บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 1

จุดเด่นของหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า

หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรา เป็นหลักธรรมหนึ่งในแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ในสายพุทธ ในรอบอารยธรรมของมนุษย์ครั้งนี้ พวกเรายังไม่ได้ออกมาเผยแพร่อย่างเปิดเผย แต่เคยช่วยให้คนบรรลุธรรมอย่างกว้างขวางในช่วงหนึ่งของยุคก่อนประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้านำออกมาเผยแพร่ในยุคช่วงสุดท้ายที่จะเกิดมหันตภัย มันจึงเป็นสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งนัก ข้าพเจ้าได้พูดถึงรูปแบบการผันแปรกุศลเป็นพลัง(กง)โดยตรง พลัง(กง)อันที่จริงมิใช่ได้มาโดยการฝึก แต่ได้มาจากการบำเพ็ญ คนจำนวนมากแสวงหาแต่การเสริมสร้างพลัง(กง) เน้นแต่จะฝึกได้อย่างไร ไม่ได้สนใจจะบำเพ็ญอย่างไร ความจริงแล้วพลัง(กง)ได้มาโดยอาศัยการบำเพ็ญปฏิบัติทางจิต(ซินซิ่ง)ของเรา ถ้าเช่นนั้นทำไมเราจึงสอนให้คนฝึกพลัง(กง) ก่อนอื่นขอพูดเรื่องทำไมพระสงฆ์จึงไม่ฝึกพลัง(กง) ท่านอาศัยการนั่งสมาธิ สวดมนต์ บำเพ็ญจิต(ซินซิ่ง) ท่านก็สามารถมีพลัง(กง)สูงขึ้น ตามแต่ระดับชั้นสูงต่ำของแต่ละท่าน เพราะว่าองค์ศากยมุนีทรงสั่งสอนให้ละทิ้งทุกสิ่งในโลก รวมทั้งร่างแท้(เปิ๋นถี่) ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะฝึกการเคลื่อนไหวทางร่างกาย สายเต๋าไม่เน้นการช่วยเหลือสรรพสัตว์ บุคคลที่เขาได้พบ จะมิใช่พวกที่มีสภาพจิตใจต่างๆ และมีระดับชั้นต่างๆ กัน จะไม่ใช่คนทุกประเภท ที่บางคนมีความเห็นแก่ตัวมาก บางคนเห็นแก่ตัวน้อย แต่ท่านจะต้องมีการคัดเลือกลูกศิษย์ เลือกลูกศิษย์ไว้สามคน ในจำนวนนี้มีเพียงคนเดียวที่จะเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง ลูกศิษย์ผู้นั้นจะต้องมีกุศลสูง เป็นคนดี ไม่ก่อเกิดปัญหา เพราะฉะนั้น อาจารย์จะเน้นหนักการสอนกระบวนท่าฝึกซึ่งเป็นของท่านเองให้บำเพ็ญชีวิต ฝึกฤทธิ์เดชและศาสตร์ต่างๆ จึงต้องฝึกการเคลื่อนไหวด้วย

หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า เป็นหลักพลัง(กง)ที่ฝึกทั้งจิตและชีวิต จึงต้องมีการฝึกการเคลื่อนไหว ด้านหนึ่งเป็นการเสริมสร้างความสามารถพิเศษ เสริมสร้างอย่างไร นั่นก็คืออาศัยแรงพลัง(กงลี่)ที่แข็งแกร่งในตัวท่าน มาเสริมความสามารถพิเศษให้แข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้น อีกด้านหนึ่ง เสริมสร้างให้ร่างกายของท่านก่อเกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นมาอีกมากมาย เมื่อบำเพ็ญปฏิบัติถึงระดับชั้นสูง สายเต๋าพูดถึงการกำเนิดกายทิพย์(เหวียนอิง) สายพุทธพูดถึงร่างวชิระที่ไม่เสื่อมสลาย ยังจะผันแปรศาสตร์ต่างๆ ออกมาอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนผันแปรออกมาผ่านการฝึกกระบวนท่า การฝึกการเคลื่อนไหวก็เพื่อสิ่งนี้ วิชาการฝึกจิตและชีวิตที่สมบูรณ์จะต้องมีทั้งการบำเพ็ญและการปฏิบัติ ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราคงเข้าใจ พลัง(กง)นี้มาจากไหน การกำหนดระดับชั้นสูงต่ำของพลัง(กง)ที่แท้จริง ไม่ใช่ได้มาจากการฝึก หากแต่ได้มาจากการบำเพ็ญ คือในระหว่างการบำเพ็ญในสังคม ท่านได้ยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ของท่านสูงขึ้น เพื่อให้เข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล คุณสมบัติพิเศษในจักรวาลก็ไม่บังคับท่าน ท่านก็จะสามารถยกระดับสูงขึ้น กุศลนี้ก็จะเริ่มผันแปรเป็นพลัง(กง) และจะสูงตามมาตรฐานจิต(ซินซิ่ง)ที่ได้พัฒนาขึ้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็คือเช่นนี้

หลักพลัง(กง)ของเรา เป็นการบำเพ็ญทั้งจิตและชีวิต พลัง(กง)ที่เราฝึกจะถูกเก็บสะสมไว้ในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย ในอนุภาคของต้นกำเนิดสสารที่เล็กที่สุดภายใต้จุลภาค ก็จะสะสมพลัง(กง)อันเป็นสสารพลังงานสูง เมื่อแรงพลัง(กงลี่)ของท่านเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น ความหนาแน่นก็จะเพิ่มสูงยิ่งขึ้น อานุภาพก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น สสารพลังงานสูงชนิดนี้มีจิตวิญญาณ เพราะว่ามันสะสมอยู่ภายในเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกายมนุษย์ จนถึงต้นกำเนิดของชีวิต นานๆ เข้าก็จะประกอบเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเซลล์ในร่างกายของท่าน มีการเรียงอันดับเช่นเดียวกับโมเลกุลในร่างกาย มีลักษณะเช่นเดียวกับนิวเคลียสทั้งมวล แต่ธาตุแท้ได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เซลล์เนื้อเยื่อดั้งเดิมที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายอีกต่อไปแล้ว ท่านก็จะไม่อยู่ในธาตุทั้ง 5 อีกต่อไปมิใช่หรือ แน่นอนการบำเพ็ญปฏิบัติของท่านยังไม่สิ้นสุด ท่านยังคงบำเพ็ญปฏิบัติในหมู่คนธรรมดาสามัญ ดูผิวเผินท่านก็เหมือนกับคนธรรมดาสามัญ สิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่อยู่ในวัยเดียวกัน ท่านจะดูอ่อนวัยกว่า แน่นอน ประการแรกจะต้องมีการเอาสิ่งที่ไม่ดีในร่างกายของท่านออกไป รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บ แต่ที่นี้ไม่ใช่การรักษาโรค เราจะทำการชำระร่างกาย ไม่เรียกว่ารักษาโรค เราเรียกว่าการชำระร่างกาย ชำระร่างกายให้กับผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง บางท่านมาเพื่อรักษาโรค ผู้ป่วยที่อาการหนักเราจะไม่อนุญาตให้เข้ามา เพราะว่าเขาปล่อยวางจิตที่จะมารักษาโรคไม่ได้ เขาไม่สามารถที่จะสลัดความคิดที่เขากำลังเจ็บไข้ได้ป่วยไปได้ เขาป่วยหนัก ไม่สบายมาก เขาจะปล่อยวางได้อย่างไร เขาก็ย่อมไม่สามารถที่จะบำเพ็ญปฏิบัติได้ เราขอเน้นอีกครั้ง ผู้ป่วยหนักเราไม่รับ ที่นี่เป็นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม แตกต่างจากเรื่องที่เขาคิดมากมายนัก เขาสามารถไปหาอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ท่านอื่นไปทำเรื่องนี้ แน่นอนในที่นี้ผู้ฝึกหลายท่านก็มีโรค แต่เพราะท่านคือผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริง เราจะช่วยทำเรื่องนี้ให้ท่าน

ผู้ฝึกหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า)องเรา เมื่อมองจากภายนอก หลังจากที่บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไประยะหนึ่ง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน ผิวหนังจะเนียนละเอียด ผิวนวลอมชมพู ผู้สูงอายุรอยย่นต่างๆ จะลดน้อยลงมา ลดน้อยลงมาอย่างมาก นี่เป็นปรากฏการณ์ที่จะพบเห็นได้ทั่วไป ที่ข้าพเจ้าพูดมานี้ไม่ใช่เรื่องพิสดารเหลือเชื่อ ผู้ฝึกเก่าที่นั่ง ณ ที่นี้หลายๆ ท่านทราบในสิ่งนี้ดี โดยเฉพาะสตรีสูงอายุยังจะมีรอบระดูมาอีก เพราะว่าในหลักพลัง(กง)บำเพ็ญทั้งจิตและชีวิต ต้องอาศัยลมปราณ(ชี่)ของระดูมาบำเพ็ญชีวิต ระดูที่มาจะไม่มาก ในขั้นตอนนี้มีเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอ และนี่ก็คือปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไป มิฉะนั้นท่านขาดมันไปแล้วจะบำเพ็ญชีวิตได้อย่างไร ผู้ชายก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือวัยหนุ่มแน่น จะรู้สึกว่าตัวเบา ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริง ท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้

หลักพลัง(กง)ของเราเป็นการฝึกที่ยิ่งใหญ่มาก แตกต่างไปจากวิชาอื่นๆ ที่มักจะเลียนแบบท่าทางของสัตว์ชนิดต่างๆ หลักพลัง(กง)ของเราชุดนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ กฎที่องค์ศากยมุนีหรือเหลาจื่อได้ตรัสไว้ ล้วนเป็นกฎภายในระบบทางช้างเผือกของเรา หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราฝึกอะไร เราบำเพ็ญปฏิบัติตามทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล ยึดถือคุณสมบัติพิเศษสูงสุดของจักรวาล ความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น) เป็นมาตรฐานชี้นำในการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเรา เราฝึกวิชาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เท่ากับเป็นการฝึกจักรวาล

หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรายังมีจุดเด่นพิเศษมากๆ อีกจุดหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากหลักพลัง(กง)อื่นๆ ปัจจุบันพลังลมปราณ(ชี่กง)ซึ่งเป็นที่นิยมฝึกกันมากในสังคม ล้วนอยู่ในประเภทการเดินตาน ฝึกตาน พลังลมปราณ(ชี่กง)จากการฝึกตานสำหรับคนธรรมดาสามัญคิดจะฝึกจนเปิดพลัง(กง) เปิดการรู้แจ้ง(อู้)นั้นทำได้ยาก หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราไม่เดินตาน หลักพลัง(กง)ของเราคือการบำเพ็ญปฏิบัติฝ่าหลุน ณ บริเวณท้องน้อย ซึ่งข้าพเจ้าจะใส่ฝ่าหลุนให้กับพวกเราด้วยตัวข้าพเจ้าเองในห้องเรียน ในขณะที่ข้าพเจ้าพูดถึงหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า ข้าพเจ้าก็จะทยอยใส่ฝ่าหลุนให้กับทุกท่าน บางท่านจะรู้สึก บางท่านจะไม่รู้สึก แต่คนส่วนใหญ่จะรู้สึก เพราะว่าพื้นฐานของร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน เราฝึกฝ่าหลุน แต่ไม่ฝึกตาน ฝ่าหลุนคือส่วนย่อของจักรวาล มีความสามารถพิเศษเช่นเดียวกับจักรวาล จะหมุนรอบตัวเองโดยอัตโนมัติ และจะหมุนอยู่ตลอดเวลา ณ บริเวณท้องน้อยของท่าน เมื่อใส่ให้ท่านแล้วก็จะไม่มีการหยุด จะหมุนอยู่เช่นนี้ตลอดไป เวลาฝ่าหลุนหมุนตามเข็มนาฬิกา จะทำการดูดซับพลังงานจากจักรวาลโดยอัตโนมัติ ตัวฝ่าหลุนเองยังจะสามารถผันแปรพลังงาน ป้อนพลังงานที่ต้องการใช้ในการผันแปรพลังงานให้แก่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขณะเดียวกันเวลาฝ่าหลุนหมุนทวนเข็มนาฬิกา จะปล่อยพลังงานออกมา หลังจากขับสสารเสียออกไปแล้วก็จะกระจายออกไปจากรอบๆ ร่างกาย ขณะที่ปล่อยพลังงานออกมาจะกระจายออกไปไกลมาก พร้อมกับดูดซับพลังงานใหม่เข้ามา พลังงานที่กระจายออกไป คนที่อยู่บริเวณรอบๆ ตัวท่านจะได้รับประโยชน์ สายพุทธพูดถึงการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสรรพสัตว์ ไม่เพียงแต่บำเพ็ญตน ยังจะช่วยเหลือสรรพสัตว์ ทำให้ผู้อื่นได้รับผลประโยชน์นี้ด้วย ช่วยปรับสภาพร่างกายและรักษาโรคให้ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจเป็นต้น แน่นอน พลังงานจะไม่สูญหายไปไหน เมื่อฝ่าหลุนหมุนตามเข็มนาฬิกา เขาจะดูดซับพลังงานกลับมาเอง เพราะว่าฝ่าหลุนจะหมุนอยู่ตลอดเวลา

บางคนจะคิดว่า ทำไมฝ่าหลุนจึงหมุนไม่หยุด บางท่านถามข้าพเจ้าว่า ทำไมฝ่าหลุนจึงหมุนได้ มีหลักการอะไร การที่พลังงานสะสมมากๆ จนก่อเกิดเป็นตาน สิ่งนี้เข้าใจได้ แต่การหมุนของฝ่าหลุนเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้าใจ ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่างให้ท่านฟัง จักรวาลเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทางช้างเผือกทั้งหมดในจักรวาล ดาวทุกดวงล้วนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดาวนพเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ โลกยังหมุนรอบตัวเอง พวกเราลองคิดดู ใครเป็นคนผลักดัน ใครเป็นผู้ส่งแรงผลักดันนี้ ท่านไม่อาจใช้ความคิดของคนธรรมดาสามัญไปทำความเข้าใจ มันก็คือกลไกหมุนชนิดหนึ่ง ฝ่าหลุนของเราก็เช่นกัน ก็คือหมุนอยู่ตลอดเวลา การหมุนของธรรมจักร จะช่วยแก้ไขปัญหาการฝึกพลัง(กง)ในสภาพชีวิตประจำวันของคนธรรมดาสามัญ ช่วยเพิ่มเวลาให้การฝึกพลัง(กง) เพิ่มอย่างไร เพราะว่าฝ่าหลุนหมุนไม่หยุด ดูดซับพลังงานจากจักรวาลอย่างไม่หยุดยั้ง และผันแปรเป็นพลังงาน ขณะที่ท่านทำงานเขาก็ฝึกท่านอยู่ แน่นอนไม่เฉพาะแต่ฝ่าหลุนเท่านั้น เรายังจะใส่กลไก และกลไกบังคับต่างๆ ให้กับท่านอีกด้วย ซึ่งจะหมุนเองพร้อมกับฝ่าหลุน แปรผันโดยอัตโนมัติ ดังนั้นพลัง(กง)ทั้งหมดล้วนเป็นการผันแปรคนโดยอัตโนมัติ จึงมีสภาพเป็น “พลัง(กง)ฝึกคน” หรือเรียกว่า “หลักธรรมฝึกคน” ยามที่ท่านไม่ได้ฝึกพลัง(กง) พลัง(กง)ก็จะฝึกท่าน เมื่อท่านฝึกพลัง(กง) พลัง(กง)ฝึกท่าน ท่านรับประทานข้าว นอนหลับ ทำงาน พลัง(กง)ก็จะมีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา ถ้าเช่นนี้ ท่านฝึกพลัง(กง)เพื่ออะไร ท่านฝึกเพื่อเสริมพลังให้กับฝ่าหลุน และกลไกต่างๆ ที่ข้าพเจ้าใส่ให้ท่าน การบำเพ็ญปฏิบัติในระดับสูง ก็คือไร้การหมายมั่นใดๆ การเคลื่อนไหวจะดำเนินไปเองตามกลไกที่เคลื่อนอยู่ โดยไม่มีจิตนึกคิดใดๆ ชี้นำ และไม่เน้นเรื่องระบบการหายใจ

เราจะไม่เน้นเรื่องเวลาสถานที่ในการฝึกพลัง(กง) บางท่านจะพูดว่า เวลาไหนเหมาะกับการฝึกพลัง(กง)มากที่สุด เช่น กลางคืน เวลาเช้า กลางวัน เราไม่เน้นเวลา ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้ฝึกพลัง(กง) จะเป็นกลางวัน กลางคืน พลัง(กง)ก็จะฝึกท่านอยู่ ท่านหลับ เดิน ทำงาน พลัง(กง)ก็ฝึกท่านอยู่ทุกขณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการย่นเวลาการฝึกพลัง(กง)ของท่านได้มาก พวกเราส่วนใหญ่มีจิตมุ่งมั่นอย่างแท้จริงที่จะได้ธรรมะ แน่นอนนั่นคือเป้าหมายของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม เป้าหมายสุดท้ายในการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ก็คือการได้ธรรมะและบรรลุธรรม แต่บางท่านชีวิตที่เหลืออยู่นั้น อายุขัยมีจำกัด อาจจะมีไม่เพียงพอ หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ ช่วยย่นเวลาในการฝึกพลัง(กง)ให้สั้นลง ขณะเดียวกันก็เป็นวิชาที่ฝึกทั้งจิตและชีวิต เมื่อท่านฝึกอย่างต่อเนื่อง ก็ยืดอายุของท่านออกไปอย่างต่อเนื่อง ท่านฝึกต่อไปอีกก็จะยืดออกไปอีก ผู้ที่มีรากฐานดีแต่อายุมาก เวลาของการฝึกบำเพ็ญ(กง)ก็จะเพียงพอ แต่ก็มีมาตรฐานข้อหนึ่ง ส่วนที่เกินจากอายุขัยเดิมที่ฟ้าได้กำหนดไว้ ชีวิตที่ยืดให้นั้น เพื่อให้ท่านใช้ฝึกพลัง(กง)เท่านั้น หากท่านมีความนึกคิดออกนอกลู่เพียงเล็กน้อย ก็จะมีอันตรายต่อชีวิต เพราะว่าอายุขัยของท่านได้ผ่านพ้นไปแล้ว นอกจากว่าท่านได้ฝึกถึงขั้นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนอกภพ ไม่ถูกควบคุมอีกแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเป็นอีกสภาพหนึ่ง

เราไม่พูดถึงตำแหน่งทิศทาง ไม่พูดถึงการเก็บพลัง(กง)เมื่อจบการฝึก เพราะว่าฝ่าหลุนนั้นไม่มีการหยุดหมุน ไม่สามารถที่จะหยุดยั้ง มีโทรศัพท์มา มีคนมาเคาะประตูเรียก ท่านก็ไปทำธุระได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเก็บพลัง(กง) ขณะที่ท่านไปทำธุระ ฝ่าหลุนก็จะหมุนตามเข็มนาฬิกา ดูดซับพลังงานที่กระจายอยู่นอกร่างกายให้เข้ามาทันที การกระทำด้วยวิธีใช้มือทั้งสองของตัวเองประคองลมปราณ(ชี่)และกรอกลงบนศีรษะ(กว้านติ่ง)นั้น ไม่ว่าท่านจะประคองอย่างไรก็จะสามารถหลุดหายไปได้ ฝ่าหลุนมีจิตวิญญาณ เขาทราบดีว่าจะต้องทำสิ่งเหล่านี้ และไม่มีการกำหนดตำแหน่ง ทิศทาง เพราะว่าจักรวาลก็เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ระบบทางช้างเผือกเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดาวนพเคราะห์หมุนรอบดวงอาทิตย์ โลกก็ยังหมุนรอบตัวเอง พวกเราฝึกตามกฎอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล จึงไม่มีการแบ่งแยกทิศเหนือใต้ออกตก การฝึกโดยหันหน้าไปทิศใดก็ตาม ล้วนเป็นการฝึกทั่วทุกทิศ ไม่ว่าท่านจะยืนอยู่ ณ จุดใด เท่ากับเป็นการฝึกโดยหันไปทั้ง 4 ทิศ หลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราจะคุ้มครองผู้ฝึกไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น คุ้มครองอย่างไร ท่านเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติที่แท้จริง ฝ่าหลุนของเราจะคุ้มครองท่าน รากของข้าพเจ้าได้หยั่งลึกในจักรวาล ใครที่สามารถแตะต้องตัวท่าน ก็เท่ากับแตะต้องข้าพเจ้าได้ พูดให้ชัดก็เท่ากับแตะต้องจักรวาลนี้ได้ สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดฟังแล้วเหลือเชื่อ เมื่อท่านศึกษาต่อไปท่านก็จะเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่สูงมากๆ ที่ข้าพเจ้าไม่สามารถพูดออกมาได้ เราจะบรรยายธรรมในระดับสูงอย่างเป็นระบบโดยเริ่มจากง่ายไปสู่ยาก หากว่าจิต(ซินซิ่ง)ของท่านไม่เที่ยงตรงย่อมไม่ได้ หากท่านแสวงหาอาจจะเกิดปัญหาได้ ข้าพเจ้าพบว่าธรรมจักร(ฝ่าหลุน)ของผู้ฝึกรุ่นเก่าไม่น้อยที่เปลี่ยนรูปไป ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ท่านนำเอาสิ่งอื่นปะปนเข้ามาฝึกเสียแล้ว ท่านไปเอาของผู้อื่นมา ทำไมธรรมจักร(ฝ่าหลุน)จึงไม่คุ้มครองท่าน ให้ท่านแล้วก็คือของท่าน อยู่ในการควบคุมของจิตสำนึกของท่าน สิ่งที่ท่านต้องการคนอื่นก็ยุ่งไม่ได้ นี่เป็นกฎของจักรวาล ท่านไม่คิดที่จะบำเพ็ญ ใครก็บังคับท่านบำเพ็ญไม่ได้ เท่ากับเป็นการทำสิ่งที่ไม่ดี ใครจะสามารถบังคับเปลี่ยนแปลงจิตใจของท่านได้เล่า ท่านต้องบังคับตัวเอง การคิดจะรับเอาสิ่งดีๆ ของทุกๆ คน ไม่ว่าของใครก็รับเข้ามา วันนี้ท่านฝึกพลัง(กง)แบบนี้ พรุ่งนี้ท่านเปลี่ยนไปฝึกอย่างอื่น โดยมีจุดประสงค์จะรักษาโรคให้หายขาด แต่โรคที่รักษาจะหายขาดหรือไม่ ไม่หาย เพียงแต่เคลื่อนย้ายออกไปอยู่ข้างหลังให้ท่านเท่านั้น การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับชั้นสูง ต้องเน้นปัญหาความแน่วแน่หนึ่งเดียว มุ่งมั่นบำเพ็ญในวิชาเดียว บำเพ็ญปฏิบัติในวิชาใดก็ต้องทุ่มเทจิตใจในวิชานั้นอย่างเต็มที่ จนกว่าจะเปิดพลัง(กง)และรู้แจ้ง(อู้) ท่านจึงจะสามารถเปลี่ยนไปฝึกวิชาอื่น นั่นเป็นอีกวิชาหนึ่ง เพราะว่าวิชาที่แท้จริงที่สืบทอดกันมานั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ตกทอดมาเป็นเวลายาวนาน และได้ผ่านขั้นตอนการผันแปรที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน บางท่านฝึกพลัง(กง)ตามความรู้สึก ความรู้สึกของท่านนับเป็นอะไรไม่ได้ อะไรก็ไม่ใช่ ขั้นตอนการผันแปรที่แท้จริงเกิดขึ้นในมิติอื่น ซึ่งซับซ้อนและลึกล้ำ จะผิดเพี้ยนไม่ได้แม้เพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับเครื่องมือที่มีกลไกละเอียดอ่อน ถ้าหากเอาชิ้นส่วนอื่นเพิ่มเติมเข้าไปก็จะเสียทันที ร่างกายของท่านในแต่ละมิติ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ลึกล้ำ จะผิดเพี้ยนไม่ได้แม้เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าเคยพูดกับพวกท่านไว้แล้วว่า การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอยู่ที่ตัวเอง พลัง(กง)อยู่ที่อาจารย์ ท่านนำเอาของผู้อื่นมาตามอำเภอใจ ใส่เข้าไปในร่างกายของท่าน ซึ่งจะมีสื่อสัญญาณ(ซิ่นซี)อย่างอื่นติดมาด้วย ก็จะเป็นการรบกวนต่อวิชาที่บำเพ็ญอยู่นี้ ท่านก็จะเดินออกนอกลู่นอกทาง และเมื่อสะท้อนมายังสังคมมนุษย์ ก็จะนำมาซึ่งความวุ่นวายของคนธรรมดาสามัญ เป็นสิ่งที่ท่านต้องการเอง คนอื่นจะยุ่งเกี่ยวไม่ได้ นี่คือปัญหาของการรับรู้(อู้) ขณะเดียวกันสิ่งที่ปะปนเข้าไปนั้น ก็จะทำให้พลัง(กง)ของท่านสับสนปนเปกันไปหมด ท่านก็ไม่สามารถบำเพ็ญต่อไปได้อีก จะเกิดปัญหาที่กล่าวมานี้ ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่า ทุกท่านจะต้องมาเรียนหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า ท่านไม่เรียนหลักธรรมใหญ่ฝ่าหลุนต้าฝ่า ท่านได้รับการถ่ายทอดพลัง(กง)ที่แท้จริงอื่นๆ ข้าพเจ้าก็สนับสนุน แต่ข้าพเจ้าขอบอกพวกท่านว่า การที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับสูงจะต้องแน่วแน่ในวิชาเดียว อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าขอบอกพวกท่านก็คือ เวลานี้ไม่มีบุคคลที่สองอีกแล้วที่ถ่ายทอดพลัง(กง)ไปสู่ระดับสูงที่แท้จริงเหมือนข้าพเจ้า ต่อไปท่านจะรู้ว่าข้าพเจ้าทำอะไรให้แก่ท่าน เพราะฉะนั้น จึงหวังว่าท่านอย่าได้ไม่ยอมรับรู้(อู้)เอาเสียเลย มีคนไม่น้อยที่คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับชั้นสูง สิ่งนี้ได้วางไว้ตรงหน้าท่านแล้ว ท่านอาจยังไม่ตระหนัก ถึงเที่ยวขวนขวายไปแสวงหาอาจารย์ เสียเงินเสียทองมากมาย ก็ไม่แน่ว่าท่านจะได้พบ วันนี้ข้าพเจ้านำส่งมาให้ถึงหน้าประตูบ้านของท่านแล้ว ท่านอาจยังไม่ตระหนัก นี่ก็คือปัญหาการรับรู้(อู้)ได้หรือไม่ ก็คือปัญหาว่าท่านสามารถจะรับการช่วยเหลือให้หลุดพ้นได้หรือไม่

อ่านต่อ หน้า1  หน้า2  หน้า3  หน้า4  หน้า5  หน้า6  หน้า7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook