" นักปรัชญาเพียงแต่วิเคราะห์โลก
ในแง่ต่าง ๆ แต่ประเด็นหลักคือ
การเปลี่ยนแปลงโลก "

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค
แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์
บทบาทของแรงงาน
ในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน

กำเนิดครอบครัว
ทรัพย์สินส่วนตัว และรัฐ

ว่าด้วยศาสนา
ว่าด้วยการนัดหยุดงาน
สงครามและสังคมนิยม
รัฐกับการปฏิวัติ
แนวชนชั้นในการปลดแอกสตรี
ในวิกฤตเศรษฐกิจ
กรรมาชีพสู้หรือไม่

ว่าด้วยขบวนการฟาสซิสต์
ทฤษฏีปฏิวัติถาวร
ประชาธิปไตยของแรงงาน
สงครามจุดยืนและ
สงครามขับเคลื่อน

ปัญญาชน
ระบบทุนนิยม:
ถ้าไม่ปฏิวัติก็เท่ากับยอมจำนน

แนะนำทฤษฎีทุนนิยม
โดยรัฐของ โทนี่ คลิฟ

การปฏิวัติถาวร "หันเห"

ที่มา :
http://www.marxists.org

 

แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ถือได้ว่าเป็นคำประกาศนโยบายขององค์กร “สันนิบาตคอมมิวนิสต์” ที่ คาร์ล มาร์คซ์ และ เฟรเดอริค เองเกิลส์ เขียนขึ้นในปี 1848 ต้นกำเนิดของงานนี้เริ่มเมื่อ เองเกิลส์ เสนอว่าควรมีการเขียนหนังสือสั้นๆ เพื่อตอบคำถามว่า “ชาวคอมมิวนิสต์คิดอย่างไรเกี่ยวกับสภาพสังคมปัจจุบัน?” ดังนั้นหนังสือ แถลงการณ์ฯ เป็นหนังสือประกาศนโยบายของชาวมาร์คซิสต์ทั่วโลก และถึงแม้ว่าเวลาได้ผ่านไป 150 กว่าปีหลังจากที่หนังสือนี้แรกออกมา และหนังสือนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในภาษาต่างๆของมนุษย์อย่างทั่วถึงมากกว่าหนังสืออื่นใดในโลก แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังสอดคล้องกับจุดยืนชาวมาร์คซิสต์ในศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ตามเมื่อ "ชมรมหนังสือประชาธิปไตยแรงงาน" พิมพ์ แถลงการณ์ฯ ออกมาในปี ๒๕๔๑ และขายให้กรรมาชีพและคนทั่วไปอ่านในประเทศไทย ก็ได้มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าภาษาของหนังสือเล่มนี้แสนจะโบราณเข้าใจยาก! ดังนั้นในการตีพิมพ์ครั้งนี้ทีมงาน กปร. ได้พยายามปรับภาษาและเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้นสำหรับคนยุคปัจจุบัน และมีการตัดส่วนที่ 3 "เอกสารสังคมนิยมและเอกสารคอมมิวนิสต์" ออกไป เนื่องจากเป็นการงานที่ มาร์คซ์ กับ เองเกิลส์ เขียนเพื่อวิจารณ์แนวคิดสังคมนิยมอื่นๆ ที่ดำรงอยู่ในยุคนั้นและไม่ค่อยสอดคล้องกับแนวซ้ายหลักๆ ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน แต่ในการตีพิมพ์ แถลงการณ์ฯ ฉบับนี้ เราจำเป็นต้องฝากคำเตือนให้ท่านผู้อ่านว่า การปรับภาษาและเนื้อหาให้เข้าใจง่ายขึ้นย่อมทำให้รสชาติของหนังสือเดิมหายไปบ้างและบางครั้งอาจมีการตีความตามแนวคิดของเราเองด้วย ดังนั้นเราแนะนำให้ท่านที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มากยิ่งขึ้น จงกลับไปอ่านฉบับต่างๆ ที่เคยถูกแปลเป็นไทยในยุคหลัง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และฉบับภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมัน ถ้าเป็นไปได้ เพื่อให้ท่านได้เปรียบเทียบฉบับเดิมๆ กับฉบับนี้ แล้วท่านจะได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องของภาษาแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องอธิบายอย่างชัดเจน เพราะเป็นคำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอ นั้นคือเรื่องของคำนิยาม “ชนชั้นกรรมาชีพ” ในมุมมองมาร์คซิสต์ ชนชั้นกรรมาชีพคือ ผู้ที่ไร้ปัจจัยการผลิต คือ “ลูกจ้าง” คือกรรมกรโรงงาน พนักงานปกคอขาวที่ทำงานในออฟฟิศ ครูบาอาจารย์ พยาบาล หรือลูกจ้างในห้างร้าน ฯลฯ และเมื่อท่านได้อ่านหนังสือ แถลงการณ์ฯ เล่มนี้จะเห็นการนิยามชนชั้นกรรมาชีพแบบนี้ในหลายจุดโดย มาร์คซ์ และเองเกิลส์

ชนชั้นกรรมาชีพคือหัวใจของสังคมนิยมมาร์คซิสต์ คาร์ล มาร์คซ์ และนักมาร์คซิสต์อื่นๆ ไม่ได้นั่งวิเคราะห์โลกเพื่อความสนุกสนานทางวิชาการ เราวิเคราะห์โลกเพื่อเปลี่ยนให้มันดีขึ้น และที่สำคัญเราวิเคราะห์โลกจากมุมมองผลประโยชน์ของชนชั้นกรรมาชีพ ผู้เป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมในศตวรรษใหม่นี้ ในที่สุดเราหวังว่าการวิเคราะห์ของชาวมาร์คซิสต์จะนำไปสู่การต่อสู้เพื่อสร้างระบบการเมืองและเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม โดยที่ชนชั้นกรรมาชีพต้องเป็นผู้ที่มีส่วนในการปลดแอกตนเอง สังคมนิยมสร้างไม่ได้ถ้าสร้างโดยคนส่วนน้อย ดังนั้นเพื่อแสดงจุดยืนตรงนี้ที่ชัดเจนของชาวมาร์คซิสต์ เราได้ตีพิมพ์คำนำที่เองเกิลส์เขียนไว้ในฉบับภาษาอังกฤษปี 1888 มาประกอบในที่นี้ด้วย

หนังสือ แถลงการณ์ฯ เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความคัดแย้งทางชนชั้นที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมมนุษย์จนถึงการก่อตัวของทุนนิยม ต่อจากนั้นมีการชมระบบทุนนิยมว่ามีพลังมหาศาลและก่อให้เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงของวิธีเลี้ยงชีพและโครงสร้างสังคมมนุษย์อย่างที่คนรุ่นก่อนคงนึกไม่ถึง แต่หลังจากนั้นมีการกล่าวถึงข้อเสียของทุนนิยมที่ทำลายความอบอุ่นของชีวิต และทั้งๆ ที่ทุนนิยมมีพลังการผลิตมหาศาลก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้ เนื่องจากกลไกตลาดและวิกฤตเศรษฐกิจการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ภาพปัญหาของทุนนิยมไม่ควรทำให้เราหดหู่ เพราะทุนนิยมได้สร้าง "ผู้ขุดหลุมฝังศพ" ของทุนนิยมเอง ขึ้นมาท่ามกลางระบบ นั้นคือชนชั้นกรรมาชีพ สมัยใหม่ อย่างไรก็ตามชนชั้นกรรมาชีพจะไม่สามารถต่อสู้เพื่อชัยชนะของสังคมนิยมได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นส่วนท้ายของ แถลงการณ์ฯ จะเน้นจุดยืนที่ชาวสังคมนิยม (หรือชาวคอมมิวนิสต์) ควรนำมาใช้ในการต่อสู้ และความสำคัญของการสร้างพรรคของกรรมาชีพเพื่อบรรลุผลสำเร็จ

ในรอบ 70 กว่าปีที่ผ่านมา หลังความล้มเหลวของการปฏิวัติรัสเซีย 1917 ลัทธิมาร์คซ์ได้ผ่านยุคแห่งการบิดเบือนมหาศาลภายใต้แนวคิดของสำนัก สตาลิน-เหมา (ซึ่งรวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยด้วย) หลังจากที่แนวนี้และระบบ เผด็จการที่เป็น “ทุนนิยมโดยรัฐ” ได้ล่มสลายลงในรัสเซียและยุโรปตะวันออกในปี 1989 (ดูหนังสือ “อะไรนะลัทธิมาร์คซ์” เล่ม 1 บทที่ 4) ศตวรรษใหม่นี้จะเป็นศตวรรษแห่งการรื้อฟื้นแนวคิดมาร์คซิสต์เพื่อก้าวต่อไปสู่โลกใหม่ที่ปลดแอกมนุษย์ นั่นคือ โลกแห่งสังคมนิยม... .

 

ในทุนนิยม ผลงานที่มนุษย์สร้างไว้ในอดีตกลับมาเป็นเจ้านายเหนือเรา
- อดีตครอบงำปัจจุบัน

แต่ในสังคมนิยม มนุษย์จะเป็นเจ้านายของผลงานที่เราสร้างไว้ในอดีต
- ปัจจุบันจะครอบงำอดีต

(มาร์คซ์ กับ เองเกิลส์ ใน แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ )
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์