เนื่องจากมีนิสิตนักศึกษาและประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กันมาก
ในเรื่องที่ตำรวจจับกุมกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
เพราะเห็นว่าไม่ถูกต้อง
และเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนที่จะเรียกร้องได้
ดังนั้นทางฝ่ายตำรวจจึงต้องหาทางชี้แจงกับหนังสือพิมพ์
โดยพยายามนำหลักฐานต่างๆที่เป็นเอกสารซึ่งยึดมาได้จากที่พักของผู้ต้องหามาแสดงให้ดู
โดยให้ พ.ต.อ. ศิริ สุจริตกุล
ผู้กำกับการ2 สันติบาล
เป็นผู้แถลงแก่ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
ดังนี้
.....เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งมิใช่นักศึกษา
ที่ทำการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ
ระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม
และได้มีการแจกเอกสารโฆษณาโปสเตอร์
บริเวณต่างๆ เช่น ท้องสนามหลวง
บางลำภู และประตูน้ำนั้น
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหานั้น
แม้จะมีเจตนาดี แต่วิธีการนั้น
เป็นการกระทำที่ถึอได้ว่า
เป็นการชุมนุนทางการเมืองเกิน 5
คน
ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก
อันเป็นการกระทำที่ผิดตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่4
ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมบุคคลเหล่านั้น
อันมี นายธีระยุทธ บุญมี
นายประพันธ์ศักดิ์ กมลเพชร
กับพวก รวมทั้งสิ้น 12 คน
และได้จับกุมเพิ่มอีกเป็น 13 คน
ในการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว
เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องมีการตรวจค้นบริเวณที่ครอบครองของผู้ต้องหา
และในการตรวจค้นนั้น ปรากฎว่า
เจ้าหน้าที่ได้พบเอกสารในความครอบครองของผู้ต้องหานั้น
มีลักษณะที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจจะเป็นการกระทำเพื่อเตรียมการณ์อันเป็นความผิดตามมาตรา
116
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบอีกหนึ่งข้อหา
หลังจากที่ได้กล่าวหาไปแล้วปรากฎว่า
ได้เกิดความเข้าใจผิดโดยมีผู้คิดว่าเจ้าหน้าทีตำรวจได้แจ้งผู้ต้องหาที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญ
ว่ากระทำความผิดมาตรา 116
ความจริงมิใช่เช่นนั้น
การแจกเอกสารเคลื่อนไหวเรียกร้อวรัฐธรรมนูญนั้น
เป็นการกล่าวหาในเรื่องที่กระทำผิดฐานชุมนุนทางการเมืองเกินกว่า
5
คนโดยมิได้รับอนุญาติจากเจ้าพนักงานในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึก
ข้อหามาตรา 116 นั้น
เป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่กล่าวหา
เนื่องจากพบเอกสารต่างๆ
ที่มีเหตุผลอันเชื่อได้ว่า
เป็นการเตรียมการณ์กระทำผิดตามมาตรา
116 จึงได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 116
เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง
เหตุผลและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่กล่าวหาตามมาตรา
116 นั้น
จะได้ชี้แจงให้ทราบดังต่อไปนี้...........
...........ของกลางหมายเลข1
นี้ล้วนเป็นของกลางที่ยึดได้ในวันที่
6 ตุลาคม
ซึ่งเป็นของกลางเกี่ยวกับการกระทำผิดฐานชุมนุนทางการเมืองเกินกว่า
5 คน
โดยไม่ได้รับอนุญาติในระหว่างประกาศกฎอัยการศึก
สำหรับของกลางในการกระทำผิดครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเห็นว่า
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียกร้องรัฐธรรมนูญอย่างสุจริตใจมิได้เกี่ยวกับความผิดมาตรา
116
แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นสถานที่ของพวกผู้ต้องหาแล้ว
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบ
ตัวอย่างเช่น
โปสเตอร์ที่เห็นอยู่นี้
ส่วนที่สำนักงานธรรมรังสีนั้น
ก็เป็นโปสเตอร์ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าข้อความต่างๆนั้น
มิได้เป็นการเรียกร้องรัฐธรรมนูญอย่างสันติวิธี
อย่างที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
เช่นใช้คำว่ารัฐบาลเถื่อน
อันที่จริงมิใช่รัฐบาลที่เถื่อน
ความจริงรัฐบาลนี้มิใช่รัฐบาลเถื่อน
ท่านจะสังเกตเห็นรูปภาพของลูกระเบิดมือที่ใช้แทนอุปกรณ์นั้น
เราต้องการรัฐบาลของประชาชน
แต่สาระสำคัญคือเอกสารหมายเลข3
ซึ่งเป็นเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียกร้องรัฐธรรมนูญจริงๆ
มิใช่เอกสารเกี่ยวกับการกระทำผิดมาตรา
116 แต่ว่าเอกสารหมายเลข 4 นี้
เป็นเอกสารที่ใคร่จะขอทำความเข้าใจกับท่านผู้สื่อข่าวมวลชนได้ทราบว่า
ข้อเท็จจริงนั้น
ทางสันติบาลขอยอมรับว่าเป็นเอกสารที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด
สิ่งสำคัญในเอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องของการชี้นำทางความคิด
ดังจะเห็นได้ว่า หนังสือ A History of
The Chinese Communist China 1921เอกสารฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า
เป็นเรื่องของการดำเนินอารต่อสู้ล้มล้างรัฐบาลจอมพลเจียงไคเช็ค
ในประเทศจีน
โดยในชั้นแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921-1925
นั้นเป็นการต่อสู้แบบสันติวิธี
ไม่มีการใช้กำลัง และหลังจากปี
ค.ศ. 1935 เรียกได้ว่าเป็นปี
เดอะลองมาร์ช
เป็นการต่อสู้โดยใช้อาวุธ
เช่นเดียวกับหนังสือเรื่อง The
Y'enan Way in Revolutionary : China
อันนี้ก็เชีนเดียวกัน
เป็นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องราว
วิธีการปฎิวัติ
และต้องการใช้มวลชน
และใช้อาวุธล้มล้างรัฐบาล
สำหรับหนังสือเรื่อง To The Finland Station เล่มนี้ภายในมีสาระสำคัญด้านหนึ่งคือ
เทคนิคในการปฎิวัติในรัสเซียตั้งแต่เลนินปฎิวัติ
จนกระทั้งถึงปัจจุบัน
อีกเล่มหนึ่งคือ Mao Tse Tung Thought
เป็นความคิดของ เมาเซตุง
ต่อการปฎิรูปสังคมต่างๆ
และวิวัฒนาการของ มากซ์ หนังสือเหล่านี้แม้จะเป็นหนังสือที่สามารถหาได้ในท้องตลาด
แต่สำคัญที่ว่าความคิดของผู้แต่งหนังสือเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้มวลชนและการใช้กำลังปฎิวัติล้มล้างรัฐบาล
อีกด้านหนึ่งที่สำคัญคือ
ความคิดของเมาเซตุง
ในเอกสารที่แบ่งออกเป็นสองตอนคือ
ตอนแรกเป็นเรื่องความคิดทางการเมือง
ตอนที่สองจะเน้นความคิดเกี่ยวกับการใช้อาวุธเข้าต่อสู้
และหลักของคอมมิวนิสต์ที่เขียนไว้ว่า
" เอ็งมา ข้ามุด เอ็งหยุด
ข้าแหย่ เอ็งแย่ ข้าตี เอ็งหนี
ข้าตาม "
อันนี้เป็นหลักการของคอมมิวนิสต์ที่เข้าต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ
ซึ่งใชักันอยู่ในปัจจุบันนี้
นอกจากเอกสารหมายเลข4
แล้วจะเห็นได้ว่าเอกสารทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการต่อสู้
เพื่อใช้มวลและกำลังอาวุธเพื่อล้มล้างรัฐบาล
และยังมีเอกสารซึ่งเป็นการติดต่อจากทางด้านของฝ่ายผู้ต้องหาที่เป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งมีสาระสำคัญ
คือวิธีการดำเนินงานที่จะให้ประชาชนเข้าร่วมด้วย
|