บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> เสือขาว >> ความคิดผิดๆของคนรุ่นใหม่

เสือขาว
ต่อให้ข้าต้องตาย ก็จะขอทิ้งลายอย่างสมศักศรี

 

ความคิดผิดๆของคนรุ่นใหม่

Apr.24.2007 4:42:03 pm

ในปัจจุบันมีคนมากมาย  หลากเชื้อชาติ  หลากศาสนา  หลากนิสัย  จึงเป็นสังคมที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน  จนทำให้โลกมีปัญหามากมายเกิดขึ้น  แต่ในสิ่งร้ายก็ย่อมแฝงไปด้วยสิ่งดี  คือเมื่อสังคมมีการแข่งขัน  มันก็ยิ่งเกิดความพัฒนายิ่งขึ้นในสังคม  แต่การพัฒนานี้ก็มีทั้งการพัฒนาทั้งด้านดีและด้านไม่ดี  ซึ่งเหตุนี้จึงมีศาสนาเป็นตัวทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งนั่นก็คือ  การทำให้คนในสังคมเป็นคนดีมีคุณธรรม  
      แต่อาจเป็นเพราะกาลเวลาที่แสนยาวนานจึงทำให้ศาสนาประจำชาติอย่างศาสนาพุทธเกิดการเปลี่ยนแปลง  คนรุ่นใหม่กลับไปเชื่อเรื่องที่งมงาย  เรื่องทางวัตถุ  เครื่องรางของขลังต่างๆ  รวมทั้งเรื่องของจิตใจที่ทุกคนต่างคิดเรื่องกฎแห่งกรรมกันมากเกินไป  ซึ่งผมเห็นแล้วก็เกิดความกลัวไม่ได้ว่า  หัวใจของพระพุทธศาสนาจะหายไป  ผมจะยกตัวอย่างให้  มีครั้งหนึ่งผมเข้าเรียนวิชาพระพุทธศาสนา  อาจารย์จัดการเข้าค่ายธรรมะขึ้นแต่มีนักเรียนในห้องคนหนึ่งเป็นโรคประจำตัว  ผู้ปกครองของเด็กคนนั้นจึงเขียนตอบรับมาในหนังสือขออนุญาตของทางโรงเรียนว่าไม่อนุญาตให้เด็กคนนั้นไปเข้าค่ายกับทางโรงเรียนเพราะมีโรคประจำตัว ซึ่งความเป็นจริงถ้าผู้ปกครองตอบจดหมายทางโรงเรียนไปว่าไม่อนุญาตก็น่าจะจบ   แต่อาจารย์คนนี้กลับไม่ยอมพยายามพูดชักจูง  จนเด็กคนนั้นยอมไปกับทางโรงเรียน  แต่เด็กคนนั้นจะไปหรือไม่ผมไม่สนใจ  แต่ประเด็นสำคัญคือ  คำพูดที่อาจารย์ใช้ชักจูงเด็กคนนั้น  ท่านอยากรู้ไหมว่าเขาพูดว่าอะไร  ผมจะบอกให้  เขาพูดว่า “ถ้าเธอไม่ไป  เธอก็จะติด ร. วิชานี้ ถึง6จุดประสงค์ ซึ่งเหตุผลที่ว่าเป็นโรคประจำตัวนั้น  ความจริงเธอน่าจะไปเพราะการที่ได้ไปสวดมนต์ ไหว้พระ  นั่งสมาธิ  ทำบุญ  การปฏิบัติเหล่านี้  จะทำให้โรคร้ายในตัว อาจหายไปได้ด้วยซ้ำ”  ซึ่งคำพูดเหล่านี้กำลังจะสื่อว่าการทำบุญนั้นสามารถรักษาโรคได้  ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกและก็ไม่ผิด  ซึ่งอาจารย์ท่านนี้สอนนักเรียนจนอาจารย์ว่าหากทำดีจะส่งผลให้ชาติหน้ามีชีวิตที่ดีขึ้น  หรืออาจถึงขั้นบรรลุนิพพานเป็นบุคคลที่เรียกว่าพุทธะ  ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย  ดังคำกล่าวของปรมาจารย์ตั๊กม้อที่ว่า  “พุทธะ ไม่ทำบาป  พุทธะไม่ทำบุญ  พุทธะ ไม่กลัวบาป  พุทธะ ไม่กลัวบุญ  พุทธะไม่สวดมนต์  พุทธะ ไม่นั่งสมาธิ  พุทธะ ไม่ทำอะไรเลย  และพุทธะ  จะไม่คิดถึงคำว่าพุทธะ”  ซึ่งปรมาจารย์ตั๊กม้อถือว่าเป็นพระภิกษุคนเดียวในรอบ 1100% ปีที่สามารถรักษาหัวใจของพระพุทธศาสนาได้ไว้อย่างครบถ้วน  คำกล่าวของตั๊กม้อเป็นคำกล่าวที่คนธรรมดามิอาจเข้าใจได้  เพราะเป็นคำกล่าวของพุทธะ  เพื่อพุทธะ โดยพุทธะเท่านั้น    มีคำกล่าวอยู่คำกล่าวนึงที่ตบหน้าชาวพุทธรุ่นใหม่ไปหลายคนแล้ว  นั้นก็คือ “การที่ยังไม่สามารถรู้จักธรรมชาติของตนเอง  แล้วมัวไปพูดพล่ามเรื่องธรรมมะเรื่องกฎแห่งกรรมถือเป็นการกระทำที่ไร้สาระ  พุทธะย่อมไม่ทำอะไรที่ไร้สาระ  การที่บอกว่าพุทธะได้บรรลุอะไรบางอย่างถือเป็นการดูถูกพุทธะโดยแท้”  ซึ่งตั๊กม้อพยายามจะสื่อว่า  พุทธะนั้นมิได้บรรลุอะไรเพราะพุทธะนั้น  มีอยู่แล้วในตัวของทุกคนแต่คนเหล่านั้นมองไม่เห็นเองต่างหาก  เปรียบเสมือนดวงตาที่สามารถมองเห็นทุกอย่างบนโลกได้แต่มิอาจมองเห็นดวงตาของมันเอง ดังนั้น  จึงไม่อาจเรียกว่าบรรลุได้  
           ดังนั้นการที่คนรุ่นใหม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมจนทำบุญเพื่อหวังบุญนั้น เป็นความคิดที่ผิดเหมือนเรื่องๆหนึ่งนั่นก็คือตอนที่ตั๊กม้อเดินทางเข้ามาในเมืองจีนและทรงเข้าพบจักรพรรดิอู่ตี้ซึ่งจักพรรดิอู่ตี้เป็นจักรพรรดิที่บำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากทรงเอาเงินส่วนตัวสร้างวัดวาอารามนับ 100 แห่ง ดังนั้นจึงทำให้พระต่างๆในวังบอกว่าการที่จักรพรรดิอู่ตี้ยิ่งทำบุญมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลให้จักรพรรดิอู่ตี้มากเท่านั้น  ซึ่งในชาติหน้าจะได้จุติเป็นพระพรหมบนสวรรค์ทำให้จักรพรรดิอู่ตี้ยิ่งทำบุญเข้าไปอีกดังนั้นจึงไม่แปลกที่คำถามแรกที่ท่านทรงถามตั๊กม้อคือคำถามว่า “ชาติหน้าข้าจะได้ขึ้นสวรรค์หรือไม่” แต่ตั๊กม้อกลับตอบว่า “ไม่ มิหนำซ้ำก็อาจตกนรกด้วยซ้ำ”  จักรพรรดิอู่ตี้ถึงกลับตกตะลึง และถามกลับไปว่า “ข้าจะตกนรกได้อย่างไร ในเมื่อข้าทำบุญมากมาย”
ตั๊กม้อก็ตอบกลับไปว่า “ได้สิ  หากการทำบุญของท่านทำไปเพื่อหวังผลตอบแทน มันก็จะทำให้ท่านได้บาปด้วยซ้ำ ท่านทรงเข้าใจไหมว่าพระพุทธศาสนามิใช่การลงทุนที่ท่านลงเงินไปเท่าไหนมันก็จะส่งผลให้ท่านได้เงินเท่านั้น หรือมากกว่านั้น”   ดังนั้นผมขอสรุปว่า  จงอย่าไปเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมมาก แต่ขอให้จงเชื่อใจตนเองดั่งคำที่ว่าองค์ศากยะมุณี หรือที่พวกท่านยกย่องท่านด้วยใจอันบริสุทธิ์ทีเรียกว่า  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไม่มีใครไปกำหนดชีวิตของเรานอกจากตัวเราเอง ซึ่งชาวพุทธรุ่นใหม่กลับไม่เชื่อในคำสอนนี้แต่กลับไปเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ไปบนบานสานกล่าวแล้วคิดว่า ชีวิตจะดีขึ้นหรอ  ผมอยากจะบอกท่านว่า ศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้าถ้าท่านเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าก็ขอให้  ท่านไปนับถือศาสนาอื่นเถิด  เช่นศาสนาคริสต์  ศาสนาอิสลาม  หรือศาสนาฮินดู  เป็นต้น  เพราะศาสนาเหล่านี้เชื่อในเรื่องของเทพเจ้า  
             ข้อความทั้งหมดที่กล่าวมานี้อาจถือว่าเป็นข้อความที่รุนแรง  แต่ขอให้อย่าใช้สมองพิจารณาข้อความเหล่านี้  ขอให้ใช้จิตใจในการอ่านและพิจารณาข้อความเหล่านี้แทน

เสือขาว :: park.big@hotmail.com

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook