บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 1

พลังลมปราณ(ชี่กง) เป็นวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์

อะไรคือพลังลมปราณ(ชี่กง) อาจารย์ถ่ายทอดการฝึกพลังลมปราณ(ชี่กง)ต่างได้พูดไว้ และสิ่งที่ข้าพเจ้านำมาถ่ายทอดจะแตกต่างจากอาจารย์ท่านอื่นๆ อาจารย์ที่สอนวิชาพลังลมปราณ(ชี่กง)ส่วนใหญ่จะมีพลังลมปราณ(ชี่กง)อยู่ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าจะถ่ายทอดให้เป็นการทำความเข้าใจกับพลังลมปราณ(ชี่กง)ในระดับสูง ซึ่งจะแตกต่างไปจากสิ่งที่อาจารย์ท่านอื่นๆ สอนไว้โดยสิ้นเชิง อาจารย์บางท่านพูดไว้ว่า พลังลมปราณ(ชี่กง)ในจีนมีประวัติมานานกว่า 2,000 ปี บางท่านก็บอกว่ามีประวัติ 3,000 ปี บางท่านก็บอกว่า 5,000 ปี มีประวัติความเป็นมายาวนานพอๆ กับประวัติศาสตร์ของชนชาติจีน บางท่านก็บอกว่าศึกษาจากวัตถุโบราณทางด้านวัฒนธรรมที่ขุดค้นพบ มีประวัติมาแล้ว 7,000 ปี ซึ่งยาวนานกว่าประวัติศาสตร์อารยธรรมของชนชาติจีน แต่ไม่ว่าจะเข้าใจกันอย่างไร ก็ไม่เกินเลยไปกว่าประวัติศาสตร์อารยธรรมของมนุษย์มากนัก ถ้าหากพูดตามทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน มนุษย์วิวัฒนาการจากพืชน้ำจนเป็นสัตว์น้ำ จากนั้นก็ใช้ชีวิตบนบก ต่อมาก็ปีนป่ายขึ้นต้นไม้ ลงมาบนพื้นเป็นมนุษย์วานร ท้ายที่สุดมีการวิวัฒนาการจนมีวัฒนธรรม และกลายเป็นมนุษย์ที่มีความนึกคิด หากคิดคำนวณตามอายุการวิวัฒนาการแล้ว มนุษย์เริ่มมีวิวัฒนาการและอารยธรรมก็ไม่เกิน 10,000 ปี หากค้นต่อขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว การจดบันทึกด้วยปมเชือกก็ยังไม่มี ยังคงเป็นเพียงการใช้ใบไม้พันกาย กินเนื้อดิบ ย้อนหลังขึ้นไปอีกอาจจะจุดไฟก่อไฟก็ยังใช้ไม่เป็น จัดเป็นคนป่า มนุษย์ดึกดำบรรพ์

แต่ว่าเราก็ได้พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง ในโลกนี้หลายๆ แห่งมีร่องรอยของอารยธรรมเก่าแก่ทิ้งไว้มากมาย ล้วนแล้วแต่ล้ำ ยุคเกินกว่าประวัติศาสตร์ของอารยธรรมในยุคมนุษย์ปัจจุบัน ร่องรอยโบราณเหล่านี้ มองในแง่สถาปัตยกรรมแล้ว เป็นสถาปัตยกรรมชั้นสูงทีเดียว หากมองในแง่ของศิลปะ ก็เป็นศิลปะชั้นสูง เสมือนว่า คนยุคปัจจุบันล้วนลอกเลียนแบบสถาปัตยกรรมของมนุษย์ในสมัยโบราณเหล่านี้ ซึ่งมีคุณค่าน่าชื่นชมมาก สถาปัตยกรรมโบราณที่ตกทอดลงมานี้ บ้างมีอายุเกินกว่าแสนปี หลายแสนปี หลายล้านปี กระทั่งนับร้อยล้านปี ทุกคนลองคิดดู นี่ไม่ใช่เป็นการล้อเล่นกับประวัติศาสตร์ปัจจุบันของเราหรือ ไม่ได้เป็นการล้อเล่น เพราะว่ามนุษย์เราได้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และศึกษาตัวเองตลอดมา สังคมจึงได้พัฒนาขึ้นมาในรูปแบบนี้ ความเข้าใจแรกเริ่มใช่ว่าจะถูกต้องทุกประการ

อาจจะมีบางท่านเคยได้ยินและได้ฟังเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์” หรือเรียกว่า “อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์” เรามาพูดถึงอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ก็แล้วกัน บนโลกเราทุกวันนี้มีทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอาร์กติก ทวีปแอฟริกา และทวีปแอนตาร์กติก นักธรณีวิทยา เรียกทวีปเหล่านี้ว่า “ผืนแผ่นดินใหญ่” การกำเนิดของผืนแผ่นดินใหญ่จนถึงวันนี้ มีประวัตินานนับหลายสิบล้านปี กล่าวคือมีผืนแผ่นดินมากมายโผล่ขึ้นจากใต้ทะเล และมีผืนแผ่นดินมากมายจมลงสู่ใต้ทะเล เกิดการเปลี่ยนแปลงจนมีลักษณะเช่นทุกวันนี้เป็นเวลานับหลายสิบล้านปี แต่ใต้ท้องทะเลลึกหลายๆ แห่ง เราได้ค้นพบสิ่งก่อสร้างโบราณขนาดใหญ่ ประติมากรรมของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้สวยงามละเอียดประณีต มิใช่เป็นฝีมือของมนุษย์ในปัจจุบัน แน่นอน สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ต้องก่อสร้างขึ้นก่อนที่จะจมลงสู่ใต้ท้องทะเล แต่เมื่อหลายสิบล้านปีก่อนใครเป็นผู้สร้างอารยธรรมที่รุ่งเรืองเหล่านี้ ในสมัยนั้นพวกเรามนุษย์แม้กระทั่งวานรก็ยังไม่ใช่ จะมีฝีมือถึงระดับสร้างสิ่งที่ต้องอาศัยสติปัญญามันสมองชั้นสูงเหล่านี้ได้หรือ ในโลกนี้ นักโบราณคดีได้ขุดพบสัตว์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า “ซันเอี้ยฉง” (trilobite) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในระหว่าง 600 ล้านถึง 260 ล้านปีก่อน หลังจาก 260 ล้านปี สัตว์ชนิดนี้ก็หายสาบสูญไป นักวิทยาศาสตร์อเมริกันผู้หนึ่งขุดพบซากฟอสซิลของสัตว์ชนิดนี้ พร้อมกับรอยเท้าที่สวมรองเท้าเหยียบบนฟอสซิลนี้ เห็นรอยเท้าประทับไว้อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่เป็นการล้อเล่นกับนักประวัติศาสตร์หรือ ตามทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน เมื่อก่อน 260 ล้านปีจะมีมนุษย์ได้อย่างไร

ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติเปรู ได้เก็บรักษาหินก้อนหนึ่ง บนหินมีภาพแกะสลักรูปคน จากการวิเคราะห์ภาพแกะสลักรูปคนนี้พบว่าแกะสลักเมื่อ 3 หมื่นปีก่อน แต่ภาพมนุษย์แกะสลักนี้สวมเสื้อผ้า ใส่หมวก สวมรองเท้า ในมือถือกล้องส่องทางไกลกำลังดูดาว มนุษย์เมื่อ 3 หมื่นปีก่อน จะรู้จักทอผ้าสวมเสื้อผ้าได้อย่างไร สิ่งที่น่าพิศวงยิ่งก็คือ เขาถือกล้องดูดาวสำรวจดวงดาว เพราะฉะนั้นย่อมมีความรู้เรื่องดาราศาสตร์อยู่ไม่น้อย นับจากที่กาลิเลโอประดิษฐ์กล้องส่องทางไกลมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เป็นเวลาเพียง 300 กว่าปีเท่านั้น ถ้าเช่นนั้นเมื่อ 3 หมื่นปีก่อนใครเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นกล้องส่องทางไกล ยังมีปริศนาที่ไม่สามารถหาคำอธิบายอีกมากมายนัก เช่นที่ฝรั่งเศส แอฟริกาใต้ และเทือกเขาแอลป์ บนผนังหินในถ้ำต่างๆ มีภาพแกะสลักที่ดูเหมือนจริงมีชีวิตชีวา ภาพคนที่แกะสลักบนนั้นสวยงามมาก ยังมีการเคลือบสีที่ผลิตจากแร่ชนิดหนึ่ง แต่ภาพแกะสลักเหล่านี้ใส่เครื่องแต่งกายมนุษย์ในปัจจุบัน คล้ายๆ ชุดสูทสากล ใส่กางเกงรัดรูป บ้างก็ถือสิ่งที่คล้ายกับกล้องยาสูบ บ้างก็ถือไม้เท้า สวมหมวก มนุษย์วานรเมื่อหลายแสนปีก่อน จะมีหัวศิลปะและฝีมือถึงขนาดนี้เชียวหรือ

พูดไกลออกไปอีกหน่อย ในทวีปแอฟริกาที่ประเทศสาธารณรัฐกาบอง ซึ่งมีเหมืองแร่ยูเรเนียม ประเทศนี้ค่อนข้างล้าหลัง ตัวเองไม่สามารถถลุงแร่ยูเรเนียมได้ ต้องส่งออกแร่ยูเรเนียมเหล่านี้ให้กับประเทศที่เจริญก้าวหน้า เมื่อปี ค.ศ. 1972 ในประเทศฝรั่งเศสมีโรงงานแห่งหนึ่งสั่งแร่ยูเรเนียมชนิดนี้เข้าไป ผ่านการตรวจสอบแล้วพบว่า แร่ยูเรเนียมเหล่านี้เคยถูกถลุงไปแล้ว ถูกใช้ไปแล้ว รู้สึกประหลาดใจ จึงจัดส่งนักวิทยาศาสตร์ไปพิสูจน์ นักวิทยาศาสตร์ของหลายประเทศไปสำรวจศึกษา สุดท้ายได้รับการยืนยันว่าเหมืองแร่ยูเรเนียมแห่งนี้เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ มีการจัดวางเครื่องปฏิกรณ์ไว้อย่างเหมาะสมมาก ซึ่งมนุษย์เราในสมัยนี้ยังไม่อาจสร้างขึ้นมาได้ แล้วเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่แห่งนี้สร้างขึ้นมาเมื่อใด มันสร้างขึ้นมาเมื่อ 2 พันล้านปีก่อน หมุนเวียนใช้งานมานาน 5 แสนปี นี่เป็นตัวเลขที่แทบไม่น่าเชื่อ หากนำเอาทฤษฎีของดาร์วินมาอ้างอิงก็ไม่สามารถที่จะอธิบายได้ เหตุการณ์ทำนองนี้มีอยู่มากมาย สิ่งที่วงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีค้นพบ มีมากพอที่จะทำให้เราต้องแก้ตำราเรียนในปัจจุบันกันแล้ว เมื่อทัศนะความคิดเดิมของมนุษย์เราได้ก่อเกิดเป็นวิธีทำงานและวิธีขบคิดปัญหาต่างๆ แล้ว จึงยากที่จะยอมรับสิ่งแปลกใหม่ ความจริงแม้จะปรากฏต่อหน้าก็ยังไม่กล้าที่จะยอมรับ จิตสำนึกจะมีการต่อต้านโดยอัตโนมัติ เนื่องจากอิทธิพลของทัศนะความคิดดั้งเดิม ปัจจุบันจึงยังไม่มีใครไปจัดการกับสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นความคิดของคนมักจะตามไม่ทันการพัฒนา เมื่อเราพูดถึงสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกค้นพบแล้ว เพียงแต่ไม่มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง แต่ก็จะมีคนกล่าวว่าเป็นเรื่องงมงาย ยอมรับไม่ได้

มีนักวิทยาศาสตร์ใจกล้ามากมายในต่างประเทศ ได้ยอมรับอย่างเปิดเผยว่า มันเป็นวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ มันคืออารยธรรมที่เกิดขึ้นก่อนอารยธรรมครั้งนี้ กล่าวคือ ก่อนอารยธรรมของเราก็มีอารยธรรมดำรงอยู่ก่อนแล้ว และไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ศึกษาจากวัตถุโบราณทางด้านวัฒนธรรมต่างๆ ที่ขุดค้นพบ มิใช่เกิดขึ้นในอารยธรรมครั้งเดียวกัน หรือสมัยเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าอารยธรรมของมนุษย์เราถูกทำลายดับสูญไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ละครั้งจะมีคนส่วนน้อยเหลือรอดชีวิตมา ใช้ชีวิตแบบดึกดำบรรพ์ และต่อมาค่อยๆ ขยายเผ่าพันธุ์ เจริญรุ่งเรืองมาเป็นมนุษย์รุ่นใหม่เข้าสู่อารยธรรมรุ่นใหม่อีก จากนั้นก็ถูกทำลายดับสูญไปอีก ได้ก่อเกิดมนุษย์รุ่นใหม่ขึ้นอีก ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามวัฏจักรครั้งแล้วครั้งเล่า นักฟิสิกส์กล่าวไว้ว่า การเคลื่อนไหวของวัตถุเป็นไปโดยมีระเบียบแบบแผน การเปลี่ยนแปลงของจักรวาลก็เช่นกัน มีกฎเกณฑ์แบบแผนของมัน

การหมุนของโลกเรา ท่ามกลางจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ท่ามกลางการโคจรของทางช้างเผือก มิได้ดำเนินไปโดยราบรื่น อาจชนเข้ากับดวงดาวดวงใดดวงหนึ่ง หรือเกิดปัญหาอื่นๆ ทำให้เกิดมหันตภัย ถ้าดูในมุมมองจากความสามารถพิเศษของพวกเรา มันถูกกำหนดมาเช่นนั้น ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยตรวจข้อมูลอย่างละเอียด พบว่ามี 81 ครั้งที่มนุษย์ตกอยู่ในสภาพดับสลาย มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เหลือรอดชีวิตมาได้ เหลืออารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ตกทอดเข้าสู่ยุคใหม่เพียงเล็กน้อย แล้วใช้ชีวิตแบบดึกดำบรรพ์ เมื่อมนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ท้ายที่สุดก็ปรากฏอารยธรรมขึ้น การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงทั้ง 81 ครั้งนี้ ข้าพเจ้ายังไม่ได้ตรวจถึงต้นตอ ชาวจีนกล่าวว่า เมื่อเวลาเอื้ออำนวย สถานที่เหมาะสม คนอยู่เย็นเป็นสุข การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ กาลเวลาที่แตกต่างกัน มักจะนำพามนุษย์ไปสู่สภาพสังคมที่แตกต่างกัน ทฤษฎีว่าด้วยการเคลื่อนไหวของวัตถุทางฟิสิกส์ เป็นไปโดยมีระเบียบแบบแผน การเคลื่อนไหวของจักรวาลก็เช่นเดียวกัน

วัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ที่กล่าวมาข้างต้น ต้องการจะบอกกับพวกเราว่า พลังลมปราณ(ชี่กง)มิใช่สิ่งที่มนุษย์ปัจจุบันเป็นผู้คิดค้นขึ้น หากเป็นมรดกตกทอดมานานและยาวไกล เป็นวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง ในคัมภีร์ก็สามารถค้นพบคำอธิบายบ้าง องค์ศากยมุนีเคยตรัสไว้ว่า พระองค์บรรลุได้ธรรมกี่ร้อยล้านกัลป์ก่อนหน้าแล้ว หนึ่งกัลป์เท่ากับกี่ปี หนึ่งกัลป์ก็เท่ากับหลายร้อยล้านปี ตัวเลขจำนวนมหาศาลเช่นนี้ เป็นตัวเลขที่ไม่อาจคาดคิดได้ หากว่าเป็นจริงแล้วไซร้ ก็เท่ากับสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านมา องค์ศากยมุนียังเคยตรัสไว้ว่า ก่อนหน้าพระองค์ยังมีพระพุทธอีก 7 องค์ พระองค์ยังทรงมีพระอาจารย์ต่างๆ ล้วนบรรลุได้ธรรมเป็นกี่ร้อยล้านกัลป์ก่อนหน้า หากสิ่งเหล่านี้เป็นความจริง การถ่ายทอดหลักพลัง(กง)ที่แท้จริงในสังคมทุกวันนี้ ก็มีวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติกันมาเช่นนี้หรือไม่ หากจะให้ข้าพเจ้าตอบ แน่นอนจะต้องเป็นเช่นนี้ แต่จะพบได้ไม่มากนัก ปัจจุบันพลังลมปราณ(ชี่กง)ที่ไม่แท้ พลังลมปราณ(ชี่กง)ปลอม หรือคนที่มีวิญญาณแปลกปลอมสิงอยู่ในตัว แต่งตำราออกมาหลอกลวงผู้คน มีมากกว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)ที่แท้จริงหลายเท่า แท้หรือเท็จยากที่จะแยกแยะ พลังงานลมปราณ(ชี่กง)ที่แท้จริงเป็นสิ่งที่แยกแยะและค้นพบไม่ง่ายนัก

อันที่จริง ไม่เพียงแต่วิชาพลังลมปราณ(ชี่กง)เท่านั้น ที่เป็นวิชาที่สืบทอดมายาวนาน วิชาการฝึกพลังต่างๆ เช่น ไท่จี๋ เหอถู ลั่วซู โจวอี้ ปากั้ว เป็นต้น ล้วนเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นคนเราทุกวันนี้ ไปทำการค้นคว้าวิจัยจากมุมมองของคนธรรมดาสามัญ จะค้นคว้าวิจัยอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ ซึ่งมีมุมมองและระดับความคิดในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ ย่อมไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างถ่องแท้

อ่านต่อ หน้า1  หน้า2  หน้า3  หน้า4  หน้า5  หน้า6  หน้า7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook