จิตรกรรมฝาฝนังชุด
พุทธประวัติ (๒)
บอกเล่าเรื่องราวของพระบรมศาสดา ผ่านความอลังการของจิตรกรรมฝาฝนัง และความงดงามแห่งศิลปะลายไทย

 

ตัดพระเมาลี
เมื่อเสด็จถึงริมฝั่งอโนมานที เจ้าชายสิทธํตถะทรงเปลื่องเครื่องทรงออก และตัดพระเมาลีด้วยพระขรรค์แก้ว แล้วทรงรับเครื่องสมณบริขาร ที่ทวยเทพนำมาถวาย ครองเพศเป็นบรรพชิต ขณะนั้นทรงพระชนมายุได้ 29 พรรษา นับเป็นเวลาก่อนพุทธศักราช 51 ปี

ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
พระองค์ได้ทรงใช้เวลาศึกษาค้นคว้า อยู่นานถึง 6 ปี ทรงทดลองกระทำทุกรกิริยา คือทรมานร่างกายด้วยวิธีต่างๆ เช่น ยืนทรมานด้วยขาข้างเดียว กำมือไม่แบจนเล็บยาวทะลุเนื้อ อดอาหารจนร่างกายผอมแทบจะสิ้นพระชนม์ โดยระหว่างนั้นมีปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 คอยเฝ้าปรนนิบัติ

ทรงรับข้าวมธุปายาส
นางสุชาดากวนข้าวมธุปายาส ตั้งใจนำไปถวายรุกขเทวดาเป็นการแก้บน เมื่อนางไปถึงต้นไทรใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ได้เห็นพระสิทธัตถะประทับนั่งอยู่ใต้ต้นไทร ก็เข้าใจว่าเป็นเทวดา จึงนำถาดข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย เมื่อพระองค์เสวยแล้วก็ทรงตั้งความเพียรต่อไป

ทรงผจญมาร
พญามารได้ยกทัพมารมุ่งผจญข่มขู่ พระโพธิสัตว์เพื่อมิให้พระองค์ตรัสรู้ แต่ด้วยบุญบารมีทำให้พระแม่ธรณีปรากฎกายขึ้น บิดมวยผมเกิดน้ำท่วมใหญ่ พัดพากองทัพมารแตกพ่ายไป ครั้นรุ่งอรุณพระโพธิสัตว์ก็ตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันเพ็ญ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี

ทรงแสดงปฐมเทศนา
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงรำลึกถึงปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 จึงเสด็จไปป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และทรงแสดงปฐมเทศนาธรรมจักรกัปปวัตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ในคืนวันเพ็ญเดือน 8 หลังจากได้ฟังธรรมแล้ว ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก็ขออุปสมบทเป็ฯพระภิกษุ และต่อมาได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทุกองค์

เสด็จลงจากดาวดึงส์
หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษา และโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วในวันเพ็ญเดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา พระองค์ก็เสด็จลงมาจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสะ โดยเสด็จลงทางบันไดแก้ว ขนาบด้วยบันไดเงินและบันไดทอง มีเหล่าทวยเทพพากันมาส่งเสด็จ

เสด็จปรินิพพาน
หลังจากเสวยเนื้อสุกรมัทวะแล้ว ก็บังเกิดอาการประชวร แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปเมืองกุสินารา และประทับใต้ต้นสาละ ในคืนนั้นสุภัททะขอเข้าเฝ้า พระองค์ทรงอนุญาต และแสดงพระธรรมเทศนาโปรดสุภัททะ ทั้งได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย แล้วเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในวันเพ็ญเดือน 6

แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
หลังจากที่จัดการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน ณ สัณฐาคารศาลา เหล่ากษัตริย์ 7 นครต่างยกทัพมาเพื่อขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ จนเกิดกรณีวิวาท โทณพราหมณ์จึงอาสาเป็นผู้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ให้เป็นที่เรียบร้อย