| ไดอารี่ของ ปางสีฝุ่น มี : 7 เรื่อง แสดงหน้าละ 4 เรื่อง || อ่านจากที่มีการบันทึกครั้งแรก คลิกที่นี่. อ่านไดอารี่ หน้า: 1 2 | ปางสีฝุ่น
|
เพียงถ้อย..ร้อยบันทึก.
ผ้ายผนึก.เพื่อฎีกา.สภาวะ.
อันร้างไร้.แก่นสาร.และ.สาระ.
ชั่วขณะ.ปรารถนา.จัก.ปรารมณ์..ฯฯ
.................................................
ข้าพเจ้าฯ..คือ..ผู้..ทุรยศ
และ..กระทำถ้อยคำ.ให้เป็นกบฏ
ต่อ..ธรรมนูญ.กำหนด.แห่งกฏ..."กวี"
..................................................
คือคน...เขียนคำ......โดย..."ปางสีฝุ่น"
เขียนเมื่อ 27-09-2008 | 20:28:06 | ไดอารี่ที่ : 1
|
| บางขณะในสภาวะ..ของ.แสงเช้า.
|
ครั้นสายลม..หม่น.มอซอ..
พัดโบยโบก.ระบัดลามไล้.เย็นยะเยียบ
ได้ทิ้งถ้อยทำนอง..ของ.คำถาม.
ประหนึ่ง.หมายกำนัล.แด่.ข้าพเจ้า.ว่า.
"ไย.หลงไหล.เสน่ห์.ใน.แสงแรกแห่งอรุณ.?."
โดย.คำตอบ..คล้าย..หลุดรอด
ออกมาจาก.ปากประตู..วิญญาณ.
ผ่านร่องหลุม.จินตนาการ..แล.สำนึก..ว่า..
"ข้าพเจ้าฯ...เสมอเหมือน.หนึ่งใบไม้..บนโลก.นี้"
เยี่ยงวานวัน..และจะยังคงเป็นเยี่ยง.นั้น..เสมอ.
.........................................................................
บ่อยครั้ง..
ที่ก่อนรุ่งแสงตะวันแรก..จะเคลื่อนสู่ผืนฟ้ามาทักทาย
กับการเคลื่อนไหว..ท่ามเส้นทางสายตาของ.ข้าพเจ้า
เมื่อคราวครั้งที่มองทอดออกไป.ตามแนว.แถวระนาบตรง
เพื่อ.สุดสู่เส้นขอบฟ้าอันฝ้าฟาง
ข้าพเจ้า..จึ่งมักจะมองเห็นดั่งก้อนเกร็ดเมล็ดแสงไฟ.
ระยิบ.วาว.เป็นประกาย.ประปราย.
และในอีกบางช่วงขณะ..
กับบางมุม.ของพฤกษ์พุ่มหมู่ไม้.ที่ครึ้มรก
ข้าพเจ้าก็มักจะมองเห็น..พวยควันไฟ.ขุ่นขาว.
บ้างเลือนลาง.เบาบาง..แลดู.อุ่นอ่อนโยน..
บ้างหนึบหนา.ดั่งคล้ายจะหน่วงหนักอยู่ในที.
มาเทียวไล้..ลอยท่อง.ล่องทะยานแล่น
เคลื่อนขยาย..อย่างยืดยาดและ.เชื่องช้า
เหนือแผ่นหลังคาบ้าน..ก่อนที่.แสงเช้า.จะกระจ่างแจ้งเต็มตา
และโดยความเคลื่อนไหว.เหล่านั้น..
จึ่งเป็นไปได้ไหมว่า..
นั่น.!..คือ..วัฏร.วงชีพจรชีวิต.ที่กำลังต่อ.ยอด.ยวง.ลมหายใจอีกครั้ง.
นั่น.!..คือ..การปิดฉากม่านละครฝัน..จากคืนวันอันหลับไหล.
นั่น.!..คือ...สัญญาณการเข้าสู่..สิ่งแสวงหา.ในบริบท..แห่งปัจจุบัน..
และ..นี่.!.คือ..ข้อ.คำถาม..โดยข้าพเจ้า..
อันจะย้อนกลับไป..หมายมอบไว้ให้..แด่...ส.า.ย.ล.ม...
--------------------------------------------------------------------
เขียนเมื่อ 27-09-2008 | 21:32:27 | ไดอารี่ที่ : 2
|
| นัย..สภาวะ.หนึ่ง
| ( กับเรื่องเล่า..ขนาด.สั้นสั้น )
ตอน......นัย..สภาวะ.หนึ่ง
พายุฝน..
หลังการก่อตัว.ตั้งเค้า,ครึ้ม..ทะมึนมื่น
ขณะกำลัง.รีดกลั่นเป็นเกล็ดและเม็ดน้ำอันหนาหนัก
ให้ร่วงหล่นพรั่งพรู.โถมลงสู่ผืนภพแผ่นดิน
ล้วนเหล่ามวลพรรณไม้นานาและยอดใบหญ้า..
ต่างสั่นไหว.ไปตามแรงตกกระทบของสายฝนนั่น.
....รอยยิ้ม.เบาจางบนใบหน้าของ..พ่อหนานหล้า
ดุจดั่งถ่ายทอดสัญญาณจากบึ้งลึกของหัวใจ
โดยแววตาที่เคยแห้งกร้าน..แกร่ง..
เริ่มทอประกายไอละอองแห่งความชุ่มรื่น
คล้ายบอกถึงความรู้สึกอันอิ่มเอิบ.ในเบื้องเวลานี้
กับการผ่านช่วงล่วงเลยมาหลายขวบปี..
ในบางขณะช่วงชีวิตของ..พ่อหนานหล้า..
จำต้องฝ่าฟันวิกฤติแห่งฤดูกาล..ร้อนแล้งแห้งผ่าว
และด้วยชีวิตที่ผูกโยงไว้ในสัมพันธภาพ
ระหว่างผืนแผ่นดินท้องทุ่งและนาไร่.
หยาดเม็ดเกร็ดละอองของฟองฝน...
ย่อมเป็นแรงหวัง.ที่จะเรียกฟื้นคืนพลัง..
ให้จิตวิญญาณ..แห่ง..การ.กสิกรรม..
เดินกลับเข้าสู่ลมหายใจ...อีกครั้ง
เยี่ยงนั้น..ข้าพเจ้าฯ..จึงมองเห็น..
สภาวะชุ่มชื่นเย็น..ใน.หยาดละอองฟองฝน
เฉกเช่นเดียวกัน...
ท่ามกลางกระแสสังคมแห่งเมืองใหญ่
อันคลุกเคล้าด้วยกลิ่นอาย
ของอิฐกระเบื้องและซีเมนต์
ล้วนแลดู..จรัสรุ่ง..เรืองรอง..คราคร่ำ
ไปด้วยความสว่างแห่งแสงสีของนีออน
ราวกับว่า..มหานครแห่งนี้ไม่เคยหลับไหล
นับแสนหาบ,ห่า..ของเม็ดฝนที่ตกกระหน่ำ..
ก็หาได้เว้นวรรคให้กับสิ่งใด.อันตกอยู่ในอาณัติ
บริเวณการครอบครองของเมฆฝนไม่..
ท่ามกลางการรอคอย..ของเด็กน้อย
เพียงรอชิงช่วงจังหวะเผลอไผลของพ่อแม่
เพื่อ.จะได้สัมผัสปอยฝนให้ช่ำรื่นชุ่มริน.
ประหนึ่งความซุกซนของลูกแมลงปีกแข็งตัวเล็ก
ที่ลี้หลบกำบังอยู่หลังใบไม้.บนกลางเกาะถนน
และ.เหล่าดรุณ.แรกรุ่น.แห่งวันวัยอันอ่อนหวาน
ผู้ตกอยู่ในหลืบรอยของกระบวนการแห่งความรัก
กำลังเหม่อลอย.คล้ายรอคอยหรือค้นหาอะไรบางอย่าง
ดั่งว่า..ในละอองฝนแต่ละหยาดแต่ละหยดนั่น
จักมีคำตอบ.หรือ.สิ่งซึ่งต้องประสงค์นั้นมามอบกำนัลให้
ท่ามมวลหมู่พ่อค้าวานิชย์..ที่ริมขอบทางถนน
บ้างกำลังสบถ.บ่น..เสียงอึงมี่..ดั่งว่าจะให้ได้ยิน
ถึง.เทวะ.ชั้นอินทร์.ชั้นพรหม...หรือเทวดา สักองค์
เพื่อให้ลงมาประทับฟ้องว่า
กำลังถูกกระทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ
อันเพราะอยู่ในสถานภาพแห่งการดิ้นรน..
เพื่อหล่อเลี้ยงชีพจรลมหายใจ..ของตนเอง
และ..ท่ามกลางผู้ที่สัญจร..
หมายใจให้กระวนกระวาย..กระสับกระส่าย
ไปตามจังหวะการเดินทางของเข็มนาฬิกา..
ด้วยแววตาอันเร่งรน..ร้อน
เหมือนดั่งพร้อมจะโชนลุกพรึบได้ในทุกชั่วขณะ
เยี่ยงนั้น..ข้าพเจ้าฯ..จึงมองเห็น.
สภาวะ..แห่งองศาไฟ..ในละอองของสายฝน
แล้ว..เหล่าท่านทั้งหลาย..ล่ะ.!.
ท่านกำลังตกอยู่ในห้วงสภาวะ.ใด..ท่ามกลางสายฝน.?.
---------------------------------------------------------
เขียนเมื่อ 16-09-2008 | 23:08:33 | ไดอารี่ที่ : 3
|
| เถ้าถ่าน...จากวานวัน
|
เถ้าถ่าน...จากวานวัน
จวนฟ้า.กระจ่าง.สว่าง,สี
ราวรุ่ง.รัศมี.คลี่,ดอกแสง
ก่อนตะวัน.วงเดิม.เริ่มแสดง
จะเร้ารุก.ทุกแหล่ง.ให้ลืมตา
ข้าฯถาม.ความถึง.หนึ่งนัยยะ
เพียงถ้อย.วาทะ.ปรารถนา
ถามเหตุ.ลมเห่.แห่งเวลา
เหลือใด.ให้ข้าฯ.ได้ปรารมณ์
( จึ่งถามว่า. )
เหลืออะไร.ไว้เล่า.เจ้าลมหนาว.?
ร่องรอย.ปวดร้าว.รสปร่าขม
หรือเกร็ด.น้ำตา.คราระทม
บนผวย.ผ้าห่ม.อันหม่นมอ
หลงเหลือ.อะไร.จากคืนเหงา.?
เปลือกความ.ว่างเปล่า.ที่หุ้มห่อ
หรือคราบ.สาบไคล.น้ำค้างคลอ
ท่ามวาระ.กำมะลอ.ฤดูกาล
และเหลือ.อะไร.จากคืนนั้น.?
ภาพฉาย.ระบายฝัน.อันฟุ้งซ่าน
หรือฉาก.ซากปรัก.วรรค.วิญญาณ
ในแสงเงา.เถ้าถ่าน.จาก.วานวัน
................................................
คือคน...เขียนคำ.......โดย."ปางสีฝุ่น"
เขียนเมื่อ 27-09-2008 | 20:15:33 | ไดอารี่ที่ : 4
|
อ่านไดอารี่ หน้า: 1 2 |