|
|
| หน้าบ้านจอมยุทธ >> ห้องสมุด >>ประวัติศาสตร์สากล-บุคคลสำคัญ >>โสคราตีส |
โสคราตีส
โสคราตีสไม่ได้ส่งมอบปัญญา
หากแต่ทำให้คนอื่นค้นหาในสิ่งที่คิดว่าเขารู้
|
|
โสคราตีสเป็นชายหนุ่ม ชีวิตวัยหนุ่มของโสคราตีส เราไม่รู้จัก เอกสารชิ้นแรกสุดที่ พูดถึงเขาคือ (บทละครเรื่อง) หมู่เมฆ ของอริสโตฟาเน็ส โสคราเต็สตายในปี 399 ด้วยการดื่มยาพิษ พ่อของโสคราตีสเป็นช่างเรียงหิน แม่เป็นหมอตำแย แต่ถึงแม้จะมีชาติกำเนิดไม่เด่นเป็นพิเศษอันใดเขาก็ ได้เป็นพลเมืองเอเธนส์ด้วยการใช้ชีวิตตระหนี่ถี่ถ้วนเขาจึงเป็นอิสระในด้านวัตถุปัจจัย ต้องขอบคุณมรดกก้อนน้อยๆ กับเงินอุดหนุนของรัฐที่จ่ายให้กับชาวเอเธนส์ทุกคน (ค่าธรรมเนียมโรงมหรสพและอะไรทำนองนี้) ในหน้าที่พลเมืองที่ต้องรับใช้รัฐด้านการทหาร โสคราตีสเป็นทหารเดินเท้าในสงครามเปโลปอนเนเซีย เข้าประจัญบานที่สมรภูมิเดลิอ็อนและแอ็มฟิโปลิส ส่วนภาระหน้าที่ด้านการเมืองอันเป็นเชิงบังคับนั้น เขารับใช้เอเธนส์ในฐานะประธานสภาเมื่อปี 406 และได้แสวงหาความยุติธรรมให้กับบรรดานายพลผู้บัญชาการกองทหารเอเธนส์ในสมรภูมิอาร์กีนูซาเอ ที่ถูกฝูงชนบ้าคลั่งเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต แต่ทว่าเขาไม่เคยมีความใฝ่ฝันในตำแหน่งสำคัญอันใด ไม่ว่าในรัฐหรือในกองทัพ ซันธิปเปเมียของเขาไม่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของเขา ชีวิตของนักปรัชญา น่าสนใจทีเดียว เรารู้ว่าโสคราตีสมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เขาเป็นปราชญ์คนแรกที่ยืนอยู่ ต่อหน้าเราด้วยตนเอง เขาเป็นชายอัปลักษณ์ ตาโปน จมูกงุ้ม ริมฝีปากหนา พุงโร และร่างม่อต้อของเขาชวนให้นึกไปถึง (เจ้าป่า) ซีเลนุส (ผู้อบรมเยงดูเทพดีโอนีซุส) หรือ (เจ้าป่า) ซาตีรุส (บริวารเทพดีโอนีซุส) เขาถูกสร้างมาให้มีสังขารเข้มแข็งอดทน ชินชากับความยากเข็ญและเย็นชา |
โสคราตีสในภาพลักษณ์ของเรานั้นเป็นชายวัยกลางคน ชีวิตวัยหนุ่มของเขาเราไม่รู้จัก เขาเติบโตมาในเอเธนส์อันเกรียงไกร รุ่งเรือง สุกใสจากผลพวงของสงครามเปอร์เซียหลายครั้งหลายหน เขาอายุเกือบสี่สิบแล้วเมื่อตอน ที่สงครามหายนะเปโลปอนเนเซียอุบัติขึ้น ช่วงนั้นโดยแท้ที่เขากลายมาเป็นที่สนใจของสาธารณชน เอกสารชิ้นแรกสุดที่พูดถึงเขาคือ (บทละครเรื่อง) หมู่เมฆ ของอริสโตฟาเน็ส ซึ่งเขียนล้อเลียนเขา เขาประสบกับความเสื่อมและความล่มจมของเอเธนส์ เมื่ออายุเจ็ดสิบเขาถูกกล่าวหาว่าขาดความเคารพ (เทพเจ้า) จึงถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินประหารชีวิต เขาตายในปี 399 ด้วยการดื่มยาพิษ เขายังไม่รู้ว่าสัจจะเป็นอะไรบางอย่างที่แน่นอนและแตกต่าง แต่ทว่าเขาพร้อมอยู่ด้วยการตระหนักต่อเสียงเพรียกในตัวเขาและภารกิจอันประเสริฐ พัฒนาการทางสติปัญญาของเขาอนุมานได้อย่างเดียว เขารู้จักปรัชญาธรรมชาติของอานักซา-โกรัสและอาร์เฆลาอุส เขาประสบกับยุคของพวกโซฟิสต์และได้เป็นนายเหนือวิธีการของคนพวกนี้ ปรัชญาทั้งหลายเหล่านี้หาได้ยังความพอใจให้กับเขา ปรัชญาธรรมชาติช่วยอะไรวิญญาณมนุษย์ไม่ได้ แน่ละ พวกโซฟิสต์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งในการก่อความสงสัยขึ้น แต่ทว่าในการกระทำเช่นนั้น พวกเขา ก็ได้ทำผิดไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง สร้างความรู้ใหม่ขึ้นมาตามที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไป หรือปฏิเสธความมีเหตุผลของจารีตประเพณีทั้งหมด ท่ามกลางกระแสความคิดตัดกันเหล่านี้ โสคราตีสก็มิได้มีลัทธิคำสอนใหม่ อีกทั้งเขาก็มิได้อ้างสิทธิเหนือกรรมวิธีที่พอเพียงอยู่ในตัวของมันเองแต่อย่างใด คงต้องมีอยู่วันหนึ่งโสคราตีสได้ก้าวมาถึงหัวเลี้ยว เมื่อตอนที่เขาเล็งเห็นว่าปรัชญาธรรมชาติ มิได้แบกรับปัญหาอันหนักอกของผู้คนนั้น เมื่อตอนที่เขาสำนึกรู้แนวโน้มความเสื่อมศีลธรรมของลัทธิ โซฟิสต์นั้น เขายังไม่รู้ว่าสัจจะเป็นอะไรบางอย่างที่แน่นอนและแตกต่าง แต่ทว่าเขาพร้อมอยู่ด้วยการตระหนักต่อเสียงเพรียกในตัวเขาและภารกิจอันประเสริฐ เขาเหมือนพวกศาสดาพยากรณ์ตรงที่แน่ใจในเสียงเพรียกนั้นไม่เหมือนตรงที่เขาไม่มีอะไรจะป่าวประกาศ ไม่ใช่พระเจ้าที่เลือกเขามาแจ้งแก่มนุษย์ถึง สิ่งที่พระองค์มีบัญชา ภารกิจของเขาคือการแสวงหาความเข้าใจในตัวเอง การซักถามไม่ลดละ ย่อมไขที่ลับให้โล่งไปหมด ไม่เรียกร้องให้ศรัทธาต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือต่อตัวเขาแต่เรียกร้องให้คิด ให้ถาม ให้ทดสอบ ดังนั้นจึงแนะทางให้คนไปหาตัวตนของตัวเอง แต่โดยเหตุที่ตัวตน ของคนพำนักอยู่จำเพาะในความรู้เรื่องความจริงและความดี ผู้ถือเอาการคิดอย่างจริงจังดังกล่าวแล้วเท่านั้น ผู้ตกลงใจเอาสัจจะเป็นมัคคุเทศก์แล้วเท่านั้น จึงจะเป็นตัวของเขาเองได้อย่างแท้จริง โสคราตีทำให้คนหนุ่มสับสน บังคับให้ต้องคิด ต้องพินิจพิเคราะห์สอบถามอยู่ครั้งแล้ว ครั้งเล่าและต้องตอบโดยไม่บ่ายเบี่ยง การสนทนาแบบโสคราตีสคือความเป็นจริงพื้นฐานของชีวิตนี้ เขาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับ พวกช่างฝีมือรัฐบุรุษ ศิลปิน พวกโซฟิสต์ หญิงโสเภณี เขาก็เหมือนชาวเอเธนส์จำนวนมาก ใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน ตามย่านร้านตลาด ยิมเนเซีย หรือที่งานเลี้ยงสังสรรค์ มันเป็นชีวิตของการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนทุกคน การพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเป็นรูปแบบชีวิตเสรีของชาวเอเธนส์ แต่มาตอนนี้มันเป็นเครื่องมือการคิดปรัชญาของโสคราเต็ส มันกลายมาเป็นอะไรสักอย่างที่ต่างไป เป็น การพูดคุย แลกเปลี่ยนที่ปลุกเร้า ยั่วแหย่ ก่อให้เกิดความจับใจเหลือที่วิญญาณชั้นในสุดของคนจะขัดขืนได้ การพูดคุย การสนทนา มีความจำเป็นต่อค้นหาความจริง ด้วยว่าธรรมชาติของความจริงจะเปิดเผยต่อ คนคนหนึ่งก็จำเพาะในการสนทนากับคนอีกคนหนึ่งเท่านั้น เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจอย่างเเท้จริง โสคราตีสจึงขาดคนอื่นไม่ได้ และเขาก็เชื่อว่าคนพวกนั้นขาดเขาไม่ได้ด้วย ที่สำคัญคือพวกคนหนุ่มเหล่านั้น โสคราตีสต้องการให้การศึกษา การศึกษาที่เขาหมายถึงนั้น ไม่ใช่ปฏิบัติการที่ไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน ที่ผู้รู้ปฏิบัติต่อผู้ไม่รู้ แต่เป็นสภาวะธรรมชาติที่คนสื่อสารซึ่งกันและกัน ที่คนเข้าใจได้ ในสภาวะนั้นความจริงจะเปิดเผยกับพวกเขา คนหนุ่มช่วยเขาเมื่อเขาต้องการช่วยคนหนุ่ม เขาสอนคนหนุ่มค้นหาความยุ่งยาก ในสิ่งที่ดูเหมือนปรากฏแน่ชัดอยู่แล้ว เขาทำให้คนหนุ่มสับสน บังคับให้ต้องคิด ต้องพินิจพิเคราะห์ สอบถามอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า และต้องตอบโดยไม่บ่ายเบี่ยง พวกคนหนุ่มทนสิ่งนี้ได้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าความจริงคือสิ่งที่ประสานคนเข้าด้วยกัน จากความเป็นจริงอันเป็นรากเหง่าเดิมนี้ ภายหลังความตายของโสคราตีส จึงได้เกิดมีการพัฒนากวีนิพนธ์ร้อยแก้วแห่งบทสนทนาขึ้น โดยเพลโต โสคราตีสไม่ได้โจมตีลัทธิโซฟิสต์เสียทั้งหมด เหมือนเพลโต เขาไม่ก่อตั้งพรรค ไม่โฆษณาชวนเชื่อ ไม่แก้ตัว ไม่ก่อตั้ง สำนักหรือสถาบัน โสคราตีสไม่ได้พัฒนาโครงงานการปฏิรูปรัฐขึ้นมา ไม่ได้พัฒนาระบบความรู้ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นกับสาธารณชนหรือกับสมัชชาประชาชนเป็นการเฉพาะ ฉันพูดกับปัจเจกชนเสมอ เขากล่าวไว้ใน อาโพโลเกีย พร้อมอธิบายอย่างเย้ยหยันว่า เพราะไม่มีใครกล้าพูดกับฝูงชนอย่างตรงไปตรงมา จึงรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ดังนั้นเจ้าแห่งความยุติธรรมผู้รักตัวกลัวตาย สมัครใจพูดกับปัจเจกชนดีกว่า ข้อโต้แย้งนี้สามารถพิจารณาได้ในแง่ความลึกล้ำ ความไม่จริงของกิจการงานรัฐ โดยไม่คำนึงว่ารูปแบบรัฐบาลจะเป็นอะไร ประชาธิปไตยหรืออภิชนาธิปไตยหรือทรราชย์ ไม่อาจเยียวยาได้ด้วยการทำงานใหญ่ทางการเมือง การปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นจะเป็นไปไม่ได้เลย เว้นแต่ ปัจเจกชนจะได้รับการศึกษาด้วยการให้การศึกษาตนเองเสียก่อน เว้นแต่ภาวะที่ซ่อนเร้นของเขาจะถูก ปลุกตื่นสู่ความเป็นจริง ด้วยการหยั่งรู้ที่เป็นความเข้าใจภายใน กอรปด้วยความรู้ที่เป็นคุณธรรมในขณะเดียวกัน ผู้ใดเป็นคนจริง ผู้นั้นเป็นพลเมืองแท้ นอกเหนือไปจากความสำเร็จและความเป็นประโยชน์ของโสคราตีสในรัฐแล้ว ปัจเจกชนมีความสำคัญยิ่ง ความเป็นเอกภาพอันเนื่องมาจากการเป็นนายตัวเอง เสรีภาพที่มีฐานรากจากความรู้เเท้จริง จะทำให้คนคนหนึ่งจะสามารถเผชิญหน้ากับความตายได้ โสคราตีสไม่ได้ส่งมอบปัญญา หากแต่ทำให้คนอื่นค้นหาในสิ่งที่คิดว่าเขารู้ โสคราตีสทำให้เขาสำนึกรู้ความไม่รู้ของตัวของเขาเอง ถ้าปรัชญาเป็น ลัทธิคำสอน โสคราตีสไม่ใช่นักปรัชญา ถ้าประวัติศาสตร์ของปรัชญากรีกถูกถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่มีสถานะในทางทฤษฎี ไม่มีที่สำหรับโสคราตีสในนั้น นัยสำคัญของวิธีการเข้าสู่ปัญหาของโสคราตีสอยู่ตรงที่เราต้องรู้จักความไม่รู้ของเราแล้วลงเรือล่องความคิด โสคราตีสรู้เส้นพรมแดนที่การสนทนายุติ การซักไซ้ไล่เรียงที่สัจจธรรมหยั่งรากลึก สิ่งนี้ คือที่สัจธรรมตั้งมั่นและเจิดจ้าอยู่ |
|
แปลจาก Socrates ของ คารล์ ยัสเปิร์ส (Carl Jasper) แปลโดย โกมุที ปวัตนา |
|
|