บิดาแห่งพันธุกรรม
โยฮันน์ เกรกอร์ เมนเดล
(Gregor Mendel)

ต้องยอมรับว่านี่คือ
ยุคแห่งพันธุศาสตร์
เพราะในช่วง 50
ปีที่ผ่านมานี้
การค้นคว้าและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นั่นก็เพราะความต้องการแก้ปัญหาด้านสุขภาพ
และต้องการไขปริศนาธรรมชาติในกระบวนการสร้างสิ่งมีชีวิตต่างๆ
ทำให้มวลมนุษย์เดินหน้าหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถพิชิตโรคภัย
และดำรงตนอยู่ในโลกยุคใหม่อย่างสบายใจไร้ทุกข์
ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมาถึงระดับเทคโนโลยี
โยฮันน์ เกรกอร์
เมนเดล เกิดในปี ค.ศ.1822
เป็นบาทหลวงชาวออสเตรีย
และในขณะเดียวกันเขาก็เป็นอาจารย์สอนหนังสือให้แก่นักเรียน สอนนักเรียน
ถึงเรื่องพันธุ์กรรมด้วย เมนเดลมีความสนใจศึกษาด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ
ด้านพันธุศาสตร์ เขาได้ใช้สถานที่ภายในบริเวณวัดเพื่อทำการทดลองสิ่งต่างๆ
ที่เขาสนใจ เมนเดลเริ่มต้นทดลองเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1856
เรื่องที่เขาทำการทดลองคือ
การรวบรวมต้นถั่วหลายๆพันธุ์นำมาผสมกันหลายๆวิธีเขาใช้เวลาทดลองต่อเนื่องถึง
7 ปี จนได้ข้อมูลมากเพียงพอ ในปี ค.ศ.1865
เมนเดล จึงได้ รายงานผลการทดลอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผสมพันธุ์
ต้นถั่ว ให้แก่ที่ประชุม Natural History Society
ในกรุงบรุนน์ ( Brunn )
ผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ออกไปทั่วทวีปยุโรปและ อเมริกาในปีต่อมาคือปี ค.ศ.1866
ผลงานของเขาถูกปล่อยไว้นานถึง 34 ปี
จนกระทั่งปี ค.ศ.1900 ได้มีนัก
ชีววิทยา 3 ท่าน คือ ฮูโก เดฟรีส์ ชาวฮอลันดา คาร์ล คอเรนส์
ชาวเยอรมันและ เอริช ฟอน แชร์มาค ชาวออสเตรเลีย ได้ทดลองผสมพันธุ์พืชชนิดอื่นๆ
และได้ผลการทดลองตรงกับที่เมนเดลเคยรายงานไว้ ทำให้เมนเดลเป็นที่รู้จัก
ในวงการพันธุศาสตร์นับแต่นั้นเป็นต้นมา และ เมนเดลยังได้รับการยกย่องว่า
เป็นบิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์อีกด้วย เมนเดลเสียชีวิตลงในปี ค.ศ.1884
ถึงแม้เป็นความจริง เขาจะไม่ได้รับการ
ยอมรับนับถือในฐานะนักวิทยาศาสตร์มากนัก
แต่ประชาชนทั่วไปก็นับถือเขาและมีความศรัทธาในฐานะนักบวชเป็นอย่างมาก
ต้องยอมรับว่านี่คือ
ยุคแห่งพันธุศาสตร์
เพราะในช่วง 50
ปีที่ผ่านมานี้
การค้นคว้าและความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นั่นก็เพราะความต้องการแก้ปัญหาด้านสุขภาพ
และต้องการไขปริศนาธรรมชาติในกระบวนการสร้างสิ่งมีชีวิตต่างๆ
ทำให้มวลมนุษย์เดินหน้าหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถพิชิตโรคภัย
และดำรงตนอยู่ในโลกยุคใหม่อย่างสบายใจไร้ทุกข์
ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นมาถึงระดับเทคโนโลยี
สัปดาห์นี้ผู้จัดการวิทยาศาสตร์จึงนำสุดยอดการค้บพบทางวิทยาศาสตร์ที่นำเสนอโดยรายการ"ไซน์แชนแนล"
(Science Channel) ทางช่อง "ดิสคัฟเวอร์รี"
(Discovery Channel)
ในประเด็น
การค้นพบทางพันธุกรรม
โดยสรุป
13
ข้อค้นพบเด่นที่ขับเคลื่อนให้วงการเทคโนโลยีชีวภาพก้าวไกลมาได้ถึงขนาดนี้
กฎของเมนเดล
(Rules of Heredity หรือกฎของการสืบสายเลือด)
ในช่วงปี
1850
แน่นอนว่า...ประวัติศาสตร์แห่งวงการพันธุศาสตร์ต้องเริ่มต้นจาก
บาทหลวงชาวออสเตรียที่เป็นนักพฤกษศาสตร์นามว่า
เกรเกอร์ โยฮัน
เมนเดล (Gregor Mendel)
ได้ค้นพบข้อมูลการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่น
โดยเมนเดลได้ทดลองกับพืชตระกูลถั่ว
เขาสังเกตว่าลักษณะบางอย่างของต้นถั่วรุ่นลูก อย่างเช่นความสูง
การแสดงถึงลักษณะเด่นเหล่านี้จะแตกต่างกันไป
โดยกฎแห่งการสืบสายเลือด หรือกฎของเมนเดลนั้นจะมีลักษณะเด่น
(Dominant) และลักษณะด้อย (Recessive)
เมื่อพ่อกับแม่ที่มีลักษณะเด่นมาผสมกัน ก็จะได้ลูกเด่นทั้งหมด
แต่ถ้านำด้อยมาผสมกันก็จะได้ลูกลักษณะด้อยทั้งหมดเช่นกัน
แต่ถ้านำเด่นกับด้อยมาผสมกันผลที่ได้ในรุ่นลูกคือ
เด่น
ทั้งหมด แต่ถ้านำไปผสมกันในรุ่นหลานก็จะได้ เด่นแท้-ด้อยแท้-เด่นไม่แท้
ในลักษณะ
1-1-2 ส่วน
ลองดูตามตัวอย่าง ให้ถั่วต้นสูง (T) เป็นลักษณะเด่น
และต้นเตี้ย (t) เป็นลักษณะด้อย
1) ถั่วต้นสูง (T) + ถั่วต้นสูง (T)
= ลูกสูงทั้งหมด (TT)
2) ถั่วต้นเตี้ย (t) + ถั่วต้นเตี้ย
(t) = ลูกเตี้ยทั้งหมด (tt)
3) ถั่วต้นสูง (T) + ถั่วต้นเตี้ย
(t) = ลูกสูงทั้งหมด (Tt)
4) เอาลูกที่ได้จากข้อ 3
ลูกสูงทั้งหมด (Tt) + ลูกสูงทั้งหมด
(Tt) = ลูกสูงแท้ (TT) 25% , ลูกเตี้ยแท้
(tt) 25% ,ลูกสูงไม่แท้ (Tt) 50%
5) เมื่อเอาเมล็ดถั่วสูงแท้ (TT) จากข้อ
4 ไปปลูกจะได้ลูกสูงหมด (TT)
และเอาเมล็ดถั่วต้นเตี้ย (tt) ไปปลูก จะได้ลูกเตี้ยหมด
(tt) เอาเมล็ดถั่วต้นสูงไม่แท้ (Tt)
จะได้ถั่วชั้นลูกเหมือนกับข้อ 4
เมนเดลได้ใช้เวลาทั้งชีวิตค้นคว้าในเรื่องนี้จนกระทั่งสิ้นใจ
โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาค้นพบทำให้เขากลายเป็น
บิดาแห่งพันธุกรรม
ในเวลาต่อมา
เมนเดลได้ใช้เวลาทั้งชีวิตคนคว้าในเรื่องนี้จนกระทั่งสิ้นใจ
โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาค้นพบทำให้เขากลายเป็น
บิดาแห่งพันธุกรรม
ในเวลาต่อมา
|