บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

      "บ้านจอมยุทธมินิไดอารี่"  อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง


มินิไดอารี่

      ใครสักคน อาจได้แง่คิดและมุมมอง จากการบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ชีวิต ความคิดคำนึงและจินตนาการ ผ่านงานเขียนในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร ในแบบที่คุณเป็น คุณได้อิสระ ได้ปลดปล่อย ได้สื่อสารกับผู้คน ได้ให้ ได้สร้างสรรค์ บ้านจอมยุทธได้ไม่เสียแรงเปล่า

โดดเดี่ยว...ท่ามกลางฝูงชน >> งานเขียนที่ส่งให้เพื่อน

โดดเดี่ยว...ท่ามกลางฝูงชน

 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6

งานเขียนที่ส่งให้เพื่อน

เออ...หวัดดีเว่ย โม โทษทีว่ะ ส่งเรื่องให้แกช้าไป พอดีเนตหอเจ๊งอะ - -“ อยากจะเล่าให้ฟังว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราไปเที่ยวมาหลายที่มาก ๆ สงสัยเก็บกดจากม.ปลายที่เป็นเด็กเรียนมากเกินไป พอมาอยู่มหา’ลัย เลยไม่ได้เป็นเด็กเรียนละ เพราะเหนื่อยเกิ๊น วัน ๆ มีแต่ จำ ๆ ๆ ท่อง ๆ ๆ คิดถึงคณิตกับฟิสิกส์ T T เออ...ช่างเหอะ เข้าเรื่องเลยละกัน ก็คือว่า เราไปมาหลายที่ใช่ป่ะ แต่ว่าเราจะเขียนไว้ในไดอารี่ไง ถ้าจะเอาไดอารี่ส่งให้แกมันก็ยังไง ๆ อยู่ เลยมาพิมพ์ใหม่ให้ละกัน เอาอันที่เราไปเที่ยวมาล่าสุดอะ เหมือนเล่าเรื่องให้แกฟัง มันน่าจะเป้นความรู้สึกอยู่นะ ไม่รู้ว่าจะเข้าConceptแกรึเปล่าก็ลอง ๆ อ่านดูละกัน เหอะ ๆ ^^”
ตอนวันหยุด 5 วันที่ผ่านมา เราไปเที่ยวเชียงใหม่มา คิดไงก็ไม่รู้ พอดีวันนั้นเป็นวันศุกร์ด้วย แล้วพอวันจันทร์-พุธก็หยุดใช่ป่ะ ศิริรวมกับเสาร์-อาทิตย์ก็จะหยุด 5 วันพอดี เพื่อนเกือบทั้งคณะเขาก็กลับบ้านกัน(คิดถึงไรมากมายวะ แค่บ้านตัวเอง) แต่ถามว่าเรากลับมั้ย หึ ๆ ๆ กลับทำเพื่อ อุดร-ขอนแก่นใกล้ ๆ เอง กลับตอนไหนก็ได้ เลยว่าจะไปเที่ยวดีกว่า ตอนแรกว่าจะไปชลบุรี เพราะที่นั่นมีงานประกวดพระเครื่องไง ที่นี้เลยมาคิดดู ถ้าไปแล้วกูจะนอนไหนวะ วัด? ชายหาด? บ้าละ เลยไม่ไปดีกว่า ชลบุรี ตกรอบบบบ!!! เลยใช้ความรู้สังคมที่พอจะมี(มั้ย) ไล่ดูว่าจะไปจังหวัดไหนดี จากเหนือลงใต้ แล้วก็ไปสะดุดปุ๊บ..... เชียงใหม่ !!! “กูจะไปเชียงใหม่” บอกตัวเองในใจ เราเลยโทรหาเพื่อนที่เรียนอยู่ มช. มันเรียนวิดวะ มันเป็นเพื่อนเราตอนม.ต้นอะ มันชื่อบักนิก แต่เราเรียกมันว่า บักเหี้ย เพราะตอนเรียนม.ต้น บักห่านี่แดกไก่ทุกวัน พักทีไรเห็นยืนแดกแต่ไก่ทอด ไม่รู้จักเบื่อ เออ กูเข้าใจว่ามึงชอบ แต่แดกอย่างอื่นให้กูเห็นหน่อยเถอะ มันก็มีแต่ยิ้ม แล้วหัวเราะ บ้าไปละบักนี่ สุดท้ายเพื่อน ๆ ทั้งห้องเลยเรียกมันว่า บักเหี้ย เราเลยโทรหามัน “ เฮ่ย กูเศกนะเว่ย มึงจำได้ป่ะวะ”
“เออ ๆ จำได้ ๆ ว่าไงวะ”
“พรุ่งนี้กูจะไปเชียงใหม่ว่ะ หยุดนาน อยากเที่ยว”
“เออ มาก็มา แต่ว่าพรุ่งนี้กูอาจไม่ว่างนะเว่ย คณะกูจะพาน้องขึ้นดอย” ว้าวววว ขึ้นดอย สะดุดกับคำนี้ เลยสนใจขึ้นมาทันที เพราะเกิดมา ยังไม่เคยไปไหนสูง ๆ เลย ภูกระดึงตอนม.ปลายก็ไม่ได้ไป เพราะ...ช่างเหอะ เดี่ยวหมดแรงเล่าต่อ พิมพ์ไปเรื่อย แล้วเราก็ตอบมันกลับไป
“เอ่า จะยากไรวะ กูก็ขึ้นดอยไปกับพวกมึงดิ”
“เออ ได้ ๆ มาตอนไหนก็โทรหากูละกัน”
เราเลยถามมันกลับไปอีก “แล้วนครชัยแอร์นี่ไปเชียงใหม่ป่ะวะ”
“ไป ๆ ๆ เออ มึงมานครชัยแอร์แหละดีละ นั่งสบาย มีขนมให้กินด้วย” พูดยังกะกูไม่เคยไปนครชัยแอร์อย่างงั้นแหละ
“เออ แล้วเจอกัน กูไปแน่ แล้วขอนแก่นไปเชียงใหม่นี่นั่งรถกี่ชั่วโมงวะ”
“ 12 ชั่วโมงว่ะ มึงจะมาตอนไหนมึงก็นับเอา เดี๋ยวถึงเชียงใหม่แล้วโทรหากู เดี๋ยวกูไปรับ”
“เออ ๆ เดี๋ยวถ้าไงเดี๋ยวกูโทรหาอีกทีละกัน บายเว่ย”
เราเลยไปซื้อตั๋วที่นครชัยแอร์ พอไปถึง ซวยยยยย!! คิวยาวมาก ๆ สงสัยวันหยุดนาน ๆ คนเลยเยอะ เราเลยรีบไปต่อคิว ก็กว่าจะได้ซื้อตั๋วก็เกือบ 20 นาที ตอนนั้นก็เกือบ 4 ทุ่มละ พอไปถึงคิวตัวเอง “รอบไหนกีคับ” เสียงจากลำโพงที่อยู่บนหัว คนขายตั๋วพูดทีได้ยินชัดเจน เราเลยตอบกลับไป “ เชียงใหม่เร็วสุดนี่มีรอบไหนบ้างอะคับ” คนขายตั๋วก็มองหน้าเรา แล้วก็ตอบกลับมาว่า “ที่นี่มีแต่ขอนแก่นกรงเทพฯอะคับ ไม่มีจังหวัดอื่น ที่มีเหลือตอนนี้ก็มีรอบ5ทุ่มกับตี 2 รอบอื่นเต็มหมด จะเอาป่ะคับ” นึกสภาพดูที่ขายตั๋วของนครชัยแอร์มันก็จะมีลำโพงของคนขายตั๋วใช่ป่ะ พอเขาพูดจบเท่านั้นแหละ รู้สึกเหมือนตัวเองเขางอกออกมาบนหัว หันหลังไปดูแถวที่ต่ออยู่ด้านหลัง มันก็ยังยาวอยู่ ทุกคนมองหน้าเราหมดเลย สงสัยเขาคงคิดว่า ไอ้นี่มันเคยขึ้นนครชัยแอร์มั้ยเนี่ย เราก็ได้แต่ บ่นในใจ แอบอยากจะพูดชี้แจงให้เข้าใจกันทุกคนว่า “กูก็เคยขึ้นนครชัยแอร์นะเว่ย - -“ “ ความคิดตอนนั้นรู้สึกอยากไปถึงเชียงใหม่ใน 2 นาที แล้วถีบบักเหี้ย โหย ... ไรว้า ทำกูแจ้งเกิดเลย เราเลยตอบกลับไปว่า “อ๋อ งั้นไม่เป็นไรคับ” แล้วเลยรีบเดินออกมา เอาละสิ เหมือนดาราเลย มีแต่คนมองตาม เลยไปที่ชาญทัวร์ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันนั่นแหละ “มีขอนแก่น-เชียงใหม่ป่ะคับ” ไม่มีค่ะ “ คนขายตั๋วตอบกลับมา เอ่า ซวยเลยกู แต่ดีที่ตรงขายตั๋วของชาญทัวร์ มันไม่มีลำโพง เลยไม่ได้แจ้งเกิดอีกรอบ - -“ เลยหยิบมือถือโทรถามเพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน บ้านมันอยู่เชียงใหม่ ชื่อหนู มันมาเรียนที่นี่ เราเลยโทรถาม “ฮัลโหล หนู เราเศกนะ “
“อืม ว่าไงเศก “
“พอดีเราจะไปเชียงใหม่อะหนู เราต้องไปขึ้นรถที่ไหนเหรอ”
“อ๋อ ก็มีที่สมบัติทัวร์อะ แต่รอบสุดท้ายออกตอน 3 ทุ่มนะ”
“เอ่า แล้วตอนนี้กี่โมงแล้วอะ”
“4ทุ่มกว่าละ”
“อ่าว!!! ซวยเลย เหอะ ๆ งั้นไม่เป็นไรละ ขอบใจมากนะหนู“ เลยไปดูที่ บขส.รถป.2 เขาก็บอกว่ามีรอบ ตี 3 :45 น.
เลยพูดกับเพื่อนที่ไปส่งว่า “จะทำไรดีวะตอนรอขึ้นรถ”
“ยากไร มึงก็กลับไปนอนดิ ตอนนี้เพิ่ง 4 ทุ่มกว่าเอง เดี๋ยวมึงค่อยมา” เลยได้กลับหอไปนอนก่อน พอตี 3 กว่า เลยไปปลุกเพื่อนมาส่งที่ บขส.รถป.2 ตี3:50น. รถก็ออกพอดี เราเลยนอนหลับออยู่บนรถ รถที่นั่งเป็นของอีสานทัวร์ รถไม่เก่าเลย นั่งสบาย ตอนแรกนึกว่าป.2 จะเป็นแบบเก่า ๆ คนนั่งเยอะ ๆ เบียด ๆ แต่ไม่ใช่เลย เราก็หลับจนรู้สึกตื่นขึ้นมาอีกทีก็สว่างแล้ว มีแดดส่อง ตอนนั้นรถกำลังจอดอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันคือ บขส. ตอนนั้นโคตรดีใจ อยากตะโกนดัง ๆ “กูถึงเชียงใหม่แล้วเว่ยยย” โหย กว่าจะมาถึง ทั้งตกรถ ทั้งแจ้งเกิด- -“ ตอนนั้นกำลังมีคนกำลังเดินขึ้นรถมาพอดี เลยจัดของรีบสะพายกระเป๋าที่วางอยู่บนตักตัวเอง กะว่าพอคนขึ้นรถหมด จะได้เดินลง พอคนขึ้นรถหมด เลยเดินลงไป กำลังจะลงรถตอนนั้นเดินมาถึงคนขับละ คนเก็บตั๋วเลยถามว่า “น้อง ๆ จะไปไหนอะ”
เราเลยตอบไป “ เอ่า ก็ลงดิคับ นี่เชียงใหม่ป่ะคับ”
เขาก็ตอบกลับมา “โห เชียงใหม่ไรน้อง นี่มันชุมแพ!!!!!!!!”
เฮือกกก อึ้งเล็กน้อย เลยมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นป้าย “สถานีขนส่ง อ.ชุมแพ จ. ขอนแก่น” โอ้ เอาล่ะสิกู( บ่นในใจ) เลยยิ้ม แล้วเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง พอดีที่ที่เรานั่งมันจะอยู่กลาง ๆ รถอะ ตอนที่กำลังเดินไปนั่ง คนที่อยู่บนรถ มองหน้าเราหมดเลย โหยยยย แจ้งเกิดอีกละกู เขาคงคิดว่า เชียใหม่บ้านมึงมีอ.ชุมแพ - -“ เพื่อความลื่นไหล และไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตา เลยถือโอกาสหลับซะเลย เนี่ย!!!! กูไม่เห็นใคร กูไม่อาย 555+ จากนั้นพอรถจอด บขส.ทีไรก็ตื่นทุกที แล้วสิ่งแรกที่จะมองหาก็คือ ป้ายของ บขส. กะว่าถ้าเห็นคำว่า เชียงใหม่เมื่อไหร่ กูลงทันที ^^” หลับ ๆ ตื่น ๆ แล้วพอประมาณ 10 โมงกว่า ๆ รถก็จอดพักที่พิษณุโลก ตอนนั้นมันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้ แกคงงงล่ะสิ ก็คือ ตอนปี 1 เราเคยไปหาคน ๆ นึงที่พิษณุโลกไง แล้วก่อนจะออกจากพิษณุโลกรถก็มาจอดพักอยู่ที่ปั้มนี้ ภาพเก่า ๆ มันเลยย้อมมาให้คิด แต่เราก็ไม่คิดไรมากหรอก เรื่องมันผ่านไปนานละ ควรจะทำใจได้ซักที(มั้ย) เราก็ลงไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เข้าไปซื้อขนมกับนมมาไว้ เพราะตั้งแต่ขึ้นรถ ยังไม่ได้กินไรเลย พอซื้อเสร็จก็มานั่งอยู่ตรงที่นั่งของตัวเอง รอรถออก แต่รถมันก็ไม่ออกซักที ตอนนั้นรู้สึกว่ามันนานมาก คนก็ขึ้นรถครบแล้ว แต่รถก็ไม่ออกซักที ตอนนั้นรู้สึกอยากจะผ่านจังหวัดนี้ไปเร็ว ๆ จะได้คิดเรื่องอื่น ไม่ต้องมาคิดเรื่องพวกนี้ แล้วรถก็ออก ตอนนั้นดูนาฬิกา 10โมง20พอดี แสดงว่า รถจอดพักแค่ประมาณ 10 นาทีเอง แล้วรถก็ไปที่ บขส.ของพิษณุโลกเพื่อรอรับคน เราจำที่นี่ได้ดี ตอนอยู่ปี 1 มีผู้หญิงคนนึงมาส่งเราขึ้นรถที่นี่ ตอนนั้นเราไม่อยากกลับเลย แล้ววันนั้นก็เป็นวันเกิดของน้องชายของผู้หญิงคนนั้นด้วย(เกี่ยวไร) พอคนขึ้นรถมา เราก็คิดในใจ “อย่าเจอนะเว่ย ๆ ๆ ๆ “ คิดอยู่คนเดียวเงียบ ๆ แล้วก็มองคนที่เดินผ่านขึ้นรถมา พอผู้โดยสารใหม่ขึ้นรถหมด ก็โล่งใจ ตอนนั้นคิด ถ้าเจอตอนนั้นจะทำตัวยังไงวะ คิดไม่ออกเลย ตอนเราอยู่ปี 2 ที่ม.ขอนแก่น เป็นเจ้าภาพกีฬาเข็มสัมพันธ์ แล้วเราก็เจอ ตอนนั้นเพิ่งรู้จักความรู้สึกที่ว่า “ คนแปลกหน้าที่รู้จักกันดี” เราเลยรีบหันหน้าหนีแล้วเดินไปที่อื่น เพราะรู้ดีว่าจะไปที่ไหนที่ไม่ได้เจอ แต่ถ้าเจอตอนนี้มันบนรถ “กูจะหนีไปไหนวะ” คิดในใจ แล้วรถก็ออกจากบขส.นี้ไป เอาละกู ภาพเก่า ๆ มันย้อนมาอีกละ ตอนที่มาครั้งก่อนจะมีคนมาส่งแล้วเราก็โบกมืออยู่บนรถตอนรถกำลังออกจาก บขส.นี้ โอยย ช่างเหอะ ๆ โทษทีแก ออกนอกเรื่องไปทั่ว สงสัยพิมพ์เพลิน - -“ อืมมม พอออกจากบขส.พิษณุโลก เราก็หลับ ๆ ตื่น ๆ จนมาถึง เชียงใหม่ อันนี้แน่ใจว่าเป็นเชียงใหม่แน่ ๆ เพราะเห็นป้าย 555+ เลยลงรถทันที พอลงรถ ตอนนั้นก็4โมงกว่า ๆ ก็12 ชม.กว่า ๆ ที่นั่งรถมา รู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยอย่างที่เคยคิดไว้ เพราะรถนั่งสบายกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เราเลยโทรหาบักเหี้ยทันที “ เฮ่ย กูมาถึงบขส.แล้ว มึงมารับกูหน่อย”
“เออๆ กูเพิ่งลงจากดอย เหนื่อยสัด ๆ เดี๋ยวกูให้รุ่นน้องกูไปรับ มึงคงคุ้นหน้ามันอยู่หรอก เด็กดอนบอสเก่าอะ เดี๋ยวมันไปถึงมันจะโทรหามึง มึงรอที่อาเขตแหละ”
“ไรนะ อาเขตไรวะ กูอยู่ บขส. “
“ที่นี่ไม่มีบขส.เว่ย มึงหนิไม่รู้เรื่อง”
“ไม่มีบ้านมึงดิ กูเห็นรถทัวร์จอดเต็มอย่างนี้ เห็นป้ายเชียงใหม่ด้วย บ้านกูเรียก บขส.นะเว่ย”ตอนนั้นเริ่มรู้สึกแปลก ๆ คิดว่าตัวเองลงรถผิดที่ละ - -“ บักเหี้ยมันเลยตอบกลับมาว่า
“อ๋อ ๆ กูเข้าใจมึงละ บขส.ที่บ้านเราเขาเรียกกันน่ะ ที่นี่เขาเรียกว่า อาเขตเว่ย ระวัง ๆ มึงจะหลง คนเชียงใหม่เขาไม่ได้เรียกบขส.”
“อ่อ อืม ๆ ได้ ๆ กูเข้าใจละ กูลืม นึกว่าภาษาเหมือนอีสาน เอ่า แล้วมึงลงจากดอยแล้ว กูจะได้ขึ้นเหรอวะ”
“ได้ขึ้น ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูพาขึ้น ขี่มอ’ไซด์ขึ้น สบายกว่าเดินเยอะ” ตอนนั้นงง นึกว่าดอยมันต้องเดินขึ้นอย่างเดียว เหมือนที่พวกแกไปขึ้นภูกระดึงอะ เลยถามมันกลับไปว่า
“เอ่า ขี่มอ’ไซด์ ขึ้นได้เหรอวะ “
“เออ ได้ๆ เดี๋ยวกูพาขึ้น ตอนนี้กูขอนอนก่อนละกัน เหนื่อยว่ะ”
“เออ ๆ บายเว่ย” แล้วเราก็รอรุ่นน้องประมาณ 10 นาที รุ่นน้องก็มาพาเราไปส่งที่หอบักเหี้ย ตอนรุ่นน้องพาเราขี่มอ’ไซด์ มันก็พูดว่า “กาดพี่กาด ของฝากเพียบ แล้วมันก็ชี้ไปให้ดู”
“หืม กาดไรวะ” เราก็มองตามมันไม่เห็นมีกาดตรงไหนเลย ก็เห็นคนเดินปกติ ไม่มีรั้วอะไรแบบในทีวี
“ อ๋อ ๆ พี่ ที่นี่เขาเรียกตลาดว่า กาด คับพี่ “ แล้วมันก็หัวเราะ เอาอีกละกู งงกับภาษามันอีกละ พอถึงหอพักบักเหี้ย รุ่นน้องก็พาไปที่ห้องมัน เราก็ล้างหน้าแล้วก็ไปกินไอติมที่ I-berry เป็นร้านไอติมของโน้ต อุดม เราก็เพิ่งรู้จักอะ ร้านนี้ตกแต่งได้น่ารักมากเลย เหมือนstudioถ่ายรูปเลย แต่ว่าเสียอย่างเดียว ไอติมโคตรแพง ลูกละ25บาท ลูกใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาทนิดนึง ว่าจะถามเขาอยู่ว่า ถ้าทำลูกใหญ่กว่านี้กลัวจะขาดทุนเหรอคับ ระวังผมมาขายแข่งนะคับ เดี๋ยวจะเจ๊ง โหย ไรวะ ถ้าไอติมลูกเท่าสเวนเซ่นจะไม่ว่าเลย พอกินเสร็จก็ไปเดินที่ถนนคนเดิน แต่วันเสาร์เขาจะเรียกว่า วัวลาย ซึ่งไม่รู้ที่มาเหมือนกัน ที่นี่ของแฮนเมดเยอะมาก ๆ ขายของออกแนว ๆ เปิดท้าย แต่จะมีกลิ่นไอของภาคเหนือล้านนา ชอบ ๆ ๆ แนวดี แต่เสียดาย ก่อนมาไม่ได้เช็คสภาพอากาศก่อน เดินไปนิดเดียวก็ฝนตก ซวยเลย หลบฝนเกือบไม่ทัน เลยไปหากินข้าวกับเพื่อน ชื่อร้าน ฮ้านถึงเจียงใหม่ ขายอาหารคำเมือง มันบอกว่า “ มึงมาเชียงใหม่ถ้ามึงไม่แดกเหล้ากับพวกกู มึงก็ควรจะไปหาอาหารคำเมืองกิน มึงเอาป่ะ กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวกูพาแดกเหล้าต่อ ร้านนี้ทีเด็ด กูไปบ่อย สาวนี้อย่างนี้เลย” มันพูดไปยิ้มไป กินข้าวไป สงสัยมันอยากไปร้านเหล้าต่อ เราเลยบอกมันว่า “ กูไม่กินเหล้าว่ะ กูแขวนพระ สะสมพระเครื่อง มึงจำได้ป่ะ”
“ เอ่า มึงเรียนหมอ มึงยังไม่เลิกสะสมอีกเหรอวะ”
“เรียนหมอก็สะสมได้ ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย แดกเหล้าบ่อยระวังตับเจ๊งนะเว่ย “
“เออนา นาน ๆ ที นี่เว้นมาอาทิตย์กว่าละ”
“อ่าวเชี่ย อาทิตย์กว่าเนี่ยนะ โห ตับมึงนี่ถ้าผ่าออกมากูว่า ส้นตีนกูยังเรียบกว่าแน่เลยว่ะ”
“โหย มึงก็ว่าไป ตอนนี้กูยังแข็งแรง ไม่ตายง่าย ๆ หรอกเว่ย”
“เออ ๆ มึงระวังละกัน” ก็นั่งคุยอยู่นั่นจนกินข้าวเสร็จเลยไปกินนมต่อ ชื่อmilk Zone ร้านนี้ดารามากินเยอะ เพราะในร้านมีแต่รูปดาราเต็มเลย เหมือนเจ้าของร้านคงคิดว่า อย่าให้กูรู้นะมึงว่ามึงเป็นดารา ถ้ามึงมากินนี่ มึงโดนจับถ่ายรูปคู่กับแก้วนมร้านกูแน่ เหอะ ๆ (หรือว่าเราคิดไปเอง^^”) แล้วก็ปี่มอ’ไซด์รอบมอ ที่ มช. จะมี 2 ฝั่ง ฝั่งสวนดอกกับฝั่งสวนสัก ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน แล้วก็จะมีอีกที่คือ แม่เหี่ยน อยู่ห่างจากที่นี่ เป็นที่ตั้งของคณะเกษตรกับสัตวแพทย์ เพื่อนเราบอกว่าอากาศดีมาก ๆ หน้าหนาวนี่น่าเที่ยวสุด ๆ นึกแล้วอยากไป
พอวันอาทิตย์ ฝนตก ออกไปไหนไม่ได้ เลยนอนอยู่หอมันทั้งวัน ดอยก็ไม่ได้ขึ้นเพราะมันบอก ฝนตก ถนนลื่น เซงมาก ๆ
วันจันทร์ก็เหมือนกัน ได้ไปกินข้าวแถว ๆ แล้วก็กลับมานอนดูทีวี รู้สึกเซงมาก ๆ พอวันอังคาร วันนี้คิดไว้ว่า ถึงฝนจะตกยังไงก็ต้องขึ้นเพราะตอน 3 ทุ่มจะกลับขอนแก่นแล้ว วันพุธมีงานต่อ โชคดีที่วันอังคารฝนไม่ตก เลยไปใส่บาตรแล้วก็ขึ้นดอย ไปไหว้พระธาตุ บนดอยอากาศดีมาก ๆ น่าวิ่งออกกำลังกาย เราเข้าใจละ ทำไมแพทย์ มช. มันวิ่งเก่ง สงสัยมันวิ่งขึ้นลงดอยทุกวันแน่เลย (เกี่ยวตรงไหน) พอไหว้พระธาตุดอยสุเทพเสร็จ ก็เลยมาซื้อโปสการ์ดไว้เขียนหาคนอื่น ๆ คนขายโปสการ์ดเป็นแม้ว เพราะฟังจากเสียงพูดแล้วรู้เลย ^^ แล้วเพื่อนเราบอกว่า ถ้าขึ้นไปอีกจะเป็นดอยปุย อากาศดีมาก ๆ เราเลยบอกเพื่อนว่าเราจะขึ้นไปต่อ เลยบอกมันว่า “มึงซ้อน กูขับ โอเค๊” มันก็บอก โอเค รถมอ’ไซด์มันเป็นรถฟีโน่ ขับสบายดี แต่ไม่ค่อยสนุก เพราะมันมีแต่บิดอย่างเดียว ถ้ามีคัชน่าจะบิดมัน เร่งสบาย เลยขี่ฟีโน่ขึ้นดอยปุยต่อ พอไปถึงจดชมวิว กำลังจะถ่ายรูป ซวย ถ่านกล้องหมด โคตรเซงอะ อุตส่าห์ขึ้นมาตั้งไกล เลยใช้มือถือถ่ายแก้ขัดไปก่อน แต่มือถือถ่ายไม่ค่อยชัด จากนั้นเลยขึ้นไปต่อ ถนนลาดยางหมดละ เป็นถนนคอนกรีตเลนเดียว มืดด้วยเพราะ 2 ข้างทางเป็นป่า ต้องค่อย ๆ ขับ แล้วพอถึงทางเลี้ยงก็ต้องบีบแตร เพราะอาจมีรถสวนมาข้างหน้า พอเข้าไปลึกขึ้น ถนนลาดยางก็หมดไป เพื่อนเราชวนกลับ แต่เราไม่อยากกลับ เพราะกว่าจะได้มา ต้องมาให้ถึงที่สุด เลยขับต่อไปเรื่อย ๆ เอาละสิ เจอถนนโคลน จะกลับก็ไม่ได้เพราะเข้ามาลึกแล้ว รถฟีโน่ผ่านไม่ได้ เลยต้องค่อย ๆ ขับ ให้เพื่อนลงเดินเอา เดี๋ยวรถจะล้ม เพราะถนนลื่นมาก ๆ ขับไป ๆ เกือบ 3 ชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าจะได้โทรหาคนอื่นมารับซะแล้ว เพราะยิ่งขี่ตามถนนลึกเข้าไป ก็ยิ่งเห็นแต่ป่า ไม่เจอทางออกซักที แต่สุดท้ายก็มาโผล่แถวชานเมือง เป็นเหมือนฝายอะไรนี่แหละ โอ้ เกือบหลงป่าแล้วกู รอดมาได้ไงวะ(บ่นกับตัวเอง) เลยไปซื้อของฝากที่กาด(ตลาด)ในเมืองก่อนกลับเข้าหอมาอาบน้ำ แล้วก็ไปไหว้พระที่วัดพระสิงห์ก่อนจะขึ้นรถกลับขอนแก่นตอน 3 ทุ่ม พอถึงขอนแก่นได้ 2 วัน ไข้ขึ้นเลย ตอนนั้นโคตรเซงอะ นึกว่าติดหวัด2009 เลยไปหาหมอที่ห้องฉุกเฉินของโรง’บาล ดีที่หมอเป็นอาจารย์เราเอง อาจารย์บอกว่า “ไข้ยังไม่สูงเท่าไหร่ ลองกินยาดู แล้วถ้าไม่ดีขึ้นค่อยมาโรง’บาลอีกนะ รุ่นพี่เธออยู่ปี 5 ไข้สูงกว่าเธออีก ครูยังไม่ให้นอนโรง’บาลเลย “ เราเลยรับยาเสร็จก็กลับมานอนหอตัวเอง
จบแล้วแก ดูมันเวิ่นเว้อไปเด้อ ลองอ่านดูละกัน พิมพ์เพลิน ๆ อะ^^”


อันนี้ในโปสการ์ดนะ (เผื่อข้างบนมันไม่เข้าConceptแก)


To….แยม
หวัดดีแยม แยมเป็นไงมั่งอะ คงงานหนักเลยป่ะ สู้ ๆ นะ อืม ตอนนี้เรามาเที่ยวเชียงใหม่แหละ งงอะดิมาได้ไง ตอนมาเราผ่านพิษณุโลกด้วยนะ เราจำทุกที่ได้ เพราะเราเคยมาตอนปี 1 แต่เรื่องมันผ่านไปนานแล้วล่ะเนอะ เราจะจำแต่สิ่งที่ดี ๆ นะ เราเห็นจุดชมวิวหลายที่เลย บางที่เราคุ้นเหมือนเคยเห็นในรูปตอนที่แยมให้เราดูตอนแยมมางานพืชสวนโลกอะ แต่ไม่รู้ว่าใช่ที่เดียวกันเปล่า อากาศดีมากเลย เราชอบมาก ๆ แต่เสียอย่างเดียว ฝนตกบ่อยเกิ๊น อย่างนี้แหละมาแบบ งงๆ เลยไม่ได้เช็คสภาพอากาศ เราไปดอยปุยมาด้วย แต่ถ่ายรูปได้นิดเดียวอะ ถ่านกล้องหมด เซงมาก ๆ แล้วเราก็ได้ขึ้นไปต่อตรงทางดอยปุยด้วย เกือบหลงป่า- -“ เพราะขี่มอ’ไซด์ไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอทางออกซักที อยู่ในป่า 3 ชม.อะ นึกว่าจะได้นอนกับหมู่บ้านแม้วซะแล้ว ^^” เราไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพมา ตอนเดินลงมาเราเห็นโปสการ์ดนี้สวยดี เลยซื้อมาเขียนให้ แต่ไม่รู้จะได้ส่งไปมั้ยนะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาส เราก็คงได้ให้อะ ถึงไงก็เถอะ ช่วงนี้ก็รักษาสุขภาพด้วยนะ ระวังจะเป็นหวัดเหมือนเรา เราจะจำแต่สิ่งที่ดี ๆ นะ เรื่องไหนมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป คิดถึงแยมนะ ตอนนี้แยมคงมีคนที่คอยดูแลแยมอยู่แล้วใช่ป่ะ อืม ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย เรายังเป็นห่วงแยมเหมือนเดิมนะ โปสการ์ดจะหมดหน้าละงั้นแค่นี้ก่อนนะ สู้ ๆ
ยังคิดถึงเสมอ

เศก. 7ก.ค.52 1:54น.

เขียนเมื่อ 20-02-2010 | 22:44:13 | ไดอารี่ที่ : 6
 

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook