|
-7- ความรักขาวสะอาด...บริสุทธิ์ เขาและเธออยู่ที่นั่นจนเย็นเพราะอุมายังไม่อยากที่จะกลับ ระพินสังเกตเห็นว่าการที่เธอได้พูดคุยเล่าระบายออกมานั้นทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น ดวงหน้าของเธอเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏ น้ำเสียงของเธอเริ่มสดใสชัดเจน วันนั้นระพินและอุมากลับกันจนมืด ในระหว่างทางที่นั่งอยู่บนรถสามล้อเครื่อง สายฝนก็ได้โปรยปรายลงมา ทั้งเขาและเธอขยับเข้าไปนั่งอยู่ตรงกลางเบาะจนตัวแทบจะเบียดกัน ระพินต้องเอามือกอดอกไว้เพื่อมิให้ถูกต้องตัวหญิงสาว แต่เท้าของเขาที่สัมผัสกับเท้าของอุมาโดยบังเอิญนั่นต่างหาก ที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวั่นไหววาบหวิวจนตัวเบาเหมือนจะลอยได้ หัวใจกระเจิงไปแสนไกล ความรู้สึกทั้งหมดได้เลื่อนไหลมารวมอยู่ที่ปลายเท้าข้างนั้นจนหมดสิ้น เธอจะรู้สึกอย่างไร...จะเหมือนความรู้สึกของเขาหรือเปล่า ... ระพินแอบชำเลืองมอง แต่...เปล่าเลย ดูเหมือนเธอจะเป็นกังวลกับละอองฝนที่สาดเข้ามามากกว่า เธอไม่ได้คิดอะไรเลย...ระพิน ลองค้นดูเถิดในหัวใจรกรักแต่ เขาเริ่มรู้สึกละอายใจ และค่อยๆเลื่อนเท้าถอยออกมาอย่างช้าๆไม่ให้เธอผิดสังเกต แล้วขยับตัวเพื่อให้เธอกระเถิบถอยเข้ามาหลบฝน ระพินเปียกชุ่มไปครึ่งตัว เขาไม่เคยลืมสายฝนที่เย็นฉ่ำชื้นชื่นใจและสัมผัสแรกของเขาในวันนั้นเลย สุขในฝันกอดจันทร์ละเมอ...คืบเดียวเธอ...ใยห่างกันแสนไกล ตั้งแต่วันนั้นเขากับอุมา มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันอีกเสมอๆในวันหยุด ไปทุกที่ที่เธออยากจะไป ...เริ่มมีคนเห็นคนทั้งสองในที่ต่างๆ และเริ่มมีเพื่อนร่วมงานล้อเล่น อุมาได้แต่ยิ้มน้อยๆไม่สนใจอะไร ระพินเสียอีกที่กังวลกลัวและเขินอาย ไม่เป็นตัวของตัวเองหวาดระแวงไปหมด สายตาของผู้คนรอบข้างที่มองเขาและเธอแปลกไป รวมทั้งเจ้านายของคนทั้งสองด้วย ครั้งแล้ว
ครั้งเล่า...ที่ความรักถูกเหยียบย่ำ ความสัมพันธ์ของเขาและเธอเริ่มมีอุปสรรคในใจของระพิน เมื่อได้รู้ว่าพี่ชายของอุมาเป็นปลัดอำเภอ เขาเริ่มคิดมากต่างๆนานาในแง่ร้าย ในขณะที่อุมายังคงวางตัวปกติ และทำงานไปตามหน้าที่ของเธออย่างเคย ระพินรู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน ในช่วงเวลานั้น เขาเหมือนคนมีปมด้อยน่ารังเกียจ กำแพงหนาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถูกก่อขึ้นในช่องว่างที่เคยกางกั้นระหว่างเขาและอุมา ระพินตำหนิฟ้าดินตัดพ้อพระเจ้าที่ให้เขาเกิดมาจน เป็นคนขับรถต่ำต้อยไม่คู่ควรกับเธอ ไม่ใช่แค่ไกลจนเกินฝัน บนพื้นฐานของความเป็นไปไม่ได้ ยังคงเป็นได้แค่เพียงความเพ้อฝัน ที่ระพินยังคงยึดติดอยู่กับมันทั้งยามหลับและตื่น มันเป็นลมหายใจเข้าออกของเขาไปเสียแล้ว ระหว่างความฝันกับความจริง...แค่เปลือกตาเท่านั้นที่กั้นไว้ ระพินจะรู้สึกเป็นสุขใจเฉพาะเมื่อตอนที่ได้อยู่ใกล้ๆอุมา
ได้ไปเที่ยวด้วยกัน
แต่หลังจากนั้นจะเฝ้าคิด
คิดอยู่คนเดียว คิดถึงอนาคต
คิดถึงการพลัดพราก
และเริ่มปวดร้าวรุนแรง...ซ้ำซาก
เรื่องทั้งหมดจะลงเอยเช่นไรในเมื่อเขายังคงเป็นได้แค่คนขับรถแล้ววันนั้นก็มาถึง
เมื่อพี่ชายของอุมามาที่บริษัทในชุดข้าราชการเต็มยศ
ระพินเหมือนยาจกเมื่อเทียบกับเขา
สองพี่น้องคุยกันอยู่นาน
ระพินเริ่มมีลางสังหรณ์บางอย่างในทางที่ไม่ดี
และมันก็เป็นจริง สายน้ำแห่งความจริง...เชี่ยวกราดเกินกว่าความรัก...จะขวาง
งานอะไรครับ... ความรักบงการแล้ว...หัวใจก็พร้อมยอมสวามิภักดิ์...แล้วด้วย...เช่นกัน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองช่างเลวร้ายบัดซบเสียเหลือเกิน ที่ไม่กล้าสารภาพบอกรักอุมาก่อนหน้านี้ เป็นเพราะความขี้ขลาดไม่เอาไหนของเขาแท้ๆ.. เธอจึงต้องบีบคั้นหัวใจตัวเองเช่นนี้อุมาสะอื้นไห้ยกมือปิดหน้าแล้วซบลงแนบอกเขา ระพินโอบร่างนั้นไว้ในวงแขนที่อ่อนล้า เหมือนกับมีเลือดก้อนหนึ่งจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ เขารู้สึกเสียวแปลบแทบขาดใจที่ต้องกล้ำกลืนมันกลับเข้าไป น้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาต้องหลับตาเพื่อจะปิดกั้นมันเอาไว้ แต่มันกลับยิ่งไหลพรั่งพรูออกมาบาดใจ... หากน้ำตาพูดได้... ระพินกำลังจะขาดใจ เขากำลังจะตาย... ระพินได้ตายไปแล้ว... ตายไปแล้ว เขาบอกกับตัวเอง บอกกับพระเจ้า... ขอพระองค์ทรงนำทาง เสียงสะอื้นของอุมาปลุกให้เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ที่แสนจะทรมาน ผู้หญิงในอ้อมอกเขาผู้นี้เล่า จะปล่อยเธอไว้อย่างนี้หรือ สามัญสำนึกของระพินกระตุ้นเตือน จิตวิญญาณของระพินได้หวนกลับมาอีกครั้ง กลับมาเพื่อปลดปล่อยเธอ ให้พ้นจากห้วงแห่งพันธนาการกลางทะเลน้ำตาอันหนาวเหน็บและเจ็บลึก... สู่โลกของความจริง โลกที่เธอจะต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป โลกของเธอ...โลกที่ระพินคิดว่ามันอยู่กันคนละฟากกับเขา |