บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 6

มารเกิดจากใจตัวเอง

อะไรเรียกว่า มารเกิดจากใจตัวเอง ร่างกายของคนในมิติชั้นต่างๆ ล้วนมีสนามสสารคงอยู่ ภายในสนามพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลจะเหมือนเงาสะท้อนส่องมายังสนามมิติของท่านนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงเงา แต่ก็มีสสารคงอยู่ ทุกสิ่งในสนามมิติของท่าน ก็จะฟังคำสั่งจากจิตสำนึกในสมองใหญ่ของท่าน กล่าวคือ ท่านใช้ตาทิพย์มองไป ไม่เคลื่อนไหวความนึกคิดมองดูอย่างเงียบๆ สิ่งที่เห็นก็คือความจริง หากเคลื่อนไหวความนึกคิดแม้เพียงเล็กน้อย ที่เห็นก็จะเป็นภาพปลอม นี่ก็คือมารเกิดจากใจตัวเอง หรือเรียกว่าแปรเปลี่ยนไปตามใจนึก ก็เพราะว่าผู้ฝึกพลัง(กง)บางคนตัวเองไม่สามารถทำตัวเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม ไม่สามารถควบคุมตัวเอง เขาแสวงหาความสามารถพิเศษ ยึดติดต่อความสามารถและศาสตร์เล็กๆ น้อย ๆ แม้กระทั่งยึดติดต่อสิ่งที่ได้ยินจากมิติอื่น ยึดติดต่อการแสวงหาสิ่งเหล่านี้ คนประเภทนี้จะตกอยู่ในสภาพมารเกิดจากใจตัวเองได้ง่าย ตกลงไปได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมได้สูงเพียงใด เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นก็จะตกต่ำลงสู่ก้นบึ้ง ถูกทำลายจนถึงที่สุด นี่เป็นปัญหาที่ร้ายแรงนัก ไม่เหมือนกับเรื่องอื่นๆ การทดสอบจิต(ซินซิ่ง)ครั้งนี้ไม่ผ่าน ล้มลงไปลุกขึ้นมา ก็ยังสามารถบำเพ็ญต่อไปได้ แต่เมื่อปรากฏปัญหามารเกิดจากใจตัวเอง ชั่วชีวิตนี้เขาก็จบสิ้นแล้วบำเพ็ญต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ฝึกพลัง(กง)จนบรรลุระดับชั้นหนึ่งที่ตาทิพย์เปิดแล้ว มักจะเกิดปัญหานี้ได้ง่าย ยังมีบางคนจิตสำนึกของตัวเองมักจะถูกสื่อสัญญาณภายนอกรบกวน สื่อสัญญาณภายนอกบอกอะไรเขา เขาก็เชื่ออย่างนั้น ก็จะปรากฏปัญหานี้ เพราะฉะนั้นพวกเราบางคนที่ตาทิพย์เปิดแล้ว จะถูกสื่อสัญญาณรอบด้านรบกวน

เราขอยกตัวอย่างสักตัวอย่างหนึ่ง การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับต่ำ จิตใจไม่หวั่นไหวนั้นทำได้ยาก อาจารย์มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรท่านอาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจน อยู่มาวันหนึ่ง ทันใดนั้นท่านได้เห็นเทพองค์หนึ่งทั้งสูงทั้งใหญ่ เทพองค์นี้กล่าวชมเชยท่าน 2 คำ และสอนอะไรท่านเล็กๆ น้อยๆ ท่านก็รับ พลัง(กง)ของท่านก็จะสับสน ในใจท่านเกิดดีใจ ยอมรับเขาเป็นอาจารย์ ก็ตามไปเรียนกับเขา เขาเองอาจยังไม่ได้มรรคผล ณ มิตินั้นเขาสามารถขยายใหญ่และหดเล็กได้ ปรากฏอยู่ต่อหน้าท่าน ท่านมองเห็นเทพองค์ใหญ่ เกิดความตื่นเต้น พอจิตยินดีเกิดขึ้นมา ท่านจะไม่ตามไปเรียนกับเขาหรือ ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมหากควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ยากที่จะช่วยเหลือให้หลุดพ้น ก็ทำลายตัวเองได้ง่าย ผู้อยู่บนสวรรค์ล้วนเป็นเทพ แต่เขาก็ยังไม่ได้มรรคผล ยังต้องเข้าสู่วัฏจักรหกทาง ท่านยอมรับเขาเป็นอาจารย์ง่ายๆ ถ้าท่านตามเขาไป เขาจะพาท่านไปยังจุดใด เขายังไม่สำเร็จมรรคผล ท่านมิบำเพ็ญไปโดยเปล่าประโยชน์หรือ ผลสุดท้ายพลัง(กง)ของท่านเองก็สับสนไปหมด จิตใจของคนนั้นยากที่จะไม่หวั่นไหว ข้าพเจ้าขอบอกกับทุกท่าน ปัญหานี้ร้ายแรงนัก ในวันข้างหน้าพวกเราหลายคนอาจพบปัญหานี้ หลักธรรมข้าพเจ้าได้พูดออกมาแล้ว ท่านจะสามารถควบคุมได้หรือไม่อยู่ที่ตัวท่าน ที่ข้าพเจ้าพูดถึงคือสภาพการณ์อย่างหนึ่ง ได้เห็นผู้สำเร็จธรรมในวิชาอื่น จิตใจต้องไม่หวั่นไหว ยึดมั่นบำเพ็ญในวิชาเดียว พระพุทธอะไร เต๋าอะไร เทพอะไร มารอะไร ก็อย่าหวังว่าจะทำให้จิตใจฉันหวั่นไหวได้ เช่นนี้ย่อมมีโอกาสจะประสบความสำเร็จ

มารเกิดจากใจตัวเองยังมีสภาพการณ์อื่นอีก เห็นญาติที่ตายไปมารบ กวน ร้องห่มร้องไห้ บอกให้ท่านทำเรื่องนี้เรื่องนั้น เรื่องอะไรล้วนปรากฏ ท่านจะไม่หวั่นไหวได้หรือ ท่านรักลูกคนนี้ของท่าน รักบิดามารดา บิดามารดาของท่านตายไปแล้ว เขาบอกให้ท่านทำอะไร ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ท่านทำไปก็จะเสีย ผู้ฝึกพลัง(กง)จึงลำบากเช่นนี้ คนเขาพูดกันว่าพุทธศาสนาเริ่มสับสน แล้วสิ่งที่เป็นของลัทธิหยูก็ปะปนเข้าไปในศาสนาพุทธ การกตัญญูต่อบิดามารดา ความรักความผูกพันต่อบุตรธิดาก็ปะปนเข้าไป พุทธศาสนาไม่มีสิ่งเหล่านี้ หมายความว่าอะไร เพราะชีวิตที่แท้จริงของคน คือจิตหลัก(เหวียนเสิน) ผู้ให้กำเนิดจิตหลัก(เหวียนเสิน)แก่ท่านจึงจะเป็นมารดาที่แท้จริงของท่าน ท่านเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักรหกทาง(วัฏสงสาร) มารดาของท่านมีทั้งที่เป็นมนุษย์ และไม่ใช่มนุษย์ นับไม่ถ้วน แต่ละภพแต่ละชาติท่านมีบุตรธิดาเป็นจำนวนเท่าใดก็นับไม่ถ้วน คนไหนคือมารดาของท่าน คนไหนคือบุตรธิดาของท่าน สองตาปิดลงใครก็ไม่รู้จักใคร กรรมที่ท่านติดค้างมาก็ยังต้องชดใช้ คนตกอยู่ในวังวน จึงปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ บางคนไม่สามารถปล่อยวางบุตรธิดาของเขา บอกว่าเขาดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก็ตายไปแล้ว มารดาของเขาดีอย่างไรก็ตายไปแล้ว เขาโศกเศร้าปานจะขาดใจ ชีวิตที่เหลืออยู่อยากจะตามเขาไปด้วย ท่านไม่ลองคิดดู นี่ไม่ใช่มาทรมานท่านหรอกหรือ ใช้รูปแบบเช่นนี้เพื่อไม่ให้ท่านอยู่อย่างปกติสุข

คนธรรมดาสามัญอาจไม่เข้าใจ ถ้าท่านยึดติดในสิ่งนี้ ท่านก็บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ได้ เพราะฉะนั้นพุทธศาสนาจึงไม่มีเนื้อหาสาระเหล่านี้ ถ้าท่านคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ความรักความผูกพันของคนก็ต้องปล่อยวาง แน่นอนพวกเราบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในสังคมมนุษย์ การกตัญญูต่อบิดามารดาและการอบรมสั่งสอนบุตรธิดาเป็นเรื่องสมควร ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดๆ ก็ต้องดีต่อผู้อื่น เมตตาต่อคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อญาติพี่น้องของท่าน ไม่ว่ากับใครก็เหมือนกัน กับบิดามารดา กับบุตรธิดาก็ดี คำนึงถึงผู้อื่นอยู่เสมอ จิตใจเช่นนี้ถือว่าไม่เห็นแก่ตัว เต็มไปด้วยกุศลจิตเมตตาจิต ความรักความผูกพันเป็นเรื่องของคนธรรมดาสามัญ คนธรรมดาสามัญจึงมีชีวิตอยู่ด้วยความรักความผูกพัน

คนจำนวนมากควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม บางคนกล่าวว่า พระพุทธพูดอะไรกับเขา อะไรก็ตามที่บอกท่านว่าวันนี้ท่านจะมีภัย จะเกิดเรื่องอะไร ให้ท่านหลีกเลี่ยงอย่างไร หรือใครที่บอกท่านว่า ล็อตเตอรี่งวดนี้รางวัลที่หนึ่งจะออกเลขอะไร บอกให้ท่านไปซื้อ (ยกเว้นแต่ว่าเวลาจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตแล้วบอกให้ท่านขจัดอย่างไร) อะไรก็ตามที่จะให้ท่านได้รับประโยชน์ในสังคมมนุษย์ล้วนเป็นมาร หากท่านได้สิ่งดีๆ ในสังคมมนุษย์ ก็ไม่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ ท่านก็ยกระดับสูงขึ้นไม่ได้ ท่านใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในสังคมมนุษย์ ท่านจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างไร กรรมของท่านจะผันแปรได้อย่างไร จะไปหาสภาพแวดล้อมให้ท่านได้ยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ของท่านและผันแปรกรรมของท่านได้ที่ใด พวกเราต้องจดจำจุดนี้ไว้ให้ดี มารตัวนั้นยังจะยกยอท่าน บอกว่าท่านสูงส่งเพียงใด บอกว่าท่านคือพระพุทธที่สูงส่งเพียงใด เต๋าที่สูงส่งเพียงใด เห็นว่าท่านเก่งเพียงใด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจอมปลอม ผู้ที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง จิตต่างๆ ทุกประเภทของท่านล้วนต้องปล่อยวาง เวลาเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ พวกเราจะต้องระมัดระวัง

เมื่อเราฝึกพลัง(กง)จนตาทิพย์เปิดแล้ว ตาทิพย์เปิดแล้วก็จะมีจุดที่บำเพ็ญลำบาก ตาทิพย์ไม่เปิดก็มีจุดที่บำเพ็ญลำบาก บำเพ็ญลำบากทั้งนั้น เมื่อเปิดตาทิพย์แล้ว เวลาที่สื่อสัญญาณต่างๆ มารบกวนท่าน ท่านก็ควบคุมตัวเองได้ยากจริงๆ ในมิติอื่น ล้วนวิจิตรตระการตาสวยงามมาก ดีงามมากๆ ทุกสิ่งล้วนสามารถทำให้จิตใจหวั่นไหว เมื่อจิตใจของท่านหวั่นไหวก็จะถูกรบกวน พลัง(กง)ของท่านก็จะสับสน มักจะเป็นเช่นนี้ เพราะฉะนั้นผู้ที่มารเกิดจากใจตัวเอง เวลาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั้น สภาพเช่นนี้ก็จะปรากฏ อาทิเช่น เมื่อคนผู้นี้เกิดมีความคิดที่ไม่ถูกต้องขึ้นมา ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง อยู่มาวันหนึ่ง ตาทิพย์ของเขาเปิด มองเห็นได้ชัดเจน เขาคิด ณ ศูนย์ฝึกพลัง(กง)แห่งนี้ ก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่ตาทิพย์เปิดได้ดี ฉันคงจะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ฉันสามารถเรียนหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ของอาจารย์หลี่ ฉันเรียนได้ดีเช่นนี้ เก่งกว่าใครๆ ฉันอาจไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปก็ได้ ความคิดเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้องแล้ว เขาคิด ไม่แน่ฉันก็คือพระพุทธ ลองมองตัวเองดูซิ พอเขามองตัวเองก็เป็นพระพุทธขึ้นมาจริงๆ เพราะอะไร เพราะว่าสสารทุกชนิดภายในสนามมิติรอบๆ ร่างกายเขา จะแปรเปลี่ยนไปตามความคิดของเขา เรียกว่าแปรเปลี่ยนไปตามใจนึก

สิ่งที่สะท้อนมาจากจักรวาล จะแปรเปลี่ยนไปตามความคิดของเขา เพราะว่าภายในสนามมิติของเขา เขาจะดูแลทั้งหมด เงาก็เป็นสสารที่มีอยู่ ก็เช่นเดียวกัน เขาคิด ฉันคงเป็นพระพุทธแล้ว เสื้อผ้าที่ฉันใส่ก็อาจจะเป็นเสื้อผ้าของพระพุทธ ฉะนั้นเขาก็จะเห็นว่าเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็เป็นเสื้อผ้าของพระพุทธจริงๆ โอ้โฮ ฉันเป็นพระพุทธจริงๆ ดีใจสุดขีด ฉันอาจจะไม่ใช่เป็นแค่พระพุทธองค์เล็กๆ ดูอีกที ตัวเองก็เป็นพระพุทธองค์ใหญ่ ไม่แน่ฉันยังจะสูงกว่าหลี่หงจื้อ ดูไปดูมา โอ้โฮ เราสูงกว่าหลี่หงจื้อจริงๆ ด้วย ยังมีบางคนได้ยินกับหู มารตัวนั้นรบกวนเขา พูดว่า ท่านยังสูงกว่าหลี่หงจื้อ ท่านสูงกว่าหลี่หงจื้อมากเท่าใดๆ เขาก็เชื่อ ทำไมท่านไม่ลองคิดดูต่อไปท่านจะบำเพ็ญอย่างไร ท่านเคยบำเพ็ญมาหรือยัง ใครเป็นผู้สอนให้ท่านบำเพ็ญ พระพุทธจริงลงมาปฏิบัติภารกิจยังต้องเริ่มต้นบำเพ็ญใหม่ พลัง(กง)ดั้งเดิมก็ไม่มีแล้ว เพียงแต่เวลานี้บำเพ็ญได้เร็วขึ้นหน่อย เมื่อเป็นเช่นนี้ คนผู้นี้หลังจากเกิดปัญหาเช่นนี้ เขาก็จะถอนตัวลำบากอย่างยิ่ง จิตใจเช่นนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเกิดขึ้นแล้วอะไรเขาก็กล้าพูด ฉันก็คือพระพุทธ พวกท่านไม่ต้องไปเรียนกับใคร ฉันก็คือพระพุทธ ฉันจะบอกพวกท่านว่าให้ทำอย่างไรๆ เขามาในลักษณะนี้

พวกเราในเมืองฉางชุนก็มีคนแบบนี้ไม่ใช่หรือ เริ่มต้นเขาก็เป็นคนที่ไม่เลวเลยทีเดียว ต่อมาทำไปทำมาก็เกิดเรื่องเช่นนี้ เขาเป็นพระพุทธแล้ว สุดท้ายเขาสูงกว่าใครๆ ก็คือเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เกิดจากจิตยึดติด ทำไมจึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ ทางพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า ท่านเห็นอะไร อย่าได้ไปสนใจ ล้วนเป็นภาพหลอนของมาร ท่านเพียงแต่ตั้งจิตมั่นบำเพ็ญขึ้นไป ทำไมจึงไม่ให้ท่านดู เพื่อไม่ให้ท่านยึดติดต่อสิ่งเหล่านี้ เขากลัวว่าจะเกิดปัญหานี้ การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา เขาไม่มีวิธีบำเพ็ญปฏิบัติที่แข็งขืนใดๆ ในคัมภีร์ก็ไม่ได้ชี้แนะว่าจะสลัดสิ่งนี้ทิ้งได้อย่างไร สมัยขององค์ศากยมุนีไม่ได้พูดถึงหลักธรรมข้อนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหามารเกิดจากใจตัวเองและปัญหาแปรเปลี่ยนไปตามใจนึก พระองค์ถือว่าภาพที่เห็นในระหว่างการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนั้นเป็นภาพหลอนของมารทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเกิดจิตยึดติด ก็จะเกิดภาพหลอนของมาร คนยากที่จะสลัดมันทิ้ง ถ้าทำได้ไม่ดีคนคนนี้ก็จบสิ้น ถูกมารครอบงำ เพราะเขาคิดว่าตัวเองเป็นพระพุทธเสียแล้ว เขาถูกมารครอบงำเสียแล้ว สุดท้ายยังอาจจะชักนำวิญญาณแปลกปลอมและเรื่องอื่นๆ เข้ามา เขาก็จบสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง จิตใจเลวลง ตกลงสู่ก้นบึ้ง คนประเภทนี้มีมากมาย ณ ที่นี้ในเวลานี้ก็มีคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เลวเลย ลักษณะการพูดก็ไม่เหมือนเดิม แท้จริงตัวเองเป็นอย่างไร แม้แต่ในพุทธศาสนาก็ถือเรื่องเหล่านี้มาก ที่ข้าพเจ้าพูดมานี้ ก็เป็นสภาพการณ์แบบหนึ่ง ก็เรียกว่ามารเกิดจากใจตัวเอง หรือเรียกว่าแปรเปลี่ยนไปตามใจนึก ที่ปักกิ่งมีผู้ฝึกประเภทนี้ ที่อื่นก็มีปรากฏ อีกทั้งเป็นการรบกวนผู้ฝึกพลัง(กง)ของเราอย่างมาก

มีคนถามข้าพเจ้าว่า อาจารย์ ทำไมท่านไม่ชำระสิ่งเหล่านี้ พวกเราลองคิดดู บนหนทางบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเราหากชำระล้างอุปสรรคทั้งหมดให้แก่ท่าน แล้วท่านจะบำเพ็ญอย่างไร ภายใต้สภาพที่มีมารรบกวนจึงจะแสดงให้เห็นว่าท่านสามารถบำเพ็ญต่อไปได้หรือไม่ ท่านจะสามารถรับรู้(อู้)หลักธรรมอย่างแท้จริงได้หรือไม่ ท่านจะทนต่อการถูกรบกวนได้หรือไม่ สามารถยึดมั่นในวิชานี้ได้หรือไม่ การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมก็เหมือนกับการร่อนทองในคลื่นแรง สิ่งที่เหลือจึงจะเป็นทองแท้ หากไม่มีรูปแบบการรบกวนเช่นนี้ ข้าพเจ้าว่าการบำเพ็ญของคนเราดูจะเป็นเรื่องง่ายเกินไป ข้าพเจ้าว่าท่านบำเพ็ญได้ง่ายเกินไปแล้ว ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงเหล่านั้นเห็นแล้วรู้สึกไม่ยุติธรรม ท่านทำอะไร นี่เป็นการโปรดสัตว์หรือ บนหนทางการบำเพ็ญหากไม่มีอุปสรรคอะไรเลย บำเพ็ญราบรื่นตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด นี่ยังจะเป็นการบำเพ็ญหรือ ยิ่งฝึกยิ่งสบาย ไม่มีอะไรมารบกวน เป็นเช่นนี้ได้หรือ นี่ก็คือปัญหา ข้าพเจ้าเองก็คำนึงถึงปัญหานี้อยู่ ในระยะแรก ข้าพเจ้าได้จัดการกับมารพวกนี้ไปมากต่อมาก ถ้าทำเช่นนี้ต่อไป ข้าพเจ้าก็คิดว่าไม่ถูกต้อง ผู้รู้แจ้งท่านอื่นก็พูดกับข้าพเจ้าว่า ท่านให้พวกเขาบำเพ็ญได้ง่ายเกินไปแล้ว คนมีความยากลำบากเล็กน้อยแค่นั้นหรือ ระหว่างคนด้วยกันก็มีเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นหรือ ยังมีจิตอีกมากมายที่ยังขจัดทิ้งไปไม่ได้ ท่ามกลางความสับสนท่านจะสามารถเข้าใจต่อหลักธรรมใหญ่ได้หรือไม่ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ มีปัญหาเช่นนี้อยู่ ดังนั้นก็จะมีการรบกวน มีการทดสอบ ที่พูดมานี้เป็นรูปแบบหนึ่งของมาร การจะช่วยให้คนๆ หนึ่งพ้นทุกข์เป็นเรื่องยากจริงๆ แต่การจะทำลายคนๆ หนึ่งนั้นเป็นเรื่องง่ายดายมากๆ หากใจท่านไม่เที่ยงตรง ก็จบสิ้นทันที

อ่านต่อหน้า  1  2  3  4   5  6  7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook