บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ความฝัน

ความฝันต้องค้นหาความจริงจากพระอภิธรรม

บรรดาคัมภีร์ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา อันเรียกชื่อกันว่าพระไตรปิฎกบ้าง อรรถกถาบ้าง ฎีกาบ้าง และปกรณ์ต่างๆ บ้าง ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่รวบรวมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลายเอาไว้มากมาย คัมภีร์ดังกล่าวนี้ ล้วนแต่ส่งเสริมให้บุคคลมีความประพฤติดีและปฏิบัติชอบ ทั้งยังนำทางให้ผู้ศึกษาเข้าใจเรื่องของชีวิตอย่างลึกซึ้ง และยังชี้หาทางให้เดินไปสู่สันติสุข คือ ความสุขอันเยี่ยมยอด ซึ่งได้แก่พระนิพพานด้วย (ดับกิเลสได้สิ้นเชิง)

การศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์ต่างๆ นั้น นอกจากจะได้เรื่องราวที่สำคัญ ที่มีคุณค่ามีสาระประโยชน์แก่ชีวิตซึ่งควรจะได้ศึกษาเป็นอย่างยิ่งแล้ว ยังได้เรื่องราวต่างๆ อันเป็นผลพลอยได้อีกเป็นอันมาก และ “ความฝัน” นั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นผลพลอยได้เพื่อประดับสติปัญญา สำหรับผู้ที่ต้องการหาเหตุผลข้อเท็จจริงอันติดข้องกันมาแต่โบราณกาล มาจนถึงสมัยปรมาณู สมัยจรวดและดาวเทียมนี้

พระอภิธรรม เป็นปิฎกหนึ่งในสาม เป็นปิฎกที่ลึกซึ้ง สุขุมคัมภีรภาพยิ่งนัก เต็มไปด้วยตัวเลข และองค์ธรรมสำหรับตัดสินเมื่อมีความเห็นที่ลงกันไม่ได้ เป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตที่ลึกซึ้งอย่างที่สุดยิ่งกว่าวิทยาการใด ทั้งสลับซับซ้อนอย่างเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้เอง พระอภิธรรมจึงมิได้แพร่หลายกระจายออกไปในหมู่คนไทยได้กว้างขวางตามที่ควร ให้สมกับที่ใครๆ พากันขนานนามว่าเป็น ชาวพุทธ

เรื่องของความฝันนั้นเป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ผู้ที่มิได้อาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิได้อาศัยพระอภิธรรมแล้วก็จะเข้าไปถึงข้อเท็จจริงที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิดนั้นไม่ได้ แม้เวลาจะเนิ่นนานไปสักเพียงใดก็ตาม แม้เพียงว่าความฝันคืออะไร ความฝันเกิดขึ้นได้อย่างไร ความฝันบอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นให้ทราบล่วงหน้าได้ หรือเป็นลางบอกถึงเหตุร้ายกาจที่จะเกิดมีขึ้นมา ก็หาผู้อธิบายไม่ได้เลย

ในคัมภีร์มโนรถปูรณี อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ภาค 3 หน้า 86 และคัมภีร์สัทธัมมัปปัชโชติกา อรรถกถา ขุททกนิกาย ภาค 3 หน้า 133 ได้แสดงเอาไว้ว่า ความฝันเกิดด้วยเหตุ 4 ประการ เช่น ฝันเพราะธาตุพิการ หรือเทวดาสังหรณ์เป็นต้น และบรรยายถึงลักษณะของความฝันว่า มี 3 ประการ คือ ความฝันที่เป็นบาป ความฝันที่เป็นบุญ และความฝันที่ไม่เป็นบาปไม่เป็นบุญเหล่านี้

ถ้ามิได้ศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจ ไม่ได้ศึกษาเรื่องของจิต ศึกษาเรื่องวิถีจิต ภวังคจิต จุติจิต ปฏิสนธิจิต ตลอดจนการเกิดในภพภูมิต่างๆ พร้อมทั้งอำนาจจิตของสัตว์ทั้งหลาย มีมนุษย์และผีสางเทวดา เป็นต้นแล้ว ความไม่เข้าใจดังกล่าวก็จะไม่ถึงความลึกซึ้งของความฝันได้เลยเป็นอันขาด

อย่างไรก็ดี เรื่องของความฝันนั้น เป็นการแสนยากยิ่งที่จะตีปัญหา และค้นคว้าเพื่อให้เข้าถึงเหตุผล เพราะบางทีฝันไปอย่างหนึ่ง ผลที่เกิดขึ้นจากความฝันเป็นไปอีกอย่างหนึ่ง เช่นในเรื่องเวสสันดรชาดก กัณฑ์กุมาร ที่บรรดาชาวพุทธทั้งหลายได้ฟังกันอยู่ทั่วไป ท่านพรรณนาว่า

พระนางมัทรี ทรงสุบินนิมิตผิดประหลาดว่า ยังมีบุรุษผู้หนึ่งนั้น เติบโตล่ำสันเห็นพิลึก ผิวกายดำเป็นหมอกหมึกมืดดังมหาเมฆ ดูนิโกกเกกเก่งฉกาจ นุ่งผ้าย้อมฝาดคาดสองหูดูสง่า มีหัตถ์เบื้องขวาถือดาบคมเขียวเป็นมันปลาบละเลื่อมแสงแกว่งกวัดฉวัดเฉวียนวิ่งวู่จู่เข้ามาถึง ถีบทวารตึงทำลายลู่ กระทืบเท้าตะคอกขู่คำรามสำราก ฉวยชฎานางกระชากฉุดให้หลุดพลัด รวบพระกรกระหวัดทั้งซ้ายขวาให้พระนางเธออุตตานภาพ (บรรทมหงาย) ฟาดด้วยดาบเหวี่ยงลงตรงพระพาหา ทั้งสองซ้ายขวาขาดเป็นสิน พระกรกระเด็นดิ้นอยู่แดดาน แล้วมิหนำซ้ำแขวะคว้านควักพระนัยเนตรทั้งสองปลิ้นให้วิ่นหวะ เอาดาบฉะเชือดพระทรวงล้วงชำแหละ แหวะหาพระหทัยพระนางนั้น

ความจริงพระนางมัทรีมิได้เป็นไปจริงๆ ตามความฝัน มิได้มีใครมาถีบประตูกระทืบเท้าแล้วขู่เข็ญ มิได้ถูกตัดแขนซ้ายขวาแล้วผ่าเอาดวงใจไป หากแต่พระนางต้องสูญเสียสองกุมาร คือกัณหาและชาลี ซึ่งเป็นเหมือนดวงหทัยและแขนซ้ายขวา เพราะชูชกมาทูลขอต่อพระเวสสันดรบรมโพธิสัตว์

ในเรื่องของความฝันนั้น ถ้าจะให้มีความเข้าใจจริงๆ แล้ว ก็จำเป็นจะต้องศึกษาเรื่องวิถีจิต นั่นก็คือการแสดงการทำงานของจิตเมื่อรับอารมณ์ต่างๆ ทางทวารทั้ง 6 ทวาร

เรื่องวิถีจิตก็ได้แก่การทำงานของจิตในขณะที่กำลังฝันซึ่งเกิดขึ้นทางมโนทวาร ว่าในขณะนั้นจิตใจทำการงานกันอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

การศึกษาเรื่องการทำงานของจิตที่เรียกว่าวิถีนั้น นอกจากจะเป็นการทำงานของจิตในขณะที่กำลังฝันแล้ว ผู้ศึกษาก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจในการงานของจิตอย่างอื่นอีก เช่น ในขณะที่กำลังเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสทางกาย และรู้สึกนึกคิด ว่าในขณะนั้นจิตทำงานกันอย่างไร ฌานวิถี คือการงานของจิตในขณะทำสมาธิจนถึงได้ฌานในขั้นต่างๆ โลกุตตรวิถี การงานของจิตในขณะที่จิตมีพระนิพพานเป็นอารมณ์

และวิถีการตายการเกิดในชาตินี้ ชาติใหม่ เป็นการศึกษาเรื่องความตายความเกิดว่ามีการงานโดยพิสดารอย่างไร การงานที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำฌานสมาบัติ ผลสมาบัติ นิโรธสมาบัติ และอภิญญาวิถี คือ การใช้อำนาจจิตทำอิทธิฤทธิ์ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น

การศึกษาเรื่องวิถีจิตนั้น ถ้าผู้ศึกษามีความเข้าใจดีแล้ว การศึกษาเรื่องของชีวิตที่ลึกซึ้งอีกเป็นอันมากจากพระอภิธรรมก็จะเข้าใจดียิ่งขึ้นด้วย เช่นจะทราบว่ากรรมทั้งดีและชั่วที่ได้กระทำแล้วเหตุใดจึงได้รับผลในชาตินี้มากนักไม่ได้ แล้วบางทีทำบาปทำบุญไปมากแล้วไม่ได้รับผลในชาตินี้เลยก็มี นั่นเป็นเพราะเหตุใด แม้จะได้รับผลในชาติหน้า และชาติต่อๆ นั้นเป็นไปได้อย่างไร ก็เข้าใจ หรือในขณะที่กำลังตาย กำลังเกิด กำลังนอนหลับ ตลอดจนกำลังฝัน จิตใจทำงานโดยพิสดารอะไรบ้าง

แต่อย่างไรก็ดี เรื่องของวิถีจิตนั้นเป็นเรื่องที่ออกจะซับซ้อนอยู่ไม่น้อย ผู้ศึกษาที่มิได้มีความตั้งใจจริงๆ แล้ว ก็ยากที่จะเข้าใจดีได้ และเวลาที่จะต้องใช้ในการศึกษาก็ไม่ใช่ว่าจะนิดหน่อย ในเรื่องของวิถีต่างๆ นั้นเริ่มศึกษาอย่างจริงจังก็อยู่ในอภิธรรมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ 4 ผมบรรยายอยู่ในโรงเรียนเฉพาะปริจเฉทที่ 4 ปริจเฉทเดียวเท่านั้น บรรยายสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเศษ ทั้งนี้เป็นการศึกษาเพื่อให้เป็นพื้นฐานรองรับเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ดี การแสดงเรื่องของความฝันในครั้งนี้ ผมก็ได้นำเอาวิถีจิตเข้ามาแสดงบ้างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เป็นบันไดเบื้องต้น ที่จะศึกษาเรื่องของความฝันให้เข้าใจได้พอสมควร หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะตรวจสอบดูซ้ำๆ อีก เฉพาะเรื่องวิถีจิตที่ได้แสดงมาแต่ตอนต้นที่ได้ผ่านมาแล้วนั้น คงจะเป็นฐานเพื่อรองรับได้บ้าง

แต่ถ้าท่านผู้ใดต้องการความรู้แตกฉานลึกซึ้งแล้วก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาพระอภิธรรมที่โรงเรียน ท่านที่ไปเรียนไม่ได้ก็จะต้องอ่านหนังสืออีกหลายเล่มของอภิธรรมมูลนิธิ เช่น ความมหัศจรรย์ของจิต แสงสว่างของชีวิต ความมหัศจรรย์ของชีวิต และหนังสือประกอบอื่นๆ อีกเป็นอันมาก

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook