บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป>>

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

2

เสียกรุง

ครั้นถึงเดือน 5 ปีกุน พ.ศ. 2310  ข่าวกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 แล้ว  ก็มีคนไทยที่มีสมัครพรรคพวกมากต่างก็ตั้งตัวเป็นใหญ่  พระยาจันทบุรียังไม่ยอมเป็นไมตรีกับเจ้าตาก  ส่วนขุนรามหมื่นซ่องกรมการเมืองระยองผู้หนึ่งที่เคยปล้นค่ายเจ้าตากก็ไปซ่องสุมผู้คนอยู่ที่เมืองแกลง  ซึ่งขณะนั้นขึ้นกับเมืองจันทบุรีและคอยปล้นชิงช้างม้าพาหนะเจ้าตาก  เจ้าตากจึงยกกำลังไปปราบ  ขุนรามหมื่นซ่องสู้ไม่ได้หนีไปอยู่กับพระยาจันทบุรี  ครั้นเจ้าตากจะยกพลติดตามไปก็พอดีได้ข่าวว่าทางเมืองชลบุรี  นายทองอยู่ นกเล็ก ตั้งตนเป็นใหญ่  ผู้ใดจะมาเข้ากับเจ้าตากนายทองอยู่ นกเล็กก็จะยึดเอาไว้เสีย  เจ้าตากจึงรีบยกทัพไปเมืองชลบุรีแล้วส่งเพื่อนฝูงของนายทองอยู่ นกเล็กไปเกลี้ยกล่อม  นายทองอยู่นกเล็กเห็นจะสู้รบไม่ไหวจึงยอมอ่อนน้อม  เจ้าตากจึงตั้งนายทองอยู่นกเล็กเป็นพระยาอนุราฐบุรี  ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองชลบุรี  แล้วก็เลิกทัพกลับ

            ฝ่ายพระยาจันทบุรีได้ปรึกษากับขุนรามหมื่นซ่องเห็นว่าจะรบพุ่งเอาชนะเจ้าตากซึ่งหน้าคงจะชนะยาก  ด้วยเจ้าตากมีฝีมือเข้มแข็งทั้งรี้พลก็ชำนาญศึก  จึงคิดอุบายจะโจมตีกองทัพเจ้าตากขณะกำลังข้ามแม่น้ำเข้าเมืองจันทบุรี  โดยนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป  เป็นทูตมาเชิญเจ้าตากไปตั้งที่เมืองจันทบุรี  แต่ในระหว่างเจ้าตากเดินทางจะเข้าเมืองจันทบุรีอยู่นั้น  ได้มีคนมาบอกให้เจ้าตากทราบกลอุบายนี้เสียก่อน  เจ้าตากจึงให้เลี้ยวกระบวนทัพไปตั้งที่ชายเมืองด้านเหนือบริเวณวัดแก้ว  ห่างประตูท่าช้างเมืองจันทบุรีประมาณ 5 เส้น  แล้วเชิญพระยาจันทบุรีมาหาเจ้าตากก่อนที่จะเข้าเมือง  แต่พระยาจันทบุรีไม่ยอมออกมาต้อนรับพร้อมกับระดมคนประจำรักษาหน้าที่เชิงเทิน

            เจ้าตากได้ทบทวนถึงสถานการณ์ต่าง  ๆ  แล้วเห็นว่า  แม้ข้าศึกจะครั่นคร้ามฝีมือไม่กล้าโจมตีซึ่งหน้าก็ตาม  แต่ฝ่ายพระยาจันทบุรีมีจำนวนมากกว่า  ถ้าเจ้าตากล่าถอยไปเมื่อใด  ทัพจันทบุรีก็จะล้อมไล่ตีได้หลายทาง  เพราะไม่มีเสบียงอาหาร  เจ้าตากจึงตัดสินใจจะต้องเข้าตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ให้ได้  และแสดงออกถึงน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวโดยสั่งนายทัพนายกองว่า  “เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้  เมื่อกองทัพหุงข้าวเย็นกินเสร็จแล้ว  ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด  หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้  ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ค่ำวันนี้ก็จะตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว”

 

          ครั้นได้ฤกษ์เวลา 3 นาฬิกา  เจ้าตากพร้อมด้วยทหารไทยจีนเข้าโจมตีเมืองจันทบุรีอย่างเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว   โดยเจ้าตากขี่ช้างพังคีรีบัญชรเข้าพังประตูเมืองได้สำเร็จ  พวกทหารก็กรูกันเข้าเมืองได้  ชาวเมืองต่างก็เสียขวัญละทิ้งหน้าที่แตกหนีไป  ส่วนพระยาจันทบุรีพาครอบครัวลงเรือหนีไปเมืองบันทายมาศ

            เมื่อเจ้าตากจัดเมืองจันทบุรีเรียบร้อยเเล้วก็ยกทัพบกทัพเรือลงไปเมืองตราด  พวกกรมการเมืองและราษฎรต่างยอมอ่อนน้อมโดยดี  แต่ยังมีพ่อค้าในสำเภาที่จอดอยู่ในปากน้ำเมืองตราดหลายลำไม่ยอมอ่อนน้อม  เจ้าตากได้ยกทัพเรือโจมตีสำเภาจีนได้ทั้งหมดในครึ่งวัน  และสามารถยึดทรัพย์สิ่งของได้เป็นจำนวนมาก  ซึ่งสามารถนำมาจัดเตรียมกองทัพเข้ากู้เอกราช

            เจ้าตากได้จัดการเมืองตราดเรียบร้อยก็ย่างเข้าฤดูฝนพอดี  จึงยกกองทัพกลับเมืองจันทบุรีเพื่อตระเตรียมกำลังคน  สะสมเสบียงอาหาร  อาวุธยุทธภัณฑ์   และต่อเรือรบได้ถึง 100 ลำ  รวบรวมกำลังคนเพิ่มได้อีกเป็นคนไทยจีนประมาณ 5,000 คนเศษ  กับมีข้าราชการในกรุงศรีอยุธยาได้หลบหนีพม่ามาร่วมด้วยอีกหลายคน  และที่สำคัญก็คือหลวงศักดิ์นายเวรมหาดเล็ก  นายสุดจินดาหุ้มแพรมหาดเล็ก

            พอถึงเดือน 11 พ.ศ. 2310  หลังสิ้นฤดูมรสุมแล้ว  เจ้าตากก็ยกกองทัพเรือจากเมืองจันทบุรีเพื่อมากอบกู้เอกราช  ระหว่างทางได้หยุดชำระความพระยาอนุราฐบุรีที่เมืองชลบุรี  ซึ่งประพฤติตัวเยี่ยงโจรเข้าตีปล้นเรือลูกค้า  ชำระได้เป็นความสัตย์จริง  จึงให้ประหารชีวิตพระยาอนุราฐบุรีเสีย  แล้วยกทัพเรือเข้าปากน้ำเจ้าพระยาในเดือน 12

            กองทัพเรือภายใต้การบังคับบัญชาของเจ้าตากได้เข้าโจมตีเมืองธนบุรีเป็นครั้งแรก  มีนายทองอินคนไทยที่พม่าตั้งให้รักษาเมืองอยู่  พอนายทองอินทราบข่าวว่าเจ้าตากยกกองทัพเรือเข้ามาทางปากน้ำเจ้าพระยาก็ให้คนขึ้นไปบอกข่าวแก่  สุกี้พระนายกองแม่ทัพพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น  แล้วเรียกระดมพลขึ้นรักษาป้อมวิชเยนทร์  และแท่นเชิงเทินกรุงธนบุรี  คอยที่จะต่อสู้กับกองทัพเรือของพระเจ้าตาก  ครั้นกองทัพเรือเจ้าตากเดินทางมาถึง  รี้พลที่รักษาเมืองธนบุรีกลับไม่มีใจสู้รบเพราะเห็นเป็นคนไทยด้วยกันเอง  ดังนั้นกองทัพเรือของเจ้าตากเข้ารบพุ่งเพียงเล็กน้อยก็สามารถตีเมืองธนบุรีได้  เจ้าตากให้ประหารชีวิตนายทองอินเสียแล้วเร่งยกกองทัพเรือไปตีกรุงศรีอยุธยา

            สุกี้แม่ทัพพม่าได้ข่าวเจ้าตากตีเมืองธนบุรีได้แล้ว   ก็ส่งมองญ่านายทัพรองคุมพลซึ่งเป็นมอญและไทยยกกองทัพเรือไปสกัดกองทัพเรือเจ้าตากอยู่ที่เพนียด  เจ้าตากยกกองทัพเรือขึ้นไปถึงกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลาค่ำ  สืบทราบว่ามีกองทัพข้าศึกยกมาตั้งรับคอยอยู่ที่เพนียดไม่ทราบว่ามีกำลังเท่าใด  ฝ่ายพวกคนไทยที่ถูกเกณฑ์มาในกองทัพมองญ่ารู้ว่ากองทัพเรือที่ยกมานั้นเป็นคนไทยด้วยกัน  ก็คิดจะหลบหนีบ้างจะหาโอกาสเข้าร่วมกับเจ้าตากบ้าง  มองญ่าเห็นพวกคนไทยไม่เป็นอันจะต่อสู้เกรงว่าจะพากันกบฏขึ้น  จึงรีบกลับไปค่ายโพธิ์สามต้นในคืนนั้น

            เจ้าตากทราบจากพวกคนไทยที่หนีพม่ามาเข้าด้วยว่า  พม่าถอยหนีจากเพนียดหมดแล้ว  ก็รีบยกกองทัพขึ้นไปตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น 2 ค่ายพร้อมกันในตอนเช้า  สู้รบกันจนเที่ยงเจ้าตากก็เข้าค่ายพม่าได้  สุกี้ตายในที่รบ  จึงถือว่า  เจ้าตากได้กอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนมาได้แล้ว  หลังจากที่ไทยได้สูญเสียเอกราชในครั้งนี้เพียง 7 เดือน

          เมื่อเจ้าตากมีชัยชนะพม่าแล้ว  ได้ตั้งพักกองทัพอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้นเพื่อจัดการบ้านเมือง  บรรดาเจ้านายที่ถูกพม่าจับตัวไว้แต่ยังไม่ถูกส่งไปพม่า  เจ้าตากก็จัดที่ให้ประทับตามสมควร  และปลดปล่อยผู้ที่พม่าคุมขังไว้เป็นอิสระ  พร้อมทั้งแจกจ่ายทรัพย์สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคด้วยทั่วหน้ากัน  แล้วให้ขุดพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์มาตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ  แล้วคิดจะปฏิสังขรณ์กรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานีใหม่  แต่เมื่อได้ตรวจความเสียหายแล้วเห็นว่า  กรุงศรีอยุธยาได้รับความเสียหายเป็นอันมาก  ยากที่จะบูรณะให้เหมือนดังเดิมได้  และประกอบกับรี้พลเจ้าตากมีไม่พอที่จะรักษากรุงศรีอยุธยาที่เป็นเมืองใหญ่ได้  จึงเลือกเมืองธนบุรีเป็นราชธานี  และได้อพยพผู้คนลงมาตั้งมั่นที่กรุงธนบุรี  เรียกนามเมืองใหม่ว่า  “กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร”

          ข้าราชการไทยทั้งปวงจึงพร้อมกันอัญเชิญพระองค์ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  เมื่อวันอังคาร  เดือนอ้าย  แรม 4 ค่ำ  จุลศักราช 1130  ปีชวด  สัมฤทธิศก  ตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม  พ.ศ. 2311  ขณะเมื่อพระชนมายุได้  34  พรรษา  ทรงพระนามว่า  สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4  แต่ประชาชนทั่วไปขนานนามพระองค์ว่า  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี  หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook