บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา

(Declaration on the Rights to Development)

(รับรองโดยสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2529)
คำปรารภ

      สมัชชาใหญ่,

      คำนึงถึง ความมุ่งประสงค์และหลักการแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ เรื่องความสำเร็จแห่งความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ปัญหาสากลทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม หรือ มนุษยธรรม และในการส่งเสริมและสนับสนุนการเคารพบรรดาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานเพื่อทุกคนโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างทางเชื้อชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา

      ยอมรับ ว่า การพัฒนา คือ กระบวนการรอบด้านทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ซึ่งมีความสม่ำเสมอ ในการ มุ่งยกระดับความผาสุกของประชากรทั้งมวลและปัจเจกชนทั้งมวลบนพื้นฐานที่พวกเขามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น เสรี และมีความหมายในการพัฒนา รวมทั้งในการกระจายอย่างเป็นธรรมแห่งผลประโยชน์จากการพัฒนา

      พิจารณา ว่า ภายใต้บทบัญญัติปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทุกคนมีสิทธิจะมีชีวิตอยู่ในสังคมภายในประเทศและระหว่างประเทศที่มีระเบียบ เพราะในสังคมเช่นนี้ สิทธิและเสรีภาพ ตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาดังกล่าว จะสามารถเกิดสัมฤทธิ์ผลได้อย่างเต็มเปี่ยม

      ระลึกถึง บัญญัติในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเพ่งและการเมือง

         * แปลและเรียบเรียงโดย พิเชษฐ์ เมาลานนท์ และนิลุบล ชัยอิทธิพรวงศ์ ในฐานะสำนักวิจัย “กฎหมายกับการพัฒนา” (Low and Development) ในประเทศไทย (TLD-RI) (กรกฎาคม 2539) 

      ระลึกต่อไปถึง ความตกลง อนุสัญญา ข้อมติ ข้อเสนอแนะ และตราสารอื่นของสหประชาชาติและขององค์การชำนาญพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนามยุษย์ ซึ่งรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประชาชนทั้งมวล กับระลึกถึง ตราสารทั้งมวล เกี่ยวกับเรื่อง การขจัดอาณานิคม การป้องกันการเลือกปฏิบัติ การเคารพและปฏิบัติตามบรรดาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การธำรงสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมทั้งเรื่อง การส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรให้เพิ่มพูนและความร่วมมือในหมู่รัฐต่างๆ ตามกฎบัตรสหประชาชาติ

      ระลึก ว่า บรรดาประชาชนมีสิทธิกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ซึ่งเพราะเหตุนั้น ทำให้พวกเขามีสิทธิที่เสรี ที่จะ กำหนดสถานะทางการเมืองของพวกเขาเอง และที่จะแสวงหาการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของพวกเขาเอง

      ระลึกเช่นกัน ว่า ภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนทั้ง 2 ฉบับ บรรดาประชาชนสามารถใช้สิทธิเต็มที่และสมบรูณ์ตามอธิปไตยเหนือความมั่งคั่งและทรัพยากรธรรมชาติทั้งมวลของพวกเขา

     ใส่ใจ ว่า รัฐต่างๆ ที่หน้าที่ภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติต้องส่งเสริมให้มีการเคารพและปฎิบัติทั่วสากลต่อบรรดาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานเพื่อทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องใด ๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมืองหรือทางอื่นใด ชาติหรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่นใด

      พิจารณา ว่า สภาพที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา สำหรับมนุษยชาติส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นได้ต่อเมื่อขจัดการละเมิดอันใหญ่หลวงและชัดแจ้งต่อสิทธิมนุษยชนของบรรดาประชาชนและบรรดาปัจเจกชน ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บางประการ เช่น จากลัทธิอาณานิคม ลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่ ลัทธิแบ่งแยกผิว ลัทธิแบ่งแยกเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ การครอบงำและครอบครองโดยต่างชาติ การรุกรานและการคุมคามอธิปไตยแห่งชาติ เอกภาพแห่งชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน และการคุกคามจะก่อสงคราม

     ห่วงใย ว่า นอกจากสาเหตุในประการอื่นแล้ว การปฏิเสธสิทธิทางแพ่ง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ยังเป็นสาเหตุอีกประการหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดอุปสรรคร้ายแรง

      ต่อการพัฒนาและต่อการบรรลุชีวิตที่สมบูรณ์ของมวลมนุษย์และบรรดาประชาชน และพิจารณาว่า สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวลแบ่งแยกไม่ได้และพึ่งพากันและกัน และว่า เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเป็นการสมควรเช่นกันที่จะต้องพิจารณาอย่างตั้งใจและเร่งด่วนในเรื่องการ

      ปฏิบัติตาม ส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิทางแพ่ง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และว่า ด้วยเหตุเช่นนั้น การส่งเสริม เคารพ และให้สิทธิในสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานบางประการ จึงไม่ก่อให้เกิดความชอบธรรมในการยกขึ้นอ้าง เพื่อปฏิเสธสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานประการอื่น

      พิจารณา ว่า สันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยจำเป็นในการทำให้สิทธิในการพัฒนาเกิดสัมฤทธิ์ผล

      ย้ำยืนยัน ว่า การลดกำลังอาวุธกับการพัฒนามีความสัมพันธ์อันใกล้ชิด และว่า ความก้าวหน้าในด้านการลดกำลังอาวุธจะช่วยส่งเสริมอย่างยิ่งในด้านการพัฒนา และว่า ทรัพยากรที่เหลือจากมาตรการลดกำลังอาวุธ ควรอุทิศให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความผาสุกของประชาชนทั้งมวล โดยเฉพาะแก่ประชาชนทั้งมวลในประเทศกำลังพัฒนา

      ยอมรับ ว่า คน เป็นประเด็นศูนย์กลางในกระบวนการพัฒนา และว่า ด้วยเหตุเช่นนั้น นโยบายการพัฒนา จึงควรกำหนดว่า มนุษย์ คือ ผู้มีฐานะหลักในการเป็นผู้เข้าร่วมและผู้รับประโยชน์จากการพัฒนา

     ยอมรับ ว่า รัฐ เป็นผู้รับผิดชอบขั้นต้นในการสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาของบรรดาประชาชนและบรรดาปัจเจกชนของรัฐนั้น

     สำนึกว่า ความเพียรพยายามในระดับระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนควรควบคู่กับความเพียรพยายามที่จะสร้างระเบียบเศรษฐกิจใหม่ในสากล

     ยืนยันว่า สิทธิในการพัฒนาเป็นสิทธิมนุษยชนอันไม่อาจพรากโอน และว่า ความเสมอภาค แห่งโอกาสในการพัฒนาเป็นเอกสิทธิ์ทั้งของชาติทั้งมวล และของบรรดาปัจเจกชน ผู้ประกอบขึ้นเป็นชาติ

จึงประกาศ ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา มาดังนี้

ข้อ 1

  1. สิทธิในการพัฒนา เป็นสิทธิมนุษยชนประการหนึ่งซึ่งไม่อาจพรากโอน ซึ่งโดยอาศัยเหตุนี้คนทุกคนและประชาชนทั้งมวล จึงชอบจะเข้าร่วมมีบทบาทและชอบจะได้รับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง อันจะทำให้สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวล เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มเปี่ยม
  2. สิทธิมนุษยชนในการพัฒนา ยังหมายถึง การเกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มเปี่ยมแห่งสิทธิของบรรดาประชาชนในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง ซึ่งรวมถึงการใช้สิทธิที่ไม่อาจพรากโอนของพวกเขาเต็มที่ตามอธิปไตย เหนือความมั่งคั่งและทรัพยากรธรรมชาติทั้งมวลของพวกเขา ทั้งนี้ โดยขึ้นกับบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทั้ง 2 ฉบับ

ข้อ 2

  1. คนเป็นประเด็นศูนย์กลางในการพัฒนาและควรเป็นผู้เข้าร่วมที่กระตือรือร้นและเป็นผู้รับประโยชน์จากสิทธิในการพัฒนา
  2. มนุษยชนทั้งมวล โดยเอกเทศและร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อการพัฒนา ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากความจำเป็นในการต้องให้ความเคารพเต็มที่ต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้น
          พื้นฐานของพวกเขาและต่อหน้าที่ของพวกเขาต่อชุมชน ซึ่งเพียงประการนี้ ย่อมเป็นประกันการบรรลุความเป็นมนุษย์ที่เสรีและสมบูรณ์ และดังนั้น มนุษย์ทั้งมวลควรส่งเสริมและคุ้มครองระเบียบที่เหมาะสมทางการเมืองสังคม และเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนา
  3. รัฐทั้งมวล มีสิทธิและหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการพัฒนาแห่งชาติอันเหมาะสม ซึ่งมีความสม่ำเสมอในการมุ่งยกระดับความผาสุกของประชากรทั้งมวลและปัจเจกชนทั้งมวล บนพื้นฐานที่พวกเขามีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น เสรี และมีความหมายในการพัฒนา รวมทั้งในการกระจายอย่างเป็นธรรมแห่งผลประโยชน์จากการพัฒนา

ข้อ 3

  1. รัฐทั้งมวล มีความรับผิดชอบขั้นต้นในการสร้างเงื่อนไขแห่งชาติและสากลที่เอื้ออำนวยให้สิทธิในการพัฒนาเกิดสัมฤทธิ์ผล
  2. สิทธิในการพัฒนาจะเกิดสัมฤทธิ์ผล ต่อเมื่อ มีการเคารพอย่างเต็มเปี่ยมต่อหลักการกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันมิตร และต่อเมื่อ มีการร่วมมือในหมู่รัฐต่างๆ ตามกฎบัตรสหประชาชาติ
  3. รัฐทั้งมวล มีหน้าที่ร่วมมือกัน เพื่อให้ประกันการพัฒนาและขจัดอุปสรรคการพัฒนา ดังนั้น รัฐทั้งมวล จึงควรตระหนักถึงสิทธิของทุกรัฐและปฏิบัติหน้าที่ของรัฐตน ในลักษณะ ส่งเสริม ระเบียบเศรษฐกิจใหม่ในสากลบนพื้นฐานความเสมอภาคแห่งอธิปไตย การพึ่งพากันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการร่วมมือในหมู่รัฐทั้งมวล รวมทั้งในลักษณะ สนับสนุนให้ปฏิบัติตามและให้เกิดสัมฤทธิ์ผล ในบรรดาสิทธิมนุษยชน

ข้อ 4

  1.  รัฐทั้งมวล โดยเอกเทศและร่วมกัน มีหน้าที่ดำเนินมาตรการในการกำหนดนโยบายการพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยให้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มเปี่ยมแก่สิทธิในการพัฒนา
  2. ต้องมีการดำเนินกิจกรรมที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมประเทศกำลังพัฒนา ให้เร่งรัดพัฒนาก้าวหน้าขึ้น ขณะที่ความเพียรพยายามของประเทศกำลังพัฒนาทั้งมวล ต้องเสริมด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีประสิทธิผล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นแก่ประเทศเหล่านี้ ในฐานะเป็นเครื่องมือและปัจจัยให้ความสะดวกที่เหมาะสม เสริมส่งการพัฒนาที่รอบด้าน

ข้อ 5

      รัฐทั้งมวล ต้องตั้งใจดำเนินมาตรการขจัดการละเมิดอันใหญ่หลวงและชัดแจ้งต่อสิทธิมนุษยชนของบรรดาประชาชนและมนุษย์ทั้งมวล ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บางประการ เช่น จากผลของ ลัทธิแบ่งแยกผิว ลัทธิแบ่งแยกเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ ลัทธิอาณานิคม การครอบงำและครอบครองโดยต่างชาติ การรุกราน การแทรกแซงและการคุมคามโดยต่างชาติ ต่ออธิปไตยแห่งชาติ ต่อเอกภาพแห่งชาติ และต่อบูรณภาพแห่งดินแดน และจากผลของและการคุกคามจะก่อสงคราม และการปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิขั้นพื้นฐานของบรรดาประชาชนในการกำหนดวิถีชีวิตของตนเอง

ข้อ 6

  1. รัฐทั้งมวล ควรร่วมมือกัน ส่งเสริม สนับสนุน และเสริมพลังให้มีการเคารพและปฏิบัติทั่วสากลต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวลเพื่อทุกคน โดยไม่คำนึงถึงความแตกแต่งทางเชื้อชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา
  2. สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานทั้งมวล แบ่งแยกไม่ได้และพึ่งพากันและกัน นอกจากนี้เป็นการสมควรเช่นกัน ที่จะต้องพิจารณาอย่างตั้งใจและเร่งด่วนในเรื่องการปฏิบัติตาม ส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิทางแพ่ง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม 3
  3. รัฐทั้งมวล ควรดำเนินมาตรการขจัดอุปสรรคการพัฒนาที่เป็นผลมาจากความล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามสิทธิทางแพ่งและการเมือง รวมทั้งตามสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ข้อ 7

      รัฐทั้งมวล ควรส่งเสริมการสร้าง ธำรงรักษา และเสริมพลังให้มีสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และเพื่อการนั้น ควรใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ที่จะ บรรลุการลดกำลังอาวุธอย่างทั่วไปและสมบูรณ์ภายใต้การควบคุมระหว่างประเทศที่มีประสิทธิผล รวมทั้งที่จะ ให้ประกันว่าทรัพยากรที่เหลือจากมาตรการที่มีประสิทธิผลในการลดกำลังอาวุธจะถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนาที่รอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศกำลังพัฒนา

ข้อ 8

 

  1. รัฐทั้งมวล ควรดำเนินมาตรการ ที่จำเป็นทั้งมวลในระดับประเทศ เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลแก่สิทธิในการพัฒนา และนอกจากมาตรการในด้านอื่นแล้ว ยังต้องให้ประกันความเสมอภาคแห่งโอกาสเพื่อทุกคนจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน การศึกษา บริการสาธารณสุข อาหาร ที่อยู่ อาศัย การจ้างงาน และการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม นอกจากนี้ รัฐควรดำเนินมาตรการ ที่มีประสิทธิผลเพื่อให้ประกันว่า สตรีจะมีบทบาทในกระบวนการพัฒนา และรัฐควรดำเนินการ ปฏิรูปทางเศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมเพื่อขจัดความไม่เป็นธรรมทางสังคมทั้งมวล
  2. รัฐทั้งมวล ควรสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกด้าน ในฐานะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและในการให้เกิดสัมฤทธิ์ผลอย่างเต็มเปี่ยม ในสิทธิมนุษยชนทั้งมวล

ข้อ 9

  1. สิทธิในการพัฒนาทุกประการ ตามที่ระบุไว้ในปฏิญญาปัจจุบัน แบ่งแยกไม่ได้และพึ่งพากันและกัน ด้วยเหตุนี้ สิทธิในการพัฒนาแต่ละประการจึงควรได้รับการพิจารณาในบริบทรวม
  2. ไม่มีข้อความใด ในปฏิญญาปัจจุบัน อาจถูกตี ความ ขัดกับความมุ่งประสงค์ และหลักการสหประชาชาติ หรืออาจถูกตีความว่า รัฐ กลุ่มชน หรือบุคคลใด มีสิทธิที่จะประกอบกิจกรรม หรือกระทำการใดๆ อันมุ่งต่อการทำลายบรรดาสิทธิที่ระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทั้ง 2 ฉบับ

ข้อ 10

      มาตรการต่างๆ ควรถูกกำหนดขึ้น เพื่อให้ประกัน แก่การใช้อย่างเต็มที่ และแก่การส่งเสริมอย่างก้าวหน้า เรื่องสิทธิในการพัฒนา รวมทั้งเพื่อให้ประกัน แก่การก่อตั้ง การรับเอา และการปฏิบัติตามนโยบาย บทบัญญัติกฎหมาย และมาตรการอื่นใด ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

         (หมายเหตุ : ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนาฉบับนี้ มีฐานะเอกสารพื้นฐานการศึกษา Law and Development จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ของมวล มนุษย์ ในศตวรรษที่ 21 แต่ 10 ปีกว่าผ่านไป ยังไม่มีคำแปลไทย ผู้แปล จึงตัดสินใจลงมือแปลเอง เพื่อใช้ศึกษา “กฎหมายไทยกับการพัฒนา” (Thai Low and Development) และเพื่อเผยแพร่แก่ปวงชน / ผู้แปลได้รับคำแนะนำการแปลจากคุณสังเกต คล้ายปักษี ผู้อำนวยการกองแปล กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และคุณสุภาณี เลิศฤทธิ์ เจ้าหน้าที่การฑูต 7 จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แต่เนื่องด้วยผู้แปลยึดถือนโยบายแปลตามเข้าใจ ยิ่งกว่าแปลความตามอักษร ดังนั้นผู้แปลขอรับผิดชอบทุกประการในงานแปลนี้)

(หมายเหตุ : การตีพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษนี้ มีการตรวจสอบกับต้นฉบับทางการของสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ UNIS (United Nations Information Services) ได้แก่ คุณกิตติศักดิ์ วรรธนะภูติ แห่งฝ่ายสารนิเทศ และคุณดุลยธรรม ธรรมวงศ์ แห่ง UNIS-Library จึงขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ณ ที่นี้)

ภาษาอังกฤษ >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook