บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์

คำประกาศแห่งความเสมอภาค
(The Communist Manifesto)
โดย คาร์ล มาร์กซ์ และ เฟรดริด แองเกลส์

อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ได้สร้างตลาดโลก ที่ซึ่งการค้นพบ ทวีปอเมริกา ได้แผ้วทางไว้ ตลาดนี้ ได้ส่งผลการพัฒนา อันใหญ่หลวง มาสู่การพาณิชย์ การเดินเรือ การคมนาคมทางบก พัฒนาการเหล่านี้ ในส่วนกลับ ได้ส่งผลสะท้อน มาสู่การขยายตัว ของระบบอุตสาหกรรม และในสัดส่วน ที่การอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การเดินเรือ และการรถไฟ ขยายตัวออกไป ชนชั้นกระฎุมพี ก็ได้พัฒนา สะสมทุนของมัน และผลักดัน ทุกชนชั้นที่สืบเนื่องมาจาก สมัยกลางทั้งหมด ให้กลายเป็นฐาน ส่วนล่างของมัน ตามสัดส่วน เดียวกันนั้นด้วย

            เพราะฉะนั้น เราก็ได้เห็นแล้วว่า ชนชั้นกระฎุมพีสมัยใหม่ โดยตัวของมันเอง ได้เป็นผลิตผล แห่งระยะพัฒนา ที่ยาวนาน เป็นผลผลิต แห่งลำดับขั้น แห่งการปฏิวัติ วิธีการผลิต และการแลกเปลี่ยนนี้ อย่างไร
            ในแต่ละขั้นตอน แห่งพัฒนาการ ของชนชั้นกระฎุมพี ดำเนินสัมพันธ์ควบคู่ไปกับ ความก้าว ทางการเมือง ที่เอื้อสนองต่อชนชั้นนี้ ชนชั้นที่เคยถูกกด อยู่ภายใต้อิทธิพล ของขุนนางศักดินา ในยุค ชุมชนสมัยกลาง ก็ได้สถาปนาสมาคม ที่ป้องกัน และปกครอง ตนเอง เป็นสาธารณรัฐชุมชนอิสระ ในประเทศนี้ (เช่นเดียวกันกับ ในอิตาลี และเยอรมัน Independent Urban Republic หรือ Third Estate ที่ต้องเสียภาษี ในระบบกษัตริย์ ในที่อื่น (เช่น ในฝรั่งเศส) ต่อมา ในสมัยการโรงงาน ยังคงเฟื่องฟูอยู่ พวกชนชั้นนี้ ก็ได้รับใช้ระบบ กึ่งศักดินา หรือระบบ สมบูรณาญาสิทธิราช เสมือนหนึ่ง ตัวทำให้เกิด ดุลยภาพ อันเหมาะสม ในการต้านทาน อำนาจขุนนาง และในความเป็นจริง กลายเป็น ฐานอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับระบบกษัตริย์ ทั่วไปนั่นเอง ต่อมา หลังจาก ได้สถาปนา อุตสาหกรรมสมัยใหม่ และตลาดโลกแล้ว ในที่สุด ชนชั้นกระฎุมพี ก็ฉวยคว้าชัยชนะ ไว้ในมือของตน เข้าครอบครองอิทธิพล ทางการเมือง ในรัฐที่มีการปกครอง แบบผู้แทน สมัยใหม่ ดังนั้น อำนาจบริหาร ของรัฐสมัยใหม่ จึงกลาย มาเป็นเพียงสภาคณะกรรมการ สำหรับจัดการธุระกิจ ทั่วไปของชนชั้นกระฎุมพี ทั้งหลายโดยสิ้นเชิง


            ตามประวัติศาสตร์ ชนชั้นกระฎุมพี ได้แสดงบทบาท ที่ปฏิวัติอย่างยิ่ง
            ณ ที่ใดก็ตาม ที่มันมีอำนาจ ชนชั้นกระฎุมพี ได้ทำลายความสัมพันธ์ แบบศักดินา แบบผู้ชาย เป็นใหญ่ และแบบง่ายๆ ตามธรรมชาติ มันได้ฉีกกระชาก สายใย แบบศักดินา ที่ผูกมัดมนุษย์ เข้ากับ เจ้านายเหนือหัว ที่เป็นโดยธรรมชาติของเขา โดยปราศจาก ความกรุณา และยังไม่เหลือ สายใยสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์ ต่อมนุษย์ไว้เลย นอกไปจาก ผลประโยชน์ส่วนตัว และนอกจากระบบ " จ่ายสด " ที่โหดร้าย โดดๆ เท่านั้น มันได้ถ่วงศรัทธาอันสูงส่ง ที่มีต่อศาสนา ถ่วงความเคารพนับถือ พวกขุนนาง ความชื่นชอบ การแสดงออกทางอารมณ์ ที่หยาบๆ ลงไปในกระแสน้ำ ที่เย็นยะเยือก แห่งการคำนวน ที่เห็นแก่ได้ มันได้เปลี่นคุณค่า ของคน มาสู่มูลค่าแลกเปลี่ยน และสถานะแห่งอิสระภาพ ที่ได้รับการประกัน อย่างไม่อาจล้มล้างได้ จำนวนนับไม่ถ้วน ได้ถูกเพิกเฉย และยกเอา อิสระภาพ ที่ไร้เหตุผล อย่างหนึ่งขึ้นมา.....เสรีภาพในการค้าขาย หรือโดยความเป็นจริง ก็คือ " เพื่อการเอารัดเอาเปรียบ " ซึ่งบิดเบือน โดยภาพลวงตา ทางศาสนา และการเมือง และใช้ การเอารัดเอาเปรียบ ที่โจ่งแจ้ง ไร้ยางอาย โดยตรงและโหดร้าย
                ชนชั้นกระฎุมพี ได้ฉีกกระชาก ความศักดิ์สิทธิ์ ออกจากอาชีพทุกชนิด ที่สืบมาจนบัดนี้ จนหมดสิ้นมันได้เปลี่ยนแปลง นักฟิสิกส์ นักกฎหมาย พระ กวี และนักปราชญ์ มาเป็นลูกจ้างแรงงานของมัน
            ชนชั้นกระฎุมพี ได้ฉีกกระชาก ม่านอารมณ์ ออกจากความสัมพันธ์ ในครอบครัว และเปลี่ยนมันให้เป็น ความสัมพันธ์ ทางการเงิน แต่เพียงโดดๆ
            ชนชั้นกระฎุมพี ได้แสดงให้เห็นว่า มันได้สามารถฟันฝ่า การแสดงอำนาจป่าเถื่อน ในสมัยกลาง ซึ่งพวกปฏิกิริยา พากันชื่นชอบ โดยการสร้าง ความพรักพร้อมที่เหมาะสม ในสภาวะการณ์ ที่เกียจคร้าน เฉื่อยชา ในสมัยนั้น ได้อย่างไร มันเป็นพวกแรก ที่แสดงออกถึงความสามารถ ของมนุษย์ ทำความประหลาดใจ ในแรงงานมนุษย์ ยิ่งไปกว่าปิรามิด ในอีจิปต์ ระบบระบายน้ำ แห่งโรมโบราณ โบสถ์แบบโกธิค และมันยังก่อ ให้เกิดการแผ่ขยายอาณาเขต ที่ยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ผลัก ให้การอพยพ แห่งชนชาติในอดีต และสงครามครูเสด หลบออกไปจาก สารบบ เลยทีเดียว
            ชนชั้นกระฎูมพี ไม่สามารถธำรงอยู่ได้ โดยปราศจาก การปฏิวัติ อันต้องดำเนิน อยู่เสมอของเครื่องมือ ในการผลิต ซึ่งจะส่งผลปฏิวัติ มายังความสัมพันธ์ ทางการผลิต และพร้อมกันกับ ความสัมพันธ์ ทางสังคมทั้งหลาย ที่จะต้องขึ้นอยู่ กับมันเองอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม การอนุรักษ์ วิธีการผลิตแบบเก่า ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ได้เป็นเงื่อนไข เบื้องต้น แห่งการธำรงอยู่ สำหรับชนชั้น ทางอุตสาหกรรม ก่อนหน้านี้ ทั้งหลาย การปฏิวัติ ทางการผลิต ที่จะต้องดำเนินอยู่เสมอ ความวุ่นวาย ทางสังคมที่ต่อเนื่องไป ไม่ขาดสาย ความไม่แน่นอน และความยุ่งยาก ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีวันสิ้นสุด เหล่านี้ ได้ทำให้ยุคสมัย ของชนชั้นกระฎุมพี แตกต่าง จากยุคสมัยของชนชั้น ก่อนหน้านี้ โดยสิ้นเชิง ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ได้ถูกตราไว้แล้ว ความสัมพันธ์ ที่แตกแยกกัน อย่างรุนแรง เพราะขบวน แห่งอคติ และความคิดที่เก่าแก่ ของพวกเขา ได้ถูกกวาดล้างออกไป และสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ได้ล้าสมัยลง ก่อนที่เขาจะทำให้มัน มั่นคงได้ สิ่งที่มีตัวตนทั้งหลาย ได้ละลายไปในอากาศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ได้ถูกทำให้ เป็นสิ่งธรรมดา ในที่สุดมนุษย์ ก็จะถูกกดดัน ให้เผชิญกับ ความรู้สึกเงียบเชียบ สภาพที่แท้จริงของชีวิต และความสัมพันธ์ ซึ่งกันและกัน
            ความต้องการ ในการขยายตลาด อยู่เรื่อยๆ สำหรับสินค้าของมัน ได้แผ่ขยายติดตาม ชนชั้นกระฎุมพี ไปทั่วโลก มันจะต้องถูกดึงขึ้น และปักหลักลงทั่ว ทุกหน ทุกแห่ง สถาปนา ข่ายการติดต่อ อย่างทั่วถึงด้วย
            ชนชั้นกระฎุมพี ได้ก่อให้เกิดลักษณะสากล ต่อการผลิต และการบริโภค ในทุกๆ ประเทศ โดยอาศัย การเอารัดเอาเปรียบ ของตลาดโลก ของมัน พวกมันได้ปูพื้นฐานของชาติ ขึ้นใหม่ โดยอุตสาหกรรม อันเป็นความผิดหวัง อันใหญ่หลวง ของพวกปฏิกิริยา อุตสาหกรรมแห่งชาติ ที่ถูกสถาปนาขึ้น ตามแบบเก่า ได้ถูกทำลาย หรือกำลังถูกทำลายลง ทุกวัน มันได้ถูกผลักไสออกไป โดยอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งการนำมันมาใช้ ได้กลายเป็น ปัญหาของความอยู่รอด ต่อชาติที่เจริญแล้ว ทั้งหลาย โดยระบบอุตสาหกรรม ซึ่งไม่สามารถ อาศัยวัตถุดิบ ในท้องถิ่นได้อีก หากแต่อาศัย วัตถุดิบ ที่ต้องนำมาจาก แหล่งห่างไกล อุตสาหกรรม ซึ่งผลผลิตของมัน ไม่เพียงแต่ใช้บริโภคภายใน เท่านั้น หากแต่ใช้บริโภค ในส่วนอื่นๆ ทั่วโลก อีกด้วย แทนการต้องการแบบเก่า ซึ่งเพียงพอสำหรับ การผลิต ภายในประเทศ เราได้เผชิญกับ ความต้องการแบบใหม่ ซึ่งเรียกร้องสินค้า จากดินแดน และภูมิอากาศ ที่ห่างไกล เพื่อตอบสนอง ความพึงพอใจ ของพวกเขา แทนที่การพึ่งตนเอง และการอยู่ตามลำพังของชาติ และท้องถิ่นแบบเก่า เรามีการติดต่อสัมพันธ์กัน ทุกประเทศ ที่ต้องพึ่งพาอาศัย ซึ่งกันและกัน โดยทั่วๆ ไป และทุกๆ ด้าน และในเรื่องผลิตผล ทางปัญญา (Intellectual Production) ก็เป็นเช่นเดียวกับทางวัตถุ การค้นพบ หรือเพิ่มพูนความรู้ เป็นส่วนตัว ของแต่ละชาติ กลายมาเป็นทรัพย์สินร่วม ความดึงดัน และความคับแคบ ของชาติต่างๆ เป็นสิ่งที่ เป็นไปไม่ได้ มากยิ่งขึ้น และจากวรรณกรรม ท้องถิ่น และของชาติ ต่างๆ ที่มีอยู่มากหลาย ก็ได้เกิดวรรณกรรม ของโลกขึ้นแทน

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook