บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ปุถุชน >> บู๊ลิ้ม

ปุถุชน
มรรคากระบี่ วิถีบูรพา

บู๊ลิ้ม

Nov.10.2008 12:25:36 pm

กระบี่….
มีพลังอำนาจดึงดูดจิตใจผู้คนเสมอมา
เด็กทารกเพศชายเมื่อถึงวัยเริ่มรับรู้เดียงสา
มักร่ำร้องให้บิดา….ทำกระบี่ไม้จำลองมาให้อันหนึ่ง
มิน่าเชื่อ….พวกมันกลับหลงไหลงมงายไปกับกระบี่ไม้อันนั้น
ยามกวัดแกว่งกระบี่ไม้….คล้ายมีแววภาคภูมิลำพองอยู่เต็มเปี่ยม
ผสานด้วยจิตนาการเพริดแพร้วในวัยเยาว์
มีแต่ตัวมันเท่านั้น….ที่คู่ควรเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งอย่างแท้จริง
และไม่ยินยอมพร้อมใจ…เป็นที่สองรองจากใครเป็นอันขาด


ความทรงจำ…..
โดยเฉพาะความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัย
มีอานุภาพสะกดจิตใจผู้คนอย่างมากมายจนคิดไม่ถึง
เด็กหนุ่มสัดส่วนเลิศล้ำเหมาะแก่การฝึกกระบี่มากมายต่างคร่ำเคร่ง
พวกมันมุมานะฝึกปรืออย่างเอาเป็นเอาตายหามรุ่งหามค่ำ
ฝีมือก้าวล้ำรุดหน้ารวดเร็ว….กำลังใจฮึกเหิมคึกคักเข้มแข็ง
ความเชื่อมั่นของพวกมันต่อตนเอง….ปะทุถึงขีดสุดจนยากบรรยาย
แม้ความตายมายืนท้าทายอยู่ตรงหน้า…ไม่มีความหมาย
เหล่านั้นคล้ายผงธุลีที่ไร้คุณค่า…มิควรนำพาแก่การสนใจ



ความเชื่อมั่น….
แสนยานุภาพของความเชื่อมั่น…บันดาลให้คนกล้าแข็งทรนง
กระบี่ดาวรุ่งรุ่นเยาว์เหล่านี้…..พวกมันล้วนต่างเชื่อมั่น
เป็นเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม…ยากจะมีอะไรมาโยกคลอนสั่นไหวได้
เชื่อมั่นจนเป็นความพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
แล้วแปรสภาพเป็นกระหายกระตือรือล้นเหลือประมาณ
จิตใจของพวกมันงอกปีก….โบยบินไปสู่ยุทธภพเสียนานแล้ว
ความคาดหวังอย่างแรงกล้าของผู้คนหล่อหลอมรวมขึ้นเป็นปณิธานอันเด็ดเดี่ยว
ปณิธานที่ยิ่งใหญ่….ปณิธานที่มีคุณค่าต่อจิตใจอย่างที่สุด
สักวัน….ชื่อของมันต้องกระเดื่องเลื่องลือใน…..บู้ลิ้ม




บู้ลิ้ม…..
นับเป็นสถานที่เยี่ยงใดกันแน่
ใยมีพลานุภาพมากมายมหาศาล….ดึงดูดจิตใจผู้คนถึงปานนี้
เกินกว่าจะต้านทานไหว…กระบี่ดาวรุ่งเยาว์วัยจึงพากันพร่างพรูหลั่งไหลเสาะหา
ฤา…เป็นเคหาสห์สถานทิพยวิมานในโลกมนุษย์
จึงฉุดรั้งหน่วงเหนี่ยวให้ผู้เสาะพบ….มิอาจตัดใจจากลา
ฤา…เป็นสถานที่ต้องมนต์ตราคำสาปอันเข้มขลัง
มีปีศาจคอยระแวดระวังห้ามมิให้ผู้ใดกลับคืนออกมา
แต่มิว่าบู้ลื้มจะมีสภาพเช่นใด
สุขสบายดั่งสรวงสวรรค์…..หรือน่าหวดหวั่นดั่งขุมนรก
เหล่านี้….ไม่อาจโยกคลอนปณิธานที่มุ่งมั่นของพวกมันแม้สักน้อยเดียว
บู้ลิ้ม…ด้วยถ้อยคำนี้ช่างมีความหมายลึกซึ้งต่อจิตใจพวกมันจนเกินอธิบาย
เยาว์วัยมีอนาคตพวกนั้นคนแล้วคนเล่า
กระโจนจมหายไปในวังวนกระแสอันเชื่ยวกรากของยุทธภพ
หรือความจริง….บู้ลิ้มมิได้เป็นสถานที่เยี่ยงใดเลย
เป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนกลุ่มหนึ่ง….ชึ่งเรืยกตัวเองว่า..”ชาวยุทธ”
กำหนดขึ้นเองภายในจิตใจของพวกมัน
แต่ที่น่าแปลก…..การกำหนดขึ้นภายในจิตใจนี้
พวกมันกลับกำหนดขึ้นเป็นแบบแผน….ตรงกัน



ร่ำลา…..
ความจริงเป็นเรื่องน่าเศร้าประการหนึ่งในชีวิตมนุษย์
พบพานเพื่อพลัดพราก……จะช้าจะเร็วล้วนมีความจริงซ่อนอยู่ไม่น้อย
แต่พลัดพรากเพื่อพบพานเล่า…กลับมีความไม่แน่นอนแฝงเร้นอยู่หลายส่วน
ดรุณีน้อยแรกรุ่นเกาะกุมมือบุรุษหนุ่มที่นางรัก…คล้ายมิอาจตัดใจคลายออก
หน่ำซ้ำยังบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม…ดังต้องการถ่ายทอดความในใจของนางให้รับรู้
สำหรับนางแล้ว….ชื่อเสียงกระเดื่องเลื่องลือในบู้ลิ้มของบุรุษที่นางรัก
หามีความสำคัญใดไม่
สำหรับสตรีทั่วไป….ขอเพียงบุรุษอันเป็นที่รักอยู่เคียงข้างนางตลอดไป
ต่อให้ไม่มีใครรู้จัก….นั่นนับเป็นความสมบูรณ์พูนสุขเพียงพอแล้ว
แต่หากเนื่องเพราะและรัก…..นางมิอาจกล่าววาจาทัดทานปณิธานอันมุ่งมั่นนั้นได้
มือน้อยที่คอยเกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งนั้น….จำใจต้องปล่อยให้ชายหนุ่มมุ่งสู่วิถีทาง
หมอกบางยามสายของตงเทียน….ค่อยค่อยกลืนหายเงาร่างของชายหนุ่มจนเลือนลาง
คำสัญญาจะกลับมา….ดูไปคล้ายยังเวิ้งว้างเลือนลอยยิ่งกว่าหมอกบางสายนั้นเสียอีก
น้ำตา….ที่เมื่อครู่นางอุตส่าห์สะกดกลั้นไว้เพียงแค่คลอหน่วย
บัดนี้….ไม่มีทำนบปิดกั้นอีกต่อไปแล้ว


มันบอก….
อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าของมัน…..ต้องเป็นอนาคตที่รุ่งโรจน์โชติช่วง
จะต้องไม่จืดชืดไร้ความหมายอย่างเด็ดขาด
ต้องไม่เป็นดั่งเช่นชาวนา…หรือคนตกปลาที่อยู่ข้างลำธารนั่น




ชาวนา…..
ชาวนาเป็นเยี่ยงไร……ชาวนามีอันใดไม่ดี
พวกมันลุกขึ้นหุงหาอาหารตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
ขอบฟ้าเพียงเรื่อแดงเรืองลาง…..ก็รีบจูงควายมุ่งสู่ไร่นา
ข้าวปลายังไม่ตกถึงท้อง…..มันเพียงอดออมพกใส่ห่อมา
ด้วยกลัวแสงแดดแผดจ้า…..เพื่อนเจ้าทุยไถนาจะลำบากตรากตรำ
ไถนาล่วงสู่ยามสาย….เหงื่อไคลไหลชุ่มโชกโทรมกายดั่งคล้ายอาบน้ำ
จวบจนบัดนี้….จีงเพิ่งมีเวลาพักผ่อนทั้งคนทั้งควาย
ควายออกและเล็มทุ่งหญ้า….คนค่อยหยิบห่อข้าวกระบอกน้ำชาออกมาเรียงราย
ข้าวปลาอาหารของมันก็พื้นพื้นทั่วไป…ส่วนน้ำชายิ่งแล้วใหญ่เย็นชืดไปเสียนานแล้ว
แต่ยามที่มันกลืนกินข้าวในปากเคี้ยวอย่างช้าช้า….ดวงตาคล้ายพริ้มลง
ดื่มน้ำชาที่เย็นชืดนั้น….ท่าทีของมันคล้ายดั่งดื่มกินอาหารเลิศรสที่สุดของแผ่นดิน
ใบหน้าของมันอิ่มเอิบเบิกบาน..บ่งบอกถึงความสุขอย่างเต็มเปี่ยม
เนื่องเพราะมันเหน็ดเหนื่อยหิวโหย….หรือเนื่องเพราะมันถูกใจในรสชาติอาหาร
หรือเนื่องเพราะอะไรกันแน่ !!!

*เนื่องเพราะมันรู้จักพอ……ในโลกมีแต่คนรู้จักพอเท่านั้น
จีงสามารถลิ้มรสความเบิกบานอย่างแท้จริง*



คนตกปลา……
คนตกปลาเป็นเยี่ยงไร…..คนตกปลามีอันใดไม่ดี
มันนั่งสงบนิ่งไม่ไหวติงดุจคนตาย….อยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ริมลำธาร
แท้จริงมันกำลังหลับใหล….หรือกำลังหยั่งใจลงสู่กระแสฌาณ
หลบซ่อนสายตาคมกล้า…..อยู่ภายใต้หมวกฟางที่เก่าคร่ำคร่าใบหนึ่ง
ท่วงทีท่าทางของมันไม่เคยมีความร้อนรนปะปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
สงบนิ่งคล้ายสรรพสิ่งในโลกไม่อาจมีสิ่งใดสามารถกระตุ้นความสนใจได้เลย
เพียงสิ่งเดียวที่มันสนใจ…..คือคันเบ็ดที่อยู่ในมือที่ตรงหน้า
คันเบ็ดที่ทำจากไม้ไผ่ลำเล็กที่เบาอย่างยิ่ง…..ผูกไว้ด้วยเชือกเส้นยาว
หากมองตามเชือกลึกลงไปในน้ำ….สุดสายปลายเชือกเส้นนั้นกลับไม่มีเบ็ด
คนตกปลาที่ไม่มีเบ็ด !!!



วันนี้และทุกวัน
ข้าวสวยร้อนร้อนห่อใบบัวจากชาวนา
คือคุณค่าของน้ำใจไมตรี….ที่มีต่อคนตกปลาโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
มันบอก….ข้าวของมันมีมากต่อให้ท่านกินให้ตายก็ไม่มีวันหมด
ความจริงข้าวมีวันหมด….แต่น้ำใจต่างหากเล่าที่เอ่อท้นไม่มีวันจืดจาง
หนึ่งน้ำใจที่งดงาม….ได้ขับเน้นให้อีกน้ำใจหนึ่งงดงามขึ้นอย่างเชื่อมั่น
สวรรค์ไม่เคยรานน้ำใจที่งดงาม..คนไหนเลยจะทนทานมิแยแสน้ำใจเช่นนี้ได้
ปลาเผาเกลือที่หอมกรุ่น….ก็เกื้อหนุนเอื้อเฟื้อแก่กันเสมอมามิได้ขาด



ชาวนามิเคยสนใจเลยว่า….คนตกปลาจะไม่มีเบ็ด
แล้วไม่เคยสนใจเลยว่าเมื่อไม่มีเบ็ดแล้ว….มันใช้วิธีใดในการตกปลา
แต่หากชาวนามีความสนใจใคร่รู้สักนิด….ในเวลาที่คนตกปลาต้องการปลา
มันแค่เหวี่ยงคันเบ็ดที่มีเส้นเชือกนั้น…..ด้วยท่าทีปลอดโปร่งผ่อนคลาย
แต่เส้นเชือกกลับพิสดารอย่างยิ่ง…..พิศดารจนน่าตกใจ
หากมีชาวยุทธที่พอจะรู้จักวิชาฝีมืออยู่บ้าง….อาจถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด
ท่วงท่าที่เรียบง่ายนี้..ถึงกับแฝงเคล็ดวิชาม้วนพสุธาอันลือลั่นเมื่อครั้งกระโน้น
สายเบ็ดชอนไชลงไปในสายน้ำ….ดุจมีนัยน์ตางอกเงยที่ปลายเชือก
เส้นด้ายคล้ายมีชีวิต….มีประสาทสัมผัสรับรู้ดั่งงูกินปลาที่ชำนาญ
โอบรัดเกี่ยวกระหวัดตัวปลาขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ถึงแม้มันตกปลาได้อย่างง่ายดายยิ่ง….แต่มันก็รับทานปลาน้อยอย่างยิ่ง
แต่ละวันมันรับทานเพียงตัวเดียวแค่พออิ่มเท่านั้นไม่มากกว่านั้นเป็นอันขาด
เนื่องเพราะมันเป็นคนตกปลา…ที่สำนึกในพระคุณของปลาที่หล่อเลี้ยงชีวิต
หากคนตกปลาเป็นเช่นดั่งมันทุกคน
มนุษยชาติคงมีปลาเป็นอาหารให้รับทาน…อย่างไม่มีวันหมดวันสิ้น




ที่เดิม……
ดรุณีน้อยยังคงยืนเซื่องซึมเศร้าสร้อยอยู่  ณ. ที่แห่งเดิม
สายตาของนางมองชาวนาและคนตกปลา….อย่างเหม่อลอย
คล้ายกำลังซึมซับความสุขที่หาได้อย่างง่ายดาย….ของพวกมันทั้งสอง
บังเกิดภาพในห้วงความคิดไปไกลโพ้น…….
ได้หุงข้าวย่างปลา….ได้เอาผ้าซับเหงื่อให้คนที่นางรัก
มีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์เปี่ยมสุข….หรือบุรุษต้องการอะไรที่มากกว่านั้น
ความจริง….พวกบุรุษต้องการมากกว่านั้นจริงจริง….และเสมอมา
มาตรแม้นนางสามารถเหนี่ยวรั้งตัวมันไว้ได้….นั่นคงเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น
ไม่ช้า….เชื้อไฟที่ไม่เคยมอดดับในใจจะลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
ไม่วันใดวันหนึ่ง…..
นางมีแต่ต้องยินยอมให้มันจากไป…
จากไปที่แม้บางที….อาจไม่มีวันกลับมาเลยตลอดกาล



ความจริง….
ความเคลื่อนไหวของชายหนุ่มดรุณีน้อย…ล้วนอยู่ในสายตาของคนตกปลา
หลายครั้งคล้ายมันมีอากัปกิริยาคิดจะเอื้อนเอ่ยบางอย่างออกมากับคู่หนุ่มสาว
แต่แล้ว….กลับสะกดกลั้นความตั้งใจนั้นลงเสีย


ภาพของตนเองในวัยฉกรรจ์…..หลั่งไหลพร่างพรูเข้าสู่ห้วงความคิด
มันหลับตาลงอีกครั้ง…..ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลอง
เนื่องเพราะมันรู้แก่ใจตนเองดี
มิว่าอย่างไร…..ล้วนไม่เป็นผล



สวรรค์มีหนทาง…..มนุษย์กลับไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะก้าวเดิน
บู้ลิ้ม….ที่ที่แม้ดาดดื่นไปด้วยภยันตราย
พวกมันกลับยินยอมพร้อมพลีใจกาย…..ก้าวเข้าไปด้วยความเต็มใจทรนง
หรือทุกคนล้วนมีกรรมเป็นเครื่องกำเนิด…จึ่งต้องหมุนเวียนเปลื่ยนไปตามกรรม



บู้ลิ้ม…..
แท้จริงเป็นสถานที่เยี่ยงใดกันแน่
เป็นเคหาสห์สถานทิพยวิมาน….หรือเป็นที่ฝังวิญญาณของผู้คน
หรือเป็นสถานที่…ที่ไม่เคยมีอยู่จริง

  
ปุถุชน :: wi_sdom@hotmail.com

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook