บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

พระอภัยมณี (ฉบับร้อยแก้ว)

กองทัพเมืองลังกาถอยหลอกล่อ จนทหารเมืองผลึกหลงกลไล่ตามเข้าไป กองทัพเมืองลังกาจึงได้ตีโอบหลัง ทำให้กองทัพของพระอภัยมณีตกอยู่ในฐานะคับขัน จึงเอาปีมาเป่าห้ามทัพไว้ ทำให้กองทัพของนางละเวงง่วงเหงาหาวนอนเคลิบเคลิ้มหลับไปหมด เว้นแต่นางละเวงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่หลับ เพราะคุณวิเศษของตราราหูป้องกันไว้ เมื่อเห็นว่าทหารทั้งกองทัพหลับหมดเช่นนั้น ก็ว่าคงเป็นเพราะปี่พระอภัยมณี จึงได้ขึ้นม้าขับอ้อมไปดู ก็เห็นพระอภัยมณีนั่งเป่าปี่อยู่บนรถตามลำพัง จึงได้ใช้เกาทัณฑ์ยิงไปถูกปี่ตก พระอภัยมณีตกใจจึงได้เอาดาบฟาด และยิงปืนถูกปากม้าของนางละเวง นางละเวงจึงได้ควบม้าหลบหนีไป พระอภัยมณีไล่ตามไปทัน จึงได้มีการเจรจาเกี้ยวพาราสีกันขึ้น นางละเวงเห็นไม่ได้ทีจึงควบม้าหลบหนีไปเสีย พระอภัยมณีจึงได้กลับมาเป่าปี่ให้กองทัพของตนตื่นขึ้น แล้วเล่าความให้ศรีสุวรรณกับสินสมุทรฟัง ถึงเรื่องที่ได้พบกับนางละเวง
                 นางละเวงขับม้าหนีไปตามลำพัง ให้เหน็ดเหนื่อยทั้งคนทั้งม้า เมื่อถึงริมลำธารเชิงเขาอังกาศ ก็ปล่อยม้าออกไปหากินหญ้า ส่วนนางนอนพักอยู่จนถึงรุ่งเช้า เกิดอัศจรรย์ มีดินวิเศษที่เรียกว่า "นมธรณี" กลิ้งลงมาจากภูเขา นางจึงได้มีดผ่าออกชิมดู ทำให้มีกำลังสดชื่นขึ้น เมื่อให้ม้ากินม้าก็มีกำลังสดชื่นขึ้นด้วย จึงเอาส่วนที่เหลือขึ้นหลังม้าเดินทางต่อไป ขณะนั้นสัตว์ต่างๆได้กลิ่นดินก็พากันมาล้อมรอบ และได้พบคนซีกเดียวยืนอยู่ขอกิน นมธรณี นั้น เพื่อให้ร่างกายเต็มทั้งสองซีกพ้นคำสาปพระอิศวร ซึ่งนางก็แบ่งให้กินและได้ถามทางด้วย


                   พอตกค่ำก็พบกับหมู่โจร และพวกโจรได้เข้าแย่งชิงเครื่องทรงของนาง เพราะทราบว่านางเป็นกษัตริย์ จึงเกิดต่อสู้กัน จนชาวบ้านสิกคามที่อาศัยอยู่กับบาดหลวงอีกคนหนึ่งยกกำลังมาช่วย และนำนางไปยังที่พัก รุ่งขึ้นนางละเวงได้พบกับบาดหลวง และบาดหลวงได้แนะนำให้แก้คุณวิเศษของปี่พระอภัยมณีว่า "เพราะมีหู้อยู่ปี่ก็มีศัดดา แม้หาหูไม่ปี่ปี่ไม่มีฤทธิ์" บาดหลวงได้ให้ขบวนคุ้มกันนางละเวงมาส่งถึงเมือง โดยมีหญิงสาวพี่น้องสองคนชื่อ ยุพาผกา อายุ 14 ปี่ กับ สุลาลีวัน อายุ 12 ปี อาสามาอยู่รับราชการกับนางด้วย เดินทางมาหลายวันหลายคืน จนถึงถ้ำกลำพันในเวลาจนพลบ นางละเวงจึงได้สั่งให้พักพลที่นั่นคืนหนึ่ง พอตกดึกได้ถูกชายคนหนึ่ง ชื่อย่องตอด เป็นคนมีวิชาอาคมขลัง ใช้มนต์สะกดให้คนหลับแล้วเข้าไปลักม้ากิน และเข้าไปถึงห้องบรรทมของนางละเวง นางตื่นขึ้นเพราะไม่ถูกสะกดโดยมีตราพระราหูคุ้มกันอยู่ และได้ใช้ตรานั่นฟาดเจ้าย่องตอดจนสลบไป และจับมัดไว้ ครั้นนางยุพาผกา กับนางสุลาลีวัน กับทหารตื่นขึ้นมาก็ช่วยกันไต่ถาม เจ้าย่องตอดยอมแพ้แก่อำนาจพระราหู และขอทำงานลากรถแทนม้าที่เข้าไปขโมยกิน และช่วยกันปราบผีถ้ำกลำพันจนหนีไปหมด เปลี่ยนชื่อถ้ำเสียเป็น "เขาเจ้ารำ" จากนั้นให้ย่องตอดลากรถม้าเข้าเมืองเตรียมทำสงครามต่อไป พอดีกับที่พระอภัยมณี ส่งสานส์มาเกี้ยวพาราสีนางละเวง จนบาดหลวงจับได้ว่านางละเวงรักใคร่อยู่กับพระอภัยมณี
                    ฝ่ายทัพของสามพราหมณ์ที่ยกมาทางด่านดงตาล ได้พบกับทัพของอิเรนและเกิดสู้รบกัน จนทัพของอิเรนแตกพ่าย แต่ลูกสาวของอิเรนชื่อ รำภาสะหรี รวบรวมพลต่อสู้ป้องกันเมืองไว้เป็นสามารถ แต่ที่สุดก็เสียเมือง ตัวนางรำภาสะหรีหนีไปเฝ้านางละเวงในเมืองหลวง และมีการเตรียมกำลังตั้งรับข้าศึกใหม่ โดยให้นางรำภาสะหรี ยุพาผกา สุลาลีวัน ออกมาตั้งรักษา ด่านเขาเจ้าประจัญ โดยมีย่องตอดมากับทัพด้วย ได้มีการต่อสู้กันเป็นสามารถ ย่องตอดใช้มนต์สะกดทัพและจับสามพราหมณ์ไว้ได้ แต่ภายหลังสินสมุทร และพราหมร์แก้ไขเอาตัวรอดมาได้ และสั่งให้กองทัพล้อมเขาเจ้าประจัญเอาไว้ นางยุพาผกา นางสุลาลีวัน และรำภาสะหรี จึงได้มาทูลนางละเวงว่า ข้าศึกกำลังมาก ไม่สามารถตีแตกได้
                 นางละเวงได้ปรึกษากับบาดหลวง และตกลงกันว่าจะใช้มารยาหญิง เข้าล่อพระอภัยมณี แต่เป็นเพราะนางก็รักพระอภัยมณี นางรำภาสะหรีก็พอใจศรีสุวรรณอยู่ จึงได้ปรึกษาหาทางหย่าทัพกัน บาดหลวงทราบเรื่องก็โกรธแค้นมาก ว่ากล่าวต่างๆนานา นางละเวงจึงต้องแกล้งทำสงครามต่อไป แต่ส่วนตัวนั้นให้นางยุพาผกาไปติดต่อกับพระอภัยมณี หลอกเอาพระอภัยมณีปลอมตัวเป็นหญิง นำติดท้ายรถเข้าเมือง แล้วเอาเครื่องทรงพระอภัยมณีไปสวมให้ชายคนหนึ่ง   และประหารเสีย เอาหัวไปให้บาดหลวง บาดหลวงคิดว่าพระอภัยมณีตายแล้ว ก็สั่งให้ทหารเอาไฟเผาทัพเมืองผลึก จนมีการต่อสู้กันขึ้นอีกครั้ง ในระหว่างนั้นศรีสุวรรณ สินสมุทรและพราหมณ์ทั้งสาม ทราบว่าพระอภัยหายไป คิดว่าถูกจับไปฆ่าเสียแล้ว จึงระดมพลเข้าโจมตีทัพฝรั่งจนแตกพ่ายไปอีกครั้ง และบาดหลวงก็หายสาปสูญไปในการรบครั้งนี้ด้วย ต่อเมื่อศพชายคนที่ปลอมตัวเป็นพระอภัยมณีเข้า ทราบว่าพระอภัยมณียังไม่ตาย คงอยู่ในวังเมืองลังกาเป็นแน่
                 ขณะที่การรบที่เขาเจ้าประจัญ ยังคงดำเนินอยู่นั้น นางรำภาสะหรีและนางยุพาผกาได้ไปกราบทูลนางละเวงให้ทราบ และบอกว่าบาดหลวงหายไปแล้ว ให้พระอภัยมณีออกเจรจาระงับการสงครามเสีย โดยแต่งสาส์นออกไปยังศรีสุวรรณและสินสมุทร แต่ศรีสุวรรณกับสินสมุทร ไม่เต็มใจปฎิบัติตาม จึงปรึกษาปลอมสาส์นท้าวสุทัศน์พระบิดาพระอภัยมณี สั่งให้พระอภัยมณีกลับเมือง แต่พระอภัยมณีไม่กลับบอกว่ายังป่วยอยู่ และสั่งให้หยุดรบ ในที่สุดพระอภัยมณีก็ได้นางละเวงเป็นชายาในวังลังกา

<< ย้อนกลับ | อ่านต่อหน้า 7

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook