บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

6 กบฏ

กบฏ 1 ตุลา.
กบฏแยกดินแดน
กบฏ 23 กุมภา.
กบฏล้มล้างพระราชบัลลังก์
กบฏวังหลวง
กบฏแมนฮัตตัน

กบฏ 1 ตุลา

              หลังจากที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมอกควันแห่งกบฎก็เริ่มฟักตัวของมันขึ้น บุคคลที่คิดการกบฎขึ้นคราวนี้ นับว่าเป็นการผิดแผกแตกต่างกับการกบฎทุกครั้งที่ผ่านมา คือพวกกบฎมิได้คิดทำการปฎิวัติทางการเมืองโดยตรง แต่คิดที่จะทำการปฎิวัติกองทัพบกเสียใหม่ เพื่อให้กองทัพบกมีประสิทธิภาพและทันสมัย พวกคิดการปฎิวัติส่วนมากเป็นนายพล นายพัน แทบทั้งสิ้น เป็นต้นว่า พลตรีเนตร เขมะโยธิน พลตรีสมบูรณ์ ศรานุชิต พลตรีหลวงวรรณกรรมโกวิท พันโทพโยม จุฬานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดเพชรบุรี พันเอกกิติ ทัตตานนท์ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนเสนาธิการทหารบกเข้าร่วมด้วยเป็นอีกจำนวนมาก
                  ในการที่คณะอาจารย์แห่งโรงเรียนเสนาธิการทหารบก มีความคิดที่จะทำการปฎิวัติกองทัพบกนั้น คณะอาจารย์และนักเรียนเสนาธิการทหารบก เห็นว่านับตั้งแต่มหาสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง กองทัพบกได้รับความเสื่อมโทรมอย่างหนักในเรื่องวินัย การปกครอง บังคับบัญชา และหลักยุทธวิธีต่างๆ ควรมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ทหารของชาติยังเสื่อมเสียศักดิ์ศรีลงมาก ความเสื่อมโทรมเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการแก้ไขโดยรีบด่วน มิเช่นนั้นแล้วกองทัพบกจะต้องอยู่ในฐานะอันไร้ความหมายในการป้องกันประเทศชาติ
                  ลักษณะแห่งความเสื่อมโทรมดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้อาจารย์และนักเรียนเสนาธิการทหารบก คิดจะทำการปฎิวัติ แต่การปฎิวัติครั้งนี้ ยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่า จะมีนักการเมืองกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ สนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะการปฎิวัติ ไใม่ว่าจะคิดปฎิวัติอะไร จะต้องมีการปฎิวัติในทางการเมืองเสียก่อน
                    แผนการณ์กบฎ 1 ต.ค. 91 เป็นแผนการสังหารโหดคณะรัฐประหารทั้งสิ้น โดยได้มีการวางแผนไว้ดังนี้
                    ในวันที่ 1 ต.ค. 2491 เวลา 20.00 น. วันนั้น คณะรัฐประหารจะมาประชุมกัน ณ ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเลี้ยงส่งทหาร และแสดงความยินดีในงานพิธีสมรสระหว่างพันเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับนางสาววิจิตรา ในวันนั้นคณะปฎิวัติ 1 ต.ค. จะใช้วิธีการสังหารบุคคลสำคัญๆ ในคณะรัฐประหาร
                     แผนการต่อไปคือ เวลา 04.00 น. ของวันที่ 2 ต.ค. จะยกกำลังทหารส่วนหนึ่งเข้ายึดสงนพุดตาล โดยให้ พ.ต.เจริญ พงศ์พานิชย์ ไปเป็นผู้จับ พล.ต. หลวงสถิตยุทธการ เพราะในวันนั้นเป็นเสนาธิการทหารอยู่กองทัพที่ 1 และเป็นผู้ควบคุมกำลังป้องกันกองบัญชาการทหารบก ณ วังสวนกุหลาบ
                     ต่อจากนั้นให้ไปจับตัวจอมพล ป. และพลโทผิน ชุณหวัน ผู้บัญชาการทหารบก และพันเอกกาจ กาจสงคราม รองผู้บัญชาการทหารบก
                    นอกจากนี้ แผนการณ์กบฎ 1 ต.ค. ยังวางไว้อย่างแน่ชัดว่า ให้พันโทพโยม จุฬานนท์ เป็นผู้ไปจับพันเอกบัญญัติ เทพหัสดิน ผู้บังคับกองทหารราบที่ 1
                   สำหรับพันเอกกิติ ทัตตานนท์ และนายทหารเสนาธิการให้เข้ายึดกระทรวงกลาโหมไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นที่ตั้งกองบัญชาการ และแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ไปตามแผนการณ์
                    ในคืนนั้น อันเป็นคืนของแผนการณ์สังหารโหด และจับตัวบุคคลสำคัญๆ ในคณะรัฐประหาร   เป็นคืนที่เป็นงานศพของบิดาของ พล.ต.หลวงวรรณกรรมโกวิท จึงเป็นจังหวะและโอกาสอันดี ที่นัดกันมาประชุมปรึกษาหารือในเรื่องปฎิวัติ ผู้ที่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น ก็มี พ.อ. สมบูรณ์ ศรานุชิต พ.อ. ประจวบ ภูมิรัตน์ พันโท พโยม จุฬานนนท์ และพ.ต. กำธร


                  อย่างไรก็ตาม แผนการณ์ของคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ทางฝ่ายรัฐบาลได้สืบทราบ และติดตามความเคลื่อนไหวทุกระยะ และได้ตระหนักถึงแผนการณ์สังหารโหดและจับบุคคลสำคัญๆ เป็นอย่างดี ก่อนที่พวกกบฎ 1 ต.ค. จะเริ่มแผนการณ์สังหารโหด และจับบุคคลสำคัญในคณะรัฐประหารนั้น พลตำรวจตรีเผ่า ศรียานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม พร้อมด้วยกำลังตำรวจก็ดำเนินการจับกุมพวกก่อกบฎในทันทีทันใด โดยได้เข้าจับกุมตัวนายพันเอก ขุนศรีสิงหสงคราม เจ้ากรมพาหนะทหารบก นอกจากการจับกุมตัวขุนศรีสิงหสงครามแล้ว ยังได้จับพรรคพวกผู้ร่วมคิดก่อการอีกหลายคน เช่น ร้อยเอก หิรัญ สมัครเสวี ร้อยเอกสุรพันธ์ ชีวรานนท์ และร้อยโทบุญช่วย ศรีทองบุญเกิด
                 นอกจากทำการจับกุมบุคคลดังกล่าว ในตอนกลางคืนของวันที่ 1 ต.ค. พลตำรวจตรีเผ่า ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม พร้อมด้วยพลตรีสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พันโทละม้าย อุทยานานนท์ พันโททม จิตรวิมล พันโทชลอ จารุกลัส พล.ต. สถิต ยุทธการ ก็รีบรุดไปล้อมกระทรวงกลาโหมไว้ และส่วนหนึ่งของกองกำลังทั้งทหารและตำรวจ ได้เข้าล้อมห้องที่พวกกบฎยึกเป็นกองบัญชาการไว้ ในขณะนั้นฝ่ายกบฎกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ และรอคอยโอกาสเวลาตามแผนที่วางไว้
                  ตลอดคืนที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น พลตำรวจตรีเผ่า ได้ส่งเสียงตะโกนเข้าไปในห้องที่พวกกบฎอยู่ ขอให้มอบตัวแต่โดยดี เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ และมิต้องเสียเลือดเนื้อด้วยกันเอง จึงขอให้พวกกบฎกลับใจเสีย และออกมามอบตัวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
                 แต่แทนที่ฝ่ายกบฎ 1 ต.ค จะออกมามอบตัว พวกเขากลับยิงปืนออกมา ทำให้พวกที่ล้อมอยู่หลบชุลมุนวุ่นวาย ฝ่ายพลตำรวจตรีเผ่า ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม และพลตรีสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ไม่กล้าปฎิบัติการรุนแรงอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป เพราะเห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกัน และจะเกิดผลเสียแก่ทรัพย์สินของชาติ เพราะสถานที่ฝ่ายกบฎยึดไว้นั้นเป็นสถานที่ราชการ
                  ในที่สุดฝ่ายปราบปรามกบฎก็มีความเห็นว่า ไม่ควรจะมีการโต้ตอบด้วยประการใดๆทั้งสิ้น ควรล้อมไว้เฉยๆจนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่ ข้างฝ่ายพวกกบฎก็ปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด โดยทุกคนเห็นว่าถ้ายืนกรานแข็งขันต่อไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ถูกล้อมไว้เท่านั้นก็แย่แล้ว เสบียงอาหารก็หมด ครั้นจะต่อสู้ก็มีกำลังไม่พอ แผนการณ์ต่างๆก็ล้มเหลวหมด ในที่สุดทางออกที่ดีที่สุดก็คือยอมจำนน และออกไปมอบตัวตามคำเรียกร้องของฝ่ายบ้านเมือง
             " พวกเราพร้อมแล้วที่จะมอบตัว แต่เรามีอะไรเป็นประกันในความปลอดภัยของชีวิต เราจะไม่ถูกยิงเมื่อเราออกไปมอบตัวใช่หรือไม่ ท่านรับรองกับเราได้ไหม ที่จะไม่ทำอันตรายพวกเรา "

            " ข้าพเจ้า พลตรีสฤษดิ์ ธนะะรัชต์ ขอรับรองด้วยเกียรติทหาร ท่านจะได้รับความปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง "

               ต่อจากนั้น ฝ่ายกบฎก็เดินออกจากห้องที่ยึดเป็นกองบัญชาการ ด้วยกิริยาท่าทางอันเหนื่อยอ่อน ประกอบด้วย
1. พลโทสมบูรณ์ ศรานุชิต
2. พันเอกกิติ ทัตตานนท์
3. พล.ต. เนตร เขมะโยธิน
4. พ.ต. ไสว ทัตตานนนท์
5. พันโท พโยม จุฬานนท์
                 นอกจากการจับกุมบุคคลดังกล่าวแล้ว ยังได้ทำการจับกุมบุคคลที่ร่วมก่อการอีกหลายคน เป็นอันว่าการจับกุมครั้งนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยปราศจากเลือดตกยางออก เป็นการจับกุมที่ได้ผลดีที่สุด แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้ก่อการชั้นหัวหน้าอีกหลายคน ได้พยายามหลบหนีการจับกุมไปได้

              กบฎ 1 ต.ค. 2491 นี้ ทางคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องราวไปให้ตำรวจทำการสอบสวนดำเนินคดี เมื่อทางการได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ส่งไปให้พนักงานอัยการประจำกรมพระธรรมนูญ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่เจ้าพนักงานรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นเรื่องที่ ไม่มีความผิดกฎหมาย จึงสี่งไม่ฟ้อง เป็นอันว่า พวกกบฎ 1 ต.ค. ถูกปล่อยเป็นอิสระภาพไป.


แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook