บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ยามี่จัง >> คำสารภาพจาก..ยายฆ่าหลาน

ยามี่จัง
แม้ท้องฟ้าสีเดียวกัน..แต่ฝันก็คนละสี

คำสารภาพจาก..ยายฆ่าหลาน

Jun.23.2007 2:16:07 pm

โรคร้ายแรงมากมายในโลกมนุษย์อย่างเราๆท่านๆ โรคหนึ่งที่ถือว่านำความหายนะมาสู่ผู้ติดเชื้อได้น่ากลัวที่สุด คือ โรคการพนัน โรคที่ใครติดเชื้อเข้าไปเมื่อไร อย่าว่าแต่พี่น้องเลย แม้แต่พ่อแม่ ลูก เมีย ผัว ก็ไม่มีความหมายเท่า ยาตัวนี้ ยาที่ชื่ิอว่า “เงิน” ไงล่ะ

พิมมีลูกสาวตั้งแต่ยังไม่เต็ม14 หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะมีลูกกับลูกจ้างเด็กปั้มน้ำมันสักนิดเดียว เป็นความบังเอิญแท้ๆ ก็แค่ต่างฝ่ายต่างท้าประลองความกล้า ว่าใครจะถอดเสื้อได้เร็วกว่ากันก็แค่นั้นแหละ..

ด้วยวัยเพียงน้อยนิด กับแม่ที่จำต้องเลิกกับพ่อที่เป็นคนขับรถสองแถว พ่อได้เมียคนใหม่หน้าตาจุ๋มจิ๋ม เหมือนแม่ตอนวัย16 พ่อจึงสั่งให้แม่พาพิมออกจากบ้านไม้สองชั้นด้วยเงินก้อนหนึ่ง เหตุผลของพ่อก็ง่ายมาก

“แม่เอ็งแก่เร็วว่ะพิม พ่อไปข้างนอกเพื่อนฝูงหาว่าพ่อพาน้าไปดูหนังทุกที”

ใช่ แม่ของพิมแก่ก่อนวัยอย่างน่ากลัว ในขณะที่สาว35บางคนยังดูเด็กกว่าสาวรุ่น20 แม่กลับตรงข้าม แม้พยายามจะแต่งตัวอย่างเต็มที่ ไปไหนมาไหนคนไม่เรียกป้า ก็เรียกน้าแถมเด็กเล็กแถวบ้านยังชอบเรียก “ยายยุพินกับน้าสุชิน” ทำให้พ่อมักหาเรื่องออกไปเที่ยวกับเด็กสาววัยรุ่น ที่พยายามสอดสะพานถ่างลูกตาให้ไม่เว้นแต่ละวัน

ด้วยไม่เคยทำงานมาก่อน นอกจากแบมือขอเงินผัวใช้ ยุพินจึงทำได้แค่เพียงพาพิมไปเช่าบ้านที่สลัมคลองเตย และรับจ้างเจ้ภาแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวรถเข็นปากซอย ทั้งล้างชามและส่งก๋วยเตี๋ยวตามบ้านใกล้เรือนเคียงแถวๆนั้น เงินที่พ่อให้ก็แค่ไม่กี่หมื่น แม่ที่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและเล่นไพ่ เงินที่พ่อกะให้ใช้1ปี จึงหดลงใน4เดือน แม่สั่งให้พิมไปขอตังพ่อ

“เอ็งบอกแม่เอ็งนังพิม ข้าไม่มีเงินแล้ว อยากได้ไปหาเอง”

พิมเลิกเรียนจึงไม่ชอบกลับบ้าน ที่จริงจะเรียกว่าบ้านก็คงไม่ไหว แค่พื้นที่ว่างๆข้างกองขยะ แม่ได้ห้องเก็บของเก่าของเจ้ภาเป็นที่ซุกหัวนอนสองแม่ลูก หลังจากเงินที่พ่อให้หมดลง

พิมกับเพื่อนมักไปเดินเล่นในห้าง หาทางเกาะเกี่ยวเด็กหนุ่ม เพื่อแลกกับของกินของใช้เล็กๆน้อยๆผ่านไป่วันๆ วันหนึ่งเด็กหนุ่มลูกคนรวยคนหนึ่งต้องการเด็กลองยาเสพติดชนิดหนึ่ง พิมกับเพื่อนรีบตามเขาไปที่รถยนต์ส่วนตัวทันที ทว่ากลางทางเกิดมีรถตำรวจขับผ่านมา เด็กหนุ่มคนนั้นจึงแวะส่งพิมกับเพื่อนที่ปั้มน้ำมันแถวๆนั้น พร้อมกับส่งแบ็งค์100ให้เป็นค่ารถ

“ไว้คราวหน้าพี่จะไปหานะ เจอกันตรงที่เก่าแหละ เอาค่ารถไปก่อนแล้วกัน”

พิมลงรถก็ขอเด็กปั้มไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อน เมื่อออกจากห้องน้ำก็พบกับ “ไอ้แจ็ค”

แต่นั้นมาหลังเลิกเรียน พิมจึงแยกตัวกับเพื่อนไปเกาะเกี่ยวอยู่กับแจ็ค ลูกจ้างเด็กปั้มน้ำมันวัย17คนนั้น เด็กหนุ่มมีห้องพักหลังปั้ม ที่เถ้าแก่จัดเป็นที่หลับนอนให้ลูกจ้างทุกคน ในห้องแคบๆมีเพียงเสื่อเก่าๆ มุ้งดำคล้ำกับผ้าห่มและหมอนที่จำสีเดิมไม่ได้อีกแล้ว แต่เลิกเรียนพิมก็ชอบนัก ที่จะขอเงินแจ็คไปซื้อส้มตำไก่ย่าง เข้าไปนอนเล่นฟังวิทยุพร้อมกับกินอาหารไปด้วย

วันเงินเดือนออก แจ็คกลับห้องเร็วกว่าปรกติด้วยคิดจะไปเที่ยวกับเพื่อนที่ถนนข้าวสารบ้าง เขาผลักห้องเข้าไป พบพิมนอนหลับบนเสื่อ กระโปรงนักเรียนเลิกขึ้นไปเกือบปิดหน้า แม้พิมไม่สวยนักแต่ความสดใสของวัยเด็กรุ่น ก็ทำให้ความหื่นกระหายของแจ็คบังเกิดขึ้นได้เหมือนกัน

ร่างมอมแมมที่เข้าไปลูบคลำพิม ทำให้เด็กสาวสะดุ้งตื่นถีบแจ็คห่างออกไป ไอ้แจ็คเกิดอารมณ์สนุกปนราคะ จึงลุกขึ้นพูดว่า

“พิมเอามะ แข่งกันแก้ผ้าใครแก้เร็วกว่าได้ 100บาทกับพี่พาไปเที่ยวที่ถนนข้าวสาร”

เด็กอย่างพิมเงินร้อยไม่ได้แตะมานานแล้ว ทุกอาทิตย์ได้แค่200จากแม่ จู่ๆได้ตั้งร้อยแลกกับงานง่ายๆแค่แก้ผ้า นังพิมมีหรือจะยอมแพ้?

คืนนั้นเด็กทั้งคู่ผลัดกันแก้ๆถอดๆจนเช้า ยุพินไม่ได้สนใจลูกสาวไปไหน หล่อนอยากได้เงินพิเศษที่เจ้ภาเสนอ หล่อนก็ไม่ได้กลับบ้านเช่นกัน

“ยุพิน เจ้จ้าง300ถ้าเอ็งดูต้นทาง ถ้าพ่อเอ็งโผล่มารีบทำเสียงไก่ขันแค่นั้นเอง งานง่ายๆเอาไหม”

จากวันนั้นถ้าฝนตกเจ้ภาไม่ขายก๋วยเตี๋ยว ยุพินจะได้เงินค่าดูต้นทางให้นักเล่นไพ่ กับเงินค่าขายบุหรี่ให้ลูกค้าในบ่อน 3เดือนต่อมายุพินย้ายไปเช่าห้องที่พอหลบฝนในสลัมได้อีกครั้ง ทว่าเช้ามืดวันนั้นเอง วันที่ยุพินเพิ่งกลับจากเฝ้าหน้าบ่อนให้เจ้ภา เสียงคนอาเจียนโอ๊กอ๊าก
ดังไม่ขาดระยะ ยุพินลำดับเหตุการณ์ด้วยความงุนงงปนง่วง ก่อนคิดถึงพิมพร้อมตาที่ปิดลงด้วยความเพลีย

