บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 3

การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว

เราพูดว่าการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว ไม่ว่าท่านจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างไร จะปะปนสิ่งอื่นเข้าไปบำเพ็ญด้วยไม่ได้ อุบาสก อุบาสิกาบางท่านบำเพ็ญปฏิบัติทั้งสิ่งที่เป็นของพุทธศาสนา และบำเพ็ญปฏิบัติหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ของเรา ข้าพเจ้าขอบอกกับท่านว่า ท้ายที่สุดท่านจะไม่ได้อะไรเลย ใครก็ไม่ให้อะไรท่าน แม้ต่างก็เป็นสายพุทธ แต่ตรงนี้มีปัญหาในเรื่องของจิต(ซินซิ่ง) ในเวลาเดียวกันก็มีปัญหาการแน่วแน่หนึ่งเดียว ท่านมีร่างกายเพียงร่างเดียว ร่างกายของท่านจะกำเนิดพลัง(กง)ของวิชาใด จะแปรเปลี่ยนให้ท่านได้อย่างไร ท่านต้องการไปที่ใด ท่านบำเพ็ญตามหลักธรรมใดก็จะไปทางนั้น ถ้าท่านบำเพ็ญตามวิชาจิ้งถู่ ท่านก็จะไปยังโลกจี๋เล่อซื่อเจี้ยของพระอาหนีถอฝอ ถ้าท่านฝึกบำเพ็ญตามเย่าซือฝอ ท่านก็จะไปโลกหลิวหลีซื่อเจี้ย ทางศาสนาได้กล่าวไว้เช่นนี้ เรียกว่าหลักธรรมหนึ่งเดียวไม่มีสอง

การฝึกพลัง(กง)ที่เราพูดกัน ณ ที่นี้ ก็คือการแปรผันของพลัง(กง)ตลอดทั้งกระบวนการอย่างแท้จริง ล้วนต้องเดินตามวิธีบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของแต่ละสาย ท่านว่าท่านจะเดินไปทางไหน ท่านเหยียบเรือสองแคม ท่านก็จะไม่ได้อะไรเลย ไม่เพียงแต่การฝึกพลัง(กง)กับการบำเพ็ญเป็นพระในวัดจะปะปนกันไม่ได้ วิธีบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของแต่ละวิธี พลังลมปราณ(ชี่กง)กับพลังลมปราณ(ชี่กง) ศาสนากับศาสนาด้วยกัน ก็บำเพ็ญปฏิบัติปะปนกันไม่ได้ แม้กระทั่งในศาสนาเดียวกัน นิกายที่ต่างกันก็ปฏิบัติปะปนกันไม่ได้ จะต้องเลือกปฏิบัติเพียงวิธีเดียว ท่านบำเพ็ญจิ้งถู่ก็คือจิ้งถู่ ท่านบำเพ็ญมี่จงก็คือมี่จง ท่านเลือกฉันจงก็คือฉันจง หากท่านเหยียบเรือสองแคม นี่ก็บำเพ็ญนั่นก็บำเพ็ญท่านจะไม่ได้อะไรเลย กล่าวคือทางพุทธศาสนาเน้นการบำเพ็ญหลักธรรมหนึ่งเดียวไม่มีสอง ไม่อนุญาตให้ท่านบำเพ็ญปะปนกันไป เขาทั้งฝึกพลัง(กง)และก็บำเพ็ญปฏิบัติธรรม กระบวนการเกิดพลัง(กง)ของเขาจะเป็นไปตามขั้นตอนการผันแปรของวิชาที่เขาเลือกบำเพ็ญปฏิบัติ ในอีกมิติหนึ่งก็มีกระบวนการผันแปรของพลัง(กง) ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความสลับซับซ้อนล้ำลึกมหัศจรรย์อย่างมาก และจะนำสิ่งอื่นเข้ามาปะปนในการบำเพ็ญไม่ได้

มีอุบาสก อุบาสิกาบางคนพอได้ยินว่าเป็นการฝึกพลัง(กง)ของสายพุทธ ก็จะดึงผู้ฝึกของเราไปถวายตัวในวัด ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า ทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ อย่าได้ทำเช่นนี้ ท่านกำลังทำลายหลักธรรมใหญ่ของเรา และก็ทำลายศีลข้อห้ามของพุทธศาสนา ขณะเดียวกันท่านก็กำลังก่อกวนผู้ฝึก ทำให้เขาอะไรก็ไม่ได้รับ ไม่ควรทำเช่นนี้ การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องที่เข้มงวด จะต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว การที่เราออกมาถ่ายทอดธรรมะส่วนนี้ในสังคมมนุษย์ ถึงแม้จะไม่ใช่ศาสนา แต่เป้าหมายของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนั้นตรงกัน นั่นก็คือให้บรรลุเป้าหมายของการเปิดพลัง(กง) เปิดการรู้แจ้ง(อู้) และบรรลุความสำเร็จสมบูรณ์ได้มรรคผล

องค์ศากยมุนีตรัสไว้ว่า เมื่อถึงยุคธรรมะปลาย พระสงฆ์ในวัดยังยากที่จะช่วยตัวเอง อุบาสก อุบาสิกา ก็จะยิ่งไม่มีคนดูแล อย่าคิดว่าท่านได้ไหว้อาจารย์แล้ว บุคคลที่ท่านเรียกว่าอาจารย์ก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม อาจารย์ผู้นั้นหากไม่บำเพ็ญอย่างจริงจังก็ไร้ประโยชน์ ไม่บำเพ็ญด้านจิตใจ ใครก็ขึ้นไปไม่ได้ พิธีถวายตัวเป็นเพียงรูปแบบในสังคมมนุษย์ ท่านถวายตัวแล้วก็คือคนของสายพุทธเช่นนั้นหรือ พระพุทธก็จะดูแลท่านเช่นนั้นหรือ เรื่องมิได้เป็นเช่นนั้น ต่อให้ท่านโขกคำนับทุกวันจนศีรษะแตก จะจุดธูปเป็นกำๆ ก็ไร้ประโยชน์ ท่านจะต้องบำเพ็ญพัฒนาจิตของท่านอย่างแท้จริงจึงจะถูกต้อง ถึงยุคธรรมะปลาย จักรวาลได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง แม้กระทั่งศาสนสถานก็ไม่ไหวแล้ว ผู้มีความสามารถพิเศษ(รวมทั้งพระสงฆ์) ต่างเห็นถึงสภาพเช่นนี้ ปัจจุบันทั่วโลกมีข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่ถ่ายทอดหลักธรรมที่แท้จริงอย่างเปิดเผย ข้าพเจ้าได้ทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดเคยทำมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคธรรมะปลายได้เปิดประตูบานใหญ่เช่นนี้ ยากที่ท่านจะได้พบในรอบพันปีหมื่นปี แต่จะช่วยให้ท่านพ้นทุกข์ได้หรือไม่ กล่าวคือจะบำเพ็ญได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวท่าน สิ่งที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดเป็นหลักธรรมอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล

ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องมาฝึกหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)กับข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าพูดด้วยเหตุและผล ท่านจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมก็จะต้องมีความแน่วแน่หนึ่งเดียว มิฉะนั้นท่านก็จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ได้แน่นอน หากท่านไม่คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติ เราก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับท่าน เราถ่ายทอดหลักธรรมให้เฉพาะผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจริงเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว แม้กระทั่งความนึกคิดเกี่ยวกับวิชาอื่นก็จะปะปนสอดแทรกเข้าไปไม่ได้ หลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ของเราไม่เน้นเรื่องการเคลื่อนไหวตามจิตนึกคิด ไม่มีการเคลื่อนไหวตามจิตนึกคิดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทุกท่านก็อย่าได้สอดแทรกความนึกคิดอื่นใดเข้าไป จุดนี้ต้องระวัง โดยหลักไม่ใช้การเคลื่อนไหวตามจิตนึกคิด สายพุทธเน้นความว่างเปล่า สายเต๋าเน้นความไม่มี

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยเชื่อมต่อความคิดกับผู้สำเร็จธรรมชั้นสูง ผู้สำเร็จเต๋าชั้นสูง 4 ถึง 5 ท่าน หากจะว่าสูงแล้ว ในสายตาของคนธรรมดาสามัญนับว่าสูงมากๆ พวกเขาคิดอยากจะรู้ว่าในใจข้าพเจ้ากำลังคิดอะไร ข้าพเจ้าบำเพ็ญปฏิบัติมานานหลายปี ผู้อื่นคิดจะมาล่วงรู้ความคิดของข้าพเจ้าย่อมเป็นไปไม่ได้ ความสามารถพิเศษของผู้อื่นก็ไม่อาจสอดแทรกเข้ามาได้ ใครก็ไม่อาจรู้ความในใจของข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าคิดอะไรอยู่ พวกเขาอยากรู้การเคลื่อนไหวทางความคิดของข้าพเจ้า เพราะฉะนั้นด้วยความเห็นชอบของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงเชื่อมต่อความคิดของข้าพเจ้ากับพวกเขา หลังจากเชื่อมต่อแล้วข้าพเจ้ารู้สึกทนไม่ได้เล็กน้อย ไม่ว่าข้าพเจ้าจะมีระดับชั้นสูงแค่ไหนหรือต่ำเพียงใด เพราะว่าข้าพเจ้าอยู่ท่ามกลางคนธรรมดาสามัญ ข้าพเจ้ายังทำในสิ่งที่มีจุดมุ่งหมาย คือการช่วยมนุษย์ให้พ้นทุกข์ ในใจคิดช่วยมนุษย์ แต่จิตใจของพวกเขาเงียบสงบถึงระดับไหน เงียบสงบในระดับที่น่าสะพรึงกลัว หากเงียบสงบเพียงคนเดียวก็ยังพอได้ แต่นั่งล้อมกันอยู่ตั้ง 4-5 คน เงียบสงัดเหมือนดังน้ำนิ่งในบึง(น้ำตาย) ข้าพเจ้าคิดจะสัมผัสความรู้สึกของพวกเขา แต่สัมผัสไม่ได้ ในช่วงนั้นจิตใจของข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจมาก เป็นความรู้สึกแบบที่คนทั่วไปคาดคิดไม่ถึง สัมผัสไม่ได้ ทุกอย่างไร้จุดมุ่งหมายใดๆ ทุกอย่างว่างเปล่า

การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับสูงไม่มีการเคลื่อนไหวตามจิตนึกคิดใดๆ เพราะว่าการฝึกในขั้นพื้นฐานของคนธรรมดาสามัญ ท่านได้ฝึกจบสิ้นแล้ว เมื่อบำเพ็ญปฏิบัติธรรมมาถึงระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในวิชาของเราจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดล้วนเป็นการบำเพ็ญปฏิบัติโดยอัตโนมัติ ขอเพียงแต่ท่านยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้น พลัง(กง)ก็จะเพิ่มขึ้นโดยที่ท่านไม่ต้องฝึกกระบวนท่าใดๆ การเคลื่อนไหวกระบวนท่าของเราเป็นการเสริมกลไกบังคับ(จีจื้อ)อัตโนมัติให้แรงกล้ายิ่งขึ้น ทำไมในการนั่งวิปัสสนากรรมฐานเขาจึงไม่ขยับเขยื้อน ก็คืออยู่ในสภาวะไร้การหมายมั่นใดๆ ท่านเห็นสายเต๋าใช้กระบวนท่าโน้นกระบวนท่านี้ ใช้การเคลื่อนไหวตามจิตนึกคิด หรือการชี้นำของจิตนึกคิด ข้าพเจ้าขอบอกกับท่าน สายเต๋าเมื่อพ้นจากระดับชั้นของลมปราณ(ชี่)แล้ว อะไรก็ไม่มี ไม่พูดถึงความนึกคิดอย่างนี้ ความนึกคิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นบางท่านที่เคยฝึกพลังลมปราณ(ชี่กง)แบบอื่นมาก่อน จึงปล่อยวางไม่ได้เกี่ยวกับใช้วิธีการหายใจ ใช้จิตนึกคิดเป็นต้น ข้าพเจ้านำเอาวิชาระดับมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดให้แก่เขา เขากลับถามแต่ปัญหาระดับประถม ชี้นำอย่างไรบ้าง เคลื่อนไหวตามจิตนึกคิดอย่างไรบ้าง เขาเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ คิดว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)ก็เป็นเช่นนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่

อ่านต่อหน้า  1  2  3  4  5  6  7   8  9

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook