บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ความฝัน

โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความฝัน

ตามพจนานุกรมฉบับบาลีไทย “สุบิน” ได้แก่ “ความฝัน”

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานแสดงไว้ว่า “ฝัน” หมายถึง “การนึกเห็นเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อเวลานอนหลับ” “นึกเห็น” และ “นึกเห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”

ความว่า “ฝัน” นั้นเป็นคำไทย แปลมาจากมคธว่า “สุปิน” บางทีเราพูดกันว่า “สุบิน”

ความฝัน เป็นเรื่องที่รู้จักกันดีของคนทั้งหลาย เพราะไม่ว่าใครๆ เกือบทุกคนย่อมจะเคยฝันกันมาแล้วทั้งนั้น มากบ้าง น้อยบ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

ความฝันเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ยากแก่การอธิบาย จึงเป็นเรื่องที่ติดข้องกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะว่า ความฝันนั้นแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ เป็นเรื่องปรากฏขึ้นมาจริงๆที่แจ่มใส เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายอยู่ต่อหน้าในเวลานอนหลับ เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไปโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกว่าเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชาย ร่างกายสบายหรือทุพพลภาพ

ความฝันจะเกิดขึ้นได้ทั้งในเรื่องเล็กน้อยกระจ้อยร่อย หรือในเรื่องใหญ่โตมโหฬาร เป็นเรื่องทุกข์ระทมขมขื่นแสนสาหัส หรือเป็นเรื่องของความสุขสนุกสนานเบิกบานอย่างสุดเหวี่ยงอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น จะเป็นเรื่องที่มีอยู่โลกนี้ หรือนอกโลกนี้ก็เคยมีฝันกันบ่อยๆ เราจึงได้พูดกันทั่วไปว่า ฝันถึงโลกหน้าหรือปรโลก

นอกจากนี้ แม้ในเรื่องความเป็นหรือความตายก็เอามาฝันได้ ตลอดทั้งความฝันที่บางทีบังเกิดเป็นความจริงขึ้นได้ในเวลาต่อมาก็มี หรือบางทีความฝันที่มิได้เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย ก็อาจปรากฏขึ้นได้เสมอๆเหมือนกัน

แม้ความฝันจะเกิดขึ้นมาอยู่ต่อหน้าต่อตา แล้วเกิดขึ้นมาจนนับครั้งไม่ไหว และความฝันจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ใจปราการใดก็ตาม แต่ก็หามีผู้ใดทราบไม่ว่าความฝันนั้นคืออะไร เหตุใดความฝันจึงเกิดขึ้นมาได้ ทั้งในขณะที่กำลังฝันอยู่นั้น จิตใจและร่างกายมันทำอะไรกัน ทำไมขณะที่กำลังฝันอยู่นั้น จึงไม่มีความรู้สึกสำนึกตัว และในบางครั้งความฝันเกิดเป็นความจริงขึ้นมาได้ เป็นเพราะเหตุใด

มนุษย์มีความสนใจในเรื่องของความฝันมาเป็นเวลานานนับด้วยพันปี มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยต่างก็กระตือรือร้นอยากจะทราบว่า ความฝันนั้นคืออะไร ทั้งได้พากเพียรพยายามค้นคว้าหาความจริงมามากมายและยาวนานอย่างไร ก็ยังอธิบายถึงเรื่องของความฝันไม่ได้อยู่ นั่นเอง แม้ในกระทั้งถึงในปัจจุบันนี้ อันเป็นยุคสมัยท่องอวกาศ ยุคสมัยจรวดและดาวเทียมและการลงเหยียบบนดวงจันทร์

เรื่องลึกซึ้งอย่างเหลือเกินถึงเพียงนี้ จะมีผู้ใดใครที่ไหนเหล่าจะสามารถให้อรรถาธิบายจนคนทั้งหลายเห็นเป็นความจริงขึ้นมาได้ แม้เวลาจะเนิ่นนานออกไปอีกสักกี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม เรื่องของความฝันนั้น มิใช่วิสัยของปุถุชนทั้งหลายที่จะค้นคว้าหาความจริงเอาเองได้ หากแต่จะต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณ ความตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ซึ่งไม่มีกิเลสอันเป็นเครื่องเศร้าหมองดองอยู่ภายในจิตใจเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ดี ก็พูดกันถึงเรื่องของความฝันแล้ว ก็จำเป็นจะต้องพูดกันถึงเรื่องของการหลับนอนให้บังเกิดความเข้าใจเสียก่อน ว่าการนอนหลับนั้นคืออะไร ในขณะนอนหลับนั้น จิตใจกับร่างกายมันทำงานอะไรกัน

แต่เมื่อพูดถึงการนอนหลับแล้ว ก็จะเข้าถึงความลึกซึ้งของเรื่องการนอนหลับไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของจิตใจเสียก่อน ว่าจิตนั้นคืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และมีความสามารถอย่างไรบ้าง

เมื่อได้ศึกษาเรื่องของจิตใจมีความเข้าใจดีแล้ว ก็จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของกรรม คือ การกระทำด้วย เพราะความฝันเกิดจากกรรมก็ได้ แล้วจะเรียนรู้ไปถึงเรื่องของการจุติปฏิสนธิ คือคนตายแล้วเกิดขึ้นมาได้ แม้จะเกิดเป็นผีสางเทวดาก็ได้ และจะต้องเรียนรู้ตลอดไปจนเรื่องของรูป คือ รูปอันละเอียดเป็นปรมาณู ที่มีแสดงอยู่ในพระพุทธศาสนาว่ารูปปรมาณูที่มาประชุมกันเป็นผีสางเทวดาได้อย่างไร

เพราะว่าความฝันนั้น บางครั้งก็เกี่ยวข้องพัวพันกับผู้ที่ได้ตายไปแล้ว ที่เราเรียกว่า เป็นผีสางเทวดา

ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่จะมีความเข้าใจในเรื่องของความฝันเป็นอย่างดี ก็จำเป็นจะต้องหาความรู้หลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่สำคัญทั้งนั้น ผมจึงได้กล่าวว่า ปุถุชนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต หรือนักวิทยาศาสตร์ขั้นใด ก็ไม่มีหวังที่จะค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของความฝันให้กระจ่างแจ้งออกมา จนสามารถทำให้ผู้ศึกษาหายสงสัยได้

ผมก็จะได้แสดงเรื่องสำคัญเหล่านี้โดยย่อพอให้เป็นแนวทาง เพื่อให้เป็นบันไดรองรับเบื้องต้น สำหรับท่านทั้งหลายจะได้เดินขึ้นไปสู่ความจริงอันยิ่งใหญ่ในเรื่องของความฝันต่อไป แต่ถ้าท่านผู้ใดปรารถนาที่จะสร้างพื้นฐานให้แน่นแฟ้นเพิ่มขึ้น หรือเพื่อจะให้มีความเข้าใจในเรื่องของความฝันแจ่มกระจ่างยิ่งขึ้น ผมก็เชิญอ่านเรื่องเหล่านี้เสียก่อน คือ ความมหัศจรรย์ของจิต การนอนหลับคืออะไร เมื่อนอนไม่หลับจะแก้อย่างไร กับเรื่องชีวิตภายหลังความตาย หรือตายแล้วเกิดได้อย่างไร ของอภิธรรมมูลนิธิ

ทัศนคติของบุคคลต่างๆ ในเรื่องของความฝัน

อริสโตเติล ปราชญ์กรีกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับเรื่องของความฝันเอาไว้ว่า “ความฝันก็คือนิมิตร้าย ไม่มีนิมิตดีอะไรเลย” และยังกล่าวต่อไปว่า “คนที่มีนิมิตนั้น เป็นคนที่มีโรคร้ายมาแทรกแซงอยู่ภายในร่างกาย”

ในข้อนี้ก็มาขัดกับความคิดเห็นของปลาโต ปลาโตเป็นนักปราชญ์ใหญ่ปรมาจารย์ของอริสโตเติลเอง ได้แสดงความคิดเห็นขัดแย้งตรงกันข้ามเอาไว้ว่า “ความฝันเป็นสิ่งที่บอกเหตุการณ์ภายหน้าได้” ในเรื่องนี้ คนทั้งหลายก็คงจะพากันยอมรับ เพราะความจริงก็ปรากฏอยู่โดยทั่วไป

ดร. คิมมิน ได้บรรยายไว้ในหนังสือชื่อ “ชิลเดรนส์สตรีม” ว่า “เด็กๆ มับจะฝันถึงการเป็นเจ้าของในสิ่งต่างๆ ที่ตนมีความปรารถนาอยากจะได้บ่อยๆ”

มิสเตอร์ จ. ดับบลิว ดันน์ ได้แสดงว่า “ความฝันคือกระแสบอกเหตุร้ายหรือดีแก่บุคคลและประเทศชาติ”

ลินคอล์น ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มีทัศนะในเรื่องความฝันเอาไว้ว่า “ความฝันเป็นการแสดงถึงเหตุการณ์ทั้งในทางดีในทางร้ายที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต”

ศาสตราจารย์ซิคมันฟรอยด์ นักจิตวิทยาแห่งออสเตรีย ที่มีชื่อเสียงก้องไปทั่วโลก กล่าวเรื่องความฝันเอาไว้ว่า “เป็นเรื่องไร้สาระ ความฝันจะเป็นความจริงไม่ได้เป็นอันขาด”

ฟรอยด์ได้ให้อรรถาธิบายในเรื่องของความฝันเอาไว้ว่า เกิดจากความต้องการของจิตใจในขณะที่กำลังหลับ และไม่ยอมเชื่อว่า ความฝันจะเป็นความจริงไปได้ในอนาคต เพราะมีความเชื่อมั่นว่า มูลเหตุของความฝันนั้นมาจากผู้ฝันได้พบเห็นและมีความผูกพันมาก่อน

ลัทธิโยคีบางลัทธิให้ความเห็นได้ว่า “ความฝันก็คือ อาการที่เจตภูตท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ อาจจะไปที่ไหนๆ หรือในโลกใด หรือจะเกี่ยวข้องพัวพันกับวิญญาณของบุคคลผู้ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ หรือได้ตายไปแล้วก็ได้”

นักจิตวิทยาหลายท่าน ให้ความเห็นเอาไว้ว่า “ความฝัน เป็นอาการแสดงออกของจิตไร้สำนึก” ท่านมีแต่ความเห็นในเรื่องของความฝัน แต่จิตคืออะไร ท่านไม่เคยอธิบาย

มีบุคคลเป็นอันมาก มีความคิดเห็นว่า “ความฝันนั้นเป็นความคิดของบุคคลในขณะนอนหลับ” ทั้งๆ ที่การนอนหลับคืออะไรก็ยังไม่เข้าใจ แล้วยังได้สาธยายต่อไปอีกว่า “มีวิญญาณออกจากร่างกายแล้วท่องเที่ยวไป ไม่ว่าในดินแดนของนรก หรือสวรรค์ในที่ทุกหนทุกแห่ง ที่วิญญาณทั้งหลายสิงสถิตอยู่ วิญญาณได้ประสบอะไรมาก็สามารถปรากฏได้ในความฝัน”

มนุษย์ทุกชาติทุกภาษา ไม่ว่าจะเจริญก้าวหน้าในอารยธรรมและวัฒนธรรมไปไกล หรือยังล้าหลังอยู่ก็ตาม ต่างก็ประสบกับเรื่องที่แปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ของความฝันด้วยกันทั้งนั้น อาจเกิดกับตัวเองหรือของญาติมิตร ที่บอกถึงเรื่องราวในอดีต และแสดงความจริงที่จะเกิดขึ้นอนาคตทั้งในด้านดีและด้านร้าย แล้วผลก็ปรากฏว่าความฝันเหล่านั้นถูกต้องอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

บรรดานักจิตวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาต่างๆ พยายามค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของความฝันกันเป็นเวลานานมาแล้ว จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีผู้ใดที่จะเสนอความจริงอันเร้นลับดำมืดดังกล่าวออกมาสู่มหาชนได้

อย่างไรก็ดี ความฝันนั้นย่อมจะเกี่ยวข้องพัวพันกับการนอนหลับอย่างใกล้ชิด เมื่อยังไม่ทราบว่า การนอนหลับคืออะไรเสียแล้ว จะอธิบายในเรื่องของความฝันได้อย่างไรเล่า (เชิญอ่านเรื่อง “การนอนหลับคืออะไร เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร” ของอภิธรรมมูลนิธิ)

คำกล่าว ที่มีแต่คำกล่าว แต่หาหลักฐานข้อเท็จจริงไม่ได้เลย ก็คือคำว่า “วิญญาณ” และคำว่า “เจตภูต” วิญญาณและเจตภูตคืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ตั้งอยู่ตรงส่วนไหนของร่างกาย ก็ยังไม่มีคำอธิบาย

ในวิชาจิตวิทยา แสดงให้เราทราบว่ามนุษย์นั้นมี จิต และ “จิตไร้สำนึก” (Subconcious) ซึ่งถือว่าเป็นคลังเป็นพัสดุสารพัดอย่าง เช่นในเรื่องความรู้ในสรรพวิทยาการต่างๆ ความทรงจำในเรื่องราวทุกอย่าง ความชำนาญในงานหรือการเล่น ฯลฯ แต่ท่านก็มิได้บอกให้เราทราบเลยว่า “จิตไร้สำนึกนั้นคืออะไร ? แล้วมันทำให้เกิดความฝันขึ้นมาได้อย่างไร ?”

นักจิตวิทยาสมัยใหม่ ได้อธิบายเรื่องของความฝันว่า เป็น “จิตเหนือสำนึก” (Super Conscious mind) และในบางท่านก็ว่า เป็นประสาทที่ 6 (The Sith Sense) เป็นปัญญาที่เกิดขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ เพราะมันมิได้ทำงานตามธรรมดาในขณะที่จิตเป็นสามัญสำนึก หรือเป็นจิตไร้สำนึก แต่มันควบคุมจิตเหนือสำนึกอีกทีหนึ่ง

ไม่ว่าเราจะศึกษาหาความรู้ในเรื่องความฝันจากที่แห่งใด จากใคร หรือหนังสือเล่มไหน เราก็พบแต่คำอธิบายที่คลุมเครือไม่มีความสว่างไสวในหัวใจได้

บรรดานักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา นักศาสนา ตลอดจนนักจิตวิทยา แม้จะได้ค้นคว้าหาความจริงในเรื่องของความฝันมามากมาย และเป็นเวลาช้านานสักเท่าใด ก็หาได้รับคำอธิบายให้หายสงสัยได้ไม่ว่า ความฝันนั้นคืออะไร ความฝันนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ในขณะที่กำลังฝันอยู่นั้นจิตใจทำอะไรกัน และความฝันที่เป็นความจริงขึ้นมาได้ด้วยเหตุผลกลใด

ก่อนที่ผมจะได้แสดงเรื่องความฝันโดยพิสดาร ผมก็จะขอยกความฝันของบุคคลต่างๆ มาเสนอให้ท่านได้พิจารณาประกอบไปด้วย.

หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook