หลังจากที่ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
ประกาศยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระภาพ
ของผู้ต้องหาเรียกร้องรัฐธรรมนูญทั้ง
13 คน
และเรียกร้องให้มวลชนผนึกกำลังกันไว้
เนื่องจากใกล้จะถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
ขณะเดียวกันศูนย์กลาวนิสิตนักศึกษาฯ
ก็ได็รับเงินบริจาคเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า
2 แสนบาท
ส่วนเหตุการณ์ในที่ชุมนุม
คนนับแสนคนไม่มีอะไรที่ส่อว่าจะเกิดความท้อแท้เลย
และยังคงกล่าวโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือดเหมือนเดิม
ประมาณเวลา 02.30 น. มีรถจิ๊ปของตำรวจ
สน.ชนะสงครามคันหนึ่ง
แล่นไปที่ป้อมยามท่าพระจันทร์
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันขนข้าวของ
และถอดเครื่องรับวิทยุออก
เอากลับไปสถานี
เนื่องจากเข้าใจว่าจะเกิดเหตุร้าย
โฆษกของนิสิตนักศึกษาได้ประกาศให้หน่วยรักษาความปลอดภัย
เตรียมพร้อม
และสั่งให้ปิดประตูใหญ่
หลังจากนั้นเครื่องขยายเสียงของนักศึกษาได้เงียบเสียงไปนานราว
5 นาที ทำให้นักเรียน
นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่
อยู่ในอาการงุนงง
ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเครื่องขยายเสียงใช้การได้
โฆษกได้ประกาศเตือนว่า
ให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องน้ำดื่ม
อาจจะมีมือที่สาม เอาน้ำผสมสลอด
ซึ่งเป็นยาถ่ายอย่างแรงมาให้ดื่ม
ให้ทุกคนดื่มน้ำที่ทางหน่วยจัดไว้ให้เท่านั้น
เวลาประมาณ 04.00 น.
ก็ได้มีประกาศเตือนอีกว่า
ขณะนี้ทางศูนย์ฯไดรับรายงานว่า
มีกลุ่มคนลึกลับ 5 คน เป็นชาย 3 คน
หญิง 2 คน
ออกเดินแจกท็อปฟี่และบุหรี่
ให้ทุกคนระวังอย่าหลงเชื่อรับของที่นำมาแจกจ่าย
จากนั้นก็ได้มีการกล่าวอภิปรายโจมตีรัฐบาลต่อไปอีก
จนเวลา06.00 น.
โฆษกก็ได้ประกาศให้ทุกคนร้องเพลงชาติ
แล้วก็มีการสวดมนต์
ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
และเพลง ความฝันอันสูงสุด
จบแล้วมีนิสิตนักศึกษาส่วนหนึ่งเริ่มทยอยออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เหตุการณ์ในเช้าวันที่ 13 ตุลาคม 2516
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เริ่มรุนแรงตามลำดับ
ตั้งแต่เวลา 09.00 น. นักศึกษา
นักเรียน และประชาชนนับแสนคน
หลั่งไหลเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา
เวลา 10.00 น.
ทางฝ่ายรัฐบาลเริ่มมีการเคลื่อนไหว
ที่บริเวณรอบๆ
กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์
สวนรื่นฤดี
อันเป็นสถานที่ตั้งของกองบัญชาการดังกล่าว
จอมพลประภาส
ได้มีคำสั่งให้ปิดถนนที่ผ่านกองบัญชาการทางด้านถนนราชสีมา
เหนือบริเวณสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
และด้านถนนสุโขทัยจนถึง
สี่แยกทางเข้าเขาดิน มีทหาร 2
กองร้อยพร้อมอาวุธครบมือยืนประจำอยู่ที่หัวถนน
โดยตั้งเป็น 2แถว
พร้อมนำลวดหนามวางกั้นข้างหน้าอีกชั้นหนึ่ง
โดยเฉพาะที่สวนพุดตาน
มีทหารบกอาวุธครบมือแออัด
ตั้งเต๊นท์อยู่จำนวนมาก
ขณะเดียวกันก็มีรถบรรทุกน้ำพร้อมหัวฉีด
จากกรมยุทธโยธาทหารบก จำนวน 8 คัน
เข้าประจำการเรียงรายปิดทางเข้า
อย่างเข้มแข็ง
ส่วนที่บ้านจอมพลถนอม
นายกรัฐมนตรี ทั้งที่ถนนระนอง2
และบ้านที่เกศโกมล
ไม่มีการปิดทางเข้าออก
มีแต่ตะรวจประจำอยู่ทางเข้าด้านละ
2 นายเท่านั้น
เวลา 10.30 น.
นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประมาณ 6 พันคน
ได้เดินทางยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขณะผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
มีนักศึกษานำเอาธงสีดำไปปักไว้ที่อนุสาวรีย์ฯ
จากนั้นก็ได้เดินขบวนไปเปิดการอภิปรายที่เชิงสะพานท่าช้าง
เวลา 11.00 น.
ได้มีการสั่งเตรียมพร้อมในหมู่นิสิตนักศึกษา
ที่ชุมนุมกันอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักศึกษาชั้นหัวหน้าถูกเรียกเข้าไปรับคำสั่ง
จากศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ
มีประกาศบอกให้ผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุมเตรียมพร้อมไว้
มีนักศึกษานำธงชาติหลายผืนมารวมไว้หน้าเวทีปราศรัย
โดยโฆษกบอกว่าจะรอคำตอบจากรัฐบาล
จนถึงเที่ยงวันนี้
ว่าจะทำตามคำเรียกร้องหรือไม่
"
นิสิตนักศึกษายินดีต่อสู้ทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เพราะต่อสู้มาหลายวันแล้ว
วันนี้จะพิสูจน์ว่า
รัฐบาลเป็นรัฐบาลของประชาชน
หรือของทหาร
รัฐบาลจะต้องการให้เกิดการนองเลือด
อย่างนั้นหรือ
เพียงแต่ยอมปล่อยพวกเราออกมา
แะลให้รัฐธรรมนูญแก่ประชาชนเท่านั้น
ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย"
นักศึกษาคนหนึ่งประกาศว่า
อีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง
จะถึงการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ระหว่างประชาชนกับรัฐบาล
แต่ก็เชื่อว่าเสียงของประชามติ
จะชนะรัฐบาลได้
เวลา 11.30 น.
หน่วยเสบียงออกกว้านซื้ออาหารและผงไม้มาสะสมไว้เป็นจำนวนมาก
และทยอยขนเข้าไปเก็บไว้ในมหาวิทยาลัย
มีการจัดธงชาติมาเตรียมตั้งขบวน
นักศึกษาคนหนึ่งบอกว่า
หากรัฐบาลไม่ยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง
13 คน อย่างไม่มีเงื่อนไข
นิสิตนักศึกษาจะต้องเดินขบวน
อย่าหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยหลักของขบวนจะประกอบด้วย
พระพุทธรูป
ติดตามด้วยพระบรมฉายาลักษณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี
ก่อนขบวนหลักจะมีแนวหน้า
เดินนำแบบหน่วกล้าตาย
ก่อนเวลา 12.00 น. เล็กน้อย
ไดมีประกาศจากโฆษกให้ปิดประตูเข้าออกมหาวิทยาลัยทุกประตู
เริ่มจากจัดแถวนักเรียนแต่ละโรงเรียน
สับเปลี่ยนวนเวียนกันไปมา
หลังจัดขบวนเสร็จ
ก็ประกาศเปิดประตูมหาวิทยาลัยด้านทิศเหนือและด้านสนามหลวง
ก่อนที่นักศึกษาจะเดินขบวน
มีรายงานข่าวแจ้งเข้ามาว่า พันเอกณรงค์
กิตติขจร
ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการป้องกันและปราบปรามการจลาจล
และได้เรียกทหารราบ 11
รักษาพระองค์
จากบางเขนมาประจำการที่สวนรื่นฤดี
อันเป็นที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่
พร้อมกับได้เรียกทหารช่างจากจังหวัดราชบุรีมาสร้างเครื่องกรีดขวาง
เตรียมรถฉีดน้ำราว 30 คันกว่า
และได้แบ่งกำลังเตรียมสกัดกั้นการเดินขบวนเป็นจุดๆ
ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า
หน้ากระทรวงศึกษาธิการ
กองพันทหารสารวัตร สวนมิสกวัน
นอกจากนนั้น
ยังได่วางกำลังทหารติดดาบปลายปืน
ยืนเรียงรายอยู่สองข้างถนน
สามเสน ถนนสุโขทัย และถนนราชสีมา
ทั้ง 4ด้าน
ส่วนบริเวณตามทางแยกได้ได้ตั้งเครื่องกรีดขวาง
มีทั้งลวดหนาม และงาแซง
ปิดถนนทุกสายที่จะมายังสวนรื่นฤดี
ใจขณะเดียวกัน
ก็ได้มีกำลังทหารกระจายออกลาดตระเวน
ตามตรอกซอกซอยใกล้เคียง
และรายงานทางวิทยุไปยังผู้บังคับบัญชาเป็นระยะๆ
ส่วนกำลังทหาร ตำรวจอื่นๆ
ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม ณ
ที่ตั้ง
เวลา 11.30 น. พล.ต.ท. ประจวบ
สุนทรางกูร รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายกิจการพิเศษ
ได้สั่งเตรียมพร้อมทั่วกรุงเทพฯ
ขณะที่
ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล
กำลังอยู่ที่ศูนย์ฝึกตำรวจนครบาล
บางเขน เพื่อนำตัวอาจารย์
และนักศึกษา 12 คน
ที่ได้รับการประกันตัวมาที่สันติบาล
โดยให้ พ.ต.อ. ชัยณรงค์ มาสำราญ
รองผู้บังคับการเป็นประธานในการปล่อยตัว
|