“เอ็งบอกแม่มานะนังพิม ใครเป็นพ่อเด็ก”

“เขาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้จ๊ะแม่”

พิมพาแม่ไปหาเถ้าแก่ของไอ้แจ็ค

“มันทำเด็กท้องกี่ที หายหัวไปเป็นปีค่อยกลับมานะเจ้ ผมช่วยอะไรมากก็ไม่ไหว เด็กตามไปหามันเอ็งนี่หว่า เอางี้นะเจ้ ผมช่วย2พัน คงพอนะ”

แม่ไม่ได้ให้พิมเอาเด็กออก คืนนั้นแม่ไปที่บ้านเจ้ภาเหมือนเดิม ก่อนออกจากบ้านแม่แค่สั่งพิมว่า

“เอ็งเก็บข้าวของนะ แม่จะพาเอ็งกลับไปอยู่กับยายที่แปดริ้ว”

พิมคลอดลูกสาวชื่อ น้องหนึ่ง วันเวลาที่ผ่านมาพิมรู้แล้วโลกมนุษย์ไม่ได้เมตตาคนโง่ แต่โลกจะช่วยคน “แกล้งโง่”ต่างหากละ

ยุพินกลับบ้านในสงกรานต์ปีที่น้องหนึ่งอายุครบ 12ปี แม่ของพิมมองหลานสาวด้วยสายตาแปลกประหลาด ในปีนั้นลูกชายลุงเที่ยงชายชราข้างบ้านก็กลับมาด้วย การเล่นสงกรานต์สาดน้ำสนุกระหว่างน้องหนึ่งกับประสงค์ ไม่ผิดอะไรกับสมัยพิมกับไอ้แจ็ค ทว่าครั้งนี้ยุพินดักจับคนทั้งคู่ได้ทันท่วงที

“ชั้นก็คนจน ไอ้สงค์ก็เพิ่ง20 แม่ยุพินจะเรียกร้องเงินทองมากมายชั้นก็คงไม่ไหวเหมือนกัน”

ตกลงน้องหนึ่งไปอยู่กับประสงค์ด้วยเงินสินสอด 100%0บาท น้องหนึ่งหายไปกรุงเทพฯกับประสงค์2ปี ก็พาลูกชายเล็กๆกลับมาบ้าน

“แม่กับยายช่วยหนูดูไอ้หนูมันที หนูจะส่งเงินมาให้ทุกเดือน ตอนนี้หนูเลิกกับไอ้สงค์แล้วหนูกำลังมีแฟนใหม่ เขา..ไม่ชอบเด็ก”

ยุพินรับเงินจากหลานสาวมา3พัน ส่งให้พิมเก็บเป็นค่านม1000บาท แล้วหล่อนก็ไปบ่อนของป๋ายูร คนดังในหมู่บ้านที่กล้าเปิดบ่อนเย้ยกฎหมายมานานหลายปี หล่อนมีหน้าที่เดิมคือดูต้นทาง กรณีทางเจ้าหน้าที่ต้องมาเดินตรวจตราในบางครั้ง ที่ป๋ายูรส่งเงิน “ค่าบำรุง”ช้าไป2-3วัน

ส่วนพิมนอกจากรับจ้างซักผ้าให้คนแถวๆนั้นแล้ว ยังรับจ้างซื้อข้าว บุหรี่ บางครั้งก็ถือไพ่ให้ลูกค้าในบ่อน ในกรณีที่ลูกค้าเกิดต้องการไปธุระหนักเบาบ้าง สองแม่ลูกน้อยครั้ง..น้อยครั้งมากที่จะไม่แอบเล่นไพ่กับคนงานในบ่อน หลังจากบ่อนปิดไฟ ลูกจ้างในบ่อนแทบทุกคนมักลอบจุดไฟที่ห้องพักเล่นกันเองสัก4-5ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายไปนอน

การพนันคือยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่คนขาดความอบอุ่น ขาดความมั่นใจในตัวเองมักใช้เป็นยาระบายอาการ..ที่ฮิตที่สุดในปัจจุบันนี้

ลูกต๊อกของน้องหนึ่งที่เพิ่งหัดเดิน พิมมักมัดขาข้างหนึ่งของหลานโยงติดกับเสาบ้าน เวลาหล่อนออกไปทำธุระนอกบ้าน เย็นวันหนึ่งเมื่อพิมส่งผ้าที่ซักคืนลูกค้าแล้ว เปิดประตูเข้าบ้านพบว่าลูกต๊อกกำลังชักกระตุกน้ำลายฟูมปาก กว่าจะตามตัวยุพิน กว่าจะพาไปพบหมอก็สายเสียแล้ว

“เด็กคงหยิบจับยาเบื่อหนูตามพื้นที่เดินเล่นกินเข้าไปนะครับ”

หมอบอกว่าลูกต๊อกตายด้วยยาเบื่อหนู แถวๆนั้นชาวบ้านมักโรยตามขอบประตูกันหนูเข้าบ้านลมอาจพัดพามา เด็กน้อยหยิบกินด้วยความไร้เดียงสา

วันเผาลูกต๊อก ผู้ใหญ่บ้านนำเงินฌาปนกิจมาให้พิมกับยุพิน ยุพินเป็นคนเก็บเงินเหมือนเดิมพิมกลับบ้านร้องไห้ด้วยความอาลัยหลานอย่างที่สุด เสียงยุพินลอยแว่วมาว่า

“มันตายแต่เด็กจะได้หมดภาระแต่เร็วไว ถ้าปล่อยให้โตกว่านี้เรื่องคงยุ่งยากอีกนาน..”

ความโศกเศร้าของพิมผ่านพ้นไปอีก3ปี น้องหนึ่งก็กลับมาบ้านอีก พร้อมกับเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง

“แม่ หนูจะไปเมกากับแฟนใหม่ เราจะไปกันสองคน..เด็กคู่นี้ ลูกพี่คนเก่า..แฟนหนูเขาไม่เอา แม่เห็นแก่ความสุขของหนูก็แล้วกันนะ”

ครั้งนี้ยุพินได้เงินจากหลานถึง3หมื่น พิมยังคงได้ส่วนแบ่งเก็บไว้เลี้ยงหลาน แค่ 4 พันบาท เด็กแฝดคู่นั้นชาวบ้านผ่านไปมามักทักทาย เอ็นดูในความน่ารักของเด็กทั้งคู่

วันหนึ่งขณะที่น้องหนึ่งกำลังจะไปฮันนีมูนกับแฟนใหม่ที่ภูเก็ต หล่อนหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านทวนอีกครั้งด้วยความตกใจ

“ยายฆ่าหลาน เพื่อหวังเงินฌาปนกิจ”

ทำไมแม่โง่ขนาดนี้นะ? ทางเจ้าหน้าที่ประกาศหาน้องหนึ่ง หล่อนจึงต้องนิ่งสงบอยู่พักที่นั่นกับคนรักนานผิดปรกติคนมาพักทั่วๆไปราว2เดือน จึงกลับมากรุงเทพฯ

คดีของพิมจบสิ้นลงหลังจากหาหลักฐานที่ชัดเจนไม่พบ เงินฌาปนกิจเพิ่งได้รับมาก้อนโตเมื่อบ่ายนี้ พิมมองเงินก้อนนั้นด้วยดวงตาแดงกร่ำบวมพอง เสียงแว่วผ่านหูคล้ายหลานรักกำลังเรียกหา

“ยายยยยยหนูกลัวววว ช่วยยยยยหนูด้วยยยยย”

รุ่งเช้าที่สุวรรณภูมิสนามบินใหม่ของไทย น้องหนึ่งกำลังกินกาแฟกับคนรักที่ร้านอาหารย่อยๆ ในเขตที่พักก่อนเดินทางของนักเดินทางขาออก คนรักกำลังกางหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง น้องหนึ่งสาวสวยผู้โชคดีที่มีคนรักมากกว่าป่าไม้ของไทย ส่ายสายตามองตามข่าวหน้าหนึ่งไปด้วย แต่แล้วรอยยิ้มด้วยความสดชื่นสมหวังก็หุบทันที ราวดอกกุหลาบสีสวยถูกสาดด้วยน้ำร้อนจัด

“ยายฆ่าหลานสารภาพแล้ว ยายไม่ได้ฆ่าหลานจริงๆ ผู้ที่วางแผนฆ่าหลานคือ…..”

ยามี่จัง :: anomie_jj@hotmail.com

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook