนาน


พระจันทร์………ยังคงเป็นดวงเดิม………..ดวงเดียว



สรรพสิ่งยังคงดำรงอยู่อย่างนั้น…………..เพียงใจเจ้าที่เปลื่ยนแปลง







กระบี่…..ความรัก

โดย ปุถุชน Apr.27.2007 12:51:29 pm


กระบี่….คือ…..อำนาจ

ยามเมื่ออยู่ในมือ…..เราสามารถสัมผัสรู้ถึงอำนาจของมัน

ยิ่งลูบไล้…..ยิ่งไหลหลง

อดใจไม่ไหว…..ที่จะฟาดฟันออกไป

หากไม่ยับยั้งชั่งใจ……อาจมีใครต้องหลั่งเลือดแลน้ำตา



ความรัก….มี…..อำนาจ

ยามเมื่ออยู่ในใจ…..เราไฉนจะไม่รู้สึกถึงพลังของมัน

ยิ่งสัมผัส……ยิ่งสัมพันธ์

อาจถูกมันครอบงำได้โดยง่าย

หากแม้นใช้มันพร่ำเพรื่อกล่นกลาย…..ย่อมสร้างความวุ่นวายจนไม่อาจควบคุมมัน

ดุจเดียวกันกับกระบี่ที่ฟาดฟันออกไป…..อาจมีใครต้องหลั่งเลือดแลน้ำตา


กระบี่………..ความรัก

จักคงคุณค่าชั่วฟ้าดิน…..มิเสื่อมคลาย

หากผู้ใช้…..(………………………….)





ขี่หลังเสือ

โดย ปุถุชน Apr.26.2007 1:51:22 pm


ขึ้นชื่อว่า…เสือ…ย่อมมีสัญชาตญาณแห่งความดุร้ายน่ากลัว

คิดจะขึ้นขี่คร่อมหลังมัน…..นับว่ายากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง

แต่ก็มีผู้คนมากมาย……มุ่งมาตรปรารถนาใคร่จะขึ้นขี่หลังมันสักคราครั้งหนึ่ง

เนื่องเพราะ…..เมื่อขึ้นไปขี่มันได้แล้วผู้คนต่างพากันสรรเสริญเยินยอเคารพยำเกรง

ยกย่องให้เกียรติ…..ลาภยศเงินตราแลอำนาจต่างไหลมาเทมาดั่งมีมนตราวิเศษ

แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถขี่หลังเสืออยู่อย่างนั้นได้……ตลอดกาล

เพราะเสืออย่างไรก็คือเสือ……หากพลาดท่าเสียทีอาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกขณะจิต

พอสำนึกคิดจะลงจากหลังมัน…..บางทีอาจยากมากพอกันกับความคิดที่อยากจะขึ้น

บางคนบาดเจ็บล้มตายเสียมากมายตั้งแต่ยังไม่ทันได้ขึ้นขี่

บางคนโชคดีขึ้นขี่ได้……แต่บาดเจ็บปางตายตอนที่คิดจะลง

ยังไม่นับคนที่พิกลพิการสูญเสียแขนขา…..อีกมากมายเหลือคณา

แต่ไม่ว่าจะมีตัวอย่างให้เห็นประจักษ์แก่สายตาเพียงใด…พวกมันล้วนไม่นำพาปรารมณ์

ผู้คนมากมายยังคงไฝ่ฝันว่า…..ในช่วงเวลาของชีวิต…..ใคร่หมายพิชิตขี่มันสักครา

มิเคยว่างเว้นผู้กล้า……ขาดวรรคขาดตอน


อำนาจ…..เจ้าช่างหอมหวนยั่วยวนใจเสียนี่กระไร……ปุถุชน






ความเคยชิน

โดย ปุถุชน Apr.26.2007 1:53:15 pm


คราครั้งแรก……ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ

ความทุกข์ที่ถาโถม…..ช่างปวดร้าวรุนแรงนัก

ธรรมชาติปราณี…..มอบ..”ยาชา”..กับหัวใจ…..ให้มีความ..”เคยชิน”


เพียงให้ตั้งตัวตั้งหลัก…..อย่าได้นิ่งนอนพัก……อยู่ในความ..”เคยชิน”

ทุกข์นั้นหาได้ทุเลาเบาบางลงไม่…..ทนอยู่ได้ด้วยฤทธิ์..”ยาชา”

ปล่อยไว้เนิ่นนาน….ผู้คนจะติดในโอสถนั้น……ส่วนทุกข์ก็เพียงข่มมันอยู่ใต้ผืนพรม


ขวนขวาย..รื้อถอน..ทุบทำลายรากเหง้า…….ที่สาเหตุ

ออกจากความ..”เคยชิน”……ยืนอยู่ได้ด้วยตนมิต้องพึ่งยา…..นับว่าประเสริฐ

จิตใจปลอดโปร่งอิสระ…..จากเคยชินยาชา…..แลปวดร้าวจ่อมจม……น่าชื่นชมยินดี







¤ อ่านทั้งหมด   





มีทั้งหมด 60 หัวข้อ ในบล็อกนี้
ปุถุชน โดย ปุถุชน http://www.baanjomyut.com/blog/swordman