บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์

คำประกาศแห่งความเสมอภาค
(The Communist Manifesto)
โดย คาร์ล มาร์กซ์ และ เฟรดริด แองเกลส์

คอมมิวนิสต์ยังถูกตำหนิต่อไปอีก ในความต้องการ ที่จะทำลายประเทศ และสัญชาติ คนงานไม่มีประเทศ เราไม่สามารถเอาสิ่งมี่ไม่มี มาจากเขาได้ นับจาก ที่กรรมกรต้องดิ้นรน ต่อสู้เพื่ออำนาจสูงสุดทางการเมือง และยกระดับขึ้น เป็นชนชั้นปกครอง ของชาติ ก่อนอื่นจะต้องสร้าง " ชาติ " ของตนเองขึ้นมาก่อน ดังนั้นมันจึงเป็นชาติ โดยตัวของมันเอง แม้จะไม่เป็นตามนัยของคำแบบกระฎุมพี

            ความแตกต่าง และความขัดแย้งของชาติ ระหว่างประชาชนด้วยกัน กำลังถูกทำให้ สูญสลายลงไปทุกวัน อันเนื่องมาจาก พัฒนาการของกระฎุมพี การพาณิชย์เสรี ตลาดโลก กรรมวิธีการผลิต ที่เป็นแบบเดียวกัน และนอกจากนั้น ยังมีเงื่อนไขการดำเนินชีวิต ที่สอดคล้องกัน ในแบบเดียวกันอีกด้วย
            การได้มาซึ่งอำนาจสูงสุด ของกรรมาชีพจะเป็นสาเหตุ ให้มันสูญสลายเร็วยิ่งขึ้น การร่วมมือกันต่อต้าน อย่างน้อยก็ในประเทศที่เป็นผู้นำ ทางด้านอารยธรรม จะเป็นเงื่อนไข แรกอันหนึ่ง ในการปลดปล่อย ชนชั้นกรรมาชีพ
            ภายในสัดส่วน ที่การเอารัดเอาเปรียบ ระหว่างปัจเจกชน ถูกทำให้สิ้นสุดลง การเอารัดเอาเปรียบ ของชาติหนึ่ง ต่ออีกชาติหนึ่ง ก็จะหมดไปด้วย ในทำนองเดียวกัน เมื่อสัดส่วน ของความขัดแย้ง ทางชนชั้นภายในชาติ ได้สูญหายไป การเป็นปฎิปักษ์ ระหว่างชาติหนึ่ง ต่อชาติหนึ่ง ก็จะสิ้นสุดลงด้วย
            การโจมตีลัทธิคอมมิวนิสต์ อันเอาหลักมาจาก ศาสนา ปรัชญา และโดยทั่วไป เอาหลักมาจาก จุดยืนทางอุดมการใดๆ นั้น ไม่มีน้ำหนักพอ ที่จะถือเอาเป็นเรื่อง ที่จะต้อง ใช้ความพยายาม ตรวจสอบอย่างเคร่งเครียด แต่อย่างใด
            มันต้องการความหยั่งรู้ ลึกซึ้งนักหรือ ที่จะเข้าใจว่ามโนคติก็ดี โลกทรรศน์ก็ดี และความคิดของมนุษย์ก็ดี หรือโดยย่อความสำนึกของมนุษย์ เราย่อมต้องเปลี่ยนแปลง ไปตามเงื่อนไข ทางวัตถุที่เป็นอยู่ ตามชีวิตสังคม และตามความสัมพันธ์ต่างๆ ทางสังคม ของเขา


            มีสิ่งใดอีกหรือ ที่ประวัติศาสตร์แห่งความคิด ได้พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัด ยิ่งไปกว่าที่ว่า การผลิตทางปัญญา (Intellectual Production) ได้เปลี่ยนคุณลักษณะ ของมัน ไปตามสัดส่วนเดียวกัน กับการผลิตทางวัตถุ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ความคิดเกี่ยวกับ การปกครอง ทุกยุค ทุกสมัย มักจะเป็นความคิดของ ชนชั้นปกครอง ของแต่ละยุคนั้นๆ เสมอ
            เมื่อคนเราพูดถึงความคิด ที่จะใช้ปฎิวัติสังคม เขาก็เพียงแต่แสดงข้อเท็จจริง ที่ว่า ภายในสังคมเก่า มิติใหม่ ของความคิด ได้ถูกสร้างขึ้น และการยกเลิกความคิดเก่า ก็จะดำเนินไป ตามการยกเลิกเงื่อนไข แห่งความเป็นอยู่แบบเก่า เท่านั้น
            เมื่อโลกยุคโบราณ อยู่ในสถานะแห่งความหายนะของมัน ศาสนาในยุคโบราณ ก็ถูกโค่นล้ม โดยศาสนาคริสต์ เมื่อความคิดของศาสนาคริสต์ ได้ยอมแพ้ต่อความคิด ของพวกเหตุผลนิยม (Rationalists) ในศตวรรษที่18 นั้น สังคมศักดินา ก็ได้กำลังต่อสู้กับ สงคราม แห่งความล่มจมของมัน กับกระฎุมพี นักปฏิวัติในครั้งนั้น ความคิดแห่งเสรีภาพ ทางศาสนา และอิสระภาพ ทางความสำนึก ต่างก็เพียงส่อแสดงถึง อิทธิพลของการแข่งขัน เสรีภายในเวทีของความรู้เท่านั้น
            มันมักจะถูกกล่าวหาว่า " ความคิดทางศาสนา ศีลธรรม ปรัชญา และกฎหมาย ต่างก็ถูกขัดเกลา เสริมแต่ง ในช่วงเวลาแห่งพัฒนาการ ทางประวัติศาสตร์ และก็ยังคงอยู่ อย่างมั่นคง ต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ "
            " นอกจากนี้ยังมีสัจจะนิรันดร์ (Eternal Truth ) เช่นเสรีภาพ ความยุติธรรม ฯลฯ ซึ่งมีอยู่ร่วมกัน ในสังคมทุกแห่ง แต่ลัทธิคอมมิวนิสต์ จะยกเลิกสัจจะนิรันดร์นี้ มันจะยกเลิก ศาสนา และศีลธรรมทั้งมวล แทนที่จะก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานใหม่ เพราะฉะนั้นคอมมิวนิสต์ จึงกระทำการที่แย้ง กับประสบการณ์ ทางประวัติศาสตร์ทั้งมวล ที่ผ่านมา "
               คำกล่าวหานี้ ได้ลบล้างตัวมันเองลง ในทางใดบ้าง ประวัติศาสตร์ ของสังคม ที่ผ่านมาทั้งมวล ต่างก็ประกอบขึ้น ภายใต้พัฒนาการ แห่งความขัดแย้งทางชนชั้น ความขัดแย้งทางชนชั้น ที่เห็นได้ชัดว่าแตกต่างกัน ในรูปแบบที่แปรเปลี่ยนไปตามยุค
            ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ข้อเท็จจริงร่วมกันมา ทุกยุคทุกสมัย ก็มีอยู่คือ " การเอารัด เอาเปรียบส่วนหนึ่ง โดยอีกส่วนหนึ่งของสังคม " ดังนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่า ความสำนึกของสังคม ที่ผ่านมา ถึงแม้มันจะได้แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ และมีจำนวน มากเพียงไร ก็ต้องวนเวียนอยู่ในรูปแบบ หรือความคิดที่แพร่หลายอันนี้ ซึ่งไม่สามารถ สูญสลายอย่างสมบรูณ์ได้ นอกจากการล่มสลาย ของความขัดแย้ง ทางชนชั้นทั้งหลาย เสียก่อน
             การปฏิวัติของคอมมิวนิสต์ เป็นการแตกหักขั้นรากฐาน อันถึงขีด กับความสัมพันธ์ แห่งการครอบครองทรัพย์สิน ตามประเพณี ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า พัฒนาการของมัน เกี่ยวข้องกับการแตกหัก ขั้นรากฐานอันถึงขีด กับความคิดตามประเพณี เช่นกัน
            แต่ขอให้เรายุติข้อโต้แย้ง ลัทธิคอมมิวนิสต์ ของกระฎุมพีไว้ก่อน เราได้เห็น แต่ต้นแล้วว่า ขั้นแรกของการปฏิวัติ แห่งชนชั้นคนงาน ก็คือ การยกระดับกรรมาชีพ เข้าสู่ต่ำแหน่ง ชนชั้นปกครอง ทั้งนี้เพื่อ เอาชนะสงครามประชาธิปไตย
            กรรมาชีพใช้อำนาจ ทางการเมือสูงสุดของเขา บังคับเอาทุนทั้งหมด มาจาก กระฎุมพี โดยกำลังรวมเครื่องมือ ทางการผลิตทั้งมวล เข้าสู่รัฐ นั่นคือรวมเข้าสู่มือของ ชนชั้นกรรมาชีพ ที่จัดตั้งกันเป็นชนชั้นปกครอง แล้วเพิ่มพลังผลิตร่วม ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้
            แน่นอน การเริ่มต้นสิ่งนี้ จะเป็นไปไม่ได้ หากปราศจากวิธีการ แห่งการโจมตี ที่ใช้กำลังรุนแรง ต่อสิทธิทางทรัพย์สิน และเงื่อนไขทางการผลิต ของกระฎุมพี เพราะฉะนั้น การใช้มาตรการต่างๆ ปรากฏว่า ยังไม่เพียงพอ และไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ในทาง เศรษฐกิจอย่างสมบรูณ์ แต่เนื่องมาจากความเคลื่อนไหวมัน (มาตรการที่ใช้) จะขยายตัวเอง ออกไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขยาย การโจมตีออกไป สู่ระเบียบสังคมเก่า และไม่สามารถ จะหลีกเลี่ยงได้ เหมือนเช่น วิธีทำให้เกิด การปฏิวัติวิธีการผลิตทั้งมวล
            แน่นอนมาตรการเหล่านี้ จะต้องแตกต่างกันไป ตามประเทศต่างๆ อย่างไรก็ดี ในประเทศที่ก้าวหน้าที่สุด ข้อปฏิบัติเหล่านี้ จะต้องค่อนข้างใช้ได้ เป็นอย่างดีโดยทั่วไป
          1. การยกทรัพย์สินในที่ดิน และนำค่าเช่า ที่ดินทั้งหมด มาใช้ประโยชน์ ตามวัตถุ ประสงค์ส่วนรวม
          2. การเก็บภาษีรายได้ ที่ปรับปรุงแล้ว และทันสมัยอย่างหนัก
          3. การยกเลิกสิทธิ การรับมรดกทั้งมวล
          4. การยึดทรัพย์สิน ของผู้อพยพ ออกนอกประเทศ และขบถ
          5. การรวมเครดิต เข้าสู่รัฐโดยวิธีของธนาคารชาติ ซึ่งดำเนินการ โดยทุนของรัฐ และการผูกขาด ที่มีลักษณะพิเศษ
          6. การรวมกรรมวิธี ทางคมนาคม และการขนส่งเข้าสู่รัฐ
          7. การขยายโรงงาน และเครื่องมือในการผลิต โดยกระทำโดยรัฐ การฟื้นฟูดินแดน ที่รกร้างว่างเปล่า และการปรับปรุงที่ดิน จะต้องสอดคล้อง กับแผนการณ์ร่วม โดยทั่วไป
          8. ขยายการรับผิดชอบ อันเท่าเทียมกัน ไปสู่กรรมกรทั้งหลาย ก่อตั้งกองทัพ อุตสาหกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อการเกษตร
          9. การผสมผสานอุตสาหกรรม เข้ากับเกษตรกรรม ค่อยๆ ทำลายภาวะ ความแตกต่าง ระหว่างเมือง และชนบท ทีละน้อยละน้อย โดยการแบ่งกระจายประชากร ออกไปทั่วประเทศ เท่าๆ กัน
          10. การศึกษาเสรี สำหรับเยาวชนทั้งหลาย โดยโรงเรียนของรัฐ ยกเลิกแรงงานเด็ก ในโรงงาน ในรูปแบบปัจจุบัน ผสมผสานการผลิต ทางอุตสาหกรรม เข้ากับการศึกษา ฯลฯ
            เนื่องมาจากพัฒนาการ เมื่อความแตกต่าง ทางชนชั้นได้สูญหายไป และการผลิต ทั้งหมดได้รวม เข้าสู่มือของชาติทั้งหลายแล้ว อำนาจของรัฐ จะสูญเสียลักษณะ ทางการเมือง ของมันไป อำนาจทางการเมือง ที่เรียกกันนั้น เป็นเพียงอำนาจที่รวมกัน ของชนชั้นหนึ่ง เพื่อการกดขี่ ชนชั้นอื่นๆ หากกรรมาชีพ ระหว่างที่ต่อสู้ กับชนชั้นกระฎุมพี ถูกบีบบังคับ โดยสถานการณ์ ให้รวมกันเป็นชนชั้น และถ้าโดยการปฏิวัติ หากพวกเขาได้กลายเป็น ชนชั้นปกครอง และได้กวาดล้าง สภาวะเก่าสิ้นไปแล้ว พร้อมกับการกวาดล้าง สภาวะการผลิต เก่านี้เอง เขาก็ได้กวาดล้างเงื่อนไข ความเป็นอยู่แห่งการขัดแย้ง ทางชนชั้น และการธำรงอยู่ ของชนชั้นเอง และโดยทางนี้ ก็ได้ยกเลิกอำนาจ ปกครองสูงสุดในฐานะ การเป็นชนชั้น ของตนเองในที่สุด
            แทนที่ของสังคมกระฎุมพีเก่า อันประกอบด้วย ความขัดแย้งทางชนชั้น และชนชั้น ทั้งหลาย เราจะมีสมาคมที่ซึ่ง การพัฒนาอย่างเสรี ของแต่ละบุคคล เป็นเงื่อนไข เพื่อการพัฒนาอย่างเสรี ของทุกๆ คน

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook