|
-5- เวลา...ซาตาน...พระเจ้า อรุณรุ่งเปิดฟ้า ดวงอาทิตย์โผล่พ้นทิวเขา ภายใต้กิ่งก้านใบที่ทอดยาวของต้นหางนกยูง ปรากฎร่างของชายชราผมหงอกขาวโพน โหยหาวันวานที่ไม่อาจจะหวนคืน ดอกหางนกยูงสีส้มที่ยังคงหล่นร่วง เหมือนจะหว่านประโลมให้กับความตรอมตรม อาหารเช้าที่จืดชืดกับแสงแดดหม่นๆริมระเบียง...อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว การพลัดพราก...ไม่จะจากไป...หรือตายจากรดชาดก็มิได้เจือจางไปกว่ากันเลย ในคืนที่พระจันทร์ทอแสงเฉิดฉาย ยายกับตาตำข้าวในร่างเงาของเจ้ากระต่ายน้อย กับดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับ...กลับไร้ค่าขมขื่นเมื่อฝืนมอง พระเจ้าไม่เคยลืมลูกแกะ...ที่พลัดหลงอยู่ในทุ่งแล้งของพระองค์เลย สุขภาพของระพินเริ่มทรุดโทรมซูบผอม ชายชราไม่มีกำลังที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงสุดท้าย เขียนบันทึกเรื่องราวบางช่วงชีวิต ฝากไว้กับบุญทองเพื่อมอบให้ลูกชายคนเดียวของเขา คืนนั้นหลังจากที่บุญทองขอแยกตัวกลับไปบ้านที่อยู่ทางท้ายไร่นายแพทย์นพพรอยู่คนเดียว ที่กระท่อมซึ่งไม่ต่างไปจากสุสานเลย บรรยากาศวังเวงเงียบสงัด แปลกที่เขาไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อมองผ่านความมืดไปที่เนินดิน... อนุสรณ์สถานแห่งความเป็นนิรันดร์ พ่อของเขากับผู้หญิงที่รักคนนั้นกำลังหลับ นายแพทย์นพพรเปิดสมุดบันทึกของพ่อและเริ่มอ่าน... อาจจะเป็นเพราะพระเจ้าเหงา
สำหรับผู้หญิงที่สูงส่งและมีจิตใจที่ดีงามเช่นอุมา ระพินทำได้แค่เพียงรักและบูชา และเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ ในซอกที่ลึกที่สุดของหัวใจอย่างเจียมตัว แต่สำหรับเพ็ญ... ผู้หญิงที่พร้อมและเท่าเทียมกับเขา เขาไม่ใช่แค่เพียงรัก แต่ยังปรารถนาที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเธอ มันเป็นความหวังของระพิน เป็นความตั้งใจจริงของเธอและเขา อาจเป็นเพราะเขาพบเธอช้าเกินไป หรืออาจจะเป็นเพราะจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวในรักของอุมา หรืออาจเป็นเพราะระพินไม่อาจที่จะแยกเป็นสองร่างได้ โศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงเกิดขึ้น ระพินได้แต่ตำหนิตัวเองที่ทำผิดต่อทุกคนที่เขารัก แต่เมื่อวันเวลาไม่อาจย้อนคืนกลับมาได้อีก เขาจึงขอเพียงให้ลูกชายได้เข้าใจ เพื่อที่บาดแผลครั้งนี้จะได้ไม่ต้องติดตัวลูกชายของเขาไปจนชั่วชีวิต ระพินยังหวังว่าวิจารณญาณที่ถูกต้องของลูกชาย จะไม่ทำผู้เป็นแม่ต้องเจ็บช้ำมากไปกว่าที่ได้รับอยู่ ความรัก... ระพินเป็นเพียงเด็กติดรถส่งของ ความรู้แค่ชั้นมัธยมต้น ขณะนั้นอุมาเป็นนักศึกษาฝึกงานบัญชีอยู่ที่บริษัทเดียวกัน เธอไม่ใช่คนสวย เสน่ห์ของอุมาอยู่ที่ความอ่อนหวานและจิตใจที่ดีงาม ร่าเริงไม่ถือตัว ระพินเฝ้าหมายปองดอกฟ้าอยู่เงียบๆ เขาพยายามมานะบากบั่น จากเด็กติดรถส่งของจนมาเป็นคนขับรถในที่สุด แค่นั้นเองสำหรับเขาผู้ยากไร้...เป็นได้อย่างมากก็แค่คนขับรถ เขาไม่เคยแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่ออุมา ระพินกล้ำกลืนปกปิดซ่อนมันไว้ในใจ ความรักงอกงามอยู่ในจิตนาการ..ผลิดอกแย้มบานอยู่ในความระทม ต่อมาอุมาเรียนจบและได้รับบรรจุให้เป็นพนักงานของบริษัท ในขณะที่ระพินยังคงเป็นคนขับรถส่งของผู้ต่ำต้อยเจียมตัวเช่นเดิม หนทางไปสู่รักมืดมน มีแต่ความเป็นไปไม่ได้กับความเป็นไปไม่ได้...และความขลาดกลัว เขากำลังเอื้อมดาวทั้งที่เท้าทั้งสองยังคงย่างเหยียบอยู่บนดิน การทำงานทำให้เขาและเธอได้ใกล้ชิดกันบ้างในบางครั้ง แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ระพินร้าวลึก อุมามักจะชวนเขาพูดคุยอยู่เสมอ บางครั้งระพินจะรู้สึกเป็นสุขจนลืมวรรณะคนขับรถของตนเอง แต่เขาหนีความจริงไปได้ไม่ไกล ที่สุดสิ่งที่อยู่ในใจมันก็ได้เริ่มกัดกร่อนอารมณ์ทีละน้อย...ทีละน้อย ทุกวัน...ทุกวัน สุดฟากฟ้าสุดมือ...เอื้อมไป...ว่างเปล่า... ระพินหันหน้าเข้าหาเหล้า
ทุกวันหลังเลิกงานเขาจะดื่มแต่เหล้าเมาหัวราน้ำ
กับเพื่อนที่ทำงานบ้าง
คนเดียวบ้าง
ไม่มีใครสนใจเหลียวแลในความผิดปกติของเขาเลย
ไม่มีใครเลยจริงๆนอกจากเธอ...อุมาวันนั้นระพินเข้าไปเซ็นต์รับเงินเดือนที่ฝ่ายบัญชี
ในห้องมีเพียงเขากับอุมาซึ่งทำหน้าที่จ่ายเงินและความเงียบ...ระทึก กับความรักเร้นที่ร้าวลึก...หัวใจเหมือนละลายแหลกเหลว...อยู่ในอเวจี
แต่อุมารู้จักคุณมานาน
ไม่เคยเห็นคุณทำตัวเหลวใหลให้ร้ายตัวเองอย่างนี้มาก่อนเลย คิดถึง...ทั้งที่อยู่ตรงหน้า..โอ้...ความรักช่างลึกล้ำ...เร้นลับ
เลิกเสียเถอะค่ะ
อย่ามอมเมาตัวเองอีกเลย
อนาคตยังอีกไกล
มีอะไรที่อุมาพอจะช่วยได้บ้างมั้ยคะ
บางทีถ้าคุณได้พูดได้ระบายเสียบ้าง
จะทำให้สบายใจขึ้นนะคะ
อุมายินดีรับฟังค่ะ... เพราะจิตวิญญาณไม่ยอมคุกเข่า...หัวใจจึงถูกเชือดเฉือน
คนขับรถไม่ใช่คนหรืออย่างไรคะ
เราต่างทำงานทำหน้าที่ของเรา
เราเท่ากันค่ะ แขนต่างหากที่สั้นเกินไป...ดวงดาวไม่ได้ไกลเกินเอื้อมคว้า
คุณคิดอย่างนั้นจริงๆหรือ ชัยชนะ... ระพินเลิกมอมเมาตัวเอง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอุมาเริ่มดีขึ้น ระพินเริ่ม ไม่รู้สึกประหม่าที่จะพูดคุยทักทายกับเธอ และเริ่มเรียนรู้ที่จะปวดร้าวอย่างเป็นสุข การที่ได้พบได้พูดคุย ได้อยู่ใกล้ๆคนที่รัก มันก็น่าจะเพียงพอแล้วมิใช่หรือสำหรับคนยากไร้เช่นเขา... |