บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ความฝัน

สุปินวิถี 2

บรรยาย ในวันเสาร์ที่ 18 ก.พ. 16

ร.ร.มงคลทิพย อภิธรรมมูลนิธิ วัดเชตุพน ฯ

อาศัยเหตุอะไรเล่าทำให้ความฝันเกิดขึ้นมาได้ คำตอบก็คือ อาศัยเหตุดังที่เรียนกันมาในเรื่องวิถีจิตนั่นเอง เช่นเรียกกันว่า การที่เราจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาทางตาได้นั้นก็ต้องอาศัยรูปมากระทบ คือรูปอันได้แก่คลื่นของแสงมากระทบกับจิตที่ประสาทตา ความรู้สึก “เห็น” จึงจะเกิดขึ้น ถ้าได้ยินก็ต้องอาศัยเสียงอันได้แก่ความสั่นสะเทือนของอากาศมากระทบหู คือเสียงมากระทบกับจิตที่ประสาทหู จึง “ได้ยิน” ถ้าเราจะนึกคิดก็จะต้องมีเรื่องราวเข้ามากระทบใจ จึงจะเกิดความ “คิดนึก” ขึ้นมาได้

ด้วยเหตุนี้เอง ความฝันก็เป็นอารมณ์อันหนึ่งเหมือนอารมณ์ทั้งหลาย หากแต่เกิดขึ้นมาทางมโนทวาร ไม่ได้เกิดขึ้นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และจะต้องมีอารมณ์มากระทบอันได้แก่ ผัสสะที่เกิดขึ้นทางมโนทวาร

ท่านนักศึกษาได้เรียนมาตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่า เมื่อความฝันเกิดขึ้นนั้น นั่นย่อมแสดงถึงว่ามีเหตุแล้ว เหตุก็คือเรื่องราวที่เก็บเอาไว้ในใจได้มากระทบ แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นว่าเหตุไฉนเล่าความฝันจึงได้เกิดเป็นความจริงขึ้นมาได้ และบางทีความจริงนั้นเป็นความจริงที่หนักแน่นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เสียด้วย ท่านทั้งหลายก็คงจะพบว่าตัวเองก็เคยฝันและบางทีก็เป็นความจริงขึ้นมาก็มีเหมือนกัน ความฝันที่เกิดขึ้นและเป็นจริงได้ ก็มาจากเหตุดังที่ผมได้แสดงไปแล้วนั่นเอง

1. บุพพนิมิต ได้แก่ อำนาจการกระทำ คือ กรรมอันเป็นบาปหรือเป็นบุญที่ทำมาแล้วเก็บเอาไว้ในจิตใจแต่อดีตทั้งชาติก่อนและชาตินี้ เป็นตัวการที่มากระทบใจให้เกิดความฝันขึ้นได้

บุพพนิมิต คืออารมณ์ที่เกิดขึ้นทางมโนทวาร ซึ่งมาจากอำนาจของกรรมเป็นตัวการ อำนาจของกรรมที่เราได้กระทำไว้ในอดีตชาติก่อนหรือชาตินี้เป็นตัวการมากระทบใจให้เกิดความฝัน แล้วอำนาจของกรรมนี้จะทำให้เกิดความแม่นยำ และความแม่นยำของกรรมที่มากระทบที่เรียกว่าบุพพนิมิตนี้ เป็นความแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ หมายความว่าฝันครั้งใดก็จะถูกต้องทุกครั้ง อำนาจของกรรมมีอิทธิพลดังนี้ มากระทบใจให้เกิดความฝันให้ทราบล่วงหน้าได้ ทั้งดีหรือร้าย

2. จิตอาวรณ์ ด้วยอำนาจของจิตที่หน่วงเอาอารมณ์ที่ตนได้เห็น ได้ยิน หรือได้พบมาแล้วเก็บเอาอารมณ์นั้นมาฝัน ความฝันชนิดนี้เกิดด้วยใจจดจ่อผูกพันอามรณ์นั้นเป็นพิเศษ คือคิดถึงเรื่องนั้นๆ บ่อยๆ จึงเรียกว่าเกิดจาก “จิตอาวรณ์” ฝันชนิดนี้เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้

3. เทพสังหรณ์ ด้วยอำนาจของเทวดามาเหตุร้ายเหตุดี ชี้นิมิตฝันให้ปรากฏ ความฝันจากเหตุนี้เป็นจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้ทุกครั้งไป

ถ้าเทวดาสัมมาทิฏฐิที่มีความสามารถเป็นพิเศษแล้ว มีความรักใคร่ปรารถนาจะสงเคราะห์ให้เรา ก็จะบอกสิ่งที่จริงให้ เทวดาบางท่านมีความปรารถนาดีก็จริง แต่ความสามารถนั้นมีน้อยจึงแจ้งเรื่องให้ถูกต้องเสมอไปไม่ได้

แต่ถ้าเทวดาเป็นมิจฉาทิฏฐิ (เช่นเทวดาชั้นต่ำสุดปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก) ทั้งไม่มีความสามารถด้วย เป็นเทวดาที่เกลียดชังปรารถนาจะให้เราได้รับทุกข์โทษภัย มาหลอกลวงให้ฝันก็ไม่เป็นความจริงอะไรเลย นอกจากนี้หลังจากเขาทำให้ฝันแล้ว บางทีจิตของเราเองเถลไถลเลอะเลือนไปไกล บังคับไม่สำเร็จก็ได้

4. ธาตุกำเริบ บุคคลที่ธาตุกำเริบ เช่น ท้องไส้ไม่เป็นปรกติ หรือธาตุภายในร่างกายวิปริต ก็ทำให้ฝันไปต่างๆ นานาได้ เพราะในขณะนอนหลับนั้นย่อมหลับไม่สนิท ด้วยเหตุที่ธาตุกำเริบมากระทบกระเทือนประสาทส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ฝัน แล้วจึงได้สร้างมโนภาพขึ้นมา ความฝันอย่างนี้ฝันยุ่งเหยิงเอาเป็นที่เที่ยงแท้จริงจังมิได้เลย

เหตุทั้ง 4 ประการ คือ บุพพนิมิต จิตอาวรณ์ เทพสังหรณ์ ธาตุกำเริบ เป็นมูลเหตุแห่งสุบินหรือนิมิตก็จริง แต่เมื่อว่าถึงมูลเหตุอันแท้จริงที่เป็นเหตุไกลออกไปแล้ว ย่อมได้แก่วิปลาส คือ ความหลงใหล ไม่มีความรู้ความเข้าใจในปัญหาของชีวิต หลงต่ออารมณ์ที่มาปรากฏเฉพาะหน้า เช่น สร้างมโนภาพว่าเป็นเสียงด่าเสียงชม แล้วก็โกรธแค้นและชอบใจ แท้จริงเสียงก็ได้แก่ความสั่นสะเทือนของอากาศ ทางธรรมเรียกสัททารมณ์เท่านั้นเอง มันเกิดขึ้นมาแล้วก็หายไปในทันใด หาได้ตั้งอยู่ไม่ แต่เรายึดจับเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะเรามีสัญญาวิปลาสเป็นต้น จึงได้สะสมกองกิเลสเอาไว้มากมาย (เชิญอ่านเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน)

พระอรหันต์ขีณาสวะผู้มีจิตบริสุทธ์สะอาดไม่มีกิเลสอยู่ภายในจิตใจเลยแม้แต่น้อย เป็นผู้ปราศจากวิปลาสใดๆ ทั้งสิ้น จึงมิได้มีความฝันแต่ประการใด

ที่ว่า จิตอาวรณ์ นั้นก็ได้แก่การยึดหน่วงเอาอารมณ์ที่ได้เห็น ได้ยิน ฯลฯ เอามาเป็นความฝัน ทั้งนี้ก็หมายความว่าบุคคลบางคนมีความครุ่นคิดกังวล หรือมีความรู้สึกในเรื่องอะไรต่างๆ จะเป็นความดีใจ จะเป็นความเสียใจทุกข์ร้อนอะไรก็ได้ที่มีกำลังมากเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะอำนาจของอารมณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำๆ ซากๆ นี่แหละอารมณ์เหล่านี้ก็มิได้สูญหายไปไหน หากแต่เก็บไว้ในจิตใจแล้ว กำลังอำนาจของมันมาก เพราะเหตุการณ์มากระทบกระเทือนใจแรง

ครั้งถึงเวลานอนหลับกำลังอำนาจของมันนี่แหละก็จะกระทบใจออกมาทำให้เกิดความฝันขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บางคนมีคู่รัก คิดเรื่องคู่รักบ่อยๆ ระลึกถึงคู่รักไม่หยุดไม่หย่อน แล้วบางทีกลางคืนก็เอาไปฝันเป็นเรื่องไปราว เหมือนกับความจริงที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า เพราะเรื่องราวของคู่รักที่เก็บฝังอยู่ในใจมากระทบกับจิตใจสร้างให้เป็นภาพปรากฏเกิดขึ้นต่างๆ นานา หรือบางคนคิดถึงเรื่องเงินเรื่องทองมาก บางทีก็ฝันเห็นเงินเห็นทอง บางทีบางคนสตางค์ไม่ค่อยจะพอใช้ ระลึกถึง คืออยากได้เงินมาใช้ให้พอเพียงแล้วก็มาเกิดความฝันว่าเห็นสตางค์มากมายก่ายกอง ดังนี้เป็นต้น

หรือบางคนมีเรื่องราวทุกข์ร้อนอย่างไรอย่างหนึ่ง เช่น ป่วยเจ็บมากจึงอยากให้หาย แล้วก็ฝันในเรื่องที่ป่วยเจ็บทุกข์ร้อนนั้น ว่าหายสบายดีแล้ว สำหรับจิตที่อาวรณ์นั้นก็หมายถึงว่าคนที่มีความรู้สึกนึกคิดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ มากๆ เพราะจิตใจครุ่นคิดแต่เรื่องนั้น อำนาจของเรื่องราวที่คิดเหล่านั้น จึงมากระทบใจ แล้วเป็นมโนภาพขึ้นให้เกิดความฝัน

สำหรับในข้อนี้ ผมก็คิดว่าท่านทั้งหลายก็คงจะได้ประสบพบมากับตนเองเป็นส่วนมาก

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook