ทางด้านมหาวิทยาลัยรามคำแหง
นักศึกษานับพันคนได้จับกลุ่มกันอยู่ที่หน้าบริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง
มีการพูดโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรงเช่นเดิม
นายสมพงษ์ สระกวี
นายกองค์การนักศึกษารามคำแหง
ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า
จากการซาวเสียงนักศึกษารามคำแหง
ส่วนใหญ่เห็นว่าจะหยุดสอบในวันที่
13 ตุลาคม
แล้วจะไปร่วมประท้วงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งหมด
จนกว่าจะมีการปล่อยต้วผู้ต้องหาเรียกร้องรัฐธรรมนูญทั้ง
13 คน
การอภิปรายยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงบ่าย
ด้วยข้อความที่รุนแรงเช่นเดิม
ส่วนบริเวณรอบๆมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ก็เต็มไปด้วยแผ่นโปสเตอร์
และรูปภาพเสียดสีบุคคลในคณะรัฐบาล
นักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่งได้ไปขออนุญาติจากอาจารย์
ขอใช้รถของมหาวิทยาลัย
บรรทุกนักศึกษาไปเยี่ยมผู้ต้องหา
แต่ไม่ได้รับอนุญาติ จึงเช่ารถ 2
คัน
ออกเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหา
ส่วนที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร
ในตอนบ่ายวันเดียวกันนั้นเอง
นักศึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง
นอกจากเหนือจากที่ไปรวมกลุ่มกับนักศึกษาสถาบันอื่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จำนวนหลายร้อยคนได้พากันออกจากวิทยาลัยเพื่อมุ่งหน้าไปรวมกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีก
โดยแยกย้ายกันเดินเท้าบ้าง
ขึ้นรถเมล์บ้าง
แท็กซี่และรถส่วนตัวบ้าง
ทยอยกันไปเป็นกลุ่มๆ
มีการขอร้องด้วยว่าวันต่อๆไปให้นักศึกษาไปรวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยไม่ต้องมาที่วิทยาลัย
ถ้านักศึกษาคนใดมาที่วิทยาลัยจะถือว่าเป็นกบฎ
จากการตกลงของนักศึกษานี้เอง
มีรายงานข่าวว่า
อธิการบดีวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร
ได้ออกคำสั่งปิดวิทยาลัยเป็นการชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด
ทางด้านนักศึกษาเนติบัณฑิตยสภา 40
คน ได้ยื่นหนังสือสนับสนุน
ต่อศูนย์นิสิตนักศึกษา
ที่กำลังชุมนุนกันอยู่ที่ทหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยข้อความในหนังสือนั้นว่า
การที่มีนักศึกษาเรียกร้องรัฐธรรมนูญนั้นชอบแล้ว
ทางเนติบัณฑิตยสภา
พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในด้านกฎหมาย
กับนักศึกษาทุกคนที่โดนจับ
เวลา 20.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม
นักศึกษาเริ่มเคลื่อนขบวนไปที่สนามฟุตบอลในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กันมาก
ทั้งนี้เพราะมีนิสิตนักศึกษามาสมทบกันประมาณ
2 หมื่นคน
และยังมีส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ที่บริเวณลานโพธิ์
มีการเปิดวิทยุภาคข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ฟังด้วยความสนใจ
ว่ารัฐบาลจะแถลงการณ์อะไรออกมาบ้าง
และในวันเดียวกันนั้น จอมพลถนอม
กิตติขจร นายกรัฐมนตรี
ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า
ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า
มีกลุ่มนักการเมืองกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่า
กลุ่มเรียร้องรัฐธรรมนูญ
กระทำผิดกฎหมาย เป็นการเมือง 8 คน
นักศึกษา 5 คน
พวกนี้ได้ชุมนุนกันทางการเมืองเกินกว่า
5คน ในระหว่างประกาศกฎอัยการศึก
มีการแจกใบปลิวและเอกสารต่างๆ
ซึ่งผิดประกาศคณะปฎิวัติฉบับที่4
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมตัวมาดำเนินคดี
จอมพลถนอม กล่าวต่อไปอีกว่า
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ไปค้นตามบ้านผู้ต้องหา
ก็พบเอกสารเกี่ยวกับการจะล้มล้างรัฐบาล
รวมทั้งโปสเตอร์ที่ไม่ได้มุ่งหมายจะเรียกร้องรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว
ทั้งไม่ได้กระทำแบบสันติวิธีด้วย
เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อหาเพิ่มในฐานะ
กระทำผิดต่อความมั่นคงของรัฐ
และจาการค้นเอกสารต่อมา
ยังได้พบอีกว่ามีเอกสารของพรรคคอมมิวนิสต์
และแผนดำเนินการแบบคอมมิวนิสต์
จึงได้ตั้งข้อหาเพิ่มอีก
จอมพลถนอม
กล่าวถึงการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ว่า
เรื่องนี้นักศึกษาส่วนใหญ่มิได้ร่วมด้วย
แต่เป็นการดำเนินการของนักการเมือง
นักศึกษาส่วนใหญ่อยู่ระหว่างสอบ
มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ไปร่วมกับนักการเมือง
ทาวศูนย์นิสิตนักศึกษาจึงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่นักศึกษากระทำโดยตรง
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงมาตรการป้องกันไม่ให้นักศึกษาเดินขบวน
จอมพลถนอมกล่าวว่า
ได้ให้เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงกับนักศึกษาแล้ว
ในขั้นนี้ได้จับผู้ต้องหา 13 คน
แต่ถ้าการสอบสวนพาดพิงถึงใครอีกก็จะจับกุมมาสอบสวนเพิ่มอีก
และว่า
การส่งเสริมให้เกิดระบอบประชาธิปไตยนั้น
ทุกคนย่อมทำได้
รัฐบาลจะสงเสริมเฉพาะเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย
รัฐบาลขอยืนยันว่า
จะสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย
แต่ไม่ส่งเสริมคนที่กระทำผิดต่อกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี
ที่อาจารย์มหาวิมยาลัยธรรมศาสตร์
เข้าชื่อกันส่งหนังสือประท้วง
การจับกุมนักศึกษาและอาจารย์มายังรัฐบาลนั้น
จอมพลถนอมตอบว่า
ได้รับหนังสือแล้ว
แต่เห็นว่าไม่ถูกระเบียบ
จึงส่งไปยังทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ
ให้ดำเนินการส่งมาใหม่ตามลำดับชั้น
ให้ถูกต้อง
และหนังสือจะมาถึงตัวนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวยังได้ถามต่อไปอีกว่า
จะเปิดเผลเอกสารที่ยึดมาได้บ้างหรือไม่ว่าเป็นเอกสารอย่างไร
จอมพลถนอมตอบว่า
เอกสารเหล่านั้น
เป็นเอกสารทางการเมือง
จะต้องเก็บไว้เพื่อดำเนินคดี
ถ้านำออกมาเผยแพร่จะทำให้ผู้ต้องหารู้ตัว
และจะเสียรูปคดี
และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนมานานแล้ว
โดยเฉพาะสำนักงานทนายความของนายไขแสง
สุกใส
มักจะมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งไปพบปะกันเสมอๆ
สุดท้ายจอมพลถนอม
ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า
แม้จะมีการจับกุมและสั่งคุมขังตามมาตรา
17 ที่ประกาศไปแล้วก็ตาม
แต่ยังให้อำนาจอธิบดีกรสตำรวจพิจารณาปล่อยผู้ต้องหาที่เห็นว่าไม่มีความผิดได้
ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
แต่จะเป็นเมื่อใดยังบอกไม่ได้
เท่าที่ทราบ
ปรากฎว่ามีการชุมนุนกันอยู่ที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง
พวกนัศึกษาที่เลื่อนสอบก็มาชุมนุนกัน
รัฐบาลได้หาทางรอมชอมอย่างที่สุดแล้ว
จอมพลถนอมกล่าวในที่สุด
จากกรณีที่เกิดเหตุการประท้วงอย่างรุนแรงนี้
มีข่าวเปิดเผยว่า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี ทรงมีความห่วงใย
และคอยสดับรับฟังข่าวด้วยความสนพระทัยตลอดเวลา
ทั้งสองพระองค์มีพระราชประสงค์ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน
ช่วยกันแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
ให้ยุติลงโดยสันติวิธี
เพราะต่างก็เป็นคนไทยด้วยกัน
จะต้องมีความสามัคคีและเข้าใจต่อกัน
บ้านเมืองจึงจะอยู่รอดไปได้โดยปกติสุข
ในคืนวันที่ 10 ตุลาคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระบรมราชโองการสั่งให้จอมพลถนอม
กิตติขจร เข้าเฝ้าฯ
ที่ตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นการด่วน
เมื่อเวลา 19.00 น. ดังนั้น
ตามกำหนดการที่จอมพลถนอม
จะต้องไปงานเลี้ยงวันชาติจีน
ที่โรงแรมดุสิตธานี
จึงต้องงดไปกะทันหัน
พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เผยท่าทีของรัฐบาลอันมีต่อนิสิตนักศึกษาในครั้งนี้ว่า
รัฐบาลวางข้อกำหนดไว้ว่า
การชุมนุมกันภายในมหาวิทยาลัย
ถึงจะมีการกล่าวโจมตีอย่างรุนแรงอยู่บ้าง
ก็เห็นว่า
เป็นสิ่งที่นักศึกษากระทำกันขึ้นภายในมหาวิทยาลัย
ซึ่งไม่ลุกลามออกมาข้างนอก
และตราบใดที่ยังอยู่ภายในเขตรั้วมหาวิทยาลัย
รัฐบาลก็ถือว่าเป็นการกระทำภายในขอบเขต
|