ข้อเขียน-เรื่องสั้น
เกรียงไกร   เขียน.

ตำนานบันลือโลก

                             ข่าวความพ่ายแพ้ของกระต่าย จากคำบอกเล่าของตาเฒ่าอีสป ถูกบอกเล่าจากปากต่อปาก
จากคนรุ่นหนึ่ง ถ่ายทอดสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นตำนาน.... ใครเลยจะคาดคิดว่า เจ้าเต่าต้วมเตี้ยม จะมีชัย
เหนือกระต่าย ที่ปราดเปรียวว่องไว
                          "ปล้นชัยชนะกันชัด ปล้นกลางวันแสกๆ..."
นักปรัชญา แห่งสหัสวรรษที่1 ทุบโต๊ะแย้ง
                          "แต่โลกก็ได้ประจักษ์แล้วว่า เต่าคลานถึงเส้นชัยก่อน กระต่าย..."
นักศิลปศาสตร์ ทักท้วง
                          "ถึงเส้นชัยก่อนไม่ได้หมายความว่าจะชนะ.... "
นักปรัชญา ยังคงไม่ยอมรับ....
                          "แล้วจะอย่างไรเล่า จึงจะเรียกว่า ชนะ...."
                           บรรยากาศที่โต๊ะพนันตึงเครียด ชัยชนะของเต่า ยังคงเป็นที่กังขา ความปราชัย ของกระต่าย
ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ความขัดแย้งระหว่างผู้มีส่วนได้เสีย ยังคงไม่มีข้อยุติ ....แม้การต่อรอง
จะสิ้นสุดไปนานแล้วก็ตาม
                           "เจ้าเต่าทึ่มนั่น แสนเชื่องช้า ขาก็สั้น จะไปไหนมาไหนก็ต้องแบกกระดองหนักอึ้ง
                             จะวิ่งชนะกระต่ายได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้....เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว....ผิดหลักสรีระวิทยา "
นักสรีระศาสตร์ เพ้อพร่ำ รำพัน ก่อนจะเอาหัวโม่งโลกตายอย่างอนาถ
                           อาจารย์ใหญ่ นักคณิตศาสตร์ ถึงกับต้องเผาทฤษฎี ประท้วง ทั้งน้ำตานองหน้า
                           " ความเร็วเฉลี่ยในการเดินของเต่าเท่ากับ 100 เมตรต่อชั่วโมง วิ่งโดยไม่หยุดพักเท่ากับ
                              100x2 เมตร ต่อชั่วโมง ในขณะที่กระต่าย สามารถกระโดดได้ 1 เมตร ต่อวินาที และ
                              ด้วยอัตราความเร็วในการวิ่ง 3600 เมตร ต่อชั่วโมง เต่าย่อมไม่ใช่คู่แข่งของกระต่าย
                             แน่นอน....."
                             ในแวดวงของนักสังคมศาสตร์ ต่างพากันสุมหัวซุบซิบนินทา วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา
                             " กระต่ายไม่น่าชะล่าใจเลย ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเป็นแน่แท้...."
                             "กระต่าย คงไม่ภาคภูมิใจนัก หากได้รับชัยชนะในครั้งนี้ ก็เลยแกล้งนอนหลับเสีย
                              อย่างนั้นแหละ"
                             "ไม่แน่ มันอาจจะหลงทาง..."
                              "หรือเป็นมวยล้มต้มคนดู"
                             พวกนักจิตวิทยา ไม่ยอมน้อยหน้า ออกมาประนามถ้วงติงว่าเป็นการช่วงชิง ฉกฉวย
โอกาสอย่างไร้ยางอาย และขอให้ลบเรื่องราวทั้งหมดออกจากตะนาน เพราะเชื่อว่าเป็นการบิดเบือนความจริง....
                           สำนักโหราพยากรณ์ จับยามสามตรา ทำนายทายทัก
                           " เกิดวิปริตผิดธรรมชาติ โลกาจะวินาศ เพราะแม้แต่ทาสที่อ่อนแอที่สุดยังหาญกล้าบังอาจ
                             งัดข้อกับพระเจ้า..."
                            ประชาคมโลกเริ่มปั่นป่วน สังคมแตกแยก หวาดระแวง ในทุกซอกหลืบ มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน
ชิงดีชิงเด่น ไม่มีการถ่อมตัวเจียมตน ไม่ว่าชนชั้นใด ไม่มีใครเกรงใคร ชัยชนะที่ได้ทาจากความประมาท ผิดพลาด
ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง คือความฝันอันสูงสุด.... ความหวังลมๆแล้ง.... กลายเป็นความทะเยอทะยาน....
                           ตาเฒ่านักเล่านิทาน จากไปอย่างไร้ร่องรอย คงทิ้งไว้เพียงเรื่องราว ของกระต่ายกับเต่า กับความ
เพ้อฝัน... ของนักเผชิญโชค ในโลกแห่งความจริง.