|
-10- เวทนา...สงสารหรือเห็นใจ
เพ็ญจะรอพี่... ประกาศิตรัก...แม้แต่ขบวนพยุหะยาตราของพระเจ้าก็ไม่อาจทัดทาน ไม่นะเพ็ญ
พี่ยอมให้เพ็ญทำอย่างนั้นไม่ได้
พี่ยอมไม่ได้จริงๆพี่... ใดๆในโลกล้วนเป็นอนิจัง...ประสาอะไรกับ...ความหวังลมๆแล้งๆ เพ็ญผูกชายผ้าเช็ดหน้าข้างหนึ่งไว้ที่ลวดหนามรั้วเส้นบนสุด
การรอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว... ตราบใดที่ยังรอคอย หญิงสาวเดินเข้าไร่ไปนานแล้ว และหัวใจของระพินก็ตามเธอกลับไปแล้วด้วย...เช่นกันเขายังคงเหลือเพียงวิญญาณใน เรือนร่างที่ไร้ใจ...เช่นเดิมระพินหอบเอาวิญญาณในเรือนร่างที่ไร้ใจซมซานกลับมา กลับมาเพื่อทำหน้าที่ของเขา หน้าที่สามีที่ดี หน้าที่ที่พระจ้าได้ทรงบัญชาจากครอบครัวเล็กๆในห้องเช่าแคบๆ กับลูกน้อยๆที่น่ารักอีกหนึ่งชีวิต เป็นความมุ่งมั่นและตรากตรำอดออม บ้านและการศึกษาที่ดีสำหรับลูกชายคนเดียว คือความหวังของคนทั้งสอง ระพินเปลี่ยนงานใหม่เป็นคนขับรถประจำตำแหน่งผู้บริหารชาวต่างชาติ และเริ่มผ่อนบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น จวบจนเวลาผ่านไป...ผ่านไป จิตวิญญาณเสรี แม้ชีวิตจะถูกพันธนาการ ในเรือนร่างที่ร้าวรานแม้ตัวตนจะถูกจองจำไว ้กับสามัญสำนึก...รับผิดชอบ ที่บนเก้าอี้หวายโยกริมระเบียง ในเรือนร่างที่ไร้ใจ จิตตานุภาพล่องลอยไกลแสนไกล ในสายพระเนตรที่จับจ้องแห่งพระผู้เป็นเจ้าเขาหลับ...หลับเพื่อที่จะตื่นขึ้นอีกครั้งในโลกแห่งความฝัน ...ฝันที่มีเธอผู้นั้น ...เพ็ญ เบื้องหลังเปลือกตาคู่นั้น ภาระหน้าที่กับความจริง ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ฉกฉวยไขว่คว้า โอบเอาไว้แนบอก ด้วยชีวิตและจิตวิญญาณภาพผืนผ้าเช็ดหน้าที่ผูกอยู่บนรั้วลวดหนาม เรียงรายพัดพลิ้วโบกเรียกอยู่ไหวๆ ในห้วงภวังค์ที่ยังคงเด่นชัด มัดหัวใจเขาค้างคาอยู่บนนั้น รูปเงาของผู้หญิงคนหนึ่ง...มั่นคง...รอคอย...เฝ้าคอย ระพินผ่อนบ้านหมดแล้ว และจะเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว เป็นที่พักพิงของภรรยาและลูก เมื่อนพพรเรียนจบแพทย์และแต่งงานมีครอบครัวเป็นบึกแผ่น มีการงานที่มั่นคง ระพินหมดกังวลที่จะฝากผู้เป็นแม่ไว้กับลูกชายของเธอ เขาหมดห่วงแล้ว เขาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แม้จะไม่สมบรูณ์นักก็ตาม ระพินได้เดินมาจนสุดปลายทางแล้วสำหรับความรับผิดชอบ เขาบอกกับตัวเองบอกกับพระเจ้า... ไหว้วอนต่อรองกับพระองค์ ราชโองการของพระเจ้า...มักจะส่งผ่านมา...ทางความเงียบ วิญญาณของเขาไม่อาจทนให้หัวใจปวดร้าวได้อีกต่อไป วิญญาณของระพินไม่อาจ อยู่ได้อีกต่อไป ในเรือนร่างที่ไร้ใจ ระพินคิดถึงหัวใจของเขา หัวใจดวงนั้น...ดวงที่อยู่กับเพ็ญ...จินตลีลาแห่งความกล้ำกลืนของระพิน ปิดฉากลงพร้อมกับบันทึกหน้าสุดท้าย พระเจ้า...ท่านได้รังสรรค์สร้างและหล่อหลอมเขาขึ้นมาด้วยผงธุลีดินเพียง เท่านั้นนะหรือ... นพพรกราบลาผู้เป็นพ่อของเขากับเพ็ญ ระหว่างหลุมศพของคนทั้งสองที่เนินดินแห่งนั้น ก่อนจะกลับเข้ากรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับสมุดบันทึกวรรณกรรรมชีวิตช่วงหนึ่งของพ่อผู้ทุกทน ความยุติธรรมกับความถูกต้อง
นายแพทย์นพพรกับสุนิภาตกลงตัดสินใจว่าจะมอบสมุดบันทึกของระพินเล่มนั้นให้กับหญิงชราผู้เป็นแม่ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะปกปิด นายแพทย์นพพรคิดว่าผู้เป็นแม่ของเขาควรจะได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เพื่อที่เธอจะได้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นสามี ความรู้สึกที่เธอไม่เคยเข้าไปถึงเลย ความเชื่อสร้างศรัทธา...ความจริง...ปลดปล่อย มีเพียงหญิงชราเท่านั้นที่รู้ว่า อะไรอยู่ที่สุดขอบฟ้าไกล เพราะทุกวันสายตาของเธอจะเฝ้ามองไป ณ ที่แห่งนั้น บนเก้าอี้หวายโยกที่ริมระเบียง ที่ที่สามีของเธอเคยนั่งเอนกายหลับตา...แอบโหยหาหัวใจ...ตัวเอง แม่ครับ... ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงชรา เธอไม่ได้หลับ สองมือของเธอวางซ้อนกันอยู่บนตัก สายตาเหม่อมองไปยังที่สุดปลายขอบฟ้า และหัวใจของเธอก็อาจจะล่องลอยไปที่สุดสายตานั้นด้วย... ชีวิต...จิตวิญญาณ...หัวใจ... แม่ครับ...ผมมีข่าวของพ่อจะบอกแม่ครับ เสียงนั้นราวกับว่าดังมาจากฟากฟ้า เก้าอี้โยกไหว หญิงชราถึงกับสะดุ้งประหนึ่งว่าเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ชีวิตของเธอถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้วนานเหลือเกินที่ลูกชายของเธอไม่ได้เห็นแววตาเช่นนั้นของผู้เป็นแม่... ประกายตาแห่งชีวิต ร่างกายทุกส่วนของหญิงชราเสมือนได้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ไร้ตัวตน จิตวิญญาณของเธอกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ นายแพทย์นพพรไม่กล้าที่จะสบนัยตาคู่นั้นเลย พ่อ...พ่อของลูกอยู่ที่ไหน นพพร...บอกแม่...บอกแม่ น้ำเสียงของผู้เป็นแม่หนักแน่นและชัดเจนทุกถ้อยคำ แม้จะระล่ำระลักไปบ้างก็ตามที แต่น้ำตาที่ไหลซึมออกมานั้นเล่า หมายความว่าอย่างไร นายแพทย์นพพรไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจเลย |