บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การปกครองระบอบประชาธิปไตย

องค์กรบริหาร

องค์กรต่าง ๆ ที่เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยในนามของพระมหากษัตริย์ คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล

บทบาทและหน้าที่ของรัฐสภา
ร่างพระราชบัญญัติจะตราขึ้นเป็นกฎหมายก็โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา หน้าที่ของรัฐสภา คือการให้คำแนะนำและยินยอมในการตราพระราชบัญญัติขึ้นเป็นกฎหมาย กล่าวอีกนัยคือ รัฐสภามีหน้าที่ในการพิจารณาและอนุมัติร่างกฎหมายหรือใช้อำนาจนิติบัญญัติ

บทบาทและหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
พระมหากษัตริย์ทรงตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 44 คน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่ บริหารราชการแผ่นดิน หรือ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคณะรัฐมนตรีเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจบริหาร

บทบาทและหน้าที่ของศาล
การพิจารณาอรรถคดี เป็นอำนาจของศาลซึ่ง จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ฉะนั้นองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการคือ ศาล ตามทฤษฎีกฎหมายรัฐธรรมนูญอาจจะแบ่งประเภทผู้ใช้อำนาจบริหารได้เป็น

  1. ประมุขของรัฐ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งพระมหากษัตริย์และประธานาธิบดี พระมหากษัตริย์ ในปัจจุบันประมุขของรัฐที่เป็นพระมหากษัตริย์ส่วนใหญ่จะไม่มีบทบาทในการบริหารประเทศ คงเป็นเพียงแต่ประธานในการประกอบรัฐพิธีต่างๆ ส่วนหน้าที่ในการบริหารประเทศจะเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือจะมีองค์กรหนึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปได้แก่คณะรัฐมนตรีอันมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปจะเป็นการกระทำในนามของพระมหากษัตริย์ ประธานาธิบดี ในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมีประมุขของรัฐในรูปแบบของประธานาธิบดี โดยปกติ จะมาจากการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามวาระที่กำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยทั่วไปฐานะ และอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีของแต่ละประเทศย่อมแตกต่างกันออกไปแล้วแต่กฎหมายของแต่ละประเทศ แต่โดยหลักใหญ่ ๆ แล้ว สามารถที่จะจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ
    (1) ประธานาธิบดีซึ่งมีฐานะเป็นประมุขของรัฐ แต่เพียงอย่างเดียว
    (2) ประธานาธิบดีซึ่งมีฐานะเป็นประมุขของรัฐและเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารด้วย
  2. หัวหน้าฝ่ายบริหาร บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารของประเทศต่าง ๆ อาจจะมีการเรียกชื่อที่แตกต่าง กันออกไป แต่เมื่อศึกษาถึงที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร อำนาจความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรบริหาร และองค์กรนิติบัญญัติแล้ว อาจแบ่งระบบการปกครองออกเป็น 2 ประเภท
    2.1 การปกครองในระบบประธานาธิบดี จะมีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง อาจจะเป็น การเลือกตั้งโดยตรงหรือเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อม ในการศึกษาการปกครองระบบประธานาธิบดี จะต้องศึกษาระบอบการปกครองของประเทศสหรัฐและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแม่แบบของการปกครองในระบอบนี้
    2.2 การปกครองแบบรัฐสภา จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในองค์กรนิติบัญญัติ ประเทศที่มีการปกครองระบบนี้จำลองรูปแบบมาจากการปกครองของประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นแม่แบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
  3. คณะรัฐมนตรี
  4. รัฐมนตรี

ในการปกครองระบบรัฐสภา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร จำเป็นต้องมีบุคคลคณะหนึ่งเป็นผู้ร่วมในการตัดสินใจในการบริหารประเทศ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปในประเทศต่างๆ จะเรียกว่าคณะรัฐมนตรี บคคลในคณะรัฐมนตรีจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงและทบวงต่างๆ คณะรัฐมนตรีหรือ รัฐมนตรีอาจถูกตั้งกระทู้ถามและถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากรัฐสภาได้ ซึ่งแตกต่างจากระบบประธานาธิบดี ซึ่งมีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะไม่มีความสัมพันธ์หรือไม่มีความรับผิดชอบต่อรัฐสภา ดังนั้นรัฐสภาจึงไม่มีอำนาจในการที่จะตั้งกระทู้ถามหรือลงมติไม่ไว้วางใจเหมือนอย่างระบบรัฐสภา

อำนาจหน้าที่ขององค์กรบริหาร

1. อำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศขององค์กรบริหาร
2. อำนาจหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติขององค์กรบริหาร
3. อำนาจหน้าที่ในด้านตุลาการขององค์กรบริหาร
4. อำนาจหน้าที่ในยามฉุกเฉินขององค์กรบริหาร

อำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศขององค์กรบริหาร
สิ่งที่จะเป็นเครื่องกำหนดการบริหารประเทศขององค์กรบริหารได้แก่ นโยบาย อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. นโยบายหลักหรือแนวนโยบายแห่งรัฐ จะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของแต่ละประเทศ เช่น ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 หมวด 5 ได้กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐไว้ตั้งแต่มาตรา 53 ถึงมาตรา 73 แนวนโยบายหลักหรือแนวนโยบายแห่งรัฐนี้จะใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล
  2. นโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายซึ่งผู้ที่เข้ารับตำแหน่งในองค์กรบริหารจะเป็นผู้กำหนดขึ้นเพื่อนำไปใช้ในการบริหารประเทศ เป็นอำนาจสิทธิ์ขาดขององค์กรบริหารที่จะเป็นผู้กำหนดขึ้น นโยบายของรัฐบาลนี้เป็นนโยบายในส่วนย่อยซึ่งจำเป็นจะต้องสอดคล้องกับนโยบายหลักหรือนโยบายแห่งรัฐ นโยบายของรัฐตามปกติได้แก่นโยบายซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาก่อนที่จะเข้ารับหน้าที่บริหารประเทศ องค์กรบริหาร นอกจากอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้กับองค์กรนิติบัญญัติแล้ว องค์กรบริหารยังมีอำนาจในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ให้เป็นอำนาจขององค์กรบริหารโดยตรง เพื่อที่จะสามารถดำเนินการบริหารได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ อำนาจต่างๆ เหล่านี้ได้แก่
    - อำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก
    - อำนาจในการประกาศสงคราม
    - อำนาจในการทำสนธิสัญญา
    - อำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการ

อำนาจหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติขององค์กรบริหาร
การใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยองค์กรบริหารนี้เป็นการใช้อำนาจที่ควรจะเป็นอำนาจขององค์กรนิติบัญญัติโดยตรง แต่เนื่องจากสภาพของสังคมปัจจุบันทำให้สิ่งจำเป็นที่องค์กรบริหารจะต้องมีอำนาจที่จะออกกฎหมายมาใช้บังคับได้

องค์กรบริหารจะตราพระราชกำหนด (พระราชกำหนดเป็นกฎหมายที่อยู่ในลำดับเดียวกับพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายที่องค์กรนิติบัญญัติเป็นผู้ออก) ให้ใช้บังคับในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นรีบด่วน เพราะในบางครั้งหากจะให้รอองค์กรนิติบัญญัติเป็นผู้ออกกฎหมายอาจจะไม่ทันต่อเหตุการณ์ เช่น องค์กรนิติบัญญัติอาจจะไม่อยู่ในสมัยประชุม ดังนั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญจึงให้อำนาจองค์กรบริหารที่จะออกพระราชกำหนดได้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติว่าเมื่อองค์กรบริหารได้ตราพระราชกำหนดออกมาใช้บังคับแล้วจะต้องเสนอพระราชกำหนดต่อองค์กรนิติบัญญัติพิจารณาโดยไม่ชักช้า นอกจากนี้องค์กรนิติบัญญัติยังได้มอบอำนาจให้องค์กรบริหารมีอำนาจออกกฎหมายมาใช้บังคับได้ (พระราชกฤษฎีกาเป็นกฎหมายที่ออกโดยองค์กรบริหารในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้) แต่เนื่องจากกฎหมายที่ออกโดยองค์กรบริหารนี้เป็นกฎหมายที่ออกโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหลักที่องค์กรนิติบัญญัติให้อำนาจไว้ กฎหมายที่ออกมาจึงเป็นกฎหมายระดับต่ำกว่ากฎหมายขององค์กรนิติบัญญัติและไม่สามารถที่จะมีข้อความขัดต่อกฎหมายขององค์กรนิติบัญญัติได้

อำนาจหน้าที่ในด้านตุลาการขององค์กรบริหาร
เนื่องจากงานในหน้าที่ขององค์กรบริหารมีขอบเขตกว้างขวางเป็นงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก ดังนั้นในบางกรณีการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรบริหารก็อาจมีการขัดแย้งกับประชาชนได้ ดังนั้นในการแก้ไขข้อขัดแย้งและให้องค์กรบริหารสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ประเทศต่างๆ จึงให้อำนาจองค์กรบริหารมีอำนาจ

ในด้านตุลาการเพื่อวินิจฉัยข้อพิพาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน องค์กรบริหารมีอำนาจในด้านตุลาการในระยะเบื้องต้นก่อนที่กรณีพิพาทจะมาสู่ศาลยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการกลั่นกรองและแบ่งเบาภาระของศาลยุติธรรม อย่างไรก็ตามการใช้อำนาจในด้านตุลาการโดยองค์กรบริหารนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของคู่กรณีที่จะนำข้อพิพาทไปสู่ศาล

อำนาจหน้าที่ในยามฉุกเฉินขององค์กรบริหาร
อำนาจและหน้าที่ในยามฉุกเฉินขององค์กรบริหารเป็นอำนาจซึ่งกฎหมายของทุก ๆประเทศจะให้ไว้กับองค์กรบริหาร เพราะองค์กรบริหารเป็นองค์กรเดียวในองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้อำนาจอธิปไตย ซึ่งมีการใช้อำนาจที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดและทราบข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศมากที่สุด และเป็นองค์กรที่มีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความสงบสุขของประชาชนและปกป้องอำนาจอธิปไตยของประเทศชาติ

อำนาจหน้าที่ในยามฉุกเฉินขององค์กรบริหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. ภาวะไม่ปกติอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ภายนอกประเทศ อาจเกิดจากกรณีพิพาทระหว่างประเทศที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้โดยสันติวิธีก็อาจจะต้องแก้ไขโดยใช้กำลังทหารและอาจถึงขั้นประกาศสงคราม องค์กรบริหารมีอำนาจประกาศสงครามกับประเทศใดประเทศหนึ่งหรือประกาศกฎอัยการศึกทั่วทั้งประเทศหรือท้องที่ใดท้องที่หนึ่งที่เกิดภาวะไม่ปกตินั้น
  2. ภาวะไม่ปกติอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ภายในประเทศ ถ้าหากภาวะไม่ปกติเป็นไปในลักษณะไม่รุนแรง องค์การบริหารมีอำนาจออกพระราชกำหนดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าภาวะไม่ปกติเป็นไปในลักษณะรุนแรง องค์การบริหารใช้อำนาจในการประกาศกฎอัยการศึกซึ่งอาจประกาศใช้ทั่วทั้งประเทศหรือท้องที่ใดท้องที่หนึ่งที่เกิดภาวะไม่ปกตินั้น.

ความหมายของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
องค์กรนิติบัญญัติ
ลักษณะของรัฐสภา
องค์กรบริหาร
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook