 |
จอมยุทธอมฤตสุราพ่าย
เปิดกระท่อมจอมยุทธอมฤตสุราพ่าย ยุทธจักรฤาสงบ คลื่นลมกระทบไปทั่วถิ่น
จอมยุทธทั่วแผ่นดิน ฤาไร้สิ้นคุณธรรม ยุทธภพเลือดสาดทา ยิ่งกว่ามารมายีย่ำ
สำนักเท็จหรือสำนักธรรม มือถือสากปากถือศีล กระท่อมน้อยอยู่กลางป่า
ไร้เวลาครวญถวิล แผ่นฟ้าจรดผืนดิน
อยู่เปล่าเปลี่ยวอย่างเดียวดาย มือคว้าจอกสุรา แม้ไร้ค่าหรือความหมาย
ยกจอกเพื่อผ่อนคลาย หลายจอกเข้า ...เมาเหมือนกัน มือคว้าดาวเดือนฉาย
มาดมั่นหมายกับแกล้มสวรรค์ สายหมอกกระจายพลัน เป็นกลิ่นหอมจากนวลนาง
มือคว้าแสงหิ่งห้อย วิบวับลอยจนรุ่งสาง หยาดหยดน้ำค้างกลาง กระท่อมน้อยคอย...เพื่อนเมา |
|
ม่านเมฆสีเทาเศร้าหมอง
เรื่องราวของคนแบกสมุดบันทึก
เริ่มต้นหลังจากการพังทลายของนาฬิกาเรือนสุดท้ายในห้อง และตั้งใจจะไปสิ้นสุด ณ
จุดเคว้งคว้างจุดใดจุดหนึ่ง...ข้างนอกนั่น!!
ฉันต้องเดินทางยาวไกลเพียงใด...ฉันไม่รู้ เหตุผลที่ใช้ในการรองรับ...ฉันไม่มี
แต่ฉันพูดได้ใจความหนึ่ง... หัวใจหนึ่งที่ไร้ความสามารถของหัวใจ
ร่างกายร่างหนึ่งที่ไร้ความสามารถของตัวตน
จะมีประการใดเล่าที่สร้างสรรค์ให้มันเป็นเช่นนี้ได้... หากมิใช่สตรีนางหนึ่ง!!
สตรีประเภทที่จะเจอได้ก็แต่ในความฝัน เธอเป็นสตรีประเภทนั้นจริงๆ
สำหรับฉันเธอสูงส่ง...งดงาม
...และล้ำค่า!!
เธอมีรอยยิ้มที่เติมความชุ่มชื้นให้กับใบโลก
และเผาผลาญวิญญานฉันให้มอดไหม้ไปในขณะเดียวกัน...
แต่ความฝัน...ต่อให้ฝันหอมหวานและยาวนานแค่ไหน...
สุดท้ายรุ่งเช้าก็เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง |
|
คมบาง
...แค่บอกให้รู้ว่าสิ่งที่ฉันแบกอยู่มันหนัก เมื่อฉันปลดลงจากบ่า
เพื่อให้ท่านแบกดูบ้าง ว่ามันหนักเพียงไร ความจริงฉันก็ยังแบกไหวอยู่
เพียงแต่ท่านมองข้ามไป คิดว่าฉันคงแบกไหว โดยไม่ต้องหยุดพัก ดื่มน้ำใจ
และยังจะเอาไรต่อมิอะไรมาใส่บนบ่าฉันอีก
แถมยังถอดรองเท้าของฉัน ให้ฉันเดินบนพื้นกรวด ที่ยาวไกลยามที่ฉันหมดแรง ฉันก็จำเป็นต้องวางลง เพื่อพลัดบ่าแล้วท่านจะรับแบกต่อจากฉันหรือไม่เล่า
เพียงฉันรอคำที่ท่านจะเอื้อนเอ่ย ว่าท่านจะเอารองเท้าคู่ใหม่มาให้ฉัน
จะเอาผ้ารองบ่ามาให้ฉัน จะเอาน้ำใจมาให้ฉัน
ฉันก็พร้อมที่จะแบกภาระแทนท่านทั้งหมด
วันนี้ฉันไม่มีแรงจะเดินต่อไปพร้อมภาระอันหนักอึ้งของท่าน
ฉันขอปลดวางลงตรงนี้ แล้วฉันจะเดินต่อไป โดยไม่มีของบนบ่า
แม้จะต้องเดินบนกรวดทรายที่ยาวไกล แค่ไหน ฉันก็พร้อมจะเดินไป |
|
ยามี่จัง
กับความรัก หลายล้านคนไม่อยากรู้ว่า.. กว้างกว่าท้องฟ้าไหม กับความรัก
นับร้อยล้านคนไม่อยากคำนวนว่า.. ลึกกว่าทะเลแค่ไหน กับความรัก
คุณกับฉันคงไม่อยากรู้ว่า.. สูงเท่าภูเขาหรือเปล่า และ ไม่อยากรู้รักนั้น
ยาวไปสุดหล้าหยุด ณ ที่ใด ทว่า กี่ล้านกี่แสนคน ก็อยากรู้
เราจะมีรักได้ตลอดชีวิตไหม เราจะมีคนรักจริง..เมื่อไร และคนรักจะซื่อสัตย์
ถวายชีวิตให้เรา..จริงๆหรือ
ความรักเกิดได้เสมอ และ
เกิดได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ทุกครั้งมักเป็นความรักจริง เพราะ
รักไม่จริง..ไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวดได้ แต่ทว่า ลมหึงหวงต่างหากล่ะ
ที่ทำให้คนทุรนทุราย อยากตายวันละกว่าร้อยหน |
|
บันทึก..จากดาริกา
รัตติกาลเพิ่งผ่านพ้น ทาบเงาเจือปน แสงสว่างอรุโณทัย ความงามและความฝันไฝ่
ขอบฟ้าโค้งไกล สู่แสงสว่างแห่งความรัก สายลมพัดผ่านวงพักตร์ รูปเงาสลัก
แรกรักกับแสงอรุณ อาภรณ์พริ้วผ่านรอยอุ่นอบอวลละมุน หอมกรุ่นสายลมลูบไล้กายา
จากความหนาวเย็นแห่งนิทรา สายรุ้งแห่งฟ้า หลับใหลในความมืดดำ รอยยิ้ม
ภาพพิมพ์แห่งประติมากรรม ลบรอยหมองคล้ำ ให้จดและจำในใจ ด้วยรักและความฝันไฝ่
ผูกพันฤทัย สว่างไสวกับกาลเวลา รูปเงาสูงส่งเลอค่า มิเห็นด้วยตา
หากสื่อภาษาด้วยใจ ความรักสลักอยู่ ณ.หนไหน ล่องลอยเหนือสิ่งใดๆ
ตราไว้ในความทรงจำ |