บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ความฝัน

เทพสังหรณ์ เทวดามาบอกเหตุร้ายดี

ในเรื่องนี้ผมก็จะขอเสนอให้ท่านนักศึกษาได้ทราบเสียก่อนว่า การที่บอกว่าเทวดามาเข้าฝันนี้ ไม่ได้หมายความว่าเทวดาจะต้องมาอยู่ในตัวเรา แต่ว่าเขาใช้อำนาจจิตของเขาเข้ามากระทบจิตของเราเท่านั้น แต่คนโดยมากเรียกว่าเข้าฝัน

ท่านนักศึกษา ที่มูลนิธิของเราก็เคยได้เชิญผู้แสดงเกี่ยวกับเรื่องของการสะกดจิต คือ เราได้เชิญผู้ที่สามารถสะกดจิตได้ ให้มาสะกดจิตพนักงานหญิงของเรา คนที่ถูกสะกดนั้นตกอยู่ภายใต้อำนาจของเขา เราสั่งให้นั่งก็นั่ง สั่งให้ยืนก็ยืน สั่งให้นอนก็นอน สั่งให้กินพริกแล้วบอกว่าหวาน ก็บอกว่าหวาน อย่างนี้เป็นต้น เขาตั้งเจตนาสั่งจิตของเราอีกทีหนึ่ง

เพราะฉะนั้นบรรดาพวกเทวดาทั้งหลายที่จะมาเข้าฝันมนุษย์นี้ก็โดยทำนองเดียวกัน คล้ายๆเป็นการสะกดจิต เมื่อเวลาที่เราตกอยู่ในฐานะหลับไม่สนิท ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ตาม ถ้าเราหลับสนิทแล้ว เทวดาก็เข้าฝันไม่ได้ หรือถ้าเรากำลังตื่นอยู่ ก็จะเข้าฝันไม่สำเร็จเหมือนกัน คนที่เพิ่งจะตื่น หรือว่าเพิ่งจะหลับ แต่ยังไม่สนิทนั้น ในขณะนี้จิตของเรายังไม่ได้เป็นภวังค์โดยตลอด ช่องโอกาสก็มี เพราะในขณะนี้เท่ากับเป็นการเปิดช่องโอกาสแล้ว เทวดามีอำนาจทางจิตบังคับทำให้เราเกิดความฝันขึ้นมา

เมื่อเกิดความฝันแล้วตื่นขึ้นมา บางทีก็จะต้องตีความกันอีก ไม่ใช่ว่าฝันเอาเรื่องอย่างนั้นมาจริงๆ แล้วก็ตรงเรื่องนั้นจริงๆ เสมอไป เช่นว่า ถ้าฝันว่าไปจับของโสโครกแล้วจะมีลาภเป็นต้น ถ้าฝันว่ามีงูมาพันมารัดตัวละก็จะได้คู่รักอย่างนี้ ต้องมาตีความอีกทีหนึ่ง ก็แปลกอยู่ เท่าที่ผมเคยประสบกับตัวเอง และผู้ที่เขาได้ฝันอย่างนี้ก็ดี ผมก็รู้สึกว่า ความถูกต้องนั้นก็มีมากทีเดียว เช่น ฝันว่าไปจับสิ่งโสโครก หรือบางทีไปจับกุ้งจับปลา แล้วมีลาภถูกล๊อตเตอรี่บ้าง มีลาภอะไรต่างๆ บ้าง เรื่องงูนี่ก็เหมือนกัน ในครั้งพุทธกาลก็เกี่ยวกับในเรื่องนี้ ฝันเรื่องงูนี่มีอยู่ในชาดก แล้วเรื่องใหม่ๆ ที่ใครเขียนก็มีอยู่หลายเรื่อง

ฝันเรื่องงูมันอดเกี่ยวกับเรื่องคู่รักไม่ค่อยจะได้ ที่จริงผมเองเมื่ออายุยี่สิบกว่าๆ ฝันเห็นงูไม่ได้หยุดหย่อน แล้วบางทีเดินหลีกงูไม่พ้นเลย เดินไปตรงๆ งูมันจะกัดมันจะรัดเสียทุกแห่งไป ตอนนั้นเราก็พัวพันอยู่กับทางโลกๆ มันก็ฝันเรื่องงู แต่พออายุมากขึ้นแล้วไม่เคยฝันเรื่องงูอีกเลย อยากให้มีงูมารัดสักที ร้องขออ้อนวอน แม้จะติดสินบนเท่าไรๆ ให้งูตัวสวยๆ มารัดอีกสักตัว มันก็ไม่มาเลย แต่ตอนอายุน้อยๆ มันมาของมันเองโดยไม่ต้องไปขอร้องอะไรสักนิด

เท่าที่ผมฟังดู ก็ทราบว่า คนที่เขาฝันเรื่องงูนั้นมีมากมาย ส่วนมากฝันแม่น มีอยู่คนหนึ่งเล่าว่า มีงูตัวใหญ่มารัดคอ งูใหญ่แล้วเป็นงูพิษด้วย แกะเท่าใดก็ไม่ออก ต่อจากฝันแล้วเผลอไปไม่กี่เดือน เกิดไปชอบพอกับผู้หญิงคนหนึ่งมีฐานะดี ทั้งรูปร่างก็สวย แล้วในไม่ช้าก็แต่งงานกัน ท่านนักศึกษาเล่าฝันว่างูมารัดบ้างหรือเปล่า ถ้าใครฝันว่างูมารัดแล้ว ก็เห็นจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเอาไว้ได้แล้ว

สำหรับเทพสังหรณ์นี้ ถึงแม้ว่าเทวดาจะมากระทบใจให้เกิดความฝันแล้ว บางทีก็ต้องตีความกันอีก เพราะว่าถ้าคนฝันไม่ตีความ บางทีก็ไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องอะไร แต่บางทีก็ฝันตรงๆ เลยก็มี บอกเลขล๊อตเตอรี่ก็บอกกันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

บรรดาเทวดาที่มาเข้าฝันมาบังคับจิตให้เกิดความฝันขึ้น ผู้ที่ฝันนั้นก็สร้างภาพขึ้น แต่บางทีมันก้ำเกินไปได้เหมือนกัน เพราะเวลานั้นไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะบังคับบัญชาจิตใจจริงจังนัก ด้วยเหตุว่าหลับๆ ตื่นๆ เช่นสมมติว่า เทวดาต้องการเข้าฝันให้เพียงเท่านี้ แต่ความสำนึกรู้สึกตัวในขณะนั้นไม่มี มันก็เลยฝันยาวออกไปอีก มันต่อหรือแตกแขนงของมันไปเอง หรือฝันขึ้นมาเองปะปนเข้าไปด้วย เพราะเราและเทวดาไม่ได้อยู่ในฐานะจะบังคับจิตของตัวเองจริงจังได้ เพราะฉะนั้นความฝันก็ไกลออกนอกเรื่องนอกราว เทวดากำหนดให้ฝันเพียงแค่นี้ ความฝันก็ไถลออกไปนอกเรื่องไกลออกไปปะปนกับเรื่องอื่นอีกมากมาย

ฉะนั้นเราจึงต้องแก้ฝันกันแล้วก็ต้องมาตัดสินกันว่าเท็จจริงอย่างไร เทวดาก็ไม่สามารถบังคับจิตของเราให้หยุดตามที่เขาต้องการได้ หรือจะบังคับให้ตื่นขึ้นมาได้เพราะไม่ต้องฝันต่อไปแล้ว และความฝันมันเกิดรวดเร็วมาก ชั่วไม่กี่วินาทีมันฝันเป็นเรื่องราวมากมาย ด้วยจิตเกิดดับเร็ว สร้างมโนภาพได้สารพัดอย่าง

มีอยู่เรื่องหนึ่ง จะเป็นเรื่องความฝันโดยอาศัยบุพพนิมิต หรือ จะเป็นความฝันจากเทพสังหรณ์ก็ได้ ผมอ่านพบจากในหนังสือพิมพ์ จำได้แต่เรื่องราวเท่านั้น ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ลืมไปหมดแล้ว เป็นสงครามคราวที่ 2 ที่ผ่านมานี่เอง ท่านนักศึกษาคงจะยังจำได้ในสงครามคราวที่แล้วนี้ การรบพุ่งเกิดขึ้นหลายทาง ทางหนึ่งเป็นแถบเอเชียกลาง พวกฝรั่งชาวตะวันตกเข้ามารบกันเองอยู่ที่นั้นหลายชาติ มีฝรั่งชาติหนึ่งที่เป็นฝ่ายของสหประชาชาติ กำลังรบพุ่งกับฝ่ายอักษะ การรบพุ่งได้เกิดขึ้นทั่วไปในทะเลทราย

ในขณะนั้นมีนายทหารหลายนายได้ออกลาดตะเวนเข้าไปในทะเลทรายโดยอาศัยยานพาหนะ คือรถจิ๊บหลายคันด้วยกัน มีนายทหารผู้หนึ่งได้ขับรถไปคันหนึ่ง ไปในทะเลทราย นายทหารผู้นี้ได้เกิดหลงทางกับบรรดารถจิ๊บเพื่อนฝูงทั้งหลาย ตัวเขาเองหลงอยู่ในทะเลทรายแต่ลำพัง ขับรถไปนานจนน้ำมันหมด ก็หาทางกลับค่ายไม่ได้ ก็จำเป็นต้องลงเดินสะพายย่ามเดินไปตามยถากรรมอย่างสุ่มเดา ท่ามกลางความร้อนระอุของทะเลทราย ไม่ทราบว่าจะกลับค่ายได้อย่างไร จึงพยายามเดินไปในทิศทางที่เห็นว่าจะได้พบบ้านช่องหรือผู้คนบ้าง

แต่ในระหว่างที่หาหนทางหลับค่ายอยู่ในทะเลทรายอันร้อนแรงราวกับอยู่ในเตาอบนั้นเอง อาหารและน้ำที่มีอยู่ก็หมอลงไปในไม่ช้า ปัญหาใหญ่และสำคัญที่สุดในมาถึงเข้าแล้ว เขาได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอยู่ในทะเลทรายแต่เดียวดาย แล้วในที่สุดก็ล้มตัวลงนอนรอความตายอยู่ ณ ที่นั้นเอง

เขาคิดในใจว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน ไม่มีหนทางใดเลยแม้แต่เล็กน้อยที่จะรอดกลับไปถึงค่ายได้ เขาระลึกถึงภรรยากับบุตรที่ยังเล็กๆ อีก 2 คน ที่เดินทางมาพักอยู่ที่ชานเมืองเมื่อหลายวันมาแล้ว ด้วยความเศร้าเสียใจอย่างลึกซึ้ง ระลึกถึงภรรยากับบุตรธิดา 2 คน ด้วยกำลังแรงที่สุดในชีวิต ไม่มีความเศร้าเสียใจและอาลัยรักครั้งใดจะใหญ่หลวงเท่าในครั้งนี้ เพราะว่าตัวของเขาจะต้องตายจากไปอย่างเดียวดายเป็นแน่นอนแล้วในเวลาไม่ช้านี้เอง ในขณะนี้ก็ขยับเขยื้อนไม่ไหวอยู่แล้ว

ฝ่ายภรรยาที่อยู่ที่บ้าน เกิดความฝันขึ้นมาในตอนดึกของคืนวันเดียวกันนั้น ฝันว่าเห็นสามีนอนอยู่ในทะเลทราย นอนอยู่ท่าไหนก็เห็นหมดทุกอย่าง กำลังระโหยโรยแรงอย่างเหลือเกิน และกำลังจะตายภายในเวลาไม่ช้านี้เอง ในฝันนั้นเห็นร่ายกายสามีซูบผอม ทรุดโทรมเป็นอันมาก

เมื่อภรรยาของเขาตกใจตื่นขึ้น ก็ลุกขึ้นมาจากที่นอนโดยเร็ว ทั้งคิดว่าเป็นความจริงอยู่ที่สุดด้วย เพราะทหารทั้งหลายที่ไปพร้อมกันก็กลับมาหมดแล้วทุกคน ดังนั้นจึงรีบไปปลุกนายทหารอีกหลายนายว่า จะต้องไปตามหาสามีโดยเร็วที่สุด เพราะเขากำลังนอนรอความตายอยู่ในเวลานี้ บรรดานายทหารทั้งหลายต่างคนต่างง่วงนอน ไม่อยากจะไป พากันพูดว่า “เขาจะต้องกลับมาเองเพราะมีรถจิ๊บเป็นพาหนะ เพราะเหตุที่คิดถึงเขามาก จึงทำให้ฝันไปเท่านั้นเอง”

ภรรยาก็เถียงว่า “จะต้องเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน เพราะฝันเห็นเขาชัดเจนมาก พร้อมทั้งอธิบายท่านอนที่จวนจะตายของเขาให้เพื่อนนายทหารฟัง แล้วเสริมว่า ถ้าไม่มีใครไป ตัวของเธอจะขับรถไปตามลำพัง จะคอยให้เขาโดนแดดในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ ชีวิตของเขาจะไม่เหลือกลับมา”

บรรดานายทหารทั้งหลายเมื่อได้ยินดังนั้นก็เกรงใจ อดทนอยู่ไม่ไหว ก็เลยอาสาขับรถให้ ขับรถไปตามนายทหารที่ติดอยู่ในทะเลทราย โดยพากันออกไปเป็นหลายสาย ภายในเวลาไม่ช้ารถคันของภรรยาก็ไปเจอะสามีเข้าพอดี ในขณะนี้เขาก็จวนจะตายอยู่เหมือนกัน แต่เป็นการน่าอัศจรรย์อะไรเช่นนั้น เพราะอยู่ในสภาพทำท่านอนแบบเดียวกับที่ภรรยาของเขาฝันเห็น

ท่านนักศึกษาลองคิดดู ภรรยาฝันเห็นสามี นายทหารที่นอนอยู่ในทะเลทรายซึ่งจวนจะตาย นอนอยู่ท่าไหนในความฝัน แต่เวลานี้มาดูที่กำลังนอนอยู่จริงๆ ก็นอนอยู่ในท่านั้นเหมือนกัน เพราะเขาขยับเขยื้อนไม่ไหว แล้วจวนจะตายจริงๆ ด้วย ในที่สุดก็พากลับค่าย

เรื่องนี้ก็ได้ตั้งปัญหากับขึ้นว่า อะไรเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดความฝันขึ้นมานั้นข้อหนึ่ง และอีกข้อหนึ่งก็คืออะไรเป็นตัวการที่ทำให้ความฝันแม่นยำถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านนักศึกษาลองคิดดู ในเรื่องนี้ผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาตีความเข้าใจได้เหตุผลแล้ว จะว่าอย่างไร

ถ้าหากว่าจะให้ผมวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ผมก็ต้องเข้าใจว่าอำนาจของเทพสังหรณ์ คือเทวดาไปดลใจให้ฝัน ไปสร้างภาพให้ภรรยาของเขาได้เห็นอย่างนั้น เพราะเทวดาบางท่านมีอำนาจจิต ท่านเป็นสัมมาทิฏฐิ และบางท่านก็ทราบถึงอนาคตว่านายทหารผู้นี้ยังมีโอกาสอยู่บ้าง ถ้ามีใครช่วยแล้วจะยังไม่ถึงคราวที่จะต้องตาย เพราะฉะนั้นก็ทำภาพนิมิตให้บังเกิดแก่ภรรยาของเขา

แต่ว่าอีกทางหนึ่งก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกันว่า เมื่อจิตของสามีที่ตกอยู่ในฐานะไม่มีทางจะไปไหนแล้ว มีทางตายทางเดียวเท่านั้น เมื่อจิตของเขาเกิดกำลังอำนาจ เจตนาของเขาต้องมีกำลังแรงมากในการระลึกถึงบุตรภรรยา เพราะฉะนั้นอำนาจจิตของเขาก็อาจจะไปสร้างภาพนิมิตให้เกิดขึ้นกับภรรยาได้เหมือนกัน

เรื่องของจิตนี้เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ความฝันที่ผมได้กล่าวมานี้ ถ้าเทวดาไม่มาสังหรณ์ ไม่ได้มาบันดาลให้ภรรยาเห็น หรืออำนาจจิตของสามีที่นอนอยู่ในทะเลทรายใกล้จะตายไม่มีโอกาสได้แสดงออก เขาก็คงจะนอนตายอยู่คนเดียวอย่างแน่นอน

ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่าจิตนั้นมีอำนาจด้วยกันทุกคน แต่ทว่าแต่ละคนไม่ได้สร้างอำนาจจิตของตนให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงแสดงออกซึ่งอำนาจไม่ได้ แต่เมื่อเวลาที่ตกใจถึงขนาด เช่นไฟไหม้หรือมีความเสียใจอย่างลึกซึ้ง ก็สามรถจะแก้ปัญหาในขณะนั้นได้โดยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นไป เช่นไฟไหม้หยุดลงแล้วต่างก็พากันคิดไปว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน ยกของหนักๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร

ผมได้เห็นไฟไหม้บ้านหลังหนึ่ง มีเปียโนอยู่เครื่องหนึ่ง เปียโนนั้นมันใหญ่โตมาก ไฟไหม้ด้านหน้า เปียโนอยู่ด้านหลังของบ้าน และประตูที่เข้าออกก็ไม่ใหญ่นัก พอที่เปียโนจะออกได้ครือๆ เท่านั้น แต่คนในบ้านเพียง 2 คนเท่านั้น ก็สามารถยกออกไปได้อย่างสบาย เอาไปไว้ในสวน ห่างจากที่ไฟไหม้ไปมาก ความจริง 2 คนนั้นยกไม่ไหวแน่ แต่ว่าเจ้าของเขากำลังตกใจ เพราะเปียโนนี้ราคาร่วม 2 หมื่น เขาจะต้องรีบเอาออกไปให้ได้

ฉะนั้นกำลังแรงของเจตนานี่เองที่ได้ช่วยให้เขายกเอาออกไปจนได้อย่างสบายโดยใช้คนเพียง 2 คนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ประตูก็เล็ก แต่ครั้นไฟได้หยุดไหม้ลงแล้ว เพราะมิได้ลุกลามมาถึง จึงต้องช่วยกันยกเปียโนกลับเข้าที่เดิม ต้องใช้คนถึง 4 คนจึงยกขึ้นบ้านได้

ในเรื่องของทหารที่จวนจะตายก็เหมือนกัน อำนาจจิตของเขาสามารถทำให้ภรรยาที่อยู่บ้านฝันเห็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้ขึ้นมาได้ ในเรื่องนี้ บรรดาพวกชาวตะวันตกก็พยายามใช้อำนาจจิตเพื่อติดต่อกัน เรียกว่า “โทรจิต” ก็ทดลองกันอยู่เสมอ

เช่นทำสมาธิอยู่ที่ฝั่งทะเล คือ อยู่บนบก อีกคนหนึ่งออกไปในทะเล แล้วก็นัดเวลากันว่าพอถึงเวลาแล้ว ให้ทำสมาธิ มาสนทนากันแล้วก็ทำบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบว่าผิดถูกประการใด ก็ปรากฏผลออกมาว่า รู้เรื่องกันบ้างเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามพวกฝรั่งเหล่านี้ที่ทำการทดลองกัน ก็ประกาศผลการทดลองของเขา บางครั้งบางคราวถูกต้อง บางครั้งบางคราวถูกต้องน้อย เขาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ปรากฏผลเป็นที่น่าอัศจรรย์

นายแพทย์ที่สะกดจิตบุคคลต่างๆ ที่ผมเคยไปดูมา ก็ได้แสดงถึงอำนาจของจิต เขาให้คนนอนลงไป โดยเอาผ้าผูกตาหมดไม่ให้เห็นอะไรเลย แล้วให้คนๆ หนึ่งไปยืนทางด้านศีรษะของผู้ที่สะกด ในมือถือของต่างๆ ทีละอย่าง แล้วถามคนที่ถูกสะกดว่าในมือของเขาถืออะไรอยู่ คนที่ถูกผูกตานอนอยู่ก็ทาย ซึ่งในขณะนี้ผู้ที่ถูกสะกดจิต ถูกบังคับจิตแล้ว ให้ทายหลายครั้ง โดยเปลี่ยนคนและเปลี่ยนของที่ถือ ผลที่เกิดคิดเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทายถูกถึง 70 % แต่ก็ยังผิดบ้างถึง 30 %

แต่อย่างไรก็ดี ในเรื่องนี้เขาก็อ่านไม่ออก อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมมันจึงถูกต้องได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็แน่ละ ทายถูกถึง 70 เปอร์เซ็นต์นั้นจะต้องไม่ใช่เดาเอาเป็นแน่ โทรจิตซึ่งกำลังทำกันในต่างประเทศเวลานี้ก็เหมือนกัน เวลาพูดกันคนละแห่งไกลๆ บางทีก็รู้เรื่องถูกต้องหลายข้อซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างไร คนที่มีสมาธิดีๆ ก็มีความสามารถทำได้ขนาดนี้ แต่จะให้ถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์นั้นไม่มีหวัง ทั้งนี้ก็เพราะผู้กระทำการทดลองมิได้มีอำนาจของจิตมากจริงๆ จะเกิดความถูกต้องทั้งหมดไม่ได้ ไม่เหมือนผู้ที่ได้อภิญญาจิต

ท่านที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจแล้ว ก็จะทราบว่าอำนาจของจิตของผู้ได้อภิญญานั้นมีอำนาจพิเศษจริงๆ สามารถทำให้ถูกต้องได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์เสมอไป

ท่านนักศึกษาจะเห็นได้ว่า เมื่อมาศึกษาพระอภิธรรมแล้ว ผู้ศึกษาก็จะทราบเรื่องอันเร้นลับมหัศจรรย์ต่างๆ ก็จะทราบว่า ถ้าเป็นเทพสังหรณ์ คือ เทวดาเข้ามาดลใจให้เราฝันแล้ว เราก็ต้องแบ่งเทพนั้นออกเป็น 2 พวกด้วยกัน พวกไหนที่มาสังหรณ์แล้วทำให้เราเกิดนิมิตที่เป็นความจริง เป็นบรรดาพวกเทพหรือเทวดาที่มีอำนาจทางจิต เพราะว่าบรรดาเทวดาทั้งหลายก็เหมือนคนอยู่อย่างหนึ่ง ในข้อที่ว่า บางท่านก็ชอบทำสมาธิ เพราะเคยทำมาตั้งแต่เป็นมนุษย์

แต่บางท่านเป็นเทวดาแล้วก็ชอบแต่สนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะมีนางฟ้าและมีเทพบุตรสวยๆ งามๆ มากเหลือเกิน ก็อาจจะเพลิดเพลินรื่นเริงกันแต่ความสุขที่จะได้รับเท่านั้น แต่ถ้าท่านผู้ใดอยู่ในโลกมนุษย์ เคยฝึกฝนการทำสมาธิ เคยศึกษาเล่าเรียน ไปวัดไปวาอยู่เสมอๆ แล้ว ถึงว่าจะเพลิดเพลินบ้างก็คงจะหันกลับมาทำสิ่งที่ตัวสันทัดจัดเจน คือการทำสมาธิบ้าง เพราะฉะนั้นบรรดาเทวดาที่ชอบทำสมาธิจึงมีอำนาจในการทำนายทายทักที่มีส่วนถูกต้องเป็นอันมาก

แต่อย่างไรก็ดีจะให้เทวดาทั้งหลายทายให้ถูก 100 เปอร์เซ็นต์ก็ยังหวังนักไม่ได้ นอกจากเทวดาจะฝึกฝนจนเกิดอภิญญา เรื่องอภิญญาจิตนี้เป็นหลักตัดสิน ความถูกผิดที่อยู่ตรงอภิญญาจิตนี่เอง ซึ่งท่านนักศึกษาจะได้เรียนต่อไปข้างหน้า ว่าการทำอภิญญาจิตนั้นมีหลักเกณฑ์อย่างไร ในบรรดาเทวดาทั้งหลายท่านต่างก็มีอำนาจพิเศษในตัวเอง ซึ่งเป็นอำนาจที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด คือสามารถมีตาทิพย์หูทิพย์ รู้วาระจิตคนได้ รู้อะไร ๆ ได้ ก็มีอยู่แล้ว ก็แล้วแต่ว่าเทวดาองค์นั้นจะอยู่ชั้นไหนด้วย

ท่านนักศึกษา บรรดาพวกเทพที่มาทำนายทายทักเหล่านี้โดยมากก็ไม่มีอภิญญาจิต แต่เป็นผู้มีความรู้พิเศษติดตัวมาตั้งแต่ปฏิสนธิ เพราะว่าเป็นเทวดา ตาก็ทิพย์ หูก็ทิพย์ และยังมีจิตใจนึกอะไรถูกต้องมากด้วย แล้วบางท่านก็ได้ฝึกสมาธิมาเป็นพิเศษก็มี เพราะฉะนั้นการทายเหตุการณ์ในอนาคตก็มีหวังผิดน้อย ถ้าเราได้เทวดาที่ดีๆ มาเข้าฝัน ก็สามารถจะบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าถูก ทำให้เราได้รับผลจากการฝันนั้น

แต่ถ้าหากว่าตรงกันข้ามเพราะเทวดานั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ เช่นเทวดาที่ไม่ชอบกับเราก็ดี หรือเป็นมิจฉาทิฏฐิมาแกล้งหรือมาล้อเล่นก็ดี หรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ที่เรียกว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ปฏิสนธิด้วยจิตชนิดนี้ ความสามารถก็น้อย มาเข้าฝันให้ก็อาจจะเลอะเลือนไปเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ยังมีพวกเปรตอสุรกายก็มีความสามารถที่จะมาเข้าฝันได้เหมือนกัน แต่ก็มีถูกมีผิด บางท่านก็หวังจะได้ส่วนกุศล จึงได้มาเกี่ยวข้องก็มีบ้าง

บรรดาเทวดานี้ มีอยู่องค์หนึ่งที่ผมจะเล่าเรื่องให้ท่านฟัง แต่ผมจะไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน ถ้าขืนบอกไปประเดี๋ยวท่านนักศึกษาจะว่าผมเป็นนายหน้าของเทวดาท่านนี้เอาก็ได้ เรื่องเกิดขึ้นประมาณ 10 ปีมาแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกันเลย คือมีนายทหารคนหนึ่งเขาถามผมว่า ทำไมคนที่ตาบอดทั้ง 2 ข้าง มองดูตาก็เห็นอย่างแน่นอนแล้วว่า ตาไม่เห็นเลยจริงๆ แต่ทำไมทำนายทายทักแม่นยำนัก ทายแม่นจริงๆ ราวกับเป็นโหราจารย์ใหญ่ ผู้จัดเจน

ที่จริงก็เป็นโหราศาสตร์ชนิดที่ใครๆ เขาหาว่านั่งทางในนั่นเอง แต่เป็นผู้หญิง ค่าดูในสมัยนั้นเสียเงินน้อยเพียง 5 บาท แต่ว่าการทายเร็วปร๋อ ใครอยากถามต้องเตรียมคำถามไว้ก่อน จะถามกี่ข้อเขาไม่ว่า โดยจดเอาไว้แล้วอ่านคำถามทีละข้อ เขาจะตอบคำถามจนหมดทุก ๆ ข้อ แม้จะซักอะไรก็ได้ แต่จะมาย้อนกลับไปใหม่อีกไม่ได้ เพราะว่าคนคอยเข้าคิวกัน จะไม่คอยให้เราซักไปซักมาเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย

นายทหารผู้ที่กล่าวถึงนี้มาชวนผมให้ผมไปดู เพื่อดูว่าเขาทำนายทายทักได้อย่างไร ตาก็ไม่เห็น แล้วก็ทำท่าทำทาง นับนิ้วหยุกหยิกๆ เท่านั้นก็ทาย ทายพรวดๆ เหมือนน้ำไหล กี่ข้อ ๆ ทายเดี๋ยวเดียวโดยไม่ต้องรอคิดเสียก่อนเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่า คนที่ตาไม่เห็นแล้วก็มิได้ลงเลขยันต์ ทั้งมิได้ใช้ตาดูรูปร่างหรือดูลายมืออะไรสักอย่าง จะว่านั่งทางในก็ไม่เห็นทำสมาธิ แต่ทำนายแม่นราวกับตาเห็น

ผมจึงไปทดลองดู พอผมเข้าไปในบ้าน นายทหารจัดแจงออกเงิน 5 บาทให้เสร็จ แล้วก็ลงมือทายทันที วัน, เดือน, ปี ก็ไม่เห็นถาม ทานผมว่าท่านเป็นคนชอบธรรมะธรรมโม ต่อไปจะเจริญในธรรม อีกหน่อยจะดี และจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในทางธรรม นอกจากนั้นยังทายเรื่องอะไรๆ ที่เกี่ยวกับทางชะตาราศีอีกหลายอย่าง ผมรับคำทำนายแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน ผมเฝ้าคอยคนอื่นที่เขาเข้ามาทำนายทายทักต่อไปอีกเพื่อศึกษา แขกที่เข้ามาต่างพากันพอใจเป็นอันมาก พอแขกหมดแล้ว ก็สนทนากันเล็กน้อย

ผมก็ถามว่า “ความจริงคุณไม่ได้ทายหรอกนะ มีผู้มากระซิบอยู่ในใจคุณใช่ไหม”

สตรีผู้นั่งทางในทำท่าทำทางเป็นเชิงว่าจะไม่ยอมรับความจริงที่ผมถาม แต่ไม่ช้าก็สารภาพ เรื่องนี้ก็เพราะมีเทวดาคอยดูเขาอยู่ จึงไม่กล้าพูดเท็จ เขาเล่าว่ามีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งที่อยู่ข้างบนเหนือศีรษะนั่นแหละ เทวดาประจำอยู่ที่นั่น แล้วตัวของผู้ดูมีความสำนึกรู้สึกได้กับเทวดา เทวดาคอยทายให้ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นจะมารู้ใจผมและคนทั้งหลายได้อย่างไร ทั้งทำนายเรื่องในอดีตและอนาคตก็ได้ด้วย โดยไม่รู้จักกันเลย เพิ่งจะมาเจอะกันวันแรกแท้ๆ สามารถทราบว่า ผมชอบธรรมะ และยังทายอย่างอื่นอีกหลายข้อถูกต้องด้วย แต่ว่าผิดก็มีเหมือนกัน เทวดาองค์นี้ก็ทายผิดๆ ถูกๆ แต่ถูกมากกว่าผิด

จนตอนท้ายคุณหมอดูถามผมว่า “เอ๊ะ ใครๆ เขามาดูกันนานเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ไม่เห็นมาใครเขาถามอย่างนี้ ทำไมผมจึงได้ถาม”

ผมก็ว่า “อ้าว ก็ผมมีความสนใจในการนั่งทางในของคุณน่ะซิ”

เพราะคุณเองจะดูได้อย่างไรเล่า คุณไม่ได้เขียนเลขบวกลบคูณหาร และไม่ได้ทำสมาธิ แล้วจะรู้ขึ้นมาเองได้หรือ เพียงทำจิตให้สงบลงเท่านั้น เอาจิตมาตั้งตรงนิ้วที่นับไปๆ มาๆ ในใจเพื่อให้จิตสงบ จะได้ฟังท่านอาจารย์ผู้เป็นเทวดาว่าอย่างไร เสียงก็กระซิบในใจ ในเรื่องนี้บางคนก็เรียกว่า พรายกระซิบ เทวดาองค์นี้เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มาร่วมทำบุญกับมนุษย์ ทราบว่า ทอดกฐินปีหนึ่งหลายครั้ง เทวดาสั่ง

สำหรับท่านผู้นี้นับว่ามีพรสวรรค์ เพราะตาก็ไม่เห็นทั้งสองข้าง แต่ว่าสามารถหาเงินได้ดีกว่าคนตาดีเสียอีก นี่เพราะใจมีคุณภาพพิเศษที่จะกระทบกับเทวดาได้ บุคคลเช่นนี้ในประเทศไทยมีหลายคน ในต่างประเทศคนที่ทำทายทายทักหรือทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองล่วงหน้าได้ ก็มีไม่น้อย

การที่เทวดามากระทบใจให้ความรู้แก่บุคคลเช่นนี้ เฉพาะผู้ที่เคยฝึกฝนจิตมาตั้งแต่อดีตชาติหรือในอดีตชาติเคยเกี่ยวข้องกับผีสางเทวดามาแล้ว ซึ่งแตกต่างกับความฝันได้แทบจะทุกคน

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook