 |
ทรงสุบินนิมิต
ในวันที่พระโพธิสัตว์ทรงถือปฎิสนธินั้น
พระนางสิริมหามายาอัครมเหสีในพระเจ้าสุทโธทนะ
ทรงสุบินว่ามีช้างเผือกนำดอกบัวขาว
จากภูเขาเงินภูเขาทอง
มากระทำทักษิณาวรรตเวียนขวา
รอบพระแท่นบรรทม 3 รอบ
แล้วเข้าสู่พระอุทรทางเบื้องขวา
ตั้งแต่นั้นมาพระนางก็เริ่มทรงครรภ์ |
 |
ทรงประสูติ
เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์ใกล้ประสูติ
ได้เสด็จไปกรุงเทวทหะ
ครั้นถึงสวนลุมพินีวัน
ซึ่งเป็นวโนทยานอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์
และกรุงเทวทหะ
พระนางทรงประชวรพระครรภ์และประสูติพระโอรส
ใต้ร่มไม้สาละ ตรงกับวันเพ็ญ
เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี |
 |
ทำนายลักษณะ
หลังจากที่ทรงประสูติแล้ว
พระเจ้าสุทโธทนะได้เชิญโหราจารย์
มาถวายคำทำนายเจ้าชายสิทธัตถะ
และได้ทำนายว่า
เจ้าชายสิทธัตถะนี้
ถ้าครองราชสมบัติจะได้เป็นพระมหาจักรพรรรดิ์
แต่ถ้าทรงออกผนวช
จะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ศาสดาเอกของโลก |

|
ทรงอภิเษกสมรส
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะมีพระชนมายุ
16 พรรษา
ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงยะโสธราพิมพา
และประทับในปราสาท 3 ฤดู
แวดล้อมด้วยความบันเทิงเริงรมย์ทุกประการ |

|
เสด็จประพาสพระนคร
เจ้าชายสิทธัตถะได้มีโอกาสเสด็จประพาสพระนคร
และได้พบเห็นเทวทูตทั้งสี่ คือ
คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช
ก็บังเกิดความสังเวชสลดพระทัย
และเบื่อหน่ายในสังขารทุกข์
ใคร่เสด็จออกบรรพชาเป็นสมณะ |

|
หนีบรรพชา
เมื่อเสด็จกลับจากการประพาสพระนคร
ทรงครุ่นคิดที่จะหาหนทางหลุดพ้นจากโลกียวิสัย
จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะออกบรรพชา
เพื่องแสวงหาสิ่งอันเป็นความสุขแท้จริง
พระองค์ได้ลอบเสด็จออกจากห้องบรรทม
รับสั่งนายฉันทะเตรียมผูกม้ากัณฐกะ |

|
ทรงม้ากัณฐกะ
เจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะ
มีนายฉันทะยึดหางม้าตามไป
ข้างหน้ามีท้าวสักกะเทวราชจูงม้า
ข้างหลังมีพระพรหมเชิญเครื่องผนวช
เบื้องล่างมีท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4
ใช้มือรองเท้าม้าทั้ง 4
ข้างเหาะไป
เมื่อใกล้จะพ้นเขตพระราชวังมีพญามาร
ชื่อวัสวดีมาขัดขวางมิให้เสด็จออกบรรพชา |