บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 3

การบำเพ็ญธรรมย้อนกลับและการยืมพลัง(กง)

บางคนไม่เคยฝึกพลัง(กง)มาก่อน หรือเคยไปเข้าชั้นเรียนพลังลมปราณ(ชี่กง)มาเพียงไม่กี่ครั้ง ล้วนแต่อยู่ในระดับรักษาโรคเสริมสร้างร่างกาย ไม่ใช่การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอะไร หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง คนเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการถ่ายทอดที่แท้จริงมา แต่อยู่ๆ เพียงชั่วข้ามคืนเขาก็มีพลัง(กง)เกิดขึ้นมา เรามาพูดกันว่าพลัง(กง)นี้มีที่มาอย่างไร มีกี่รูปแบบ

แบบหนึ่งคือการฝึกย้อนกลับ การฝึกย้อนกลับคืออะไร ก็คือบางท่านมีอายุมากแล้วคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ถ้าเริ่มบำเพ็ญตั้งแต่ต้นก็จะไม่ทันการ ในช่วงที่การฝึกพลังลมปราณ(ชี่กง)มีความนิยมสูง เขาก็คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมด้วย เพราะรู้ว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)สามารถทำความดีเพื่อผู้อื่นได้ ในเวลาเดียวกันก็จะสามารถยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นด้วย เขามีความปรารถนาเช่นนี้ คิดจะยกระดับ คิดที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม แต่ว่าหลายปีก่อนในช่วงที่พลังลมปราณ(ชี่กง)กำลังเป็นที่นิยม อาจารย์ที่สอนพลังลมปราณ(ชี่กง)ส่วนใหญ่จะถ่ายทอดวิชาพลังลมปราณ(ชี่กง)แบบทั่วๆ ไป แต่ไม่มีใครถ่ายทอดสิ่งที่เป็นระดับชั้นสูงอย่างแท้จริง จวบจนทุกวันนี้ ผู้ที่ถ่ายทอดพลัง(กง)ชั้นสูงอย่างเปิดเผย ก็มีเพียงข้าพเจ้าคนเดียวที่ทำอยู่ ไม่มีบุคคลที่ 2 ผู้ที่ฝึกบำเพ็ญย้อนกลับ ล้วนเป็นผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีรากฐาน(เกินจี)ดี สิ่งที่ติดตัวมาดีมาก จะเป็นผู้ที่อาจารย์ส่วนใหญ่ยินดีรับไว้เป็นลูกศิษย์ เหมาะที่จะถ่ายทอดวิชาให้ เพียงแต่ว่าบุคคลเหล่านี้อายุมากเกินไป คิดจะบำเพ็ญจึงไม่ใช่เรื่องง่าย จะไปหาอาจารย์ที่ไหน แต่เมื่อเขาคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม จิตใจดวงนี้ของเขาจึงเหมือนดังทองคำที่ส่องประกายแวววาว กระเทือนไปทั่วทศทิศ คนเราพูดว่า จิตพุทธ จิตพุทธนั้น ก็คือหมายถึงจิตพุทธส่องประกายออกมาแล้ว

มองชีวิตของมนุษย์จากชั้นสูง ชีวิตของมนุษย์มิใช่เพื่อความเป็นมนุษย์ เพราะชีวิตของมนุษย์เกิดขึ้นในมิติของจักรวาล ประสานกลมกลืนเข้ากับคุณสมบัติพิเศษคือความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น)ของจักรวาล มีธาตุแท้เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ความดีงาม แต่เมื่อชีวิตมีเพิ่มมากขึ้น ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะของสังคม เพราะฉะนั้นบางคนจึงได้เปลี่ยนแปลงไปในทางเห็นแก่ตัวหรือไม่ดี จึงไม่สามารถคงอยู่ในชั้นสูงนั้นได้อีก จึงตกลงมา ตกลงมาถึงระดับชั้นหนึ่ง ณ ระดับชั้นนี้ เขายังทำตัวเลวลงอีก จึงต้องตกลงมาอีก และในที่สุด ก็ตกลงมาอยู่ระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญนี้ ตกลงมาถึงชั้นนี้ มนุษย์ต้องถูกทำลายให้หมดสิ้นไป แต่เหล่าผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงด้วยเมตตาจิต จึงตัดสินใจให้มนุษย์ตกอยู่ในสภาวะทนทุกข์ทรมานที่สุด ได้มีโอกาสอีกครั้ง จึงสร้างมิติเช่นนี้ขึ้นมา

มนุษย์ในมิติอื่นไม่มีร่างกายเช่นนี้ เขาสามารถลอยขึ้นมา สามารถจะขยายตัวให้ใหญ่หดตัวให้เล็กได้ แต่ในมิตินี้คนมีร่างกายเช่นนี้ ร่างกายที่เป็นเนื้อหนังมังสาของเรา หลังจากมีร่างกายเช่นนี้ หนาวก็ไม่ได้ ร้อนก็ไม่ได้ เหนื่อยก็ไม่ได้ หิวก็ไม่ได้ เป็นทุกข์ไปหมด เมื่อป่วยจะรู้สึกทุกข์ทรมาน เกิดแก่เจ็บตาย ก็คือให้ท่านชดใช้กรรมท่ามกลางความทุกข์เหล่านี้ ดูซิว่าท่านยังจะสามารถกลับไปได้หรือไม่ ให้โอกาสท่านอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้มนุษย์เราจึงตกอยู่ท่ามกลางวังวน หลังจากตกลงมาอยู่ในวังวนนี้แล้ว ก็สร้างดวงตาคู่นี้ให้ท่าน ไม่ให้ท่านมองเห็นมิติอื่น มองไม่เห็นความจริงของวัตถุธาตุ ถ้าท่านสามารถกลับไป ยิ่งลำบากก็ยิ่งมีคุณค่า ท่ามกลางวังวน อาศัยการรู้แจ้ง(อู้)ด้วยตนเองบำเพ็ญกลับไป ยิ่งลำบากเท่าใดก็ยิ่งกลับไปได้ไว ถ้าท่านทำตัวเลวลงอีก ชีวิตก็จะถูกทำลาย ในสายตาของท่านเหล่านั้น ชีวิตของมนุษย์การเป็นคนไม่ใช่เป้าหมาย คือต้องการให้ท่านกลับสู่สภาพดั้งเดิมแท้จริง กลับขึ้นไป คนธรรมดาสามัญไม่สามารถเข้าใจในจุดนี้ คนธรรมดาสามัญอยู่ในสังคมของคนธรรมดาสามัญ เขาก็คือคนธรรมดาสามัญ คิดแต่จะทำอย่างไรให้เจริญรุ่งเรือง มีความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ยิ่งเขามีความเป็นอยู่ดี เขาจะยิ่งเห็นแก่ตัว ยิ่งอยากจะครอบครองสิ่งต่างๆ ก็ยิ่งห่างไกลจากคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล เขาก็ยิ่งเดินไปสู่การดับสลาย

ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงทั้งหลายมองกันเช่นนี้ ท่านรู้สึกว่าก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ความเป็นจริงแล้วกำลังเดินถอยหลัง มนุษย์เรารู้สึกว่ากำลังพัฒนา วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้า ความจริงแล้วก็เป็นไปตามวัฏจักรของจักรวาล จังกั๋วเหล่าหนึ่งในแปดเซียนผู้ขี่ลากลับหลังหัน น้อยคนที่จะเข้าใจเหตุไฉนท่านจึงขี่ลากลับหลังหัน เพราะท่านค้นพบว่าการเดินหน้าคือการถอยหลัง ท่านจึงขี่ลากลับหลังหัน ดังนั้นเมื่อบางคนคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงทั้งหลายจึงเห็นว่าจิตใจเช่นนี้ล้ำค่ายิ่งนัก ก็จะให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีเงื่อนไข เช่นเดียวกับผู้ฝึกที่นั่งฟังธรรม ณ ที่นี้ ถ้าท่านคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าสามารถช่วยท่านได้โดยไม่มีเงื่อนไข แต่การเป็นคนธรรมดาสามัญท่านคิดจะมารับการรักษาโรค คิดต้องการสิ่งนี้สิ่งนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเหลือท่าน เพราะอะไรหรือ เพราะท่านต้องการเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ คนธรรมดาสามัญก็ต้องมีการเกิดแก่เจ็บตาย สมควรเป็นเช่นนั้น ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกับเหตุและผล ไม่ควรทำให้สับสน ส่วนคนที่ไม่เคยคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเลยในชีวิต บัดนี้คิดที่จะหันมาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ก็ต้องจัดเตรียมวิถีชีวิตใหม่ให้แก่ท่าน ปรับสภาพร่างกายให้แก่ท่าน

ดังนั้นเมื่อคนเราคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม เมื่อความปรารถนานี้ได้ปรากฏ เหล่าผู้บรรลุธรรมเมื่อเห็นแล้วถือว่ามีคุณค่ายิ่งนัก แต่ว่าจะช่วยอย่างไร จะหาอาจารย์สอนได้ที่ไหนในโลกนี้ อีกทั้งอายุก็เลย 50 ปี ผู้สำเร็จธรรมถ่ายทอดให้ไม่ได้ เพราะถ้าท่านเหล่านั้นปรากฏตัวออกมาสอนท่าน ถ่ายทอดหลักธรรม ถ่ายทอดพลัง(กง)ให้แก่ท่าน การทำเช่นนั้นเป็นการเปิดเผยความลับของสวรรค์ ระดับชั้นของอาจารย์ก็ต้องตกลงมาด้วย มนุษย์ทำความชั่วจึงตกลงมาอยู่ท่ามกลางวังวน ก็จะต้องบำเพ็ญอยู่ท่ามกลางวังวนนั้นให้รู้แจ้ง(อู้) เพราะฉะนั้นผู้บรรลุธรรมจึงสอนให้ไม่ได้ หากพระพุทธปรากฏตัวให้ท่านเห็นกับตา ถ่ายทอดหลักธรรมให้แก่ท่าน สอนพลัง(กง)แก่ท่าน คนทำชั่วทั้งหลายต่างก็จะพากันมาเรียน ใครๆ ก็เชื่อ แล้วจะรับรู้(อู้)ได้อย่างไร ก็จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้(อู้) เพราะว่ามนุษย์ตกลงมายังวังวนด้วยตัวเอง ควรจะต้องถูกทำลายแล้ว แต่ท่ามกลางวังวนยังให้โอกาสท่านอีกครั้ง เพื่อให้ท่านได้บำเพ็ญปฏิบัติกลับไป ถ้าสามารถกลับไปได้ก็กลับไป ถ้ากลับไปไม่ได้ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดและดับสลายต่อไป

หนทางต้องเดินด้วยตนเอง ถ้าเขาคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมจะทำอย่างไร เหล่าผู้บรรลุธรรมได้คิดหาวิธี เพราะว่าสมัยนั้นพลังลมปราณ(ชี่กง)เป็นที่นิยมกันมาก นี่ก็คือการเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์ของสวรรค์อย่างหนึ่ง ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับปรากฏการณ์สวรรค์ จึงได้เพิ่มพลัง(กง)ตามระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้แก่เขา ต่อท่อสายอ่อนเข้าสู่ร่างกายของเขา เหมือนหัวก๊อกน้ำประปา พอเปิดพลัง(กง)ก็มา เขาคิดจะปล่อยพลัง(กง) พลัง(กง)ก็มา เขาไม่คิดปล่อย ตัวเขาก็จะยังไม่มีพลัง(กง) สภาวะเช่นนี้เราเรียกว่าการบำเพ็ญย้อนกลับ ให้เขาบำเพ็ญจากบนลงสู่ล่างจนสำเร็จ

การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมโดยทั่วไปเริ่มจากล่างสู่บน บำเพ็ญจนเปิดพลัง(กง)บรรลุความสำเร็จ การบำเพ็ญย้อนกลับที่กล่าวถึงนี้ สำหรับผู้สูงอายุ การเริ่มบำเพ็ญจากล่างสู่บนไม่ทันการเสียแล้ว เพราะฉะนั้นการบำเพ็ญจากบนลงล่างจะรวดเร็วกว่า ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น คนประเภทนี้จะต้องมีจิต(ซินซิ่ง)ที่สูงมาก การถ่ายทอดพลังงานเป็นจำนวนมากให้แก่เขาตามระดับจิต(ซินซิ่ง)ของเขา มีวัตถุประสงค์อะไร สิ่งแรกเพื่อให้สอดคล้องกับปรากฏการณ์ของสวรรค์ในช่วงนั้น บุคคลผู้นี้ในขณะที่ประกอบคุณงามความดีนั้น เขาสามารถทนทุกข์ทนลำบากได้ เพราะการอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ สภาพจิตทุกชนิดของมนุษย์จะรบกวนท่าน คนบางคนท่านรักษาให้เขาหายจากโรคเขาก็ยังไม่เข้าใจท่าน ท่านรักษาโรคให้เขาโดยการเอาสิ่งไม่ดีออกไปไม่น้อย รักษาให้เขาทุเลาได้ถึงระดับไหน การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในขณะนั้น ในใจเขาจึงไม่พอใจ ไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกขอบคุณท่าน ดีไม่ดียังจะด่าว่าท่านโกหกหลอกลวงเขา ก็คือให้ท่านประสบกับปัญหาเหล่านี้ ให้ท่านได้ฝึกฝนจิตใจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ การถ่ายทอดพลัง(กง)ให้เขาเหล่านี้ก็เพื่อให้เขาบำเพ็ญปฏิบัติธรรมขึ้นไปสู่ระดับสูง ทำความดีควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสามารถพิเศษของตนเอง เพิ่มพลัง(กง)ของตัวเอง แต่บางคนไม่ทราบถึงเหตุผลข้อนี้ ข้าพเจ้าเคยพูดแล้วมิใช่หรือ ไม่สามารถถ่ายทอดหลักธรรมให้เขาตรงๆ สามารถจะรับรู้(อู้)ก็รับรู้ไป ปัญหาอยู่ที่การรับรู้(อู้) ถ้ารับรู้(อู้)ไม่ได้ก็หมดหนทาง

บางคนเวลามีพลัง(กง)เกิดขึ้น อยู่ๆ คืนหนึ่งนอนอยู่ร้อนจนห่มผ้าก็ไม่ไหว เช้าตื่นขึ้นมาไม่ว่าจับต้องอะไรก็มีไฟฟ้าสถิตไปทั้งหมด เขาทราบดีว่ามีพลัง(กง)เกิดขึ้นแล้ว เมื่อพบเห็นร่างกายใครตรงไหนเกิดเจ็บปวด พอเอามือไปลูบก็รู้สึกดี เขารู้ดีว่าต่อแต่นี้ไปมีพลัง(กง)แล้ว เป็นอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ได้ ก็ตั้งตัวขึ้นเป็นอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง) ในระยะแรกเนื่องจากเขาเป็นคนดี สามารถรักษาโรคให้คนหายได้ เวลาคนเขาให้เงินทอง ให้ของกำนัล เขาจะไม่รับ แต่อยู่ไปสักระยะหนึ่ง เขาอาจไม่สามารถทนต่อการยั่วยวนของสังคมมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยความสกปรกโสมม เพราะคนที่ได้พลัง(กง)โดยวิธีการฝึกย้อนกลับไม่ได้ผ่านการฝึกจิต(ซินซิ่ง)อย่างแท้จริง การควบคุมจิต(ซินซิ่ง)ของตัวเองจึงลำบากมาก เริ่มจากการรับของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นชิ้นใหญ่ ในที่สุดให้น้อยไปก็จะไม่ยอม สุดท้ายเขาจะบอกว่า ให้ของกำนัลมากมายทำไม ขอเป็นเงินทองเถิด ให้เงินน้อยไปก็ไม่รักษาให้ อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ที่แท้จริงเขาก็ไม่ยอมเชื่อถือ สองหูได้ยินแต่คำชมว่าตัวเองมีความสามารถ ใครว่าเขาไม่ดีก็จะไม่พอใจ ความโลภต่อชื่อเสียงเงินทองเริ่มเกาะกินจิตใจของเขา คิดว่าตัวเองเก่งกว่าผู้อื่น เขาคิดว่าพลัง(กง)ที่เขาได้รับนี้ ก็เพื่อให้เขาเป็นอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ให้ร่ำรวย ความจริงแล้วเพื่อให้เขาได้ฝึกบำเพ็ญปฏิบัติธรรม เมื่อจิตยึดติดต่อชื่อเสียงเงินทองเริ่มเกิดขึ้นแล้ว แท้จริงแล้วจิต(ซินซิ่ง)ของเขาก็ตกต่ำลงมา

ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า จิต(ซินซิ่ง)สูงเพียงใดพลัง(กง)ก็จะสูงเท่านั้น เมื่อตกลงมาพลัง(กง)นี้จะให้เขามากนักไม่ได้ ต้องให้ตามระดับจิต(ซินซิ่ง)ของเขา จิต(ซินซิ่ง)สูงเพียงใด พลัง(กง)ก็สูงเท่านั้น กิเลสความโลภยิ่งมีมาก ก็ยิ่งตกต่ำลงไปในสังคมมนุษย์ยิ่งมาก พลัง(กง)ของเขาก็จะพลอยตกต่ำลงไปด้วย สุดท้ายเมื่อเขาตกลงมาจนถึงที่สุดแล้วก็ไม่ให้พลัง(กง)แก่เขาอีก ไม่มีพลัง(กง)หลงเหลืออยู่อีก เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีคนประเภทนี้ปรากฏออกมาไม่น้อย โดยมากจะเป็นสตรีที่อายุเกิน 50 ปีเสียส่วนใหญ่ ท่านดูคุณยายท่านนั้นที่กำลังฝึกพลัง(กง) เขาก็ไม่ได้รับการถ่ายทอดอย่างแท้จริง อาจจะเคยเข้าร่วมเรียนฝึกพลังลมปราณ(ชี่กง)กับอาจารย์ท่านใดมาบ้าง ซึ่งก็เป็นเพียงแค่วิชารักษาโรค เสริมสร้างสุขภาพไม่กี่กระบวนท่า อยู่มาวันหนึ่งก็มีพลัง(กง)เกิดขึ้น เมื่อจิต(ซินซิ่ง)เลวลง ความอยากมีชื่อเสียงเงินทองก็เกิดขึ้น จึงตกลงมา สุดท้ายอะไรก็ไม่ใช่ พลัง(กง)ก็ไม่มี ปัจจุบันผู้ฝึกย้อนกลับแบบนี้ตกลงมากันมากเหลือเกิน เหลืออยู่ไม่กี่คน เพราะเหตุใด เพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าการฝึกย้อนกลับนี้เพื่อให้เขาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม เขาคิดว่าเพื่อให้เขาร่ำรวยมั่งมี มีชื่อเสียงในสังคมมนุษย์ ให้เขาได้เป็นอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง) ความจริงต้องการให้เขาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม

อะไรคือการยืมพลัง เรื่องนี้ไม่จำกัดอายุ แต่มีข้อกำหนดประการหนึ่ง นั่นก็คือจะต้องเป็นผู้ที่มีจิต(ซินซิ่ง)ดีเยี่ยม เขาทราบดีว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)สามารถบำเพ็ญปฏิบัติได้ และก็คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติ จิตใจดวงนี้คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติ แต่จะไปหาอาจารย์ท่านใดที่ไหน เมื่อก่อนมีอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)แท้ถ่ายทอดพลัง(กง)อยู่จริงๆ แต่ส่วนใหญ่ล้วนถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในระดับรักษาโรคเสริมสร้างสุขภาพ ไม่มีคนถ่ายทอดการบำเพ็ญปฏิบัติไปสู่ระดับชั้นสูง และคนเขาก็ไม่สอนกัน

พูดถึงเรื่องการยืมพลังแล้ว ข้าพเจ้าขอพูดถึงปัญหาหนึ่ง คนเรานอกจากจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน) หรือจิตสำนึกหลักของตนแล้ว ยังมีจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน) หรือจิตสำนึกรอง บางคนมีจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)หนึ่งจิต บางคนมีสองจิต สามจิต สี่จิต บางคนมีถึงห้าจิต จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)กับเพศของเขาไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องเหมือนกัน บ้างเป็นเพศชาย บ้างเป็นเพศหญิง ไม่เหมือนกันทั้งหมด ความจริงแล้วจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็นเพศเดียวกับร่างกาย เพราะเราพบว่า ปัจจุบันมีชายที่มีจิตหลักเป็นหญิงก็มีมาก หญิงที่มีจิตหลักเป็นชายก็มีจำนวนมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็สอดคล้องกับสายเต๋าที่พูดกันในปัจจุบันว่าอินหยางกลับกัน อินแกร่งหยางอ่อนอันเป็นปรากฏการณ์สวรรค์

จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของคน มักจะมีระดับชั้นสูงกว่าจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน) โดยเฉพาะบางคน จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของเขามีระดับสูงเป็นพิเศษ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)มิใช่วิญญาณแปลกปลอม เขาออกมาจากครรภ์มารดาพร้อมกับท่าน ตั้งแต่เกิดมีชื่อเดียวกับท่าน เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายท่าน ปกติคนเราคิดอะไร ทำอะไร จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)เป็นผู้สั่งการ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)นั้น มีหน้าที่หลักคือพยายามควบคุมไม่ให้จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี แต่จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)มีความดื้อรั้น จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็ไม่อาจทัดทานได้ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสในสังคมมนุษย์ แต่จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)มักจะถูกครอบงำได้ง่าย

จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของบางคนมาจากระดับชั้นที่สูงมาก ขาดเพียงนิดเดียวก็จะได้มรรคผล จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)คิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม หากจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ไม่คิดจะบำเพ็ญก็ทำอะไรไม่ได้ มีวันหนึ่งในช่วงที่พลังลมปราณ(ชี่กง)เป็นที่นิยม จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)คิดจะฝึกพลัง(กง)กับเขาบ้าง มุ่งสู่การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับชั้นสูง แน่นอนความคิดนั้นบริสุทธิ์ ไม่ได้คิดจะแสวงหาชื่อเสียงและผลประโยชน์ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ดีใจนัก ฉันคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมก็ทำไม่ได้ เจ้าคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมตรงกับความตั้งใจของฉันพอดี แต่จะไปหาอาจารย์ที่ไหน จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)นั้นมีความสามารถ เขาก็จะออกจากร่างไปหาผู้บรรลุธรรมชั้นสูงที่รู้จักในชาติก่อน เพราะว่าจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)บางรายมีระดับชั้นสูงมาก สามารถออกจากร่างได้ เมื่อไปแจ้งความประสงค์ว่า ต้องการจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ขอยืมพลัง(กง)บ้าง ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงเห็นว่าเป็นคนดีใช้ได้ ย่อมยินดีช่วยเหลือเขา เมื่อเป็นเช่นนี้จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็ไปขอยืมพลัง(กง)มา ซึ่งพลัง(กง)นี้จะมีพลังงานแผ่กระจายส่งมาตามท่อ สิ่งที่ยืมมาบ้างก็มีรูปลักษณ์ ที่เป็นรูปลักษณ์มักจะมีความสามารถพิเศษติดมาด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้เขาอาจจะมีความสามารถพิเศษขึ้นมาในเวลาเดียวกัน คนผู้นี้ก็คล้ายกับคนที่ข้าพเจ้าพูดถึงก่อนหน้านี้ กลางคืนนอนหลับร้อนจนทนไม่ไหว รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาจะรู้สึกตัวว่าตนเองมีพลัง(กง)ขึ้นมา จับต้องอะไรก็มีไฟฟ้าสถิต สามารถบำบัดรักษาโรคให้กับผู้อื่นได้ เขารู้ว่ามีพลัง(กง) แต่ไม่ทราบว่าได้มาจากที่ใด เขาเพียงแต่ทราบว่า พลัง(กง)เหล่านี้มาจากมิติของจักรวาล แต่มาได้อย่างไรเขาไม่ทราบ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ไม่ได้บอกเขา เพราะว่ามันเป็นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน) เขาทราบแต่ว่ามีพลัง(กง)เกิดขึ้นแล้ว

ผู้ที่ยืมพลัง(กง)โดยมากไม่ถูกจำกัดด้วยอายุ เป็นคนหนุ่มสาวเสียส่วนใหญ่ ที่เคยพบเห็นมีตั้งแต่อายุเลย 20 ปี เลย 30 ปี เลย 40 ปีก็มี อายุมากก็มี คนหนุ่มสาวควบคุมตัวเองได้ยาก ในเวลาปกติเห็นว่าเขาเป็นคนใช้ได้ ในสังคมมนุษย์ขณะที่ยังไม่มีความสามารถ ความโลภต่อชื่อเสียงเงินทองก็ไม่มาก แต่เมื่อมีความสามารถเกินผู้อื่น ก็มักจะถูกความโลภในชื่อเสียงเงินทองรบกวน เขาคิดว่า หนทางชีวิตของเขายังยาวไกล ยังคิดที่จะดิ้นรนขวนขวาย เพื่อบรรลุเป้าหมายในสังคมมนุษย์ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาได้ความสามารถพิเศษนี้มา มีความสามารถ เขาก็จะนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายของตนในสังคม จะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ และไม่อนุญาตให้เขานำพลัง(กง)ไปใช้เช่นนั้น ยิ่งใช้พลัง(กง)ก็จะยิ่งลดน้อยลง สุดท้ายอะไรก็ไม่เหลืออีก มีคนประเภทนี้ตกลงมามากต่อมาก เท่าที่ข้าพเจ้าดูปัจจุบันไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว

ลักษณะสองประการที่ข้าพเจ้ากล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีจิต(ซินซิ่ง)ค่อนข้างดีที่ได้พลัง(กง)มา ไม่ใช่พลัง(กง)ที่ตัวเองฝึกออกมา แต่ได้มาจากผู้บรรลุธรรม เพราะฉะนั้นพลัง(กง)ลักษณะนี้นับว่าเป็นสิ่งดี

อ่านต่อหน้า  1  2  3  4  5  6  7   8  9

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook