" นักปรัชญาเพียงแต่วิเคราะห์โลก
ในแง่ต่าง ๆ แต่ประเด็นหลักคือ
การเปลี่ยนแปลงโลก "

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค
แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์
บทบาทของแรงงาน
ในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน

กำเนิดครอบครัว
ทรัพย์สินส่วนตัว และรัฐ

ว่าด้วยศาสนา
ว่าด้วยการนัดหยุดงาน
สงครามและสังคมนิยม
รัฐกับการปฏิวัติ
แนวชนชั้นในการปลดแอกสตรี
ในวิกฤตเศรษฐกิจ
กรรมาชีพสู้หรือไม่

ว่าด้วยขบวนการฟาสซิสต์
ทฤษฏีปฏิวัติถาวร
ประชาธิปไตยของแรงงาน
สงครามจุดยืนและ
สงครามขับเคลื่อน
ปัญญาชน
ระบบทุนนิยม:
ถ้าไม่ปฏิวัติก็เท่ากับยอมจำนน

แนะนำทฤษฎีทุนนิยม
โดยรัฐของ โทนี่ คลิฟ

การปฏิวัติถาวร "หันเห"

ที่มา :
http://www.marxists.org

 

สงครามทางจุดยืน” และ “สงครามขับเคลื่อน
โดย อันโตนิโอ กรัมชี่
แปลโดย ใจ อึ๊งภากรณ์

เราสามารถเปรียบเทียบ “สงครามทางจุดยืน” และ “สงครามขับเคลื่อน” แบบรัฐศาสตร์และแบบทางทหารได้อย่างไร? ใน“สงครามขับเคลื่อน”ของรัฐศาสตร์ เงื่อนไขทางเศรษฐกิจเช่นวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอาจเปรียบเสมือนปืนใหญ่ในสนามรบที่เปิดช่องทางให้กองทัพรุกเข้าไปสู่ดินแดนของฝ่ายตรงข้าม แต่เงื่อนไขทางเศรษฐกิจอาจมีผลมากกว่าปืนใหญ่ในสนามรบเพราะ ๑) ก่อให้เกิดความสับสนในฝ่ายศัตรู(นายทุน)จนไม่มีกำลังใจในความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง และไม่มีกำลังใจในอนาคตของตนเองด้วย ๒) มีส่วนในการปลุกระดมและจัดตั้งผู้ปฏิบัติการของฝ่ายกรรมาชีพที่เคยกระจัดกระจาย และ(๓) มีผลในการรวมศูนย์ความคิดของฝ่ายกรรมาชีพในแง่ของภาระกิจเฉพาะหน้า ....

ในสนามรบ นายพลต่างๆ มีความเห็นว่าในกรณีการทำสงครามในประเทศพัฒนาแล้ว การสร้างโอกาสเพื่อเอาเปรียบศัตรูสำคัญพอๆ กับยุทธศาสตร์ในการรุกสู้ .... ในทำนองเดียวกันในวิชารัฐศาสตร์เราควรเข้าใจว่าในกรณีรัฐพัฒนา ที่มีโครงสร้าง “ประชาสังคม” ที่สลับสับซ้อน ประชาสังคมนี้สามารถปกป้องอำนาจรัฐจากการถล่มทางเศรษฐกิจที่อาจมาจากวิกฤตได้ โครงสร้างต่างๆ ของประชาสังคมเปรียบเสมือนสนามเพลาะที่ใช้ปกป้องพื้นที่บนสมรภูมิในการทำสงคราม ในการทำสงครามบางครั้งการถล่มจากปืนใหญ่ทำให้เราหลงคิดว่ากองกำลังของฝ่ายตรงข้ามถูกทำลาย แต่พอฝ่ายเรารุกสู้เข้าไปในดินแดนของศัตรูจะพบว่ายังมีความสามารถในการปกป้องตนเองอยู่ ในด้านการเมืองของประเทศที่เจริญก็เหมือนกัน เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจผลของปัญหาเศรษฐกิจดังกล่าวในประเทศพัฒนาไม่เพียงพอที่จะทำลายขวัญและกำลังของผู้ที่ปกป้องรักษาระบบและไม่สามารถที่จะให้เปรียบหรือโอกาสกับฝ่ายรุกสู้ได้ .... ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องศึกษาส่วนต่างๆ ของ “ประชาสังคม” ที่มีหน้าที่ปกป้องระบบจาก “สงครามขับเคลื่อน”ดังกล่าว .....

“สงครามขับเคลื่อน” หรือสงครามรุกสู้กระทำได้ต่อเมื่อมวลชนพร้อมที่จะเสียสละอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดว่าจะได้รับชัยชนะหรือไม่คือการครองใจทางความคิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...

จากบทความที่คัดเลือกจาก “สมุดบันทึกจากคุก”
Forgacs (1999) หน้า 225-230