บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม>>

สืบสานตาลปัตรพัดรองงานศิลป์

 ทุกวันนี้คนไทยทั่วไปมักเข้าใจว่า พัดที่ทำจากใบตาลมีแต่เฉพาะตาลปัตร ซึ่งพระสงฆ์ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น แท้จริงในอดีต พัดที่ทำจากใบตาลมีหลายรูปแบบ สำหรับใช้โบกให้ความเย็น และใช้เป็นการบ่งบอกถึงฐานะ บรรดาศักดิ์ของผู้ใช้ สำหรับในราชสำนัก ได้นำพัดที่ทำจากใบตาลมีด้ามจับด้านข้าง มาใช้เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ อย่างหนึ่งสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเรียกว่า "สุวรรณวาลวิชนี"
           ในสมัยรัตนโกสินทร์ ราวรัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 เรียกตาลปัตรของพระสงฆ์ที่มีบรรดาศักดิ์สูงใช้ ว่า "วิชนี หรือ พัชนี" ซึ่งเป็นภาษาบาลีหมายความว่า เครื่องพัดโบกสำหรับผู้สูงศักดิ์ ไทยอาจแปลงเป็นพัชนี ในสมัยนั้น ตาลปัตรมักทำจากใบตาลมีรูปร่างไม่สวยงาม งองุ้มเหมือนจวักตักแกง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชดำริให้สร้างขึ้นใหม่ ให้มีลักษณะเป็นพัดหน้านาง หรือรูปไข่ มีการประดับตกแต่งให้สวยงาม วัสดุที่ใช้ทำจากแพร ผ้าโหมด หรือผ้าลายดอกต่างๆ และเรียกใหม่ว่า "พัดรอง" สำหรับพัดที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่พระสงฆ์ ที่ได้รับสมณศักดิ์สูงให้เรียกว่า "พัดยศ" มีลักษณะเป็นพัดแฉกทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่จะถือได้เฉพาะในงานพระราชพิธี และรัฐพิธี โดยจะใช้ในการถวายอดิเรก (ถวายพระพรชัยมงคล) เท่านั้น

พัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พัดรองที่ระลึกนี้ ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพระราชพิธีบรมราชภิเษก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายพัดรองแด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ พัดรองนี้ชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "พัดไอราพต" (ช้างสามเศียร) จัดเป็นพัดรองที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย และเป็นพัดที่มีการตกแต่งด้วยการปักไหมเป็นครั้งแรก โดยสั่งปักมาจากเมืองจีน ทั้งนี้พระองค์มีความเห็นว่าช่างไทยมีความชำนาญ ในการปักดิ้นได้งามกว่าชาติอื่น แต่ไม่ชำนาญในการปักไหมเหมือนชาติจีน ภายหลังจึงมีการหัดปักไหมขึ้นจนมีความชำนาญ ความสยวงามของพัดนี้อยู่ที่ลวดลายในการปัก และการใช้ไหมสีที่ดูเด่นสะดุดตา งดงามสมพระเกียรติยิ่งนัก ปักลายพานแว่นฟ้า ซึ่งประดิษฐานพระจุลมงกุฎ ใต้ลงมาเป็นช้างสามเศียรขนาบด้วยราชสีห์และคชสีห์ รอบขอบพัดปักลายช่อดอกไม้อันอ่อนช้อย ส่วนนมพัดทำด้วยงา สลักเป็นรูปกลีบบัว และแกะลายพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 5 ด้ามพัดทำด้วยงา

พัดรองที่ระลึกงานพระราชกุศล
พัดรองที่ระลึกนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในงานพระราชกุศล เพื่อถวายฉลองพระเดชพระคุณ ในสมเด็จพระปิตุลาธิราช และสมเด็จพระไปยกาธิราช รัชกาลที่ 3 พ.ศ. 2443 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และได้ถวายพัดรองแด่พระราชาคณะ และพระเถระผู้ใหญ่ พัดรองนี้จัดได้ว่าเป็นพัดรองที่มีความโดดเด่นในด้าน ฝีมือการออกแบบที่หาดูได้ยากยิ่ง เพราะได้นำภาพพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และภาพพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร มาผสมผสานบนผ้าแพร ซึ่งปักลายก้อนเมฆที่พริ้วไสว ได้อย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว และเพิ่มความงดงามของพัด ด้วยการปักลายอุณาโลมที่นมพัด

 

พัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกขึ้น อย่างสมพระเกียรติเมื่อ พ.ศ.2454 ภายหลังจากที่ทรงไว้ทุกข์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จสวรรคตแล้ว แต่จะเห็นได้ว่าพัดรองนี้ทำด้วยกำมะหยี่สีดำ ซึ่งแสดงว่าพระองค์ยังคงไว้ทุกข์อยู่เช่นนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายพัดรองแด่พระราชาคณะและพระเถระผู้ใหญ่ ความงดงามของพัดนี้อยู่ที่ลายปักไหมตรงกลางพัด เป็นรูปช้างไอราพต ยืนบนแท่นเหนือปุยเมฆ ทูนวชิรปราสาท ขนาบด้วยเทวดา 2 องค์ ส่วนนมพัดนั้น ทำด้วยทองเหลืองรูปกลมขอบหยัก ประดับมุกและแกะสลักชื่องาน ด้ามพัดทำด้วยไม้ประดับมุก ช่วยเสริมให้พัดมีความงดงามยิ่งขึ้น

พัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พัดที่ระลึกนี้ สร้างขึ้นในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2468 และได้ถวายพัดรองนี้แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ เป็นพัดหน้านางทำด้วยแพร ปักไหมสีเน้นลวดลายที่มีความละเอียดงดงาม เป็นการออกแบบของช่างผู้ชำนาญในอดีต ตรงกลางพัดปักตราพระลัญจกร รัชกาลที่ 7 คือ ลูกศร 3 องค์ เหตุที่ใช้พระลัญจกรเป็นรูปศร เพราะพระนามเดิมของพระองค์คือ สมเด็จพระเจ้าฟ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ ซึ่งคำว่า "เดชน์" แปลว่าลูกศร ลูกศรทั้ง 3 องค์ ปักอยู่ใต้พระมหาพิชัยมงกุฎจักรี ขนาบด้วยบังแทรกและอุณาโลมประดิษฐ์ เพิ่มความงดงามของพัดด้วย นมพัดและคอพัดที่ทำด้วยทองเหลืองรูปกลีบบัว ด้ามพัดทำด้วยไม้ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบทูลเกล้าฯถวาย ซึ่งถือได้ว่าพระองค์เป็นผู้มีฝีมือและมีชื่อเสียง ในการออกแบบพัดได้อย่างวิจิตรบรรจง

พัดรองที่ระลึกงานพระบรมศพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2493 ในงานพระบรมศพพระบรมเชษฐาธิราช สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระโอรส ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบนมราชชนก กับพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชสมภพ ณ เมืองไฮเดนเบิร์ค ประเทศเยอรมัน วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 เสด็จขึ้นครองราชเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489   ด้วยลายปักไหมสีเหลืองทอง ตัดกับพื้นพัดที่ทำด้วยผ้าต่วนสีแดงเข้ม ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของพระองค์ คือ วันอาทิตย์ ตรงกลางพัดปักลายพระปรมาภิไธยย่อ อ.ป.ร. ใต้พระมหาพิชัยมงกุฎอุณาโลม จึงทำให้พัดมีความสวยงามสะดุดตา จุดเด่นอีกส่วนหนึ่งคือนมพัด ทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปครุฑกางปีก หรือพระครุฑพ่าห์ ด้ามพัดทำด้วยไม้สีดำ พัดรองนี้ได้ถวายแด่ พระราชคณะ และพระเถระผู้ใหญ่

พัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
พัดรองพระราชพิธีสมโภชสิริราชสมบัติ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งครองราชยาวนานกว่า สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 รวม 42 ปี 22 วัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพัดรองนี้แด่ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ เป็นพัดหน้านางสีน้ำเงิน อันเป็นสีแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยลายปักสัญญาลักษณ์พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกตรงกลางพัด ที่งดงามตระการตา เหนือขึ้นไปเป็นลายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ มีแถบแพรสีชมพูพาดแต่งเบื่องล่าง ขอบพัดหุ้มลูกไม้ดิ้นทอง ส่วนนมพัดนั้น ทำด้วยโลหะสีทอง รูปครุฑยุดนาคข้างละตัว ซึ่งเป็นส่วนเสริมให้พัดมีความงามล้ำค่ายิ่งนัก

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook